Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
ภาพจากวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ

----------------------------------------------------------------------------------
สรุปย่อเรื่องราวของยานนิวฮอไรซันส์ปีคศ.2017ถึงคศ.2019
1-ยานนิวฮอไรซันส์เข้าสู่การหลับเพื่อประหยัดพลังงาน(hibernation)เมื่อวันที่7เมษายน2017และได้ตื่นจากการหลับนั้นเมื่อ11กันยายน 2017แล้วก็ได้ถ่ายภาพวัตถุอวกาศ2014MU69ไว้ด้วยในเดือนกันยายน2017แลนอกจากยานนิวฮอไรซันส์ก็ยังมีกล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิลได้ทำการสังเกตวัตถุอวกาศ2014MU69ในระหว่างวันที่25มิถุนายน2017ถึงวันที่4กรกฏาคม2017ด้วย

2-องค์การนาซ่า(NASA)ได้ปรับปรุงข้อมูลให้ยานนิวฮอไรซันส์เมื่อวันที่9ธันวาคม2017

3-ยานนิวฮอไรซันส์เข้าสู่การหลับอีกครั้งเมื่อวันที่22ธันวาคม2017และตื่นจากกการหลับเมื่อวันที่4มิถุนายน2018

4-วันที่13มีนาคม2018นักวิทยาศาสตร์มีการตั้งชื่ออย่างไม่เป็นทางการให้แก่วัตถุอวกาศ2014MU69ว่าULTIMA THULE(อัลติมา ทูลี)

5-ยานนิวฮอไรซันส์ถ่ายภาพวัตถุอวกาศ2014MU69หรืออัลติมา ทูลีด้วยกล้องLORRIเมื่อวันที่16สิงหาคม2018

6-ยานนิวฮอไรซันส์ถ่ายภาพอัลติมา ทูลี ด้วยกล้องLORRIอีกครั้งเมื่อวันที่1ธันวาคม2018

7-ยานนิวฮอไรซันส์เข้าไกล้อัลติมา ทูลีมากที่สุดเมื่อวันที่1มกราคม2019และได้ถ่ายภาพอัลติมา ทูลีในระยะไกล้ที่สุดเอาไว้ได้แล้วด้วยซึ่งอัลติมา ทูลี นี้เป็นวัตถุอวกาศแถบไคเปอร์

8 –ประมาณเวลาว่าวันที่4 มกราคม2019ถึงวันที่10มกราคม2019หรือพ.ศ.2562นี้ ยานนิวฮอไรซันส์จะตกอยู่ในภาวะSolar Conjunctionหรือโซลาร์ คอนจังค์ชั่นซึ่งเป็นภาวะที่ดวงอาทิตย์อยู่ตรงกลางทำให้การสื่อสารของยานนิวฮอไรซันส์กลับมาถึงโลกมีปัญหาและยากลำบากมาก แต่เมื่อผ่านภาวะนี้ไปแล้ว ยานนิวฮอไรซันส์จะสื่อสารกลับมายังโลกอย่างปกติได้นานถึง20เดือนโดยประมาณและยานนิวฮอไรซันส์จะเดินทางอยู่ในKUIPER BELTหรือไคเปอร์เบลท์หรือแถบไคเปอร์จนถึงปีค.ศ.2020

9-ภาพถ่ายอื่นอื่นที่น่าสนใจจากยานนิวฮอไรซันส์ก็มีมากเช่นภาพถ่ายวัตถุอวกาศชื่อ2002LM60หรือQUAOAR(ควา-อัวร์)ซึ่งยานนิวฮอไรซันส์ได้ถ่ายไว้เมื่อวันที่14กรกฏาคม2016และเรื่องควา-อัวร์นี้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบควา-อัวร์ครั้งแรกเมื่อวันที่4มิถุนายน2002และยังพบว่าควา-อัวร์นี้มีดวงจันทร์ด้วยชื่อWEYWOT(เวย์ว็อท)ซึ่งเวย์ว็อทนี้ถูกพบครั้งแรกเมื่อวันที่22กุมภาพันธ์2007 นักวิทยาศาสตร์พบว่าควา-อัวร์นี้มันคล้ายดาวพลูโตด้วยและวันที่5ธันวาคม2017 ยานนิวฮอไรซันส์ก็ยังถ่ายภาพกระจุกดาวเปิดหรือกลุ่มดาวฤกษ์หลายพันดวงอยู่ในเมฆโมเลกุลชุดเดียวกันที่มีชื่อว่าWISHING WELLหรือวิชชิ่งเวลล์(NGC 3532 (Caldwell 91),[8] also commonly known as the Pincushion Cluster and Football Cluster and the Wishing Well Cluster)ด้วย
2
นาซาเผยภาพ “อัลติมา ทูลี” วัตถุที่ห่างจากโลกที่สุด มีรูปร่างคล้าย “สโนว์แมน”
อ้างข่าวจากhttps://news.tlcthai.com/world/962443.html

