ประวัติสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย

 
 

 

สถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย  อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี   ก่อกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ.2524   โดยมี

  • สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อุปเสณมหาเถร ป.ธ.9)   วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร   เป็น ประธาน
  • สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (วรปุญฺญมหาเถร ป.ธ.9)  วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ (ตั้งแต่สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมธีรราชมหามุนี)
    พระวิสุทธิวงศาจารย์ี (อโนมคุณมหาเถร ป.ธ.9)  วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ (ตั้งแต่สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเมธีวราภรณ์) และ
    พระราชพรหมเถร (วีระ คณุตฺตโม)  วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ (ตั้งแต่สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ พระภาวนาโกศลเถร)   เป็น รองประธาน
  • พระเทพญาณมงคล (เสริมชัย ชยมงฺคโล ป.ธ.6) (ตั้งแต่ครั้งยังเป็นคฤหัสถ์ คือ อาจารย์เสริมชัย พลพัฒนาฤทธิ์  เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและวิปัสสนา

มีประวัติความเป็นมานับตั้งแต่ อาจารย์เสริมชัย พลพัฒนาฤทธิ์  ผู้ชำนาญการวิจัย (Research Specialist)  สำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพฯ  (ปัจจุบันคือ หลวงพ่อ พระเทพญาณมงคล)   ได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามแนววิชชาธรรมกาย   แล้วได้มอบตัวเป็นศิษย์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพรหมเถร รองเจ้าอาวาสและอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้เป็นศิษย์โดยตรง และสืบทอดวิชชาธรรมกายทั้งหมด จากพระเดชพระคุณ พระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ    อาจารย์เสริมชัยได้ริเริ่มจัดตั้งและบริหาร โครงการธรรมปฏิบัติเพื่อประชาชน วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ขึ้นในปี พ.ศ.2518   โดยมี

  • สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.9)  เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  (ตั้งแต่สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมธีรราชมหามุนี) เป็น ประธานโครงการ
  • พระวิสุทธิวงศาจารย์ี (วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.9)  รองเจ้าอาวาสและอาจารย์ใหญ่ฝ่ายปริยัติ  วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ   (ตั้งแต่สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเมธีวราภรณ์) เป็น รองประธานโครงการ (ฝ่ายปริยัติ)
    พระราชพรหมเถร (วีระ คณุตฺตโม)   รองเจ้าอาวาสและอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (ตั้งแต่สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ พระภาวนาโกศลเถร)    เป็น รองประธานโครงการ (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)

รองประธานโครงการทั้ง 2 (ฝ่ายปริยัติและวิปัสสนา)  และอาจารย์เสริมชัย พลพัฒนาฤทธิ์  ได้ร่วมกันจัดรายการ “ธรรมสู่สันติ”   ออกอากาศเผยแพร่ธรรมปฏิบัตินี้ทางสถานีวิทยุต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 30 สถานี    และภายหลังก็ได้จัดรายการ “ธรรมปฏิบัติ”  ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สี ช่อง 9 ของ อ.ส.ม.ท.  ตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลากว่า 24 ปี

ต่อมาในปี พ.ศ.2523  อาจารย์เสริมชัย  โดยการแนะนำของคุณศรีสม สาขากร เพื่อนสหธรรมิก  ได้พาไปกราบเจ้าประคุณหลวงพ่อ สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ   และก็ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากหลวงพ่อท่าน ให้จัดตั้ง โครงการพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย  ขึ้นที่วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ   ในระยะเริ่มต้นได้ให้ใช้อุโบสถเป็นที่สอนภาวนาธรรมเป็นประจำ  (ภายหลังได้ใช้ศาลาการเปรียญ วัดสระเกศ เป็นที่สอนภาวนาจนถึงสิ้นปี พ.ศ.2542)   โดยที่เจ้าประคุณหลวงพ่อท่านได้กล่าวในวันแรกที่อาจารย์เสริมชัยได้ไปกราบลาท่านกลับ    หลังจากที่ท่านได้ให้เข้าพบแล้วว่า

“ดีนี่  คุณเสริมชัย   ฉันเอาด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เลย   ไม่ใช่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์นะ   ในระหว่างที่อาตมายังมีชีวิตอยู่ คุณเสริมชัยประสงค์จะใช้สถานที่ตรงไหน   ที่เห็นว่าเหมาะแก่การใช้อบรมภาวนาแก่ญาติโยมแล้วก็   ใช้ได้หมดเลย  อาตมาอนุญาต     แต่คุณเสริมชัยต้องนึกถึงหลักอนิจจังไว้บ้างนะ   คือเมื่อสิ้นอาตมาแล้ว  ต้องนึกถึงหลักอนิจจังไว้บ้าง    ถ้ามีโอกาสก็ควรหาสถานที่อบรมเป็นสำนักปฏิบัติธรรมของตัวเองไว้ด้วย   นี่ไม่ใช่รังเกียจหรือขับไล่ไสส่งนะ    เรื่องข้างหน้า  ภายหลังจากเมื่อสิ้นอาตมาแล้วอาจจะไม่แน่นอน”

ท่านซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้าประคุณหลวงพ่อฯ    จนถึงว่า แม้จะทดแทนพระคุณท่านด้วยชีวิตก็ยังไม่พอ   เพราะการที่ใครๆ จะใจกว้างพอที่จะ “เอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขามาอม”   โดยไม่มุ่งหวังอะไรตอบแทนเลย  แล้วยังจะต้องหนักใจที่อาจจะมีเสียงไม่น่ายินดีจากทั่วทุกสารทิศมากระทบให้กระเทือนใจนั้น   ถ้าใจไม่ถึง   ไม่ประเสริฐด้วยพรหมวิหารธรรม  สมกับสมณศักดิ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านในสมัยนั้นว่า “พระพรหมคุณาภรณ์” จริงๆ แล้ว   คงทำใจเมตตาอนุเคราะห์ไม่ได้ถึงเพียงนั้น 

