สังคหวัตถุ

 
 

[57]
24 ธันวาคม 2497
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส. (3 หน)

 

ทานญฺจ เปยฺยวชฺชญฺจ อตฺถจริยา จ ยา อิธ
สมานตฺตตา จ ธมฺเมสุ ตตฺถ ตตฺถ ยถารหํ
เอเต โข สงฺคหา โลเก รถสฺสาณีว ยายโต
เอเต จ สงฺคหา นาสฺสุ น มาตา ปุตฺตการณา
ลเภถ มานํ ปูชํ วา  ปิตา วา ปุตฺตการณา
ยสฺมา จ สงฺคหา เอเต สมเวกฺขนฺติ ปณฺฑิตา
ตสฺมา มหตฺตํ ปปฺโปนฺติ ปาสํสา จ ภวนฺติ เตติ.

 

ประพฤติ สังคหวัตถุเช่นนี้ เงินทองก็หาได้ง่าย หาได้สะดวก ใกล้จวนจะไม่มี ก็เอาล่ะ คิดถึงว่าวันนี้จะได้ เงินที่ไหนมาเลี้ยงพระล่ะ เงินจะไม่พอ เอาคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง เขาก็สงสาร เขาก็รักใคร่ เขาก็ นับถือบูชา ชวนใครๆ เขาก็เข้าหุ้นด้วย ได้เลี้ยงพระทุกปี อัศจรรย์นักทีเดียว

 

ณ บัดนี้ อาตมภาพจักได้แสดงธรรมีกถา แก้ด้วย สังคหวัตถุ วัตถุเครื่องสงเคราะห์ ซึ่งกันและกัน เพราะเหตุว่าเราท่านทั้งหลายนั้น ทั้งเป็นคฤหัสถ์ บรรพชิต อุบาสก อุบาสิกา จะอยู่บ้านก็ดี วัดก็ดี จักได้ชื่อว่าเป็นพุทธศาสนิกชนเหมือนกัน ควรต้องสงเคราะห์ซึ่งกัน และกัน สงเคราะห์ซึ่งกันและกันนั่นแหละเรียกว่า “สังคหวัตถุ” สังคหวัตถุ แปลว่า วัตถุ เครื่องสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน จะแสดงในวันนี้นั้นตามวาระพระบาลี คลี่ความเป็นสยามภาษา ตามมตยาธิบาย กว่าจะยุติกาลลงโดยสมควรแก่เวลา

เริ่มขึ้นแห่งพระสูตรนี้ ทานญฺจ เปยฺยวชฺชญฺจ อตฺถจริยา จ ยา อิธ แปลเป็นสยาม ภาษาว่า ทานการให้ก็ดี พูดวาจาไพเราะก็ดี ประพฤติให้เป็นประโยชน์แก่กันและกันก็ดี 3 อย่างนี้เรียกว่าสังคหวัตถุ สมานตฺตตา จ ธมฺเมสุ ตตฺถ ตตฺถ ยฺถารหํ ความประพฤติ ตนให้สม่ำเสมอในธรรมนั้นทั้งหลาย ในบุคคลนั้นๆ ตามสมควร เอเต โข สงฺคหา โลเก รถสฺสาณีว ยายโต ความสงเคราะห์ในโลกเหล่านี้แล เป็นประหนึ่งว่าลิ่มสลักของรถอันไปอยู่ เอเต จ สงฺคหา นาสฺสุ ความสงเคราะห์ทั้งหลายเหล่านี้ไม่พึงมีไซร้ น มาตา ปุตฺตการณา มารดาบิดาย่อมไม่ได้รับความนับถือและบูชาเพราะเหตุที่ตนมีบุตร ยสฺมา จ สงฺคหา เอเต สมเวกฺขนฺติ ปณฺฑิตา เพราะเหตุที่บัณฑิตพิจารณาเห็นซึ่งความสงเคราะห์ทั้งหลายเหล่านี้ ตสฺมา มหตฺตํ ปปฺโปนฺติ บัณฑิตจึงถึงซึ่งความเป็นใหญ่ ปาสํสา จ ภวนฺติ เตติ บัณฑิตทั้งหลาย เหล่านั้นย่อมเป็นผู้ที่ควรนับถือด้วยประการดังนี้ นี่เนื้อความของพระบาลีในสังคหวัตถุ แปลความเป็นสยามได้ความเท่านี้ ต่อจากนี้จะอรรถาธิบายขยายความเป็นลำดับไป