ยานสำรวจอวกาศนิว ฮอไรซันส์ ของนาซา ได้ส่งภาพวัตถุที่อยู่ห่างจากโลกมากที่สุดเท่าที่มีการสำรวจมา โดยวัตถุดังกล่าวมีชื่อว่า “อัลติมา ทูลี” ซึ่งมีลักษณะคล้ายสโนว์แมน

วันที่ 3 ม.ค. 62 สื่อต่างประเทศรายงานว่า หลังจากที่ยานนิว ฮอไรซันส์ (New Horizons) ซึ่งเป็นยานสำรวจอวกาศของนาซา ได้โคจรผ่านหินน้ำแข็ง “อัลติมา ทูลี” (Ultima Thule) ซึ่งเป็นวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุดเท่าที่เคยสำรวจพบ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา โดย “อัลติมา ทูลี” อยู่ห่างจากโลกกว่า 6.5 พันล้านกิโลเมตร ในบริเวณพื้นที่ที่เรียกว่า แถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) โดยภูมิภาคนี้แทบไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงเลย นับตั้งแต่ระบบสุริยะกำเนิดขึ้นมา

ด้านนายเจฟฟ์ มัวร์ ผู้ตรวจสอบร่วมภารกิจยานนิวฮอไรซันส์ จากศูนย์วิจันอเมสของนาซา กล่าวว่า การจับตัวกันของส่วนที่เรียกว่า “อัลติมา” (ก้อนเล็กกว่า) กับส่วนที่เรียกว่า “ทูลี” ซึ่งทั้ง 2 ส่วนอาจเข้ามารวมกันในอัตราความเร็วต่ำมากๆ เพียงราว 2-3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งนี้ยานนิว ฮอไรซันส์ จะทำการเก็บภาพถ่ายและการสังเกตการณ์อื่นๆ จากนั้นจะส่งข้อมูลเหล่านั้นกลับมาในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เนื่องจากบริเวณดังกล่าวยังมีวัตถุอวกาศแบบอัลติมาอีกหลายร้อยหลายพันชิ้นที่อยู่ในสภาพเย็นจัด ซึ่งวัตถุเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบคำตอบได้ว่า ดาวเคราะห์ก่อตัวได้อย่างไรเมื่อ 4,600 ล้านปีก่อน

-----------------------------------------

ภาพจากเวปไซด์วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ
----------------------------------
การแนะนำชื่ออัลติมา ทูลีให้แก่ชาวโลกเมื่อวันที่13มีนาคมคศ.2018หรือพศ.2561และเนื้อหาอ้างจากhttp://www.frontierworlds.org/
[size=1ุ4pt]Tuesday, March 13, 2018 and Introducing "Ultima Thule": NASA's Ultimate Destination in the Kuiper Belt!
NASA and the New Horizons team are pleased to announce that our target body in the Kuiper Belt, formally known as "(486958) 2014 MU69", is being nicknamed Ultima Thule. The name comes from medieval mapmakers, where Thule (pronounced "thoo-lee") was a distant and unknown island thought to be the northernmost place on Earth. "Ultima Thule" (which translates as "farthest Thule" or "beyond Thule") has come to be used as a metaphor for any mysterious place "beyond the borders of the known world". This is an apt metaphor for the tiny object, four billion miles away, that will be the next destination of the New Horizons spacecraft.

