ขอเชิญชมและนมัสการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ เทพประทาน
ณ พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ (อยู่ระหว่างการก่อสร้าง)
วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
ระหว่างวันที่ 5-6-7 มีนาคม 2555 นี้

ถวายความเคารพอย่างสูง แด่พระมหาเถระ ถวายความนับถืออย่างยิ่งแด่พระเถรานุเถระ ทุกองค์ และเจริญสุขเจริญพรญาติโยมสาธุชนทุกท่าน
ข้าพเจ้าขอกราบเรียน-เรียน-เจริญพร พระเดชพระคุณท่านทั้งหลาย เพื่อทราบข่าวอันเป็นอุดมมงคลที่เกิดขึ้น ณ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก ราชบุรี โดยย่อ เพื่อทราบว่า
นับตั้งแต่ข้าพเจ้าได้ลาออกจากราชการของรัฐบาลต่างประเทศที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย (ขึ้นอยู่กับสถานเอกอัครราชทูต ประจำประเทศไทย) ก่อนเกษียณ 3 ปี เพื่อบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เมื่ออายุ 57 ปีเต็ม (ย่าง 58 ปี)
และเมื่อข้าพเจ้าได้เข้าศึกษาทั้งภาคพระปริยัตติสัทธรรมและพระปฏิปัตติสัทธรรม ในสำนักวัดปากน้ำได้ครบ 5 พรรษาแล้ว ก็ได้ลาหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ คือ เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมณศักดิ์ในขณะนั้น คือ พระธรรมปัญญาบดี) เพื่อไปรับหน้าที่เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เมื่อปี พ.ศ.2534
ได้เปิดการเรียน การสอน และการอบรม ทั้งภาคพระปริยัตติสัทธรรม (แผนกธรรมและบาลี) และทั้งภาคพระปฏิปัตติสัทธรรม จนได้รับการคัดเลือกเป็น สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น และโดยส่วนรวม ก็ได้รับการคัดเลือกเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น และทั้งเป็นที่ตั้ง หน่วยวิทยบริการ คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่มีการเรียนการสอนภาควิชาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตร ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาโท
ระหว่างที่ทำหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์และบริหารกิจการคณะสงฆ์ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ข้าพเจ้ายังได้ทำหน้าที่เป็น ประธานคณะกรรมการบริหาร ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.) ตั้งแต่ พ.ศ.2551 ถึงปัจจุบัน และเป็น ประธานคณะทำงานศูนย์ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระพุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ประจำวัดหลวงพ่อสดฯ (สำนักงานกลางตั้งอยู่ ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ) อีกโสดหนึ่ง
ตั้งแต่เริ่มบวชเข้ามาเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ก็ได้อธิษฐานขอ พระเกศาธาตุ และ พระบรมสารีริกธาตุ 7 ชิ้นใหญ่ ที่ไม่ไหม้ไฟ คือ พระเขี้ยวแก้ว 4 องค์ พระอุณหิส 1 องค์ และ พระรากขวัญ (กระดูกไหปลาร้า) 2 องค์ จากท่านท้าวสักกเทวราช ผู้ปกครองกามภพ ตั้งแต่ชั้นดาวดึงส์เทวโลก ถึงชั้นจตุมหาราชิกา และมนุษย์โลก ท่านก็ได้เมตตาเนรมิต (จำลอง - replica) พระบรมสารีริกธาตุส่วนสำคัญทั้ง 7 องค์ มาให้ปรากฏแก่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม โดยที่ข้าพเจ้าได้อธิษฐานจิตรับปากกับท่านท้าวสักกเทวราชว่า จะสร้างพระมหาเจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุดังกล่าว และจะทำพานทองคำเครื่องรองรับพระเขี้ยวแก้วเทพเนรมิตทั้ง 4 องค์ด้วย ท่านท้าวสักกเทวราชจึงเนรมิตพระบรมสารีริกธาตุส่วนสำคัญดังกล่าว พร้อมทั้งพระเมาลี (จอมผมหรือมุ่นพระเกศาของเจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ และได้ตัดพระเมาลี อธิษฐานโยนขึ้นไปในอากาศด้วยอธิษฐานจิตว่า ถ้าจะได้บรรลุโมกขธรรมก็ขอให้พระเมาลีปรากฏลอยอยู่ในอากาศ และท้าวสักกเทวราชได้เสด็จมารับไปประดิษฐานไว้ในพระมหาเจดีย์จุฬามณี ในชั้นดาวดึงสเทวโลก
