พระราชพรหมเถร (วีระ คณุตฺตโม)

 
 

ประวัติสังเขป พระราชพรหมเถร (วีระ คณุตฺตโม)

รองเจ้าอาวาสและพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

ประวัติก่อนบวช

พระเดชพระคุณ พระราชพรหมเถร มีนามเดิมว่า วีระ  อุตตรนที  และในภาษาญี่ปุ่นว่า คูนิโอ คาวาคิตะ     บิดาท่านเป็นชาวญี่ปุ่นนามว่า เอดะ คาวากิตะ   มารดาท่านเป็นชาวไทยนามว่า นางสน อุตตรนที    ท่านเกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2462  ที่ข้างวัดมอญ  ตำบลท่าข้าม  อำเภอบางขุนเทียน  จังหวัดธนบุรี   มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ล้วนเป็นชาย 4 คน   ท่านเป็นบุตรคนที่ 2 

การศึกษาเมื่อเยาว์วัย

ครอบครัวของเด็กชายวีระ อยู่ที่บางขุนเทียนได้ไม่นานนัก   ก็ย้ายไปอยู่สี่พระยา   เมื่อเจริญวัยเข้าเกณฑ์การเรียน  บิดามารดาก็ส่งไปเข้าเรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นของสมาคมญี่ปุ่นในประเทศไทย    เรียนอยู่ได้ 6 ปี   จนถึงปี พ.ศ.2474 ก็เรียนจบชั้นประถมปีที่ 6 ของโรงเรียน    มีความสามารถอ่าน เขียน และพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี ด้วยความขยันหมั่นเพียรมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่มีอุปสรรคใดๆ     ต่อจากนั้นก็ได้เข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1   จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  เมื่อปี พ.ศ.2481  ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย   และเข้าเรียนต่อเตรียมปริญญาธรรมศาสตร์ รุ่นที่ 2  จนถึง พ.ศ.2483     จากนั้นจึงเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เรียนในสาขานิติศาสตร์  สอบได้ที่ 1  ใน พ.ศ.2484  ขณะเรียนอยู่นั้นก็ได้ทำงานไปด้วยในสถานทูตญี่ปุ่น    

แต่ชีวิตการศึกษาในมหาวิทยาลัยของคฤหัสถ์วีระ ต้องยุติลงภายหลังจากขึ้นปีการศึกษาที่ 2  เมื่อประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศสงครามกับประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484 อันเป็นการเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 2  ในภูมิภาคเอเชียบูรพา 

การอาชีพ

เมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลงแล้ว  คฤหัสถ์วีระไม่ได้กลับเข้าไปศึกษาต่อ    แต่ได้ช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพค้าขาย   สั่งและส่งสินค้าเข้าและออกจากประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น    ด้วยความขยันขันแข็ง เอาใจใส่ในหน้าที่  การค้าขายจึงเจริญขึ้นเป็นลำดับ  ในระยะเวลาประมาณ 10 ปีนั้น 

พบหลวงพ่อวัดปากน้ำ

ครั้งที่ คฤหัสถ์วีระจะได้พบหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น เป็นปี พ.ศ.2496   ขณะนั้นอายุได้ 34 ปี    วันหนึ่งได้ขึ้นรถเมล์สายตลาดพลู   นั่งไปเพลินๆ   ไม่ได้มีจุดหมาย   และได้ปรารภกับตนเองว่า "ในชีวิตนี้คนเราต้องการอะไรกัน"   คำตอบคือ "ความสุข"     ก็แล้วความสุขนั้นคืออย่างไร   จะให้มีจะให้รู้เห็นเป็นได้อย่างไร    ปรารภอยู่ดังนั้น รถเมล์ก็วิ่งมาถึงตลาดพลู ที่นั่นคฤหัสถ์วีระได้ลงเรือจ้างที่แล่นไปตามคลองบางกอกน้อย   เรือจ้างคิดว่า คฤหัสถ์วีระจะไปรับพระของขวัญของหลวงพ่อที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จึงได้พาขึ้นท่าเรือที่เรียกกันว่า ท่าไฟไหม้  ข้างวัดปากน้ำ

