Author Topic: โลโบโตมีหรือLobotomyผลงานร่วมรับรางวัลโนเบลแพทย์ปี1949  (Read 3735 times)

0 Members and 6 Guests are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 585
  • จิตพิสัย 29
โลโบโตมีหรือLobotomyผลงานร่วมรับรางวัลโนเบลแพทย์ปี1949
Lobotomy : โนเบลทางการแพทย์ที่ถูกลืม
อ้างจาก https://www.facebook.com/PsychologistCafe/posts/1639837282923676
  Lobotomy เป็นกระบวนการปรับแก้ไขพฤติกรรมผู้ป่วยโรคจิตด้วยวิธีทำลายเนื้อสมอง (บางส่วน) ด้วยการใช้เครื่องมือพิเศษทางการแพทย์เจาะผ่านเบ้าตาเข้าไปสู่สมอง โดยถือเป็นนวัตกรรมการคิดค้นหนทางบำบัดรักษาอาการทางจิตเวชซึ่งได้รับรางวัล Nobel Prize เมื่อปี 1949 * อันเนื่องมาจากความรู้ทางชีว-สรีรวิทยา ที่ว่าสมองส่วนหน้า (Frontal Lobe) ควบคุมพฤติกรรมบางอย่าง หากไปทำลายแล้วจะลดพฤติกรรมพี่ไม่พึงประสงค์นั้นๆ ลงได้
มีคนดังมากมายที่ได้ถูกบันทึกว่าเคยเข้ารับการบำบัดด้วย lobotomy อาทิเช่น:-
- Lena Zavaroni นักร้องเด็ก ที่ suffer จากโรคเสพติดความผอม, โรคซึมเศร้า
- Josef Hassid นักไวโอลินชาวโปแลนด์
- Rosemary Kennedywได้ทำLobotomyปี1941 ผู้เป็น น้องสาวของปธน.สหรัฐฯ John F. Kennedy
- Rose Williams น้องสาวของ Tennessee Williams
คนไข้อายุน้อยที่สุดซึ่งได้รับการแก้ไขพฤติกรรมด้วยวิธีการ Lobotomy มีอายุ 12 ปี คือ Howard Dullyหรือนายโฮวาร์ด ดัลลีได้ทำLobotomyปี1960 ปัจจุบันยังมีชีวิตอย่างปรกติสุขดี มีทวิตเตอร์ชื่อ (@Howard_Dully) อีกทั้งยังได้ก่อตั้งองค์กรการกุศลอีกด้วย
สิ่งที่ทำให้การรักษาคนไข้จิตเวชด้วยวิธี Lobotomy หายไป นั่นคือ การคิดค้น "ยาทางจิตเวช" ในรูปแบบต่างๆ โดยเกิดจากองค์ความรู้ในเรื่องเคมี รวมถึงฮอร์โมนประเภทต่างๆ ซึ่งหลั่งอยู่ภายในก้อนสมองของมนุษย์ การใช้ยาจึงให้ผลในการควบคุมและปรับพฤติกรรมของผู้ป่วยจิตเภทได้ดีกว่า อีกทั้งลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ กอปรกับกระบวนการรักษาด้วยวิธี lobotomy ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบว่าเป็นเพียงการทำให้คนบ้า กลายไปเป็นคนไร้ความสามารถ ช่วยตัวเองไม่ได้
----------------------------