ข้าพเจ้าจึงได้ เริ่มสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้วเป็นต้นมา ถึงบัดนี้ โครงสร้างเสร็จไปแล้วประมาณ 65% สิ้นเงินก่อสร้างไปแล้วประมาณ 120 ล้านบาท ครั้นถึงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว (พ.ศ.2554) ได้มีชาวศรีลังกาผู้เป็นญาติสนิท (ผู้น้อง) ของพระมหาเถระผู้เป็นที่ปรึกษาฝ่ายพระพุทธศาสนาของประธานาธิบดีศรีลังกา ได้มาช่วยประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ที่ข้าพเจ้าได้เคยปรารถนาจะได้ชิ้นส่วน (องค์) จริง 7 ชิ้นสำคัญที่ไม่ไหม้ไฟ และองค์อื่นๆ
เมื่อข้าพเจ้าประกอบพิธีบูชาพระรัตนตรัย แล้วอธิษฐานจิตขอพระบรมสารีริกธาตุจาก ท่านท้าวอกนิฏฐพรหม ผู้เป็นใหญ่ในชั้นสุทธาวาสพรหมโลก ท่านท้าวสักกเทวราช ท่านท้าวเวสสุวรรณ ท่านพญานาคราช ท่านอวโลกิเตศวร (กวนอิม) ท่านสุมนเทพ (ผู้ดูแลรอยพระบาทอยู่ที่เขาสุมนกูฏ) เป็นต้น ปรากฏว่า ท่านท้าวอกนิฏฐพรหม ท่านสักกเทวราช และทวยเทพผู้มเหสักข์ทั้งหลาย ได้เมตตาประทาน และช่วยนำมาถวายไว้ให้วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม เพื่อประดิษฐานไว้ ณ พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ (ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ให้เหล่ามนุษย์ เทพยดาและพรหมทั้งหลาย สามารถมาสักการบูชาเป็นอุดมมงคล (ปูชา จ ปูชนียานํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ) ตามวันเวลาดังต่อไปนี้
อนึ่ง เมื่อได้สอบรู้สอบญาณกับผู้รู้-ผู้มีฌานและอภิญญา (ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม) จึงได้รับทราบรายละเอียดประกอบเพิ่มเติมว่า เป็นพระบรมสารีริกธาตุที่เคยเสด็จอยู่ ณ ที่ใด พรหมและเทพยดาผู้มเหสักข์ใดเป็นผู้นำเสด็จมาถวาย จากภพภูมิใด ดังต่อไปนี้
ครั้งที่ 1 ประกอบพิธีเมื่อวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม (7 3 11) พ.ศ.2554 เวลา 05.45 น. ณ วิหารพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย (วิหารจตุรมุข กลางน้ำ) พระบรมสารีริกธาตุลักษณะคล้ายพระหทัย สีขาวนวล ขนาดประมาณเท่าเล็บนิ้วก้อย 1 องค์ เสด็จลงบนภาชนะเครื่องบูชาด้วยดอกบัวตูม (จัดกลีบให้บานออก) คลุมไว้ด้วยผ้าขาว ที่ข้าพเจ้าทูนไว้บนศีรษะอธิษฐานจิตขอประทานจากท่านทวยเทพ-เทวราช-มหาราชดังกล่าว ขณะนี้เก็บไว้บูชาในภาชนะที่สมควร รอดูว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับสภาพได้อีก
ในการประกอบพิธีครั้งนี้ ได้มีพระเถรานุเถระร่วมเจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นต้น และได้ช่วยดู-รู้-เห็น ด้วยประมาณ 20 รูป
ครั้งที่ 2 ประกอบพิธีที่วิหารพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม (1 4 11) พ.ศ.2554 เวลา 05.15 น. “พระทันตธาตุ” ครึ่งท่อน
สีขาวนวล ส่วนปลาย (ไม่มีรากฟัน) 1 องค์ ได้เสด็จลงบนภาชนะเครื่องบูชาด้วยดอกมะลิ คลุมไว้ด้วยผ้าขาว ที่ข้าพเจ้าทูนไว้บนศีรษะอธิษฐานจิตขอประทานมา
ในการประกอบพิธีครั้งนี้ ได้มีพระเถรานุเถระอยู่ร่วมพิธี ได้ช่วยดู-รู้-เห็น ด้วยประมาณ 10 กว่ารูป