เรียงเนื้อความออกจากบาลีเป็นภาษาไทยเสียชัดๆ ก่อน ตั้งแต่ตอนก่อนว่า ทาน การให้ ประการหนึ่ง ความพูดไพเราะ ประการหนึ่ง ความประพฤติให้เป็นประโยชน์กัน และกันในโลก ประการหนึ่ง ความเป็นคนมีตนสม่ำเสมอในธรรมนั้นๆ ในบุคคลนั้นๆ ตาม สมควร ประการหนึ่ง ความสงเคราะห์ในโลกเหล่านี้แล เป็นประหนึ่งว่าลิ่มสลักของรถ อันไปอยู่ฉะนั้น ถ้าว่าความสงเคราะห์เหล่านั้นไม่มีแล้วไซร้ มารดาบิดาย่อมไม่ได้ความ นับถือและบูชา เพราะเหตุที่ตนมีบุตร เพราะเหตุนั้นบัณฑิตทั้งหลายเห็นเสมอซึ่งความ สงเคราะห์เหล่านี้ เหตุนั้นจึงถึงซึ่งความเป็นใหญ่ บัณฑิตทั้งหลายเหล่านั้นย่อมเป็นผู้ที่ควร นับถือด้วยประการดังนี้ นี่เนื้อความเป็นสยามแท้ ต่อไปนี้จะอรรถาธิบายขยายความเป็น ลำดับไป

ทานการให้นี่เป็นนโยบายของบัณฑิตทั้งหลายแต่ไหนแต่ไรมา คนมีปัญญาแล้วก็ ต้องให้ทาน ถ้าคนโง่แล้วเห็นว่าสิ้นไปหมดไป ถ้าว่าคนมีปัญญาแล้วเห็นว่ายิ่งให้ยิ่งมียกใหญ่ เห็นแก่อย่างนี้แหละ

ทางไหนจะผิดจะถูกกันน่ะ การให้ ลองดูซิ แต่ว่าเป็นเหมือนกันเสมอหรือ การให้ นี่ว่าเป็นประโยชน์จริงๆ ให้ทุกคน แต่การให้นั้นแคบกับกว้างเท่านั้น การให้แคบๆ ให้แก่ ตัวเอง ให้แก่สามีภรรยา ให้แก่ครอบครัว ให้แก่ลูกหญิงลูกชายของตนเอง นอกจากนั้น ไม่ให้ กลัวหมด กลัวเปลือง กลัวสิ้นไป นี่ให้กลัวหมด กลัวสิ้นอย่างนี้ พวกที่เห็นกว้าง ออกไปว่าเราให้ซึ่งกันและกัน ในสามีภรรยา ในบุตรและธิดา ถ้าว่าให้สามี สามีก็ยินดีด้วย ให้ภรรยา ภรรยาก็ยินดีด้วย ถ้าให้แก่บุตรและธิดา บุตรธิดาก็ยินดีด้วย ถ้าจะให้มากเข้าไปกว่านั้น กลัวสิ้น กลัวหมด กลัวเปลือง นี่ความเห็นแคบๆ อย่างนี้ ได้รับความเคารพนับถือ บูชาเฉพาะครอบครัวของตัวเท่านั้น ถ้าไม่ให้เล่า ไม่ได้รับความเคารพนับถือบูชาทีเดียว ให้กว้างออกไปกว่านั้น กว้างออกไปเทียวเท่าใดเขาก็นับถือตนดุจกับมารดาบิดากว้างออก ไปเท่านั้น การกว้างออกไปเช่นนั้นได้ประโยชน์อะไรหรือ ให้แคบๆ วงแคบๆ ได้ประโยชน์ หรอก แต่น้อย ไม่เหมือนให้กว้างออกไป ให้กว้างออกไปประโยชน์มาก ประโยชน์มากนัก ในทางพุทธศาสนาก็เช่นนั้น ชอบให้ในการกว้างๆ ไม่ชอบให้ในการแคบๆ การให้แคบๆ ดีเหมือนกัน แต่ว่าได้น้อย ไม่เหมือนกว้างๆ ออกไป ดังมารดาบิดาให้แก่บุตร ภรรยาสามี ให้แก่กันและกัน ในครอบครัวกันและกัน ให้แล้วมุ่งบุตรในกันและกัน ให้ลูกหญิงลูกชายก็ เพื่อให้ปฏิบัติตนต่อไป พอจะได้ดำรงตระกูลของตนต่อไป ก็มุ่งเท่านั้น เมื่อให้บุตรและธิดา ได้เท่าไรให้ไป เขาก็ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้ได้รับแล้ว ความให้ชนิดนี้ในทางโลกก็แคบ ยิ่งทาง ศาสนาก็ให้ดุจเดียวกัน เฉพาะพระเณรที่ชอบใจ ที่รู้จักเป็นเครือญาติของตน ที่เป็นที่สนิท ชิดชอบกับตน ถ้าหากว่าคนนั้นไม่ให้ เห็นว่าจะมากเกินไป ให้เพียงเท่านั้นก็ได้ประโยชน์ เหมือนกัน แต่ว่าแคบ ทางพุทธศาสนายินดีในการให้กว้างๆ ทางโลกละก้อ ดุจเดียวกัน ถ้าให้ กว้างๆ ออกไป จะเป็นชาวนาก็กว้างขวาง จะเป็นชาวสวนก็กว้างขวาง จะเป็นพ่อค้าแม่ค้า ก็กว้างขวาง จะเป็นคนพลเรือนใดๆ ก็กว้างขวาง ยิ่งคนปกครองก็ยิ่งกว้างขวางออกไป จำเป็น ต้องให้กว้างออกไปทีเดียว ชื่อเสียงก็กว้างออกไป หน้าที่ก็กว้างออกไป การให้นั่นแหละเป็น ข้อสำคัญนัก ไม่ต้องไปขอไปร้องใคร ทำอะไรสำเร็จหมดด้วยการให้ แต่ว่าต้องฉลาดให้ ถ้าโง่ให้ ยิ่งจนใหญ่ ถ้าฉลาดให้ ยิ่งให้ยิ่งรวยใหญ่ มันเป็นอย่างนี้ ต้องฉลาดให้อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ทานญฺจ ทานเป็นวัตถุสำคัญสำหรับสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน ประการหนึ่ง