 อันโตนิโอ อีกัส โมนิซ (Antonio Egas Moniz)หรืออีกัส โมนิซ นั่นเอง ศาสตราจารย์ชาวโปรตุเกสผู้คิดค้นวิธีการรักษาแบบโลโบโตมีหรือLobotomyนี้ขึ้นมา ก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขารางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ไปครองเมื่อปีคศ.1949เจ้าของผลงานเรื่องการค้นพบคุณค่าของการรักษาโดยการตัดเนื้อสมองส่วนเนื้อขาวของสมองส่วนหน้า (leucotomy) ในผู้ป่วยโรคจิตบางชนิด และรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์นี้ปี1949มีคนได้รับรวมกันเพียง2คน อีกคนชื่อวอลเตอร์ เฮสส์หรือWalter Rudolf Hessหรือวอลเตอร์ รูดอล์ฟ เฮสส์นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิส ค้นพบว่าสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอย่างของสัตว์ได้ด้วยการใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นไปที่จุดต่างๆในสมอง และการค้นพบการจัดเรียงตำแหน่งตามหน้าที่ของก้านสมองในฐานะเป็นตัวประสานงานการทำงานของอวัยวะภายใน และในปีคศ.1949นี้เป็นปีที่มีนักจิตแพทย์ชื่อดังเสียชีวิตด้วยคือแฮรี  สแต็ค  ซัลลิแวน  (Harry  Stack  Sullivan)เสียชีวิตเมื่อวันที่  14  มกราคม  ค.ศ.1949โดยงานของซัลลิแวนใช้วิธีบำบัดคนไข้จากจิตวิเคราะห์มาเป็น ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล Interpersonal Theory of Psychiatry ทฤษฎีของเขาโยงไปถึงจิตวิทยาบุคลิกภาพเป็นผลมาจากสัมพันธภาพระหว่างบุคคล เขาได้รักษา Schizophrenia (คนไข้โรคจิตชนิดหนึ่ง) ให้หายได้มากมาย
 
Mind-boggling: a history of lobotomyหรือประวัติการรักษาแบบโลโบโตมีโดยอ้างจาก https://www.theguardian.com/science/2008/jan/13/neuroscience.medicalscience
 

1890: German scientist Friederich Golz experiments with removing the temporal lobe from dogs and reports a calming effect.
1892: Gottlieb Burkhardt, a Swiss physician, performs a similar operation on six schizophrenic patients. Four exhibited altered behaviour. Two died.
1936: Portuguese neuropsychiatrist Antonio Egas Moniz develops the leukotomy, but advises using the operation only as a last resort.
1945: American surgeon Walter Freeman develops the 'ice pick' lobotomy. Performed under local anaesthetic, it takes only a few minutes and involves driving the pick through the thin bone of the eye socket, then manipulating it to damage the prefrontal lobes.
1946: First lobotomy performed in Britain at Maryfield Hospital, Dundee. The procedure is used for 30 years.
1954: Antipsychotic drug Thorazine licensed for the treatment of schizophrenia, causing the lobotomy gradually to fall out of favour.
1960-70: Lobotomies come under scrutiny by sociologists who consider it a tool for 'psycho-civilising' society. They were banned in Germany, Japan and the Soviet Union. Limited psychosurgery for extreme medical cases is still practised in the UK, Finland, India, Sweden, Belgium and Spain.

--------------------------------------------

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 585
  • จิตพิสัย 29
A Lobotomy Timelineหรือเรื่องเกี่ยวกับการทำโลโบโตมีแก่คนป่วยทางจิตช่วงเวลาหนึ่งโดยอ้างจาก https://www.npr.org/templates/story/story.php?storyId=5014576 
Before his death in 1972, Dr. Walter Freeman performed transorbital lobotomies on some 2,500 patients in 23 states. Read a brief history of Dr. Walter Freeman and lobotomies
Nov. 14, 1895: Walter Jackson Freeman II is born.
1924: Freeman arrives in Washington, D.C., to direct labs at St. Elizabeth's Hospital.
Nov. 12, 1935: Neurologist Egas Moniz performs first brain surgery to treat mental illness in Portugal. He calls the procedure, "leucotomy."
Sept. 14, 1936: Freeman modifies Moniz's procedure, renames it the "lobotomy," and with his neurosurgeon partner, James Watts, performs the first ever prefrontal lobotomy in the United States. His patient is Alice Hood Hammatt, a housewife from Topeka, Kan.
1939: While working in his office, Egas Moniz is shot multiple times by a patient. He survives but is left partly paralyzed.
1945: Freeman begins experimenting with a new way of doing the lobotomy, after hearing about a doctor in Italy who accessed the brain through the eye-sockets.
Jan. 17, 1946: Walter Freeman performs the first transorbital lobotomy in the United States on a 29-year-old housewife named Sallie Ellen Ionesco in his Washington, D.C., office.
1949: Egas Moniz wins the Nobel Prize for lobotomy. He's nominated by Walter Freeman.
1950: Watts expresses disapproval of the transorbital lobotomy procedure, and the two eventually break their long-time partnership. Freeman barnstorms the nation's state hospitals performing and teaching the transorbital lobotomy.
July 1952: Freeman performs 228 transorbital lobotomies in a two-week period in West Virginia for a state-sponsored lobotomy project, dubbed "Operation Ice Pick" by newspapers.
1954: Era of widespread hospital psychosurgery fades away with introduction of chlorpromazine (Thorazine). Freeman moves to California and sets up an office in Sunnyvale.
1955: Freeman's mentor and idol, Egaz Moniz, dies at the age of 81
Dec. 16, 1960: Freeman lobotomizes Howard Dully at Doctor's General Hospital in San Jose, Calif.
February 1967: Freeman performs his last transorbital lobotomy on a longtime patient, Helen Mortensen. It's her third lobotomy by him. She dies from a brain hemorrhage following the procedure. Freeman is banned from operating.
1968: Freeman retires and embarks on cross-country follow-up studies of his lobotomy patients.
May 31, 1972: Freeman dies of cancer at age 76.
----------------------------------------------------
 