ครั้งที่ 3 ประกอบพิธีที่วิหารพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย เมื่อวันพุธที่ 19 ตุลาคม (4 7 11) พ.ศ.2554 เวลา 05.30 น. รู้สึกว่าพระบรมสารีริกธาตุได้เสด็จลงแล้วที่ภาชนะเครื่องบูชาด้วยดอกมะลิ ที่คลุมไว้ด้วยผ้าขาว ที่ข้าพเจ้าทูนไว้บนศีรษะอธิษฐานจิตขอประทานมา แต่ยังเป็นของทิพย์ ยังไม่ทันได้ปรับสภาพให้เป็นวัตถุธาตุที่ให้รู้เห็นได้ด้วยมังสจักษุ (ตาเนื้อ) เทพยดาจึงให้นำไปตั้งบูชาไว้ในกุฏิก่อน และได้กำหนดให้เปิดดู เมื่อเวลา 22.10 น. ของวันเดียวกันนั้น
ครั้นถึงเวลาเปิดดู ปรากฏเป็น “พระทาฐธาตุ” (พระเขี้ยวแก้ว) ครึ่งท่อนส่วนปลาย (ไม่มีรากฟัน) สีขาวนวล 1 องค์ ขนาดประมาณเท่าเล็บนิ้วมือ ได้ทราบว่า เป็นพระทาฐธาตุเบื้องล่างซ้าย ที่ท่าน ท้าววิรูปักข์ ได้เคยประดิษฐานไว้ใน “สุทัศนเจดีย์” ในนาคพิภพ ให้นันโทปนันทนาคราชเป็นผู้รักษา แล้วท่านท้าววิรูปักข์ได้นำเสด็จมาถวาย โดยมี นันโทปนันทนาคราชอัญเชิญมาด้วยพานแก้ว นำไปพักอยู่ที่พระเจดีย์สุวรรณมาลิก เมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกาก่อน แล้วจึงนำเสด็จมาถวายที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามนี้
ในพิธีครั้งนี้ อนุญาตให้พระเถรานุเถระอยู่ร่วมพิธีได้ ช่วยดู-รู้-เห็น ด้วยประมาณ 4-5 รูป (ไม่ต้องการให้เป็นที่เอิกเกริก)
ครั้งที่ 4 ประกอบพิธีอัญเชิญเสด็จที่พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม (6 9 11) พ.ศ.2554 เวลา 05.30 น. รู้สึกว่าพระบรมสารีริกธาตุได้เสด็จลงแล้ว บนภาชนะเครื่องบูชาด้วยดอกมะลิ ที่คลุมไว้ด้วยผ้าขาว ที่ข้าพเจ้าทูนไว้บนศีรษะอธิษฐานจิตขอประทานมา จึงเปิดผ้าคลุมออกดู แทนที่จะได้เห็นปรากฏอยู่บนภาชนะเครื่องบูชา กลับเห็น “พระทาฐธาตุ” (พระเขี้ยวแก้ว) ครึ่งท่อน ส่วนปลาย (ไม่มีรากฟัน) ขนาดประมาณเท่าเล็บมือ สีขาวนวล 1 องค์ วางอยู่บนปลายผ้าสังฆาฏิ (ชุดครอง) ของข้าพเจ้าที่พาดอยู่บนหน้าตัก ได้ทราบว่า เป็น พระทาฐธาตุเบื้องบนซ้าย ที่ท่าน ท้าวเวสสุวรรณ ได้นำเสด็จมาถวาย โดยมีท่านชนาสภยักษ์ (พระเจ้าพิมพิสารในอดีต) เป็นผู้อัญเชิญมาด้วยพานทองคำ จากแคว้นคันธารราษฎร์ (เมืองคันดาฮาร์ - Gandahara ประเทศอัฟกานิสถาน) ไปพักอยู่ที่พระเจดีย์สุวรรณมาลิกก่อน แล้วจึงนำเสด็จมาถวายที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
พิธีครั้งนี้ มีพระภิกษุเถรานุเถระและโยมอุบาสกอยู่ร่วมพิธี และได้ช่วยดู-รู้-เห็นด้วย ประมาณ 5-6 รูป/คน
ครั้งที่ 5 ประกอบพิธีที่พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม (4 12 1) พ.ศ.2554 เวลา 05.30 น. (อยู่ระหว่างการอบรมพระกัมมัฏฐานประจำปี รุ่นที่ 62 ซึ่งได้จัดโครงการปฏิบัติพระกัมมัฏฐานมาอย่างนี้มาร่วม 31 ปีแล้ว ตั้งแต่ตอนเริ่มมีฐานะเป็นสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย ยังไม่ได้เป็นวัด ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน) ปรากฏได้เสด็จมาโดยมีเครื่องห่อหุ้มเป็นก้อนโตขนาดประมาณเท่าผลหมากสุก หรือขนาดมะนาวไข่ วางอยู่บนภาชนะเครื่องบูชาด้วยดอกมะลิและดอกบัว คลุมไว้ด้วยผ้าขาว ที่ข้าพเจ้าทูนไว้บนศีรษะอธิษฐานจิตขอประทานมา เทพยดาผู้นำเสด็จมาบอกว่าให้คลุมด้วยผ้าขาวไว้ก่อน ครั้นถึงวันที่ 23 ธันวาคม เวลา 22.02 น. จึงค่อยเปิดดู
ครั้นถึงวันเวลาดังกล่าว จึงได้เปิดผ้าขาวออกดู ปรากฏเป็น “พระอุณหิส” (พระอัฏฐิธาตุส่วนกระบังหน้าผาก) ขนาดโตกว่าหัวแม่มือ เสด็จออกมาอยู่ภายนอกเครื่องหุ้มเอง เป็นที่น่าอัศจรรย์