เราเกิดมาในมนุษย์โลก หญิงชายคฤหัสถ์บรรพชิตไม่ว่า เกิดมาต่างคนต่างมีตัว เปล่าๆ มีแต่บุญกุศลพิทักษ์รักษามา มาแสวงหาทรัพย์สมบัติ ได้เขตสำหรับในโลกนี้ ก็ย่อม เฉลี่ยซึ่งกันและกัน ตามมีตามจะเฉลี่ยได้ ตามสามารถที่จะทำได้เฉลี่ยได้ สามารถจะทำได้ เพียงแค่ไหน ก็ทำไปแต่เพียงนั้น อย่าให้เกินกำลังกว่าตัว อย่าให้เดือดร้อน ทำพอสมควร แก่การ เพราะเรามาไม่นานเท่าใดนัก ก็จะต้องลาโลกนี้ ผ่านโลกนี้ไป ไปโลกอื่นอีกต่อไป การให้สำเร็จที่เป็นอัตภาพที่เป็นมนุษย์นี้ เมื่อพ้นอัตภาพมนุษย์นี้เสียแล้ว ก็ไม่ได้ให้กัน ให้กัน ไม่ได้ ไปเป็นรูปพรหมให้กันไม่ได้ ไปเป็นอรูปพรหมให้กันไม่ได้ ทุกชั้นไปของสมบัติทิพย์ ก็มีด้วยกันทั้งสิ้น ไปนิพพานก็ให้กันไม่ได้ ให้กันได้แต่เฉพาะเป็นมนุษย์นี่เท่านั้น ที่ให้กันได้ เป็นสัตว์เดรัจฉานให้กันไม่ได้ เป็นเปรต อสุรกาย ให้กันไม่ได้ เป็นสัตว์นรกให้กันไม่ได้ ให้กันได้เฉพาะแต่ในมนุษย์นี้เท่านั้น

เขาว่าการให้นี้มีผลมากมายนัก มีฤทธิ์เดช ถ้าให้เสียมากๆ ให้เสียเต็มศรัทธาสามารถ แล้ว ให้มากๆ เสียแล้ว ชาติใดๆ ไปเป็นคนมาก เป็นคนกว้างขวาง ต้องเป็นคนปกครอง กว้างขวางใหญ่โตออกไป การให้นี้ให้สำเร็จประโยชน์ถึงเจ้าจักรพรรดิราช เป็นเจ้าจักรพรรดิราชบ้าง ต่ำลงมากว่านั้นเป็นมหาราชาธิราชบ้าง ปกครองประเทศทั้งหมดชมพูทวีป หรือย่อยลงมากว่านั้นเป็นพระยาประเทศราช เหมือนยังกับชมพูทวีปเวลานี้ เป็นแต่เพียงพระยาประเทศราชเท่านั้น ทุกๆ ประเทศมีเจ้าแผ่นดินปกครองเป็นพระเจ้าประเทศราช ทั้งนั้น ยังลดลงมากว่านั้นเป็นผู้ปกครอง เป็นประธานชั่ว 4 ปี 4 ปีเท่านั้นเลิกเป็นพระยา ประเทศราชเสียแล้ว ถึงกระนั้นก็ยังมีพระยาประเทศราชอยู่ แต่ว่าอยู่ใต้กฎหมาย นี่บุญ วาสนาลดหย่อนผ่อนลงมาถึงขนาดนี้ ก็ต้องสำเร็จได้ด้วยการให้ เป็นเศรษฐี มหาราช ก็สำเร็จด้วยทานการให้ เป็นคหบดีมหาศาลมีทรัพย์สมบัติบริวาร ข้าทาสบริวารก็สำเร็จด้วย การให้ ถ้าไม่ให้ ไม่สำเร็จอย่างนั้น เพราะฉะนั้นการให้ ถ้าอยากมีสมบัติยิ่งใหญ่มหาศาลละก้อ ต้องอุตส่าห์บำเพ็ญทาน บริจาคทาน นี้ได้ชื่อว่า ทานญฺจ ทานการให้ ประการหนึ่ง

