ทำอย่างไรจึงจะได้เห็นดวงปฐมมรรคเร็วๆ ? 2



ทำอย่างไรจึงจะได้เห็นดวงปฐมมรรคเร็วๆ ? 2


ตอบ:

ปัญหาที่ว่าทำอย่างไรผู้ปฏิบัติจึงจะได้ดวงถึงปฐมมรรคเร็วๆ  หรือดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายนับตั้งแต่เบื้องต้น ไปเบื้องกลาง เบื้องสูง

เอาเบื้องต้นเสียก่อนนั้น   ความจริงเป็นเรื่องที่เร่งไม่ได้   การที่ผู้ปฏิบัติภาวนาธรรมจะถึงดวงปฐมมรรคได้นั้น ขึ้นอยู่ที่เหตุปัจจัยที่สำคัญหลายประการ

ประการที่ 1 ก็คือว่า ขึ้นอยู่ที่บุญกุศล มีทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล ซึ่งจะ เจริญขึ้นเป็นบารมี อุปบารมี ปรมัตถบารมี มีทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี ... ไปจนถึงเมตตา อุเบกขาบารมี ว่าได้ประกอบบำเพ็ญมากี่มากน้อย

ประการที่ 2 ในส่วนที่เป็นอธิษฐานบารมี ถ้าหากว่าผู้ปฏิบัติธรรมได้เคยอธิษฐานบารมีไว้ในระดับเบื้องต้นคือปกติสาวก   ระยะเวลาของการบำเพ็ญบารมีก็สั้น คือสั้นกว่าผู้ที่ตั้งจิตอธิษฐานสร้างบารมีหรือบำเพ็ญบารมีเป็นพระสาวกที่สูงยิ่งไปกว่านี้  เช่น อัครสาวก อสีติมหาสาวก เป็นต้น หรือสูงขึ้นไปเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า พระสัพพัญญูพุทธเจ้า เหล่านี้ล้วนแต่ต้องบำเพ็ญบารมีมากกว่ากันไปตามระดับ นี้เป็นเหตุปัจจัยหนึ่งว่าได้บำเพ็ญบารมีมากี่มากน้อย

ประการที่ 3  ขึ้นอยู่ที่บาปอกุศลที่ตนได้กระทำขึ้นในอดีตมาถึงปัจจุบัน   ใครทำบาปอกุศลมาก ก็เป็นอุปสรรคขัดข้องมากตามส่วน   นี่เป็นเรื่องอดีต   แต่ในเรื่องปัจจุบัน ผู้รู้ที่ประสงค์ที่จะประพฤติปฏิบัติภาวนาธรรมให้เห็น ให้ถึงดวงปฐมมรรคเร็ว ก็ต้องบำเพ็ญคุณความดีอันได้แก่ ทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล ให้เพิ่มมากขึ้น

ทานกุศลนั้น  เป็นเครื่องชำระกิเลสประเภทความตระหนี่  ความเห็นแก่ตัว  ประเภทความโลภ  ประเภทตัณหาราคะ  ประเภทความยึดมั่นถือมั่นด้วยตัณหาและทิฏฐิ  ให้หมดไปจากจิตใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  ให้เบาบางลง แปลว่าให้รู้จักละ รู้จักวาง เมื่อละวางได้มากเท่าใด ใจก็ว่างได้มากเท่านั้น   เพราะฉะนั้น พระพุทธองค์จึงทรงบำเพ็ญบารมีคือ ทานกุศลเป็นทานบารมี อุปบารมี ปรมัตถบารมี เป็นเบื้องต้นและเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ส่วนศีลกุศลนั้น  เป็นเครื่องป้องกันหรือเครื่องกลั่นกรองความประพฤติปฏิบัติ ที่เป็นการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่นให้เดือดร้อน   เพราะฉะนั้น ผู้ใดรักษาศีลบริสุทธิ์อยู่เสมอ กาย วาจา ก็สะอาดบริสุทธิ์    จิตใจก็อ่อนโยนที่จะอบรมให้หยุด ให้นิ่ง ได้โดยง่าย เพราะไม่ต้องเดือดร้อนด้วยเวรภัยซึ่งจะเกิดขึ้นจากความประพฤติผิดศีล   แปลว่าผู้รักษาศีล จิตใจก็สงบ กายวาจาก็สงบระงับ  เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ใจได้รับการอบรมให้สงบระงับได้โดยง่าย

ส่วนภาวนากุศล ต้องทำบ่อยๆ เนืองๆ  ไม่ละเว้นเสียกลางคัน   ด้วยใจรัก  ด้วยความเพียร  ด้วยความต่อเนื่อง ด้วยมีสติพิจารณาในเหตุสังเกตในผล   ปรับจิตใจของตนให้หยุดให้นิ่ง ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้สามารถทำทุกอิริยาบถ  คือเดิน ยืน นั่ง และนอน  ยามเมื่อว่างจากภารกิจการงาน  ตรึกนึกให้เห็นดวงแก้วกลมใส   ใจอยู่ในกลางของกลาง ตรงจุดเล็กใส   บริกรรมภาวนาว่า "สัมมาอรหังๆๆ" ไว้มากๆ ต่อเนื่องไปมากๆ   ศีลกุศลก็จะเจริญขึ้นด้วย    ใจก็จะได้รับการฝึกอบรมให้หยุดให้นิ่งได้โดยง่าย  หรือที่เรียกว่าจิตจะเป็นเร็วขึ้น   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม้ก่อนนอน   ถ้าก่อนนอนท่านก็ยังบริกรรมนิมิต บริกรรมภาวนาคู่กันไปจนหลับ   ก่อนจะหลับ จิตดวงเดิมจะตกศูนย์  จิตดวงใหม่จะลอยเด่นขึ้นมาใส ท่านสามารถจะเห็นได้โดยง่าย   และอาศัยอารมณ์เช่นนั้น ก่อนจะหลับ ก่อนจะตื่นเหมือนกัน  ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายและใจนั้น จะลอยเด่นขึ้นมาที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7   ท่านสามารถจะเห็นได้โดยง่าย เมื่อเห็นได้ง่ายแล้ว  ท่านก็อาศัยอารมณ์นั้นมาใช้บริกรรมต่อไป   ไม่ช้าท่านก็ถึงดวงปฐมมรรคได้

อย่าลืม  จงประกอบทานกุศล เพื่อละเพื่อวาง   รักษาศีลเป็นศีลกุศล เพื่อระวังกายวาจาใจ มิให้เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น   หมั่นเจริญภาวนากุศล  ท่องในใจสัมมาอรหังๆ ตรึกนึกให้เห็นดวงแก้ว กลมใส ใจอยู่ในกลางของกลาง ตรงจุดเล็กใส ที่ศูนย์กลางกายไว้เรื่อยๆ ทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน ยามเมื่อว่างจากภารกิจการงาน จิตจะเป็นเร็วขึ้น และท่านจะถึงดวงปฐมมรรคได้เร็ว