ภาวนา คืออะไร ?
สมาธิคืออะไร ? มีกี่ระดับ ?
อุปสรรคของสมาธิคืออะไร ?
อิริยาบถที่ใช้ในการฝึกสมาธิ
นิมิตคืออะไร ?
ภาวนา แปลว่า การทำให้มีขึ้นเป็นขึ้น, การทำให้เกิดขึ้น, การเจริญ, การบำเพ็ญ หมายถึง การฝึกอบรม ตามหลักพระพุทธศาสนา มี 2 อย่าง คือ
- สมถภาวนา ฝึกอบรมจิตให้เกิดความสงบ
- วิปัสสนาภาวนา ฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความรู้เข้าใจตามเป็นจริง
อีกนัยหนึ่ง จัดเป็น 2 เหมือนกันคือ
- จิตตภาวนา การฝึกอบรมจิตใจให้เจริญงอกงามด้วยคุณธรรม มีความเข้มแข็งมั่นคง เบิกบาน สงบสุขผ่องใส พร้อมด้วยความเพียร สติ และสมาธิ
- ปัญญาภาวนา การฝึกอบรมเจริญปัญญา ให้รู้เท่าทันเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง จนมีจิตใจเป็นอิสระ ไม่ถูกครอบงำด้วยกิเลสและความทุกข์
สมาธิ หมายถึง ความที่จิตใจสงบ ตั้งมั่น ไม่ฟุ้งซ่าน แน่วแน่อยู่กับสิ่งที่ใจนึกคิด สิ่งที่กำลังกระทำ นั้นๆ มี 3 ระดับ คือ
- ตามปกติ คนเราทุกคนก็มีสมาธิอยู่แล้ว แต่เป็นสมาธิชั่วขณะ ที่เรียกว่า ขณิกสมาธิ เป็นสมาธิที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ในการทำหน้าที่การงาน ศึกษาหาความรู้ อ่านหนังสือ พักผ่อน ทำกิจกรรมต่างๆ ในการปฏิบัติธรรมโดยทั่วไป เช่น การฝึกสติ เจริญกุศล ทำทาน ฟังธรรม เป็นสมาธิในระดับหนึ่ง คือยังอยู่ในระดับเบื้องต้น
- อุปจารสมาธิ หมายถึง สมาธิจวนจะตั้งมั่น แน่วแน่ คือยังไม่นิ่งสนิทเต็มที่ สามารถทำให้ นิวรณ์ สงบระงับไปได้ แต่ยังไม่มีกำลัง เปรียบเหมือนเด็กเล็กๆ ลุกขึ้นยืนได้บ้าง ล้มลงบ้าง
- อัปปนาสมาธิ หมายถึง สมาธิตั้งมั่น เต็มที่ ที่เรียกว่า ฌาน คือกำจัดนิวรณ์สงบราบคาบแล้ว และสามารถรักษาจิตให้แน่วแน่ได้ตลอด เปรียบเหมือนผู้ใหญ่ที่แข็งแรง ยืนได้ขึ้นอย่างมั่นคง
ส่วนการเจริญภาวนา เช่น สมถภาวนา หรือวิปัสสนาภาวนา นั้น เน้นการใช้สมาธิในระดับสูงคือในระดับที่จิตตั้งมั่นแน่วแน่จริงๆ เพื่อให้ได้ผลเป็นการตัดกิเลสเครื่องเศร้าหมองของจิตใจได้เด็ดขาด
ฉะนั้น เราจึงสามารถเลือกใช้และเลือกฝึกระดับของสมาธิให้เหมาะสมกับกิจการที่เรากระทำได้
อุปสรรคของสมาธิ ได้แก่ นิวรณ์ หมายถึง สิ่งที่กั้นจิตไม่ให้ก้าวหน้าในคุณความดี, ไม่ให้บรรลุสมาธิได้ มี 5 อย่าง คือ
- กามฉันท์ พอใจในกามคุณ 5 ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส สิ่งสัมผัสทางกาย ที่น่ารักน่าใคร่
- พยาบาท คิดร้ายผู้อื่น