เปยฺยวชฺชญฺจ เมื่อเป็นผู้มีพวกมากถึงขนาดนั้นเข้าแล้ว ต้องมีวาจาไพเราะ อ่อนหวาน พูดเพราะ พูดเป็นประโยชน์ พูดแล้วผู้สดับตรับฟังรักใคร่ดูดดึงในใจ ไม่อยากออก ไปห่าง อยากเข้ามาอยู่ในที่ใกล้ อยากจะสนิทชิดชมด้วยเสมอไป เพราะความพูดอันนั้น เป็นตัวสำคัญนัก ถ้าว่าหัดวาจาไพเพราะเสียในชาตินี้ ชาติต่อๆ ไป วาจาของตนศักดิ์สิทธิ์ จะพูดอะไร สำเร็จกิจหมดทุกอย่าง ถ้าใช้วาจาหยาบก็เท่ากับวาจาจอบตัวเอง ในชาตินี้ก็ดี วาจาหมดอำนาจ หมดสิทธิ์ ไม่มีอำนาจอะไร พูดไปก็เท่ากับไม่ได้พูด พูดอะไรเป็น ไม่สำเร็จ เพราะวาจาของตนไม่ได้บำเพ็ญกุศลทางวาจาไว้ ถ้าบำเพ็ญกุศลทางวาจาได้ แล้ว กล่าววาจาใด วาจาศักดิ์สิทธิ์ นี่ไม่ได้เป็นของพอดีพอร้าย เรื่องวาจาศักดิ์สิทธิ์นี้ เมื่อครั้งสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว กษัตริย์ทั้ง 6 พระนคร 7 พระนคร 8 พระนคร ทั้ง 6 พระนครเกิดประหารซึ่งกันและกัน จะรบกันยกใหญ่ เมื่อครั้ง แย่งพระบรมธาตุกัน ในครั้งนั้นไม่มีใครสามารถมีวาจาศักดิ์สิทธิ์จะเปลื้องความในครั้งนั้น ได้มีพราหมณ์ผู้หนึ่ง ท่านโทณพราหมณ์เข้าไป มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ขึ้นในที่นั้น ห้ามพุทธกิจ ในการแย่งพระบรมธาตุ ในครั้งนั้นสำเร็จได้ นั่นเพราะอาศัยอะไร เพราะอาศัยวาจาของ ท่านพราหมณ์อันศักดิ์สิทธิ์ วาจาศักดิ์สิทธิ์นั่นแหละ ท่านได้สร้างวาจาไพเราะของท่านไว้ ถ้ากษัตริย์ผู้ใดคือว่าผู้ใดได้ฟังเข้าแล้วจะอ่อนน้อมตามวาจาของท่านเป็นเช่นนี้ เพราะ สร้างวาจาที่ดีของท่านไว้ สร้างวาจาที่ไพเราะอ่อนหวานไว้ ถ้าใครต้องการวาจาศักดิ์สิทธิ์ เช่นนี้ ต้องพยายามห้ามวาจาทุจริตเสีย ให้มีวาจาสุจริตอยู่ร่ำไป เมื่อกล่าวขึ้นแล้ว เป็น ประโยชน์แก่ตนบ้าง ประโยชน์แก่คนอื่นบ้าง เป็นประโยชน์ทั้งตนบุคคลอื่นได้ วาจาไม่เป็น ประโยชน์แล้วเสียเวลา พวกที่พูดวาจาพล่อยๆ เอาเรื่องเอาราวไม่ได้ วาจาเหลวไหล ชนิดนี้ ฆ่าวาจาของตัวเอง ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของตัวเอง ไม่มีใครทำให้ นี้ต้องอุตส่าห์แก้ไข วาจาของตนให้เป็นวาจาที่ไพเราะอ่อนหวานอยู่ร่ำไป นี้เป็นประโยชน์แก่ตนด้วย เป็น ประโยชน์แก่บุคคลอื่นด้วย เป็นทั้งประโยชน์แก่กันและกัน

