วัตถุประสงค์ของการบริหารวัด

  1. เพื่อสลัดตนออกจากทุกข์ทั้งปวง  และเพื่อทำนิพพานให้แจ้ง  (สพฺพทุกฺขนิสฺสรณนิพฺพานสจฺฉิกรณตฺถาย)
  2. เพื่อฝึกฝนตนเองและหมู่คณะ คือ พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา   ให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ   คือ คุณความดีหรือคุณธรรม  และความรู้ความสามารถ เหมาะแก่ตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบ  กล่าวคือ
  • เพื่อให้รับรู้  เรียนรู้  และรอบรู้  พระปริยัตติสัทธรรม  พระปฏิบัติสัทธรรม  เพื่อให้ได้รับผลเป็นพระปฏิเวธสัทธรรม     หรืออย่างน้อยให้มีประสบการณ์จากการปฏิบัติพระสัทธรรมตามสมควร
  • เพื่อให้มีศีลาจารวัตรที่งดงาม  เป็นแบบอย่าง (ทิฏฐานุคติ)  ที่ดีแก่ผู้อื่น
  • เพื่อให้เป็นที่ตั้งความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชน   สามารถเป็นที่พึ่งทางใจแก่ประชาชนได้
  • เพื่อให้ช่วยกันสืบบวรพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง  ยืนยาว  และมั่นคงยิ่งๆ ขึ้นไป
  1. เพื่อให้วัดเป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลคุณความดี   เพื่อประโยชน์และความสันติสุขของสาธุชนหมู่ใหญ่   กล่าวคือ
  • เป็นสถานที่ให้การศึกษาอบรมศีลธรรม  และภาวนาธรรม  เพื่อให้ได้แสงสว่างแห่งธรรมเป็นประทีปส่องทางดำเนินชีวิตไปสู่ความเจริญและสันติสุข  ด้วยความสงบกาย วาจา ใจ   ด้วยสติสัมปชัญญะ  และด้วยปัญญาอันเห็นชอบ
  • เพื่อให้เป็นสถานที่ประกอบศาสนพิธี  ได้แก่  กุศลพิธี  ทานพิธี  บุญพิธี  เป็นต้น
  • เพื่อให้เป็นอุทยานการศึกษา  คือ  ศูนย์กลางการศึกษาหาความรู้ทั้งคดีโลกและคดีธรรม  ที่จะยังความสว่างคือปัญญา  และประโยชน์แก่สาธุชนโดยทั่วไป

โดยการจัดการให้วัดเป็นสถานที่สัปปายะ   เหมาะแก่การบำเพ็ญคุณความดี (ดังกล่าว)  และให้เป็นที่ตั้งแห่งความศรัทธาเลื่อมใสของประชาชน  คือ  ให้มีปูชนียวัตถุที่สำคัญ   เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา  ให้มีความสงบ  สะอาด  เรียบร้อย  ร่มรื่น    และจัดการ  รักษา ใช้ ศาสนสมบัติต่างๆ ของวัด  ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดี   กล่าวคือ  ให้ใช้ประโยชน์ได้นาน  อย่างคุ้มค่าที่ประชาชนเขาถวายให้ด้วยใจศรัทธาในพระรัตนตรัย   มิให้เสียหาย  หรือเกิดการรั่วไหล