พระภาวนาโกศลเถร (ธีระ ธมฺมธโร)

 
 

ประวัติสังเขป พระภาวนาโกศลเถร (ธีระ ธมฺมธโร ป.ธ.4)

ชาติภูมิ

เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2467 ตรงกับวันแรม 9 ค่ำ เดือนยี่ ปีชวด ณ บ้านคลองหนองตากล้า ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เป็นบุตรของนายจก นางวัน คล้อสุวรรณ ประกอบอาชีพกสิกรรม   มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 8 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 3

นามเดิมชื่อ เจียก ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ธีระ นามสกุล คล้อสุวรรณ

บรรพชา

บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2480 ณ วัดนางชี แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
โดยมี พระครูบริหารบรมธาตุ (ป่วน เกสโร) เจ้าอาวาสวัดนางชี เป็นพระอุปัชฌาย์

อุปสมบท

อุปสมบทเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2488 ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ  ได้รับฉายาว่า “ธมฺมธโร”
โดยมี พระครูบริหารบรมธาตุ วัดนางชี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสมณธรรมสมาทาน (สด จนฺทสโร) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ โดยมีคุณหลวงประดิษฐ์ไพเราะ และ คุณนายโชติ ศิลปะบรรเลง เป็นผู้อุปถัมภ์ในการบวช

การศึกษา

  • จบชั้นประถมศึกษา 4 วัดหนามแดง อำเภอบางพลี สมุทรปราการ
  • สอบได้นักธรรมชั้นเอก และเปรียญธรรม 4 ประโยค

ธรรมกาย

ท่านปฏิบัติได้ถึงธรรมกาย ตั้งเเต่ยังเป็นสามเณร  ในการปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐานของท่านนั้น กล่าวได้ว่า ท่านเป็นนักปฏิบัติที่ดีเลิศ เเละเชี่ยวชาญที่สุดรูปหนึ่ง

ท่านได้รับความไว้วางใจจากหลวงพ่อวัดปากน้ำมาก โดยหลวงพ่อได้มอบหมายให้ท่านเป็นครูสอนบาลีเเละนักธรรม  ตลอดจนเป็นอาจารย์สอนสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน เเละต้องช่วยเหลือด้านปกครองภายในวัดอีกด้วย  ครั้งหลวงพ่อวัดปากน้ำอาพาธ ท่านได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อ ให้เป็นผู้มอบ "พระของขวัญ" เเทนหลวงพ่อ

การปกครองและสมณศักดิ์

พ.ศ.2495 ได้รับแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบสนามหลวง
พ.ศ.2500 ได้รับพระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่ พระครูสมณธรรมสมาทาน
พ.ศ.2501 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรในนามเดิม
พ.ศ.2508 ได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ใหญ่สำนักเรียนวัดปากน้ำ
พ.ศ.2509 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ
พ.ศ.2510 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ที่ พระภาวนาโกศลเถร

หลังจากที่หลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพ ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เป็นพระอาจารย์ใหญ่ ทั้งฝ่ายคันถธุระ และฝ่ายวิปัสสนาธุระ

ต่อมาในปี พ.ศ.2510 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ “พระภาวนาโกศลเถร” ราชทินนามที่ท่านได้รับพระราชทาน เป็นราชทินนามเดิมของหลวงพ่อวัดปากน้ำ

หลวงพ่อใหญ่ - หลวงพ่อเล็ก

พระภาวนาโกศลเถร (ธีระ ธมฺมธโร) ได้รับเกียรติคุณในด้านความเมตตาปราณี ตลอดจนความนุ่มนวลละมุนละไมของท่าน จึงเป็นที่รักและเคารพโดยสนิทใจของบรรดาพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ทำให้ท่านได้รับสมญานามว่า “หลวงพ่อเล็ก” ซึ่งเมื่อเอ่ยขึ้นครั้งใด ก็จะเป็นอนุสติให้ระลึกถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งนิยมเรียกท่านว่า “หลวงพ่อใหญ่” ด้วย และเป็นประจักษ์พยานถึงการเป็นพระที่เข้าถึงจิตใจของประชาชน ตลอดสนสามัคคีธรรมของบรรดาศิษย์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำทั้งหลาย ซึ่งปรากฏเป็นความร่วมมือที่ท่านได้รับจากทุกฝ่าย

งานต่างๆที่หลวงพ่อวัดปากน้ำได้วางรากฐานไว้ เป็นงานที่ "หลวงพ่อเล็ก" ได้ดำเนินการต่อไปจนสำเร็จ ทั้งในฝ่ายคันถธุระและวิปัสสนาธุระ

ในฝ่ายวิปัสสนาธุระนั้น ท่านได้รับการถ่ายทอดวิชชาธรรมกาย จากพระเดชพระคุณ หลวงพ่อวัดปากน้ำ มาเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงได้เป็นกำลังสำคัญที่สุดในการเผยแพร่วิชชาธรรมกายสืบต่อมา หลังจากที่หลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพ

โอวาทของหลวงพ่อเล็ก

"ธรรมกายเป็นกายธรรมะ อยู่ที่กลางใจเรานี่แหละ หากได้พัฒนาให้ถึงจุดละเอียด จะทำให้จิตใจบริสุทธิ์ อันจะมีผลสะท้อนให้การปฏิบัติภารกิจประจำวันเป็นไปตามแนวทางที่ถูกต้อง"

"การเข้าถึงจุดธรรมกาย ยังเป็นเพียงขั้น "โคตรภูญาณ" เท่านั้น อันอยู่กึ่งกลางระหว่าง โลกิยะ และโลกุตตระ ดังนั้นจึงมีการเข้าถึงและการเสื่อมได้ หากประมาทเพียงแค่นั้น ย่อมยังอยู่ในวิสัยแห่งโลกิยะ ต่อเมื่อพัฒนาต่อไป จึงถึงขั้นละเอียดเป็นโลกุตตระ   ขีดขั้นแห่งคำว่า "ธรรมกาย" จึงมีอยู่หลายระดับ การปฏิบัติเท่านั้น...ที่จะตอบคำถามได้ดีที่สุด"

มรณภาพ

แม้ท่านจะมีสุขภาพไม่แข็งแรงมาแต่กำเนิด และเคยปรารภว่า “ฉันอยู่ไม่ได้นาน อย่างมากมีอายุไม่เกิน 45 ปี ก็ตาย” แต่โดยทั่วไปก็ไม่มีผู้ใดจะนึกถึง ดังนั้นด้วยบุคลิกและปฏิปทาที่แข็งขัน ตลอดจนการทำงานที่จริงจังของท่านมาตลอด  เมื่อท่านต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและโรคลำไส้ อาการดูจะไม่หนักหนานักในตอนเริ่มแรก แต่ก็ทรุดลงเพียงไม่กี่วัน ท่านก็ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันพุธ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2511 รวมอายุได้ 44 ปี อยู่ในสมณเพศได้ 31 ปี