ได้ทราบว่า “พระอุณหิส” นี้ ท่านท้าวอวิหาพรหม (สุทธาวาสพรหมชั้นที่ 1) ได้ทรงผ้ากัมพลสีแดง อัญเชิญพระอุณหิสนี้ด้วยพานสีแดง ได้นำเสด็จมาถวายที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามนี้
ต่อมาอีก 2 วัน เทพยดาได้แจ้งให้เปิดผ้าคลุมดูอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม เวลา 22.39 น. ปรากฏ “พระอุณหิส” ส่วนข้างของพระอุณาโลม (ขนระหว่างคิ้ว) อีกองค์หนึ่ง ขนาดย่อมลงมาจากองค์แรก คือขนาดเล็กกว่าหัวแม่มือ เสด็จออกมาจากเครื่องหุ้มเอง เป็นที่น่าอัศจรรย์
อนึ่ง ได้เคยปรากฏพระอุณหิสส่วนพระอุณาโลม สัณฐานกลม โดยท่านท้าวอกนิฏฐพรหมจากสุทธาวาสพรหม ชั้นที่ 5) ได้เมตตานำมาประทานให้ไว้ ที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อยู่ก่อนแล้ว 1 องค์ เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน
ครั้งที่ 6 ประกอบพิธีที่พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม (4 4 1) พ.ศ.2554 เวลา 05.30 น. ปรากฏ “พระทาฐธาตุ” (พระเขี้ยวแก้ว) เบื้องบนขวา เสด็จมาจากชั้นดาวดึงส์เทวโลก โดยพระเมตตาของท่านท้าวสักกเทวราช นำเสด็จมาประทานให้ลงบนภาชนะเครื่องบูชาด้วยดอกมะลิและดอกบัว มีผ้าขาวคลุม เสด็จมาโดยมีเครื่องหุ้มเหมือนของพระอุณหิส แต่เล็กกว่า คือขนาดประมาณเท่าลูกมะปรางขนาดย่อมๆ มีรูเล็กๆ เหมือนช่องปากถุง พอมองเห็นว่ามีพระบรมสารีริกธาตุอยู่ภายใน
ได้ทราบว่า ท่านท้าวสักกเทวราช พร้อมด้วยเหล่าเทพยดา อันมีท่านท้าววิษณุกรรม เป็นผู้อัญเชิญมาด้วยพานแก้วมรกต (สีเขียวใส) นำเสด็จ
พระเขี้ยวแก้วนี้ไปตั้งบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พุทธคยา ชั่วระยะเวลาหนึ่งก่อนแล้ว จึงได้นำเสด็จพร้อมด้วยเครื่องราชเศวตฉัตรมาประทานให้ในครั้งนี้ เทพยดาจึงได้บอกให้นำพระเขี้ยวแก้วที่อยู่ในเครื่องหุ้มวางอยู่บนภาชนะเครื่องบูชา มีผ้าขาวคลุมไว้นั้น ไปอธิษฐานบูชาพระพุทธเจ้าที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ (หน่อพันธุ์จากอนุราธปุระ) ที่ได้ปลูกไว้ด้านทิศใต้ของพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ ก่อน แล้วจึงให้นำไปบูชาไว้ที่กุฏิ 7 วันก่อน แล้วจึงค่อยเปิดผ้าคลุมดู ในวันที่ 21 ธันวาคม เวลา 4 ทุ่ม กับ 2 นาที (22.02 น.)
ครั้นถึงคืนวันที่ 21 ธันวาคม เวลา 22.02 น. ได้เปิดผ้าคลุมออกดู ก็ปรากฏ “พระทาฐธาตุ” (พระเขี้ยวแก้ว) ท่อนปลาย (ไม่มีรากฟัน) สีขาวนวล สวยงาม ขนาดประมาณเท่าเล็บนิ้วมือ เสด็จออกมาจากเครื่องหุ้ม ประทับอยู่บนดอกมะลิที่บูชาไว้ในภาชนะนั้นได้เองอย่างน่าอัศจรรย์
และในคืนนั้น เวลาหลังจากเปิดดูพระเขี้ยวแก้วปรากฏขึ้นแล้ว ได้ไปเปิดโถภาชนะที่ตั้งไว้มีผ้าขาวคลุม เห็นมี “พระหทัยธาตุ” เสด็จมาเองอีกต่างหาก 2 องค์ สัณฐานกลม คล้ายไข่มุกขนาดเขื่อง สีเงินยวง อมชมพู มีรัศมีโดยรอบ (ถ่ายภาพไว้ จึงเห็นภาพรัศมีติดอยู่โดยรอบอย่างชัดเจน) ปรากฏอยู่ในโถเป็นที่น่าอัศจรรย์
ครั้งที่ 7 ประกอบพิธีที่พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ เมื่อวันพุธที่ 28 ธันวาคม (4 4 2) พ.ศ.2554 เวลา 05.32 น. ก็ปรากฏ “พระนลาฏ” (หน้าผาก) ส่วนโหนกพระเศียร ด้านขวา สีขาวนวล ขนาดประมาณเท่าหัวแม่มือ ได้นำเสด็จมาอีกหนึ่งองค์ โดยท่านท้าวสุทัสสีพรหม จากสุทธาวาสพรหม (ชั้นที่ 4) ได้แนะนำให้คลุมผ้าขาวนำไปตั้งบูชาไว้ที่กุฏิก่อน แล้วค่อยเปิดให้พระเถรานุเถระและโยมได้ชมเวลา 09.32 น.