ประพฤติให้เป็นประโยชน์ในโลกนี้ หรือประพฤติเป็นประโยชน์ในกันและกัน ใน เพื่อนมนุษย์ก็ดี หรือกับสัตว์เดรัจฉานก็ดี ประพฤติให้เป็นประโยชน์ทีเดียว ลักษณะที่ ประพฤติให้เป็นประโยชน์เป็นอย่างไร การประพฤติให้เป็นประโยชน์ ทำอะไรให้เป็นตัวอย่าง ดีทั้งนั้น จะทำสิ่งใดด้วยกายทุกอย่าง ให้เป็นตัวอย่างดีของเพื่อนมนุษย์ ให้เป็นประโยชน์แก่ มนุษย์ จะพูดสิ่งไรด้วยวาจาแล้ว ล้วนแต่ให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ ให้ได้ผลแก่เพื่อนมนุษย์ ให้เป็นตัวอย่างแก่เพื่อนมนุษย์ การประพฤติทั้งกายทั้งวาจาเป็นประโยชน์แก่เพื่อน มนุษย์ แล้วทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะเป็นการทำลายตน ใครใกล้เคียงก็แก้ไข มนุษย์ที่ทำนานั้น ให้ได้ผลเกิดสุข ให้ได้ผลดีเป็นลำดับขึ้นไป การทำสวนก็ดี ใครอยู่ใกล้เคียงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำเป็นตัวอย่าง ให้เป็นประโยชน์ดีแก่เพื่อนมนุษย์ แก่เพื่อนฝูงที่ใกล้เคียงกัน หรือจะค้าขาย ก็ดี ผู้ที่ค้าขายใกล้เคียงกัน ให้เป็นประโยชน์แก่พวกที่ค้าขายใกล้เคียงกัน นี้ได้ชื่อว่าประพฤติ ตนให้เป็นประโยชน์ เมื่อประพฤติตนให้เป็นประโยชน์แล้ว แก้ไขตัวเองไม่ให้มีตำหนิ จะเป็นภิกษุก็เป็นภิกษุที่ดีทีเดียว จะเป็นสามเณรก็เป็นสามเณรที่ดีทีเดียว จะเป็นอุบาสกก็เป็น อุบาสกที่ดีทีเดียว จะเป็นอุบาสิกาก็เป็นอุบาสิกาที่ดีทีเดียว เป็นตัวอย่างได้เช่นนี้ ได้ชื่อว่า อตฺถจริยา ประพฤติตนให้เป็นกระสวน เป็นกระสวนนั่นเป็นอย่างไร ช่อฟ้า เขาทำช่อฟ้า เขามีกระสวน เอากระสวนนั่นมาคาดเข้าแล้ว ทาตามรูปกระสวนนั่น เป็นช่อฟ้าได้ ประพฤติ ให้เป็นตัวอย่าง เขาเพียรทำสิ่งใดเป็นตัวอย่างมาแล้ว ก็เพียรเอาสิ่งนั้นเข้ามาทำมาเป็น แบบแปลนเป็นตัวอย่างต่อไป ประพฤติตนให้เป็นแม่พิมพ์พ่อพิมพ์นั้นเป็นตำราทีเดียว ตำรา พ่อพิมพ์ แม่พิมพ์พระ เหมือนพ่อพิมพ์รูปต่างๆ สวยงามทุกสิ่งทุกประการนั้น ได้ชื่อว่าเป็น ผู้ตามประพฤติเป็นประโยชน์ ประพฤติเป็นประโยชน์อย่างนี้แหละ เรียกว่า สังคหวัตถุ วัตถุเครื่องสงเคราะห์แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันทุกถ้วนหน้า ประพฤติตัวได้อย่างนี้ ทำตามพ่อ

ให้ทาน กล่าววาจาไพเราะ ประพฤติตัวให้เป็นประโยชน์ในกันและกัน หรือในโลกนี้ ทั้งหมด ปรากฏดังนี้ เมื่อประพฤติได้ดังนี้แล้ว เรียกว่าความเป็นผู้มีตนเสมอ มีตนเสมอเป็น อย่างไร ในธรรมนั้น ในบุคคลนั้นๆ เมื่อมาประพฤติเป็นภิกษุ ประพฤติสม่ำเสมอในธรรมที่ เป็นภิกษุ ประพฤติเป็นสามเณร สม่ำเสมอในธรรมที่เป็นสามเณร เมื่อเป็นอุบาสกอุบาสิกา ประพฤติสม่ำเสมอในธรรมที่เป็นอุบาสกอุบาสิกา อยู่ในธรรมนั้นๆ ในบุคคลนั้นๆ เป็น ภิกษุเข้าหมู่ได้ ไม่กระทบกระเทือนใครเลย เป็นสามเณรเข้าหมู่ใดสามเณรใด ไม่กระทบ กระเทือนสามเณรหมู่นั้นเลย เป็นอุบาสกเข้าไปในอุบาสกใด ไม่กระทบกระเทือนอุบาสก ผู้นั้นเลย เป็นอุบาสิกาเข้าไปในหมู่อุบาสิกาใด ไม่กระทบกระเทือนอุบาสิกานั้นเลย นี้ได้ ชื่อว่าสม่ำเสมอในบุคคลนั้น สม่ำเสมอทีเดียว ถ้าประพฤติได้ขนาดนี้ ได้ชื่อว่า นั้นแหละ เรียกว่าสงเคราะห์ซึ่งกันและกันละ ถูกหลักตามวาระพระบาลีดังแสดงมาแล้วละ เมื่อ ประพฤติได้อย่างนี้เรียกว่า สังคหวัตถุ