รูปการทำโลโบโตมีนี้มาจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Lobotomy
----------------------------------------------------------------------------------------------
จากเรื่องโลโบโตมีหรือLobotomyหรือการผ่าตัดเจาะกลีบสมองส่วนหน้าเพื่อรักษาโรคจิตระดับรุนแรงนี้  ผมชาวพุทธคนหนึ่งมีความคิดเห็นส่วนตัวในแนวทางพุทธศาสนาเถรวาทว่าการทำโลโบโตมีหรือLobotomyนี้ยังไงมันก็เป็นการทำบาปอีกอย่างหนึ่งสะสมไว้ในจิตของจิตแพทย์ผู้ทำโลโบโตมีหรือLobotomyแต่มันจะเป็นบาปให้ผลทุกข์อย่างไร เราอาจแยกคร่าวคร่าวได้2กรณีคือกรณีแรกคือถ้าจิตแพทย์ทำโลโบโตมีแก่ผู้ป่วยโรคจิตระดับรุนแรงที่ทำร้ายตัวเองและคนอื่นและไม่มีโอกาสหายจากโรคจิตระดับรุนแรงเพื่อกลายเป็นคนปกติทั่วไปจริงจริงจากวิธีจิตวิเคราะห์และยารักษาโรคจิต อันนี้จิตแพทย์ที่ทำโลโบโตมีจะได้บาปสะสมในจิตของจิตแพทย์แต่บาปนี้ไม่แรงถึงขั้นให้ตกนรกหลังตายหรือไปทุคติภูมิหลังตาย และกรณีที่สองก็คือถ้าจิตแพทย์หลงไปทำโลโบโตมีแก่คนปกติทั่วไปแม้แต่คนเดียวจนคนปกติมีปัญหาทางสมองแย่ลงและคนปกติกลายเป็นซอมบี้หรืออยู่แบบสภาพผักตลอดชีวิต อันนี้จิตแพทย์ที่ทำโลโบโตมีจะได้บาปมากสะสมในจิตของจิตแพทย์ซึ่งบาปมากนี้สามารถแรงถึงขั้นให้ตกนรกหลังตายหรือไปทุคติภูมิหลังตายได้ง่ายง่ายเลย