อนึ่ง ในเช้าวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2554 เวลา 08.15 น. เทพยดาได้อนุญาตให้อัญเชิญเสด็จพระบรมสารีริกธาตุที่ได้เสด็จมาแล้ว ไปให้พระเถรานุเถระและญาติโยม มีคุณโยมอุไร พลพัฒนาฤทธิ์ (โยมแม่ป้อม) และญาติมิตรให้ได้ชม ณ วิหารพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย (จตุรมุข-กลางน้ำ) เพื่อร่วมอนุโมทนาบุญอีกด้วย
ได้ทราบว่า เหล่าเทพยดาและพรหม ที่ครอบครองดูแลพระบรมสารีริกธาตุส่วนสำคัญของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเทวโลก และพรหมโลก ยังจะได้เมตตานำมาถวายให้เพิ่มอีก และได้อนุญาตให้นำพระบรมสารีริกธาตุที่เสด็จมาแล้วนี้ ไปเปิดให้สาธุชนพุทธบริษัทได้นมัสการบูชาอีก 3 วัน คือวันที่ 5-6-7 มีนาคม ศกนี้ ด้วย
จึงขอกราบเรียน-เรียน-เจริญพร เชิญพุทธบริษัท สาธุชน เข้าชมและถวายนมัสการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนสำคัญ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้เสด็จมาระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม พ.ศ.2554 ที่ผ่านมา ประดิษฐานอยู่ ณ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อันได้แก่ “พระทาฐธาตุ” (พระเขี้ยวแก้ว) เทพประทาน จากพระเมตตาของ ท้าวสักกเทวราช ทรงประทานให้ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2554 เป็นต้น และ
ร่วมบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อร่วมสมทบทุนสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ ณ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ตามกำลังศรัทธา หรือตั้งเป็นกองผ้าป่ากองละ 5,000 บาทขึ้นไป
สำหรับ ผู้นำบุญ (ประธาน) กองผ้าป่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาท) จะได้รับเม็ดขนุนทองคำชมพูนุทธาตุกายสิทธิ์ “เทพประทาน” 1 องค์ และในกองผ้าป่ากองเดียวกันนั้น ผู้ที่บริจาครายเดียว 300,000 บาท (สามแสนบาท) ขึ้นไป จะได้รับเม็ดขนุนทองคำ และ/หรือ คดกายสิทธิ์ เทพประทาน 1 องค์ อีกด้วย
โดยบริจาคได้ทุกวันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 5-6-7 มีนาคม ศกนี้ (พ.ศ.2555) และต่อไปอีกได้ถึงวันที่ 5-6-7 มีนาคม ศกหน้า (พ.ศ.2556) ผู้ร่วมเป็นเจ้าภาพสมทบทุนทรัพย์ปัจจัยช่วยสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ นี้ น้อยหรือมาก จนถึงร้อย-หมื่น-แสน-ล้าน ฯลฯ นอกจากจะยิ่งด้วยมหากุศลแล้ว ยังจะได้รับสิ่งอันเป็นมงคลไว้บูชาถึงคุณพระรัตนตรัยตามระดับวงเงินที่บริจาคทุกท่านด้วย
จึงนับเป็นมหามงคลสมัยของพวกเราชาวพุทธและสาธุชนทั้งหลาย จะได้มีโอกาสได้มากระทำ “อามิสบูชา” การบูชาด้วยทรัพย์สิ่งของ และ “ปฏิปัตติบูชา” การบูชาด้วยการปฏิบัติธรรม ให้สำเร็จด้วยบุญกิริยาวัตถุ มี ทานมัย - บุญที่สำเร็จด้วยการบริจาคทาน สีลมัย - บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล และภาวนามัย - บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนาสมาธิและปัญญา เป็นต้น ให้ได้สมบูรณ์ที่สุดเสียตั้งแต่ภพชาติปัจจุบันนี้ จักได้เป็นพลวปัจจัยมิให้ตกลงไปในที่ชั่ว และอบายภูมิอันเป็นทุกข์ ชั่วกาลนาน เป็นการปิดอบายภูมิอย่างแน่นอนเสียตั้งแต่ภพชาตินี้ และให้ได้ถึงมรรคผลนิพพานที่สิ้นสุดแห่งทุกข์และเป็นบรมสุขอย่างถาวรต่อไป

(พระเทพญาณมงคล)
เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
ประธานคณะกรรมการบริหาร ศูนย์ประสานงานสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งประเทศไทย (ศปท.)