สังคหวัตถุในโลกเรานี้แล ในโลกต้องประพฤติ 3 ประการนี้ การที่ทำอย่างเป็น สังคหวัตถุสำคัญมาก เมื่อประพฤติได้ดังนี้แล้วเหมือนดังลิ่มสลักของรถที่ไถแล่นไปใน หนทางของรถ ใกล้ไกลไม่ว่า รถนั้นคุมกันอยู่เป็นรถอยู่เสมอ ไม่เคลื่อนในความเป็นรถ ไม่ปรักหักพังแต่อย่างหนึ่งอย่างใด ไปได้เป็นปกติดี จะเป็นรถส่วนตัวก็สะดวก จะเป็น รถโดยสารก็สะดวกทุกสิ่งทุกประการ เพราะอาศัยลิ่มสลักนั้น ไม่เคลื่อนไม่หลุดจากกัน เมื่อเป็นเช่นนั้น มารดาบิดาที่ได้ความบูชา และได้ความนับถือจากบุตรและธิดา เพราะตน มีบุตรต้องประพฤติสงเคราะห์อย่างนี้ให้ ถ้าให้มีการพูดอ่อนหวาน ต้องทำตนให้เป็น ประโยชน์ เป็นตัวอย่างของลูกหญิงลูกชายต่อไป ถ้าเป็นเช่นนี้ลูกหญิงก็นับถือ ลูกชายก็ นับถือ ถ้าว่าไม่เป็นดังนี้ ลูกหญิงก็ไม่นับถือ ลูกชายก็ไม่นับถือ ที่อาศัยนับถือก็เพราะ สังคหวัตถุนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้น ความนับถืออันนี้ที่เกิดจากลูกหญิงลูกชาย ก็เพราะบิดา มารดาเป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา เป็นบัณฑิตชาติในการประพฤติสังคหวัตถุนี้ สมด้วยบาลี ท่านชี้ว่า บัณฑิตชาติผู้ประกอบด้วยความฉลาด ดำเนินด้วยคติของปัญญา มาพิจารณา เห็นความสงเคราะห์เหล่านี้เข้าแล้ว ก็ประพฤติตามความเห็นอันนั้น เพราะเหตุนั้น จึงถึงซึ่ง ความเป็นใหญ่ ที่เขานับถือเชิดชูบูชาก็เพราะสังคหวัตถุนี้ ถ้าไม่ถูกสังคหวัตถุ เขาไม่นับถือ เขาไม่บูชา ถ้าว่าคนมีปัญญาสอดส่องมอง เข้าเนื้อเข้าใจในแนวปฏิบัติเช่นนี้ได้ จะเป็นภิกษุ อยู่ในหมู่ภิกษุ ก็ต้องเป็นใหญ่ในหมู่ภิกษุนั้น จะเป็นสามเณรก็ต้องเป็นใหญ่ในสามเณรนั้น จะเป็นอุบาสก ถ้าประพฤติถูกหลักนี้เข้า ก็ถึงซึ่งความเป็นใหญ่ในอุบาสกนั้น จะเป็นอุบาสิกา ประพฤติถูกหลักนี้เข้า ก็เข้าถึงซึ่งความเป็นใหญ่ในอุบาสิกานั้น เพราะเหตุว่าถูกสังคหวัตถุเข้า ถ้าไม่ถูกสังคหวัตถุเช่นนี้ อย่าว่าแต่ภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกาเลย ลูกหญิงลูกชายก็ไม่ นับถือตัว เพราะประพฤติไม่อยู่ในสังคหวัตถุ ผิดสังคหวัตถุไป ด้วยเหตุนี้ ลูกหญิงลูกชาย ก็ติเตียนตัว เพราะประพฤติไม่ถูกสังคหวัตถุ ถ้าถูกสังคหวัตถุ ย่อมถึงซึ่งความเป็นใหญ่ ควรได้ความสรรเสริญแท้ ย่อมเป็นผู้ที่น่าสรรเสริญว่าเป็นตัวอย่างของคนดีในโลกนี้ บัณฑิต ชาติผู้ฉลาดขนาดนี้ ประพฤติตนได้ความสรรเสริญเช่นนี้ แม้จะอยู่ในโลกนี้ก็ได้รับความ เป็นสุขในโลกนี้ แม้ไปในโลกอื่นก็ประพฤติถูกหลักนี้ เป็นแนวปฏิบัติเช่นนี้ก็ได้รับความนับถือ ในโลกอื่นต่อไป ไม่ว่าชาติไหนภาษาไหน ไม่ว่าโลกไหน ประพฤติถูกหลักนี้แล้ว ก็เป็นที่บูชา ทั้งนั้น เหตุนั้นต้องประพฤติสม่ำเสมอ จะประพฤติลุ่มๆ ดอนๆ ไม่ได้ เหมือนความเป็นพ่อ เป็นแม่กัน ต้องปกครองลูกหญิงลูกชายสม่ำเสมอ ลุ่มๆ ดอนๆ ไม่ได้ สม่ำเสมอตามสมควร นี้ได้ชื่อว่า ถึงซึ่งความเป็นใหญ่จริงอย่างนี้ เพราะว่าตนประพฤติถูกสังคหวัตถุ

