Author Topic: อดีตพระยันตระ อมรโรภิกขุ (พระวินัย อมโร)  (Read 16672 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline สติ

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 120
  • จิตพิสัย 6
อดีตพระยันตระ อมรโรภิกขุ (พระวินัย อมโร)
ท่านยังเป็นพระอยู่หรือไม่
หรือมีคุณวิเศษใดๆหรือไม่
สำเร็จอรหันต์อย่างที่เค้าว่าๆกันไหม

อยากทราบครับ ตามแนววิชชาธรรมกาย มีความเห็นอย่างไรกับท่านนี้
เพราะเห็นบางคนยังเคารพนับถือ ยกย่องเป็นผู้วิเศษ หากเป็นผู้วิเศษจริง
ก็กลัวว่าจะเป็นบาปอกุศลที่คิดล่วงเกินท่านไปครับ

รบกวนตอบด้วยนะครับทุกท่านที่มีข้อมูล

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1078
  • จิตพิสัย 108
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
สั้นๆก่อนนะครับ

นายยันตระ เป็นคนลวงโลก มีกระบวนการอยากดังมาตั้งแต่ก่อนบวช ทำเป็นขบวนการเหล่าสาวก เพื่อหลอกลวงจริงๆ

ก่อนบวชเป็นคนวิกลจริตเข้าโรงพยาบาลบ้ามาก่อนครับ พอหายก็ไปทำตัวเป็นฤษีไว้ผมยาวรุงรัง อวดอ้างคุณวิเศษ

พอบวชก็แอบอ้างคุณวิเศษ สร้างภาพต่างๆนาๆ ดังเพราะหนังสือโลกทิพย์ครับ สุดท้ายก็ไปไม่รอดครับ คนเลว แพ้ภัยตนเองจนได้

ปัจจุบันหลังต้องคดีก็หนีไปเมืองนอก ไปเตะบอล ไปเที่ยวสถานบันเทิง แล้วก็เปิดสำนักสอนปรัชญา ว่างๆก้ไปบิณฑบาต มีสาวกที่ร่วมขบวนการคอยสร้างสถาณการณ์ลวงโลกอยู่ตลอดเวลา หากินไปวันๆ

ไม่มีอะไรน่าสนใจสำหรับคนลวงโลกที่เจ้าเหล่เพทุบายคนนี้ครับ
« Last Edit: May 19, 2011, 01:01:20 AM by ต้นไม้เมตตา »

Offline สติ

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 120
  • จิตพิสัย 6
ผมได้ฟังมาจากบางสถานที่ บางบุคคล
ว่าท่านยันตระมีคุณวิเศษ เป็นพระสุปฏิปันโน
สำเร็จคุณวิเศษแล้ว บอกต่อกันมาในวงสังคมของคนกลุ่มนั้น
แม้กระทั่งพระภิกษุ สามเณรบางกลุ่ม  ก็ยังให้ความเคารพนับถือ
เพราะคนที่พูดนั้นอยู่ในฐานะที่น่าเคารพเป็นอย่างมาก
อ้างว่าเป็นขบวนการล้มพุทธ ที่จ้องทำลายพระพุทธศาสนา
จึงได้หาเหตุให้ท่านยันตระต้องอาบัติปาราชิก สึกหาลาเพศออกไป
คล้ายๆกับกรณีของท่านนิกร บุคคลกลุ่มดังกล่าว ก็ยกข้ออ้างของการ
ล้มพุทธขึ้น แล้วชี้ประเด็นว่า พระทั้งสองรูปไม่ได้ผิดอะไรเลย
แต่เพราะเหตุของการสร้างสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้สถาบันหลักของชาติ มีอันต้องสั่นไหว
แล้วท่านทั้งสองก็เป็นเหยื่อของเรื่องดังกล่าว จากเหตุเพราะท่านทั้งสองนั้น
เป็นที่ตั้งของศรัทธาญาติโยมมากมาย

รบกวนอธิบายและให้ความกระจ่างด้วยครับ

Offline Cool-peet

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 297
  • จิตพิสัย 9
  • Gender: Male
  • ...หยุด เป็นตัวสำเร็จ...