เมื่อเรือจอดเทียบท่า  คฤหัสถ์วีระก็ขึ้นจากเรือ  ทั้งๆ ที่ยังไม่ทราบว่าขึ้นไปทำไม   และก็ได้เดินชมวัดอยู่  แล้วคฤหัสถ์วีระก็ได้เห็นพระภิกษุท่านหนึ่ง ดูน่าเลื่อมใส กำลังฉันภัตตาหารเพลอยู่     ความสง่า องอาจ และบุญราศรีของท่าน  ทำให้ต้องคิดว่าพระภิกษุท่านนั้นคงจะเป็นพระนักปฏิบัติผู้เคร่งครัดอย่างแน่นอน   เมื่อฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว ท่านก็นั่งสนทนากับญาติโยมทั้งหลายที่ไปหานั้น  ด้วยปฏิสันถารอันดี  พูดจาฉะฉาน โต้ตอบธรรมะได้ลึกซึ้ง เป็นพิเศษ

หลวงพ่อพระราชพรหมเถรสนใจในเรื่องวิปัสสนากัมมัฏฐานมาตั้งแต่เด็ก   ฟังธรรมที่วัดหัวลำโพง  วัดแก้วแจ่มฟ้า วัดมหาพฤฒาราม    มีความสนใจในเรื่องนรก สวรรค์ นิพพาน ว่ามีจริงหรือไม่   จะไปดูด้วยวิธีใด   ปรารถนาจะพิสูจน์ในเรื่องนี้ ก็ประจวบเหมาะในครั้งนี้ ได้ถือโอกาสขึ้นไปนั่งคุยกับพระอาจารย์ท่านนั้น   จึงได้รู้ว่าท่านคือ "หลวงพ่อวัดปากน้ำ" ผู้ค้นพบพระสัทธรรมวิชชาธรรมกายของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   ขณะนั้นท่านมีสมณศักดิ์เป็นพระภาวนาโกศลเถร    ท่านก็ได้บอกว่า หากสนใจเรื่องนี้ให้มานั่งกัมมัฏฐาน และท่านได้แนะนำหลายอย่างเกี่ยวกับวิธีนั่งภาวนา

เป็นอันว่าคฤหัสถ์วีระในวันนั้นได้ทราบวิธีปฏิบัติจากท่านโดยละเอียด    ก่อนจะกราบลาท่านกลับ   ท่านบอกว่าให้มาวันพฤหัสบดี     ด้วยความต้องการจะพิสูจน์ทดลอง   คฤหัสถ์วีระก็ได้กลับไปพบท่านใหม่อีก 

บรรลุธรรมกาย

คฤหัสถ์วีระได้มาปฏิบัติพระกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อวัดปากน้ำอยู่ 18 วัน ก็ได้เห็นตามที่อยากรู้นั้น    แต่ในขณะนั้น ยังสงสัยอยู่ในใจว่า ที่เห็นนั้นเป็นจริงหรือว่าเป็นมโนภาพ  คิดเอาเอง    ก็พลันได้ยินหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านว่า "ถ้าเราไปคิดเอาเอง   เรานึกเท่าไหร่มันก็ไม่เห็น   แต่นี่เราเป็นสมาธิ แล้วมันเป็นวิปัสสนา   ถ้าเรานั่งมันก็จะเห็นขึ้นมาเอง"  หลวงพ่อวัดปากน้ำได้สอนศิษย์คนใหม่ของท่านในพระสัทธรรมและแก่นแห่งพระศาสนา   เมื่อได้เห็นแล้วท่านพระอาจารย์ก็ได้กล่าวกับศิษย์ของท่านว่า "ที่บรรพบุรุษของเราได้อุตส่าห์เสียสละเลือดเนื้อก็เพื่อจะปกป้องพุทธศาสนา ซึ่งมีของจริงอย่างนี้"

คฤหัสถ์วีระเมื่อได้มาปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้ว  ก็เกิดความเลื่อมใสมากขึ้นตามลำดับ   เมื่อใจสบายแล้วจึงได้นึกทบทวนว่า "ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ใจเรานี้เอง    เมื่อใจหยุดก็เกิดความสงบ   ครั้นสงบแล้วก็เป็นสุข  ดังพระพุทธภาษิตที่ว่า "นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ สุขอื่นยิ่งกว่าการหยุดนิ่งไม่มี"