ในสังคหวัตถุนี้ ไม่ใช่แต่ในพระพุทธศาสนานี้เท่านั้น ในศาสนาไหนก็ช่าง ในชาติไหน ภาษาไหนก็ช่าง ก็ย่อมได้รับความนับถือดุจเดียวกันในโลกอยู่อย่างเสมอไป เมื่อเข้าใจหลัก อันนี้แล้ว ดัดแปลงแก้ตัวกันเสียใหม่ว่าประพฤติอยู่นี้มีการให้กันหรือเปล่า ไม่มีสังคหวัตถุ ความเป็นใหญ่ก็ไม่มี พูดวาจาไพเราะในกันและกันน่ะ เป็นของที่เราทำบ้างหรือเปล่า หรือ พูดแต่คำหยาบช้าในกันและกัน ถ้าพูดคำหยาบช้าในกันและกัน เลิกพูดคำหยาบช้า พูดวาจา ไพเราะในกันและกัน กลับเสียใหม่ ประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ในกันและกันมีอยู่บ้างหรือ เปล่า ถ้าไม่ ว่ายังไม่เป็นประโยชน์ในกันและกัน ก็กลับใจเสีย ประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ ในกันและกัน เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ถ้าปราศจากสมบัติมนุษย์ ใช้สมบัติมนุษย์ไม่เป็น ก็ เพราะปราศจากสังคหวัตถุ ไม่มีสังคหวัตถุ ถ้ามีสังคหวัตถุดังนี้แล้ว มนุษย์คนใดชั่วไม่มีเข้า มาใกล้ ใช้ได้ทุกคน เป็นสมบัติมนุษย์ของตัวทุกคน เป็นคนดีหมด ทำไมเป็นคนดีหมดล่ะ เพราะสังคหวัตถุ ต้องฉลาดในสังคหวัตถุ เมื่อขาดอะไร ให้ ขาดผ้านุ่ง ให้ผ้านุ่งเสีย ขาด ผ้าหุ่ม ให้ผ้าห่มเสีย ขาดข้าวปลาอาหารที่จะมาบริโภคในวันหนึ่ง ก็ให้เสีย ให้ทานแล้วก็ พูดวาจาไพเราะ เมื่อได้ฟังถ้อยคำสำเนียงแล้วก็ไม่จากไปเลย อยากอยู่ใกล้ทีเดียว อยาก รับใช้รับสอยทีเดียว นี้เพราะสังคหวัตถุ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันละ เป็นสำคัญ

การพูด ไม่ใช่วาจาอันนั้นอันนี้ละนะ ด่าก็ได้ ก็เป็นวาจาไพเราะเหมือนกัน จะด่าไม่ให้ ชั่ว ให้ทำดีเสีย พ่อด่าลูก ก็ไม่ให้ทำชั่วอย่างนี้แหละ นั่นแหละเป็นวาจาไพเราะของพ่อแม่ ที่ลูก ได้ฟังเลยเลิกความชั่ว นั้นแหละเป็นวาจาไพเราะของพ่อแม่ ที่พ่อแม่ได้ทำเข้าแล้ว กลับตัว เป็นประพฤติดี นี้เป็นสังคหวัตถุอย่างนี้ ประพฤติให้เป็นประโยชน์น่ะ ทำอะไรให้ทำดังนั้น ดังนี้ ให้เป็นตัวอย่าง เมื่อเห็นตัวอย่างแล้วนั้น สำคัญที่จะเลี้ยงตัวของตัวได้ แก้ไขแนะนำให้ เวลามีโอกาสแนะนำสั่งสอนตักเตือนให้ ดังนี้ให้เห็นตัวอย่าง ชี้ตัวอย่างให้ดูดังนี้ ได้ชื่อว่า ประพฤติให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อยู่ในปกครองของตน เมื่อประพฤติตนเช่นนี้ ได้ชื่อว่าเป็น เนติแบบแผนอันดีของกุลบุตรกุลสตรีต่อไปในภายหน้า เหตุนี้ ตำรับตำราจึงวางไว้เป็นเนติ แบบแผนในพระพุทธศาสนา ถึงแม้พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปเป็นกาลช้านาน เมื่อเราประพฤติถูกหลักฐานเข้าเช่นนี้ เหมือนพระองค์มีพระชนม์อยู่ได้สั่งสอนเราต่อหน้า ต่อตา เราจะประพฤติถูกหลักเจริญเช่นนี้ได้ ถ้าถูกหลักเจริญเช่นนี้แล้ว ไม่ต้องไปสงสัย เป็นภิกษุจะทำบุญกุศลอันใด ประพฤติสิ่งใด เป็นสามเณรจะกระทำกองการกุศลอันใด ทำความดีอันใด ทำได้อย่างใหญ่โต อุบาสกอุบาสิกาก็ดุจเดียวกัน กระทำการกิจการอันใด ทำได้ใหญ่โตทั้งนั้น ไม่ขาดตกบกพร่องแต่อย่างหนึ่งอย่างใด เพราะสังคหวัตถุนี้ มีเต็มที่ ทำได้อย่างใหญ่โตทั้งนั้น ไม่ขาดตกบกพร่องแต่อย่างหนึ่งอย่างใด