งั้นผมเล่าบ้าง...ผมสดับมาอย่างนี้ว่า

สมัยที่ท่านยันตระยังไม่ได้บวช เคยพบกับหลวงพ่อธัมมชโย
ก่อนที่จะพบท่านก็ฝึกสมาธิมาก่อนแล้ว เมื่อหลวงพ่อพบท่านก็ยายามให้ให้ท่านยันตระบวชให้ได้
ด้วยท่านให้เหตุผลว่า ถ้าจะบวช อาจจะบ้าไปเลย เพราะเพศฆราวาสไม่อาจรองรับคุณธรรมและการแสวงหาธรรมของท่านยันตระได้
หลวงพ่อพยายามจะให้ท่านยันตระเลิกฝึกสมาธิแบบที่ฝึกอยู่ แต่จะให้เรียนสมาธิแบบธรรมกายแทน
ท่านยันตระนับถือหลวงพ่อ แต่ก็ไม่เดินทางสายวิชชาธรรมกาย ยังคงเป็นไปตามวิถีของตน
จึงเป็นอย่างที่เห็นๆ
ขอบารมีพระต้นธาตุ พระจักรพรรดิภาคผู้เลี้ยง ...

Offline ผู้มาเยือน

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 76
  • จิตพิสัย 16
ฟังคุณจอมยุทธแล้วแย้ง ๆ กันนะครับ
"เพราะเพศฆราวาสไม่อาจรองรับคุณธรรมและการแสวงหาธรรมของท่านยันตระได้"

เพศฆราวาสไม่อาจรองรับคุณธรรมของพระอรหันต์ได้นะครับ แม้พระโสดาบัน เป็นฆราวาส ก็มีเยอะแยะในสมัยพุทธกาล

"ท่านยันตระนับถือหลวงพ่อ แต่ก็ไม่เดินทางสายวิชชาธรรมกาย ยังคงเป็นไปตามวิถีของตน
จึงเป็นอย่างที่เห็นๆ"
ในเมื่อว่าคุณธรรมท่านสูงส่งถึงขนาดเพศฆราวาสไม่อาจรองรับได้ แล้วทำไม ยังร่วงลงมาได้

ถ้ายังอยู่ในฐานะที่ยังเสื่อมได้ ยังไม่แน่นอน ก็ต้องย้อนกลับไปคำถามแรก ว่าคุณธรรมท่านสูงจนเพศฆราวาสไม่อาจรองรับได้ จริงเหรอ???

Offline Cool-peet

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 297
  • จิตพิสัย 9
  • Gender: Male
  • ...หยุด เป็นตัวสำเร็จ...
ผมว่าคุณคงเข้าใจผิด

ผมไม่ได้หมายถึงคุณธรรมสูงหรือเป็นพระอรหันต์

แต่อัธยาศัยของท่านยันตระควรใช้ผ้าเหลืองขัดเกลาจึงจะดี แต่ด้วยสายที่ท่านยันตระศึกษามาก่อนนั้น

เป็นแนวมโนมยิทธิ แนวอิทธิปาฏิหาริย์ กอปรกับระดับสมาธิขั้นแรกจึงประสมปนเปมิอาจดึงกลับมาได้อีก

ก็เป็นอย่างที่ว่ามา
ขอบารมีพระต้นธาตุ พระจักรพรรดิภาคผู้เลี้ยง ...

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1078
  • จิตพิสัย 108
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
ยันตระนั้น หนีคดีด้วยเลห์เพทุบายว่าลี้ภัยการเมือง ไปอยู่อเมริกา ก็ไปเที่ยวสถานบันเทิง เที่ยวโสเภณี ไปเตะบอล ขับรถชนคนตาย ฯลฯ หาภาพและข้อมูลได้ในเน็ตครับ

ก่อนบวชนั้นดังที่กล่าว หลังจากออกจากโรงพยาบาลบ้า ก็ไปทำตัวเป็นฤษีไว้ผมยาวรุงรัง ทำตัวเป็นผู้วิเศษ มีกระบวนการต่อเนื่องเมื่อบวชก็สร้างกระแสสร้างภาพ หนึ่งในเครื่องมือนั้นก็คือ หนังสือโลกทิพย์ ที่โหมกระหน่ำข่าวว่าคนๆนี้เป็นอริยะ มีการติดตามเรื่องราว ถ่ายรูป และสร้างกระแสตลอดเวลา สุดท้ายก็ไปไม่รอด

ยันตระเคยไปขอเข้าพบพระปฏิบัติชื่อดังทางภาคอีสาน ท่านไม่ให้เข้าพบ เพราะท่านรู้ด้วยญาณว่ายันตระปาราชิกแล้ว ตั้งแต่ยังไม่เกิดเรื่องสีกาอีก เพราะมีการให้ลุกศิษย์อวดคุณวิเศษให้กัน

.....................................
กรณีพระนิกร คนๆนี้บวชด้วยศรัทธาจริงๆ แต่ได้เจอแผนนารีพิฆาต เมื่อจิตใจและปฏิภาณท่านไม่แก่กล้าเพียงพอก็เลยไปไม่รอดดังกล่าว

.....................................