ครั้นถึงต้นปี พ.ศ.2524  ก็ได้รับบริจาคที่ดินในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จำนวน 30 ไร่   และได้ตกลงซื้อที่ดินอีกส่วนหนึ่งที่เหลือของแปลงเดียวกันอีก 42.5 ไร่   รวมเป็นเนื้อที่ดิน 72.5 ไร่   จากคุณเชาวน์ ศรสงคราม   จึงได้จัดตั้งเป็น สถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย แห่งนี้ขึ้น

อนึ่ง ยังได้จัดตั้ง มูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย ขึ้น   โดยมี

  • ศาสตราจารย์ บัญญัติ สุชีวะ  เป็น ประธาน   ตั้งแต่สมัยยังดำรงตำแหน่งเป็นประธานศาลฎีกา จนเกษียณอายุและดำรงตำแหน่งนี้ตลอดมาจนท่านได้ถึงแก่กรรมแล้ว
    (ศาสตราจารย์ อรุณ งามดี  อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์  ได้เป็นประธานคนปัจจุบัน)  และ
  • รศ.ดร.พัฒนะ ภวะนันท์   ภาควิชาฟิสิคส์  คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กับ
    รศ.ดร.ธีระ เกรอต   ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม  คณะวิศวกรรมศาสตร์  จุฬาฯ เป็น รองประธาน
  • อาจารย์เสริมชัย พลพัฒนาฤทธิ์  เป็น  กรรมการผู้อำนวยการ

เพื่อให้การทำหน้าที่บริหารโครงการ   ให้การศึกษาอบรมและเผยแพร่ธรรมปฏิบัตินี้    ทั้งในส่วนกลาง กรุงเทพฯ  และในส่วนของสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย  จังหวัดราชบุรี   และเพื่อให้การจัดการทางด้านบุคลากร การเงินและทรัพย์สินของโครงการทั้งสองและของสถาบันฯ   ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง เรียบร้อย  อันรวมกันเข้ามาเป็นของมูลนิธิฯ   ซึ่งเป็นนิติบุคคล มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ศาลาการเปรียญ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 จนถึงสิ้นปี พ.ศ.2542  จึงได้ย้ายสำนักงานมูลนิธิฯ  ไปตั้งประจำอยู่ที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี  จนถึงปัจจุบัน


นาข้าวที่ร้อนระอุยามแล้ง  กลับมาเป็นนาบุญสุดประเสริฐ   เป็นที่สร้างพระในใจคน

สถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย  มี วัตถุประสงค์สำคัญ  ในการดำเนินกิจกรรม 3 ประการ   คือ

  1. เพื่อสร้างพระในใจตนเองและผู้อื่น   เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของสาธุชนให้กว้างขวางออกไป
  2. เพื่อสร้างพระวิปัสสนาจารย์หรือวิทยากร  ให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ   และให้งดงามพร้อมด้วยศีลาจารวัตร เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น   เป็นที่พึ่งทางใจแก่สาธุชนได้อย่างแท้จริง  ได้ช่วยกันสืบบวรพระพุทธศาสนาให้ยืนยาว
  3. เพื่อรักษาและสืบต่อธรรมปฏิบัติตามแนววิชชาธรรมกายของพระพุทธเจ้า 
    ให้ถูกต้องและสมบูรณ์
       ตามที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ  พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)  ได้สั่งสอนและถ่ายทอดเอาไว้ 

ได้เริ่มเปิดการอบรมพระกัมมัฏฐานแด่พระภิกษุ สามเณร  รุ่นแรกขึ้น
ระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ - 9 มีนาคม พ.ศ.2525 
ทั้งที่ในขณะนั้นยังมิได้มีอาคารสิ่งก่อสร้างแต่อย่างใด

วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2525   พระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าโสมสวลี  พระวรราชาทินัดดามาตุ  ในสมัยที่ดำรงพระอิสสริยยศ เป็นพระวรชายา  ใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร   ได้ทรงเมตตา  เสด็จไปทรงเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้าง ศาลาอเนกประสงค์   ณ สถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย    เพื่อเป็นสำนักปฏิบัติพระกัมมัฏฐาน   และเป็นที่ประกอบการบุญการกุศล   ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

กิจกรรมการให้การศึกษาอบรมและเผยแพร่ธรรมปฏิบัติของสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย   อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี   จึงค่อยๆ เจริญก้าวหน้าขึ้นมาเป็นลำดับ   ได้มีการสร้างเสนาสนะ โรงครัว ห้องน้ำ ฯลฯ และปลูกต้นไม้ขึ้นบนพื้นที่ท้องนาล้วนๆ ที่ไม่มีอะไรเลย   แม้ต้นไม้สักต้นก็ไม่มี   ให้กลายเป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่สะอาดเรียบร้อย ที่สัปปายะ สงบ ร่มรื่น ขึ้นมาตามลำดับ

การจัดกิจกรรมการอบรมภาวนาธรรม ในโครงการดังกล่าวทั้งหมดนี้  จึงได้จัดให้มีเป็นประจำ

  • ในส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร คือที่ ศาลาการเปรียญ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ  ตั้งแต่ พ.ศ.2524-2542  และ
  • ที่ สถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย  ตั้งแต่ พ.ศ.2524 จนได้รับประกาศตั้งเป็นวัด ชื่อ “วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม”  นี้ตลอดมาจนตราบเท่าถึงทุกวันนี้

กิจการของสถาบันแห่งนี้จึงได้เริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่บัดนั้น  และได้รับการอุปถัมภ์และบริหารให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้.