สำหรับเรื่องราวอันโด่งดังของAnneliese Michel (อันเนลิส มิเชล) ที่มีประวัติการใช้พิธี ไล่ผีครั้งแรกเริ่มขึ้นในวันที่24เดือนกันยายน ค.ศ. 1975 มีบาทหลวงเอิร์นส์ต อัลต์และหลวงพ่อ อาร์โนลด์ เรนซ์ เป็นผู้ประกอบพิธี ตามแบบExorcist จนถึงปลาย เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1976 ผลจากการเข้าพิธีไล่ผีอย่างเข้มข้น ประกอบกับร่างกายที่อ่อนแอจากการขาดน้ำและอาหาร ก็ทำให้อันเนลีสล้มป่วยด้วยโรคปอดบวม ไข้ขึ้นสูงจนเธอไม่อาจกระดิกกระเดี้ยทำสิ่งใดได้ กระนั้นก็ตาม ...พิธีไล่ผีก็ยังต้องดำเนินต่อไป การประกอบพิธีในวันที่ 30 มิถุนายน พ่อและแม่ของเธอถึงกับต้องเข้ามาช่วยพยุง ไม่เช่นนั้นลูกสาวคงไม่อาจผ่านพ้นมันได้จนตลอดรอดฝั่ง อย่าง ไรก็ตามนั่นก็เป็นพิธีกรรมครั้งสุดท้ายของอันเนลีส เพราะเช้าวันถัดมา เมื่อโจเซฟกับอันนาแวะเข้ามาดูอาการลูกสาวตามปรกติ ก็พบว่าเธอเสียชีวิตเสียแล้วรวม เบ็ดเสร็จ ภายในระยะเวลาราว 10 เดือน อันเนลีสต้องเข้าพิธีไล่ผีถึง 67 ครั้ง เล่ากันว่า ประโยคสุดท้ายที่อันเนลีสพูดกับแม่ของเธอในคืนก่อนหน้านั้น ก็คือ "แม่ ... หนูกลัว" เรื่องเคสอันเนลิส มิเชล นี้ผมคิดเห็นส่วนตัวว่า อันเนลิส มิเชล เป็นโรคจิตที่มีความคิดแปรปรวนเรื่องปีศาจ6ตัวสิงในตัวเองอย่างมากแต่อันเนลิส มิเชลเป็นโรคจิตที่ยังไม่ถึงขั้นต้องทำโลโบโตมี(Lobotomy)แม้แต่ประโยคสุดท้ายของอันเนลิส มิเชลที่ว่า แม่ ...หนูกลัว ถ้าอันเนลิส มิเชล พูดจริงก็คงหมายถึงอันเนลิส มิเชลยังคิดว่ามีปีศาจสิงในตัวเองอยู่ต่อไป เรื่องอันเนลิส มิเชลนี้ ถ้าครอบครัวเปิดให้นักไล่ผีทั่วโลกชื่อดังทุกศาสนาที่มีชีวิตในช่วง1975-1976ด้วยมาลองไล่ผีดูจะดีมากเช่น เอ็ดและลอร์เรน วาร์เรน(Ed andLoraine Warren)ผู้มีตุ๊กตาผีแอนนาเบลล์ชื่อดังมากเป็นต้นแล้วค่อยให้นักไล่ผีทั่วโลกทุกศาสนาส่งความเห็นให้จิตแพทย์ฝ่ายโลโบโตมีว่าไล่ผีให้อันเนลิส มิเชล สำเร็จหรือไม่เพื่อให้จิตแพทย์ประเมินอีกทีหนึ่งอีกทางหนึ่งด้วยและผมยังไม่เคยเห็นจิตแพทย์ทำโลโบโตมีหรือLobotomyแก่ผู้ป่วยทางจิตที่แปรปรวนรุนแรงมากเกี่ยวกับผีสิงในตัวเองจนต้องถึงกับอดอาหารทำร้ายตัวเองและอยากขับถ่ายมากเพื่อไล่ผีสิงออกไปไว้เป็นหลักฐานให้วงการแพทย์ศึกษาออกอินเตอร์เน็ต ถ้ามีการเคยทำในอดีตให้ศึกษาเราก็คงจะได้เห็นว่าการทำโลโบโตมีหรือLobotomyประมาณแค่6นาทีและไม่แพงเลยแก่คนใข้โรคจิตที่คิดว่าผีปีศาจหลายตัวสิงในตนอย่างรุนแรงแก้ไม่ได้และเลิกอดอาหารปกติไม่ได้นั้นนะช่วยให้คนใข้โรคจิตแบบรุนแรงนี้ไม่อดอาหารจนตายจากการคิดว่าปีศาจสิงรุนแรงนั้น แต่คนใข้โรคจิตก็เสี่ยงอยู่ในภาวะสภาพซอมบี้หรือผักที่ต้องให้ครอบครัวคอยช่วยเหลือคล้ายเด็กไปตลอดชีวิตแทน   ผมคิดว่าพิธีไล่ผีและโลโบโตมีหรือLobotomy ล้วนเป็นวิธีโหดมากแก่คนใข้โรคจิตที่คิดรุนแรงว่าผีสิงในตัวเองแก้ไม่ได้เลย
« Last Edit: August 13, 2019, 02:09:22 AM by yesterday »