ผมเคยไปหาอ่านธรรมะของสองคนนี้ ในหนังสือโลกทิพย์ และหนังสือที่พิมพ์แจก ทำใจให้เป็นกลาง พิจารณาแล้ว ธรรมะพื้นๆมากมาย พื้นๆจริงๆ แต่ที่ดัง

ยันตระ ดังเพราะรูปแบบ การสร้างภาพ โดยมีหนังสือโลกทิพย์เป็นเครื่องมือที่สำคัญในโลกสื่อหนังสือ และยังมีการสร้างภาพด้านอื่นๆอีก

นิกร ดังเพราะเป็นพระอายุน้อย เทศน์เสียงไพเราะ มีผลงานทางการพัฒนาและจัดงานถือศีลเทศนาต่างๆ
....................................

ขบวนการล้มพุทธมีจริงๆ เบื้องหลังผู้ที่ล้มยันตระและนิกร ก็เป็นคนกลุ่มเดียวกัน พวกนี้เขาจะคอยบ่อนทำลายพระที่มีชื่อเสียง ถ้าดีจริง เขาทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าลวงโลก หรือไม่แก่กล้าจริงๆ ข่าวสนุกเลย คนกลุ่มนี้จะได้โอกาศทันที

....................................

นี่แหละ ผลของกิเลศตัณหา แม้อยู่ในเพศสมณะแต่จิตใจสกปรก

ส่วนสาธุชนทั้งหลายก็นำไปเป็นตัวอย่าง ว่าอย่หลงกระแส อย่าหลงการสร้างภาพ มันเป็นแค่เปลือก ที่ทำให้ประชาชนที่ขาดปัญญาแต่ชอบเปลือก ชอบกระแส ชอบภาพอันสวยงาม เลยหลงหลับหูหลับตาเชื่อ โดยไม่รู้เห็น ไม่พิจารณาตามความเป็นจริง ภายนอกดูงดงาม แต่ภายในว่างเปล่า
« Last Edit: May 19, 2011, 08:19:23 PM by ต้นไม้เมตตา »

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1078
  • จิตพิสัย 108
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
มาตรฐานของพระนี่ก็สำคัญ ในเบื้องต้น ต้องตรวจสอบว่าท่านเรียนปริยัติระดับไหน ถึงไม่สูงก็ไม่่ว่ากัน แต่ไม่ใช่ประเภทแบบไปขุดมาจากไหนก็ไม่รู้ เช่นกรณียันตระ นธ.เอกจบหรือป่าวยังไม่ทราบ เป็นลูกศิษย์ใครก็ไม่รู้ อยู่ๆหนังสือโลกทิพย์ก็ขุดขึ้นมาดัง เรื่องศีล เรื่องวัตรปฏิบัติ เรื่องวิถีการกินอยู่หลับนอน การสอน การสร้างวัด ต้องดูให้ละเอียด ไม่ใช่หลับหูหลับตาเชื่อตามกระแส ตามที่มีผู้สร้างภาพให้

กรณีพระปราโมทย์ก็เช่นกัน ถือว่ามีมาตรฐานพื้นๆมาก เป็นข้าราชการเก่าที่เขียนบทความธรรมะและมีกลุ่มศรัทธามาก่อนบวชเท่านั้นเอง บวชมาก็มีกลุ่มคนมาพิมพ์หนังสือ มาโปรโมทให้ แล้วก็ไปแอบอ้างครูอาจารย์คือหลวงปู่ ดูลย์ อตุโล ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นศิษย์จริงๆ จนศิษย์จริงๆอย่างสายหลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร แห่งสำนักป่าละอู ออกมาแฉพฤติกรรม และต่อต้านจนฉาวไปอยู่พักหนึ่ง พร้อมๆกับมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ในสำนัก เท่ากับดับกันไปเลยทีเดียว