เหตุนี้ตามวาระพระบาลี ที่คลี่ความเป็นสยามภาษา ตามมตยาธิบาย พอสมควรแก่ เวลา เอเตน สจฺจวชฺเชน ด้วยอำนาจความสัตย์ที่ได้อ้างธรรมปฏิบัติตั้งแต่ต้นจนอวสานนี้ สทา โสตฺถี ภวนฺตุ เต ขอความสุขสวัสดีจงบังเกิดมีแด่ท่านทั้งหลาย บรรดามาสโมสรใน สถานที่นี้ทุกถ้วนหน้า ด้วยอำนาจสัจวาจาที่ได้อ้างธรรมเทศนามาทุกประการ วันนี้ตัวอย่าง เป็นหลักประธาน ท่านผู้เป็นเจ้าภาพได้ถวายทานไม่ใช่เป็นคนมั่งมีนะ เลี้ยงพระประจำได้ ทุกปี ไปถึงบ้านเก็บลูกตุ้มลอยน้ำ เก็บเอาทิ้งไว้เป็นกองใหญ่ๆ ฟืนอันหนึ่ง อันใดก็เก็บขึ้นมา กองๆ ไว้ กองไว้มากๆ ถึงเวลาเขาต้องการ เขาก็มาเหมาเอาไป กองหนึ่ง 40 บาท 50 บาท 80 บาท 100 บาท 200 บาท ตามกองใหญ่กองเล็ก ได้หาเงินอย่างนี้ แกหาเงินมาเลี้ยง พระประจำได้ทุกปีๆ ที่เจ้าภาพเลี้ยงพระวันนี้น่ะ มีอำนาจแปลกประหลาดนัก ประพฤติ สังคหวัตถุเช่นนี้ เงินทองก็หาได้ง่าย หาได้สะดวก ใกล้จวนจะไม่มี ก็เอาล่ะ คิดถึงว่าวันนี้จะได้ เงินที่ไหนมาเลี้ยงพระล่ะ เงินจะไม่พอ เอาคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง เขาก็สงสาร เขาก็รักใคร่ เขาก็ นับถือบูชา ชวนใครๆ เขาก็เข้าหุ้นด้วย ได้เลี้ยงพระทุกปี อัศจรรย์นักทีเดียว ทำอย่างนี้ได้ ชื่อว่าเทกระเป๋าทำทุกทีไป แต่ว่าเห็นจะไม่ข้ามชาติละ ต้องร่ำรวยในชาตินี้ละ ด้วยสัจทาน ที่บันดาลให้เผื่อแผ่แก้ไข ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องสมบัติ ไม่ต้องไปสงสัยเถิด ไม่เสียทีเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนา ได้ทำเช่นนี้ถูกเป้าหมายใจดำของพระพุทธศาสนา ถูกสังคหวัตถุทีเดียว ถึงวันนี้ได้เป็นโยมของพระเณร พระเณรมีเท่าไร อุบาสกอุบาสิกามีเท่าไร วันนี้เจ้าของทาน เป็นแม่ตลอดวัน เลี้ยงตลอดวันตลอดคืนเป็นแม่ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น พระเณรท่านจึงได้เรียก ว่าโยม ผู้ชายก็เรียกว่าโยมผู้ชาย ผู้หญิงก็เรียกว่าโยมผู้หญิง พ่อผู้หญิง แม่ผู้หญิงนั้นเอง เพราะ เลี้ยงดูด้วยสังคหวัตถุคือทานการให้ ทานการให้นั่นเอง ประพฤติให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนกัน ดังนี้

ที่ชี้แจงแสดงมานี้พอสมควรแก่เวลา เอเตน สจฺจวชฺเชน ด้วยอำนาจความสัตย์ที่ได้ อ้างธรรมปฏิบัติตั้งแต่ต้นจนอวสานนี้ สทา โสตฺถี ภวนฺตุ เต ขอความสุขสวัสดีจงบังเกิดมี แก่ท่านทั้งหลาย บรรดามาสโมสรในสถานที่นี้ทุกถ้วนหน้า อาตมภาพชี้แจงแสดงมาพอสมควร แก่เวลา สมมติยุติธรรมีกถาโดยอรรถนิยมความเพียงเท่านี้ เอวํ ก็มีด้วยประการฉะนี้.