หลังปฏิบัติภาวนา รู้สึกมึนๆ หรือปวดศีรษะหรือบริเวณกระบอกตา

การเตรียมตัว    สิ่งที่ควรรู้และเข้าใจ    ประโยชน์    ปัญหาน่ารู้


การเจริญภาวนา  ต้องมีครูคุมหรือไม่
ทำอย่างไรจึงเห็น "ดวง" ได้เร็วๆ
เห็นนิมิตลวงหรือนิมิตแปลกๆ  ทำอย่างไร
เห็นนิมิตได้เดี๋ยวเดียว นิมิตก็หายไป
มึนหรือปวดกระบอกตา  หลังนั่งสมาธิ
การเจริญภาวนา จำเป็นต้องผ่านนิมิตไหม

ผู้ที่รู้สึกหนักๆ มึนๆ หรือปวดศีรษะหรือที่บริเวณกระบอกตา ภายหลังการปฏิบัติภาวนา    ปัญหาข้อนี้มักเกิดกับผู้ปฏิบัติที่พยายาม ใช้ตาเนื้อเพ่งมองให้เห็นนิมิต ที่ศูนย์กลางกาย อาจจะเป็นเพราะอยากเห็นนิมิตเกินไปจึงพยายามมองนิมิตให้เห็นด้วยตาเนื้อ  หรือไม่ก็ปฏิบัติผิดวิธีที่ให้คำแนะนำว่า "นึกให้เห็นด้วยใจ"

พึงเข้าใจว่าการเจริญภาวนาสมาธินั้น เป็นการฝึกอบรมจิตใจให้หยุดให้นิ่ง เป็นกิจทางใจ ไม่ใช่กิจทางอายตนะอื่น อย่างเช่น ตาเนื้อเพราะฉะนั้นเมื่อใช้ตาเนื้อเพ่งดูให้เห็นนิมิตจึงไม่ได้เห็น เพราะผิดวิธี  และแถมยังเป็นเหตุให้รู้สึกหนักๆ มึนๆ หรือปวดที่ศีรษะหรือที่บริเวณกระบอกตาอีกด้วย  เพราะประสาทตาเครียดเนื่องจากถูกใช้งานผิดวัตถุประสงค์

หลักปฏิบัติที่ถูกต้อง จึงให้จินตนาการหรือนึกให้เห็นนิมิตด้วยใจ พร้อมด้วยบริกรรมภาวนาว่า "สัมมาอะระหังๆๆ" คู่กันไป เพื่อผูกใจให้มารวมหยุดอยู่กับบริกรรมนิมิต แล้วค่อยๆ รวมหยุดในหยุดเป็นจุดเดียวหรืออารมณ์เดียว แล้วจิตก็จะตกศูนย์ บางรายจะรู้สึกมีอาการเบาหวิวๆ ในขณะจิตดิ่งลงสู่สมาธิ เมื่อปล่อยใจให้ดิ่งลงสู่สมาธิเพียงชั่วครู่เดียว ก็จะเห็นนิมิตเป็นดวงกลมใสแจ่ม หรือพระพุทธรูปขาวใส เกตุดอกบัวตูม ปรากฏขึ้น ณ ที่ศูนย์กลางกายนั้นเอง แล้วอาการดังกล่าวก็จะหมดไป