คิดดู พระปราโมทย์ พึ่งจะบวชมาไม่ถึง 10 พรรษาดี ก็ดังซะแล้ว บทสวดมนต์ 12 ตำนานท่องได้คล่องหรือยังก็ไม่รู้ อยู่ก็ดังระเบิด เพราะมีกลุ่มลูกศิษย์สายบ้านอารีย์ และฐิตินาถ ณพัทลุง มาประโคมให้ดัง สุดท้ายก็ไปไม่รอด

การสร้างกระแสการสร้างภาพในทางกุศลนั้นดี หากมีเจตนากุศล ใช้สติ ใช้ปัญญา ไม่หลงไหลมากเกินไป เอาแต่พอดีๆ จะเป็นประโยชน์มหาศาล

แต่ปลงอนิจจัง พวกหลงกระแส หลงการสร้างภาพ เสมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ
« Last Edit: May 19, 2011, 09:39:37 PM by ต้นไม้เมตตา »

Offline หยุดในหยุด

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 343
  • จิตพิสัย 94
  • Gender: Male
เห็นด้วยกับหลายๆท่าน รวมทั้งท่านต้นไม้เมตตาครับ

ผมสังเกตเห็นคนปัจจุบัน บางคนมีความทุกข์กับสังคมสมัยใหม่เลยพยายามหนีออกมา บางคนเพิ่งศึกษาธรรมะเลยต้องการหาสถานที่ปฏิบัติธรรม ต่างคนต่างกำลังกระหายธรรมจนถึงขั้น "หน้ามืดตามัว ขาดสติก็ว่าได้"  พอเจอพระสงฆ์เทศน์เก่งๆหน่อย อ้างผลของสมาธิ  ผลของฌาณสมาบัติบ้าง  ก็ยิ่งทำให้คนกลุ่มนั้นรีบตะครุบพระรูปนั้นไว้แน่นอย่างขาดสติ   โดยไม่พิจารณาเนื้อหาแก่นสารที่ท่านเทศน์ว่าขัดกับพระไตรปิฏกหรือเปล่า  แม้เมื่อมีคนเตือนก็ยังดื้อดึง เพราะอวิชชาครอบงำจิตใจ  บางคนแถเถียงไปกันใหญ่ อย่างกรณีพระปราโมท ที่ปัจจุบันก็ยังมีลูกศิษย์บางคนยังศรัทธาอยู่ไม่น้อย

ยิ่งถ้าพระรูปไหนเทศน์ธรรมะเชิงประยุกต์กับโลกสมัยใหม่ยิ่งดังเข้าไปใหญ่  เพราะคนสมัยนี้เริ่มมีความคิดสงสัยในพุทธปาฏิหาริย์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากขึ้น ว่าพุทธปาฏิหาริย์ในพระไตรปิฏกคงเป็นปริศนาธรรม คงไม่มีจริง    

แม้แต่พระสงฆ์บางรูปที่หลายต่อหลายคนเขาพยายามยกให้ดังไปทั่วโลก  ผมเคยอ่านหนังสือที่ท่านเขียนหรือแต่งขึ้นเองจากความคิดของท่าน เจอบางตอน(หลายท่านก็คงจะเคยอ่าน) จะเห็นว่าพระรูปนั้นได้เขียนจาบจ้วงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้หลายตอน  นั่นเพราะท่านเหล่านั้นปฏิบัติไม่ถูกทาง ทำให้ตนไม่เข้าถึง  เลยคิดเข้าใจอย่างนั้นอย่างนี้ไปเอง  คิดว่าปัญญาเกิดขึ้นได้จากความคิดของตน  กิเลสลดลงได้เพราะตนพยายามรู้เท่าทันกับปัจจุบันขณะ  มาถึงตรงนี้พูดได้คำเดียวเลยว่า "อนิจจาจริงๆ"ครับ
« Last Edit: May 19, 2011, 10:26:40 PM by หยุดในหยุด »
ประกอบเหตุ  สังเกตผล  สนใจเถิด  ประเสริฐนัก
ประกอบในเหตุ  สังเกตุในผล  สนใจเข้าเถิด  ประเสริฐดีนัก
ประกอบที่ในเหตุ  สังเกตดูในผล  สนใจหนักเข้าเถิด  ประเสริฐยิ่งดีนัก

Offline boonyen072

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 58
  • จิตพิสัย 7
Quote
ถ้าดีจริง เขาทำอะไรไม่ได้


 ทำให้คิดถึงหลวงพ่อธัมมะชโย  หุหุหุ
สาธุๆๆ