ประธานคณะผู้ทำงาน ศูนย์ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคง แห่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ประจำวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
ตัวอย่างมหานิสงส์ ด้วยการกระทำทั้งอามิสบูชาและปฏิปัตติบูชานั้น
มีมาแล้วในพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เล่มที่ 24 หน้า 48 ฉบับไทยรัฏเฐ
|
มหากัสสปเถราปทานที่ 3 ในกาลเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ ผู้เป็นนาถะของโลก นิพพานแล้ว ชนทั้งหลายทำการบูชาพระศาสดา. หมู่ชนมีจิตร่าเริงเบิกบานบันเทิง เมื่อเขาเหล่านั้นเกิดความสังเวช* ปีติย่อมเกิดแก่เรา. เราประชุมญาติและมิตรแล้ว ได้กล่าวคำนี้ว่า “พระมหาวีรเจ้าปรินิพพานแล้ว เชิญพวกเรามาทำการบูชากันเถิด”. พวกเขารับคำว่า “สาธุ” แล้ว ทำความร่าเริงให้เกิดแก่เราอย่างยิ่งว่า “พวกเราจักทำการก่อสร้างบุญในพระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก”. ได้ให้สร้างเจดีย์อันมีค่า ทำอย่างเรียบร้อย สูง 100 ศอก กว้าง 150 ศอก พุ่งขึ้นในท้องฟ้า ดุจวิมาน ครั้นสร้างเจดีย์อันมีค่างดงามด้วยระเบียบอันดีไว้ในที่นั้นแล้ว ได้ยังจิตของตนให้เลื่อมใสบูชาเจดีย์อันอุดม. เจดีย์นั้นย่อมรุ่งเรืองดังกองไฟโพลงอยู่ในอากาศ ดังเช่นพญารังดอกบานสะพรั่ง ย่อมสว่างไปทั่วทั้ง 4 ทิศ เหมือนสายฟ้าในอากาศ. เรายังจิตให้เลื่อมใสในห้องพระบรมธาตุนั้น ก่อสร้างกุศลเป็นอันมาก ระลึกถึงกรรมเก่าแล้วได้เข้าถึงไตรทศ เราอยู่บนยานทิพย์อันเทียมด้วยม้าสินธพ 1,000 ตัว วิมานของเราสูงตระหง่านสูงสุด 7 ชั้น กูฏาคาร (ปราสาท) 1,000 สำเร็จด้วยทองคำล้วน ย่อมรุ่งเรือง ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสวด้วยเดชของตน ในกาลนั้น ศาลาหน้ามุขแม้เหล่าอื่นอันสำเร็จด้วยแก้วมณีมีอยู่ แม้ศาลาหน้ามุขเหล่านั้น โชติช่วงด้วยรัศมีทั่ว 4 ทิศโดยรอบ กูฏาคารอันบังเกิดขึ้นด้วยบุญกรรม อันบุญกรรมนิรมิตไว้เรียบร้อย สำเร็จด้วยแก้วมณี โชติช่วงทั่วทิศน้อยทิศใหญ่โดยรอบ โอภาสแห่งกูฏาคารอันโชติช่วงอยู่เหล่านั้น เป็นสิ่งไพบูลย์ เราครอบงำเทวดาทั้งปวงได้ นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่า อุพพิทธะ ครอบครองแผ่นดินมีสมุทรสาครทั้ง 4 เป็นขอบเขต ใน 60,000 กัป ในภัทรกัปนี้ เราได้เป็นเหมือนอย่างนั้น 30 ครั้ง คือเป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีกำลังมาก ยินดีในกรรมของตน สมบูรณ์ด้วยรัตนะ 7 ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง 4 ในครั้งนั้น ปราสาทของเราสว่างไสวดังสายฟ้า ด้านยาว 24 โยชน์ ด้านกว้าง 12 โยชน์ นครชื่อรัมมกะ มีกำแพงและค่ายมั่นคง ด้านยาว 500 โยชน์ ด้านกว้าง 250 โยชน์ คับคั่งด้วยหมู่ชน เหมือนเทพนครของชาวไตรทศ เข็ม 25 เล่ม เขาใส่ไว้ในกล่องเข็ม ย่อมกระทบกันและกัน เบียดเสียดกันเป็นนิจ ฉันใด แม้นครของเราก็ฉันนั้น เกลื่อนด้วยช้างม้าและรถ คับคั่งด้วยหมู่มนุษย์ น่ารื่นรมย์ เป็นนครอันอุดม เรากินและดื่มอยู่ในนครนั้น แล้วไปเกิดเป็นเทวดาอีก กุศลสมบัติได้มีแก่เราในภพสุดท้าย เราสมภพในสกุลพราหมณ์ สั่งสมรัตนะไว้มาก สละทรัพย์ 80 โกฏิแล้วออกบวช คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา 4 วิโมกข์ 8 และอภิญญา 6 เราทำให้แจ้งแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำ[ตาม]เสร็จแล้ว ฉะนี้แล ทราบว่า ท่านพระมหากัสสปเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ มหากัสสปเถราปทาน |
* การเห็นความทุกข์จากการเกิดแก่เจ็บตายเป็นต้น แล้วเกิดสำนึก ตื่นตัวไม่ประมาท เร่งทำความดี
กำหนดการ พิธีบำเพ็ญมหากุศลบูชาพระรัตนตรัย
ในวันที่ 5-6-7 มีนาคม 2555 ณ พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ
เนื่องในอุดมมงคลสมัยที่พระบรมสารีริกธาตุส่วนสำคัญปรากฏขึ้น
ณ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
สรุปย่อกิจกรรมทั้ง 3 วันวันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2555
วันอังคารที่ 6 มีนาคม 2555
|
รายละเอียดกิจกรรม
กำหนดการ วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2555
| 08.00-10.00 น. | - สาธุชนตั้งกองผ้าป่ามหากุศลสมทบทุนร่วมสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ |
| 10.00 น. |
- สาธุชนพร้อมกันในบริเวณพิธี - พระสงฆ์วัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามผู้ได้รับนิมนต์ขึ้นสู่อาสน์สงฆ์ - อุบาสกอาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล - อุบาสกอาราธนาพระปริตร - พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ |
| 10.40 น. |
- เจ้าภาพกองผ้าป่ากล่าวคำถวายผ้าป่ามหากุศล และกล่าวคำถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน - พระสงฆ์รับ-พิจารณาผ้าบังสุกุลจีวร - เจ้าภาพกองผ้าป่า-แขกผู้มีเกียรติ ถวายจตุปัจจัยไทยทานแล้ว พระสงฆ์กระทำอนุโมทนา-ให้พร |
| 11.15 น. | - พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเพล-ญาติโยมรับประทานอาหาร |
| 13.30 น. | - สาธุชนตั้งกองผ้าป่ามหากุศลสมทบทุนร่วมสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ |
| 14.00 น. | - พระเทพญาณมงคล กล่าวปฏิสันถาร และแสดงสัมโมทนียกถา |
| 15.00 น. |
- แขกรับเชิญและญาติโยมสาธุชนพร้อมกันในบริเวณพิธี - ประธานในพิธีฝ่ายคฤหัสถ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย - อุบาสกอาราธนาศีล สาธุชนรับศีล อุบาสกอาราธนาพระปริตร - พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 50 รูป เจริญพระพุทธมนต์ |
| 16.00 น. |
- เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานในพิธีฝ่ายบรรพชิต มาถึงบริเวณพิธี แล้วจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย - ประธานในพิธีฝ่ายคฤหัสถ์ ถวายเครื่องสักการะแด่เจ้าประคุณสมเด็จฯ - พระเทพญาณมงคล เจ้าอาวาส อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากแท่นที่ประดิษฐาน และภาชนะดอกบัวทองคำ มาถวายเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อประกอบพิธีบรรจุลงในภาชนะดอกบัวทองคำ - พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญชัยมงคลคาถา - พระเทพญาณมงคล ถวายจตุปัจจัยไทยทานแด่เจ้าประคุณสมเด็จฯ - ประธานในพิธีฝ่ายคฤหัสถ์ และเจ้าภาพภาชนะดอกบัวทองคำบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยทาน แด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ผู้เจริญพระพุทธมนต์ - พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์กระทำอนุโมทนา - ประธานในพิธีกรวดน้ำ-รับพร |
| 17.00 น | - พระเถรานุเถระ 22 รูป เจริญพระพุทธมนต์เย็น |
| 17.30 น. เป็นต้นไป | - สาธุชนเข้าถวายสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุส่วนสำคัญต่างๆ |
| 21.00 น. | - ปิดการบำเพ็ญกุศลประจำวัน |
กำหนดการ วันอังคารที่ 6 มีนาคม 2555
| 08.00-10.00 น. |
- สาธุชนตั้งกองผ้าป่ามหากุศลสมทบทุนร่วมสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ - พระสงฆ์วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม รับและพิจารณาผ้าบังสุกุลจีวร - เข้าถวายมุทิตาสักการะ แด่พระเทพญาณมงคล |
| 09.30 น. |
- สาธุชนพร้อมกันในบริเวณพิธี - พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 24 รูป ขึ้นนั่งบนอาสน์สงฆ์ - อุบาสกอาราธนาศีล-รับศีล แล้วอาราธนาธรรม |
| 10.00 น. |
