ทำสมาธิแล้วมืด ไม่เห็นอะไร พยายามนึกดวงแก้ว แต่ก็ไม่เห็น



ทำอย่างไรถึงจะแก้โรคเบื่อชีวิต เกิดมาแล้วเดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ กิจวัตรประจำวันก็ซ้ำซาก จำเจ น่าเบื่อหน่าย เมื่อปฏิบัติสมาธิแล้วก็มืดไม่เห็นอะไรเลย พยายามนึกไปที่ดวงแก้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะเห็นได้ จะทำอย่างไรดี ?


ตอบ:

หากเบื่อด้วยกิเลส (โทสะ/นิวรณ์) จะเป็นทุกข์ จมอยู่ในความทุกข์   หากเบื่อด้วยปัญญา เข้าใจโลกตามที่เป็นจริง จิตใจย่อมปลอดโปร่ง  แล้วหาทางพ้นด้วยการปฏิบัติตามพุทธธรรม

การนึกดวงแก้วในเบื้องต้นเป็นวิธีทำใจให้สงบ  เพราะฉะนั้น สำหรับคนส่วนใหญ่ ก็ยังเป็นได้แค่การ “นึก” ยังไม่ใช่ “เห็น”  (ยกเว้นไม่กี่คนที่ครั้งแรกนึกแล้ว “เห็น” เลย)

เมื่อเพียรพยายาม “นึก” อยู่เรื่อยๆ   ใจจะค่อยๆ ได้รับการฝึกให้เชื่อง    ความฟุ้งซ่านจะลดลง   ได้สัมผัสความ “สันติสุข” จากการที่ใจเริ่มสงบบ้างโดยที่ยังไม่เห็นอะไรนั้น     เมื่อถึงจุดที่จิตสงบพอดี หยุดนิ่งอยู่ ณ ศูนย์กลางกาย ก็จะ “เห็น” นิมิตแสงสว่างหรือดวงแก้วปรากฏขึ้น ซี่งเป็นไปด้วยอำนาจของความสงบใจ   ไม่ใช่ด้วยอำนาจของการ “นึก”

เพราะฉะนั้น หากเข้าใจธรรมชาติของจิตว่าเป็นเช่นนี้แล้ว  เราก็จะไม่บังคับใจ บังคับตา ของเราให้เห็น   เราจะไม่ใจร้อนหงุดหงิดเมื่อยังไม่เห็น  เราจะไม่พากเพียรจัดเกินไป  ด้วยความ “อยาก” เห็น

แต่เราจะวางใจเป็นกลางๆ ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ในทุกอิริยาบถ คือ ยืนเดินนั่งนอน เพราะเรามีความสงบสุขทุกครั้งที่เรานั่งสมาธิ  บุญบารมีของเราเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เรานั่งสมาธิ  สติสัมปชัญญะดีขึ้นเรื่อยๆ  ฯลฯ