- ถีนมิทธะ ความหดหู่ ท้อแท้ และซึมเซา ง่วงซึม เคลิ้มหลับ
- อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน และหงุดหงิด รำคาญใจ
- วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย ไม่แน่ใจในคุณพระรัตนตรัย และวิธีการที่ปฏิบัติ
อีกอย่างหนึ่ง หมายถึง อุปกิเลสของสมาธิ 11 อย่าง ได้แก่
- วิจิกิจฉา ความลังเล หรือความสงสัย
- อมนสิการ ความไม่สนใจ ใส่ใจ ไว้ให้ดี
- ถีนมิทธะ ความท้อ และความเคลิบเคลิ้ม ง่วงนอน
- ฉัมภิตัตตะ ความสะดุ้งหวาดกลัว
- อุพพิละ ความตื่นเต้นด้วยความยินดี
- ทุฏฐุลละ ความไม่สงบกาย
- อัจจารัทธวิริยะ ความเพียรจัดเกินไป
- อติลีนวิริยะ ความเพียรย่อหย่อนเกินไป
- อภิชัปปา ความอยาก
- นานัตตสัญญา ความนึกไปในสิ่งต่างๆ เรื่องราวต่างๆ ที่เคยผ่านมาหรือจดจำไว้ มาผุดขึ้นในขณะทำสมาธิ
- รูปานัง อตินิชฌายิตัตตะ ความเพ่งต่อรูปหรือเพ่งต่อนิมิตนั้นจนเกินไป
เราสามารถฝึกสมาธิได้ใน ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน แต่สำหรับการฝึกสมาธิในขั้นสมถะและวิปัสสนาภาวนานั้น ผู้ปฏิบัตินิยมใช้ ท่านั่ง-ขัดสมาธิ เพราะเป็นท่าที่สงบ มั่นคง ร่างกายได้รับความสบายพอควร ไม่มากไม่น้อยเกินไป ช่วยให้การฝึกสมาธิได้ผลดี แต่ถ้าไม่สะดวกหรือไม่ถนัด จะนั่งในท่าพับเพียบ หรือนั่งบนเก้าอี้ก็ได้ หรือท่าใดๆ ก็ได้ ที่รู้สึกสบายพอควร แต่อย่านั่งพิง เพราะถ้าสบายเกินไปอาจทำให้เผลอสติ เผลอหลับได้
นิมิต แปลว่า เครื่องหมาย ได้แก่ วัตถุอันเป็นเครื่องหมายแห่งสีมา, โดยเฉพาะในการฝึกสมาธิ หมายถึง เครื่องหมายสำหรับให้จิตกำหนด, ภาพของสิ่งที่ผู้ฝึกสมาธินำมาใช้นึกในใจ, สิ่งที่นึกให้เห็นในใจของผู้ทำสมาธิ, มี 3 คือ
- บริกรรมนิมิต นิมิตแห่งบริกรรม หรือนิมิตตระเตรียม ได้แก่สิ่งที่เพ่ง หรือกำหนดนึกในการทำสมาธิ เช่น ดวงแก้วกลมใส หรือพระพุทธรูปขาวใส
- อุคคหนิมิต นิมิตที่ใจเรียน หรือนิมิตติดตาติดใจ ได้แก่ สิ่งที่เพ่งหรือนึกนั้นเอง ที่แม่นในใจ จนหลับตามองเห็น
-
ปฏิภาคนิมิต นิมิตเสมือน หรือนิมิตเทียบเคียง ได้แก่ อุคคหนิมิตนั้น เจนใจจนกลายเป็นภาพที่เกิดจากสัญญา เป็นของบริสุทธิ์ จะนึกขยาย หรือย่อส่วนก็ได้ตามปรารถนา
นิมิตที่เห็นได้ติดตา และสามารถนึกขยายให้โตขึ้นได้ หรือย่อให้เล็กลงได้นี้เรียกว่า ปฏิภาคนิมิต
สมาธิที่ใจหยุดได้แนบแน่นอย่างนี้ จัดอยู่ในขั้น อัปปนาสมาธิ ซึ่งเป็นเบื้องต้นของ ปฐมฌาน