นับแต่นั้นมา  คฤหัสถ์วีระก็ได้ไปนมัสการหาหลวงพ่อวัดปากน้ำโดยสม่ำเสมอ   บางครั้งก็พำนักค้างแรมที่วัดเพื่อปฏิบัติธรรม    บางวันหลวงพ่อก็เรียกเข้าไปนั่งภาวนากับท่าน  และสอนการปฏิบัติพระกัมมัฏฐานอย่างละเอียด    คฤหัสถ์วีระปฏิบัติจนได้ธรรมกาย ผ่านครบทั้ง 18 กายแล้ว   หลวงพ่อก็ได้สอนวิชชาธรรมกายขั๊นสูงให้ ซึ่งท่านก็ปฏิบัติสามารถได้ 

อุปสมบท

คฤหัสถ์วีระเมื่อได้เห็นของจริงในพระพุทธศาสนาเช่นนี้แล้ว  จึงได้ตัดสินใจสละเพศคฤหัสถ์เข้าครองผ้ากาสาวพัสตร์  เข้าบรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2497   โดยมีพระเดชพระคุณ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ  ซึ่งขณะนั้นมีสมณศักดิ์เป็นที่ พระภาวนาโกศลเถร เป็นองค์อุปัชฌาย์   และมีท่านพระครูปัญญาภิรัต เป็นพระกรรมวาจาจารย์   กับท่านพระครูพิพัฒน์ธรรมคณี เป็นพระอนุสาวนาจารย์  ได้รับฉายานามว่า "คณุตฺตโม ภิกฺขุ"

เผยแผ่วิชชาธรรมกาย

เมื่อท่านได้บวชเรียนแล้ว  ก็ได้ปฏิบัติพระกัมมัฏฐานตามแนววิชชาธรรมกาย กับหลวงพ่อวัดปากน้ำมาโดยตลอด  ได้เป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่พระศาสนาให้เจริญถาวรสืบไป  ทั้งในและนอกประเทศ

  • เมื่อปี พ.ศ.2508 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พระอารามหลวง ฝ่ายวิปัสสนา และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ที่ พระครูภาวนาภิรม
  • ในปี พ.ศ.2513 เป็นรองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พระอารามหลวง ฝ่ายวิปัสสนา และเป็นพระกรรมวาจาจารย์
  • ในปี พ.ศ.2515 เป็นพระราชาคณะ ชั้นสามัญยก ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระภาวนาโกศลเถร
  • ในปี พ.ศ.2522 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็น พระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ
  • ในปี พ.ศ.2546 เป็นพระราชาคณะ ชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระราชพรหมเถร

พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพรหมเถร เป็นผู้สืบทอดวิชชาธรรมกายโดยตรงจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านได้ทำหน้าที่เผยแพร่พระสัทธรรมวิชชาธรรมกายของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเต็มที่  ทั้งในวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่หอสังเวชนียมงคลเทพนิรมิต ในโครงการธรรมปฏิบัติเพื่อประชาชน วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  และที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี   ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์ควบคุมการปฏิบัติพระกรรมฐานอยู่ และดำเนินการอยู่อย่างเข้มแข็ง  

พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพรหมเถร เป็นครูอาจารย์ผู้ประเสริฐของศิษยานุศิษย์ และท่านได้สอนอบรมตักเตือนศิษย์ทั้งหลายด้วยความเมตตาโดยตลอด ท่านสอนหลักธรรมให้ปฏิบัติเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของทุกคน  ทั้งในระหว่างการเรียนปฏิบัติพระกรรมฐานและในชีวิตประจำวัน 

เผยแผ่พระศาสนาสู่ต่างประเทศ

โดยที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมเถร  มีความชำนาญในด้านภาษาต่างประเทศ  เช่น ภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส จึงทำให้งานเผยแพร่พระสัทธรรมวิชชาธรรมกายได้ดำเนินไปด้วยดี  พร้อมกับมีการจัดพิมพ์การปฏิบัติสมถวิปัสสนากรรมฐานตามแนววิชชาธรรมกายเป็นภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน เผยแพร่ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ฮอลแลนด์ เยอรมันนี สวีเดน และญี่ปุ่น ซึ่งได้มีการดำเนินงานสอนพระสัทธรรมวิชชาธรรมกาย และจัดตั้งวัดไทยขึ้นเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาแพร่หลายสู่พลโลกอย่างกว้างขวาง.