- อาราธนาพระสงฆ์องค์แสดงพระธรรมเทศนาขึ้นบนธรรมาสน์ - สาธุชนรับฟังพระธรรมเทศนา เรื่อง “อานิสงส์ของการก่อสร้างพระมหาเจดีย์” โดย พระเดชพระคุณ พระธรรมปริยัติเวที เจ้าคณะภาค 15 - พระเทพญาณมงคล ถวายจตุปัจจัยไทยทาน แด่ พระเดชพระคุณ พระธรรมปริยัติเวที - ญาติโยมถวายจตุปัจจัยไทยทานแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ |
| 10.45 น. |
- เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ มาถึง บริเวณพิธี - พระเทพญาณมงคล นำถวายปัจจัยเข้ากองทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับภิกษุสามเณร และถวายจตุปัจจัยไทยทาน แด่เจ้าประคุณสมเด็จฯ - สาธุชนทั้งหลายกล่าวคำถวายสังฆทานและภัตตาหารเพล, กรวดน้ำรับพร |
| 11.00 น. | - พระสงฆ์และพระภิกษุที่ได้รับอาราธนามารับทักษิณานุปทาน ฉันภัตตาหารเพล-ญาติโยมรับประทานอาหาร |
| 13.30 น. |
- สาธุชนตั้งกองผ้าป่ามหากุศลสมทบทุนร่วมสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ - พระสงฆ์วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ผู้ได้รับนิมนต์ขึ้นสู่อาสน์สงฆ์ - อุบาสกอาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล - เจ้าภาพกองผ้าป่ากล่าวคำถวายผ้าป่ามหากุศล - พระสงฆ์รับ-พิจารณาผ้าบังสุกุลจีวร - เจ้าภาพกองผ้าป่าและแขกผู้มีเกียรติถวายจตุปัจจัยไทยทานแล้ว พระสงฆ์กระทำอนุโมทนา-ให้พร |
| 14.00 น. เป็นต้นไป | - สาธุชนเข้าถวายสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุส่วนสำคัญต่างๆ |
| 21.00 น. | - ปิดการบำเพ็ญกุศลประจำวัน |
กำหนดการ วันพุธที่ 7 มีนาคม 2555
| 08.00-10.00 น. | - สาธุชนตั้งกองผ้าป่ามหากุศลสมทบทุนร่วมสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ |
| 10.00 น. |
- สาธุชนพร้อมกันในบริเวณพิธี - พระสงฆ์วัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามผู้ได้รับนิมนต์ขึ้นสู่อาสน์สงฆ์ - อุบาสกอาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล - อุบาสกอาราธนาพระปริตร - พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ |
| 10.40 น. |
- เจ้าภาพกองผ้าป่ากล่าวคำถวายผ้าป่ามหากุศล และกล่าวคำถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน - พระสงฆ์รับ-พิจารณาผ้าบังสุกุลจีวร - เจ้าภาพกองผ้าป่า-แขกผู้มีเกียรติ ถวายจตุปัจจัยไทยทานแล้ว พระสงฆ์กระทำอนุโมทนา-ให้พร |
| 11.15 น. | - พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเพล-ญาติโยมรับประทานอาหาร |
| 12.30 น. | - พิธีเวียนเทียนวันมาฆบูชา |
| 13.30 น. |
- สาธุชนตั้งกองผ้าป่ามหากุศลสมทบทุนร่วมสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ - พระสงฆ์วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ผู้ได้รับนิมนต์ขึ้นสู่อาสนสงฆ์ - อุบาสกอาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล - เจ้าภาพกองผ้าป่ากล่าวคำถวายผ้าป่ามหากุศล - พระสงฆ์รับ-พิจารณาผ้าบังสุกุลจีวร - เจ้าภาพกองผ้าป่าและแขกผู้มีเกียรติถวายจตุปัจจัยไทยทานแล้ว พระสงฆ์กระทำอนุโมทนา-ให้พร |
| 14.00 น. เป็นต้นไป | - สาธุชนเข้าถวายสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุส่วนสำคัญต่างๆ |
| 21.00 น. | - ปิดการบำเพ็ญกุศลประจำวัน |
อ่านรายละเอียดการร่วมสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ ที่ http://www.dhammakaya.org/ข่าว-กิจกรรม/ร่วมสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ
| Attachment | Size |
|---|---|
| นมัสการพระบรมสารีริกธาตุ เดือนมีนาคม 2555 | 735.71 KB |
| กำหนดการนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ เดือนมีนาคม 2555 | 137.9 KB |