The name was nominated independently by about 40 participants in the Frontier Worlds campaign, and was ranked very highly in the voting. Ultima Thule will serve as the unofficial nickname for MU69 through the flyby on New Year's day, 2019. Later in 2019, we will work with the International Astronomical Union to establish a formal, permanent name for the body.

Thank you to everyone who participated in the naming campaign! Now join us on our ultimate journey.

–Mark Showalter and the New Horizons Science Team

[Visit the original Frontier Worlds home page]
[/size]
3
ผมได้อ่านข่าวจากทางอินเตอร์เน็ตว่าผู้เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายแด่หลวงพ่อพระเทพญาณมงคลหรือหลวงพ่อเสริมชัย ชยมังคโล ในช่วงนี้นั้น หลวงพี่ที่วัดท่านจะมอบรุปหล่อพระเทพญาณมงคลเนื้อทองเหลืองรมสีมันปูให้เป็นของขวัญแก่เจ้าภาพฯด้วย ซึ่งผมก็ขออนุโมทนาบุญ สาธุกับทุกท่านที่มีโอกาสได้เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายแด่พระเทพญาณมงคลแห่งวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ราชบุรีนี้ด้วยครับ

ผมขอถือโอกาสบอกบุญและเชิญชวนคนอ่านกระทู้ทุกท่านว่าท่านใดมีโอกาสและมีเวลาและต้องการเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายแด่พระเทพญาณมงคลหรือหลวงพ่อเสริมชัย ก็ขอให้ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์วัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามได้เลยนะครับหรือท่านใดไปวัดก็ติดต่อสอบถามการเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายแด่พระเทพญาณมงคลหรือหลวงพ่อเสริมชัยกับหลวงพี่พระมหาชัยนิพจน์ อัตตทันโตและหลวงพี่พระมหาพร้อมไพบูลย์ สุเมธโส  ตามข่าวได้ด้วยนะครับ

ผมขอบอกบุญนี้กับทุกท่านที่อ่านกระทู้นี้นะครับเพราะผมมั่นใจว่าเป็นบุญที่ดีมากมากเลย ซึ่งบุญนี้ก็จะเป็นกรรมฝ่ายดีสะสมติดตัวข้ามภพข้ามชาติได้อย่างดีมากเลยครับและเราไม่ต้องกังวลใจว่าบุญจะให้ผลไปทางใดและตอนไหนหลังตายด้วยครับเพราะบุญข้ามภพข้ามชาติได้ตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้แน่นอนครับไม่ต้องคิดเลยครับสำหรับชาวพุทธจริงจริงครับ :D :D

4
ผมขอรวบรวมข้อมูลจากทางอินเตอร์เน็ตปีก่อนก่อนมาให้อ่านกันนะครับแบบสั้นสั้นครับ อ่านได้ข้ามปีไปเลยครับ
เหรียญพระนั่งเมืองแก้ว พระประธานประจำ พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ ขนาดสูง 9 เมตร 15 ซ.ม.ซึ่งอยู่ที่ วัดหลวงพ่อสดฯ ราชบุรี
ที่หน้าเหรียญรอบในจากลายกนก แสดงข้อธรรมยุคแรกแห่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งพระอัสสะชิเถระ พระอรหันต์สาวกรุ่นแรก ผู้เป็นหนึ่งในกลุ่มปัญจวัคคีย์ ซึ่งขณะกำลังกลับจากการรับอาหารบิณฑบาต อุปติสสะปริพาชกหนุ่มชอบใจกิริยาอันสำรวมของพระเถระ แอบเดินตามสังเกตอิริยาบทอันน่าเลื่อมใสของท่าน และได้ร้องขอคำสอนจากท่านพระเถระ ซึ่งท่านได้กล่าวเพียงสั้นๆว่า "เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา  เตสํ เหตุํ ตถาคโต  เตสญฺจ โย นิโรโธ จ  เอวํวาที มหาสมโณ"  ความว่า....ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ  พระตถาคตตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และการดับเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น  พระมหาสมณะมีวาทะอย่างนี้...อุปติสสะได้รับฟังพระคาถานี้ จึงบังเกิดดวงตาเห็นธรรม ซึ่งต่อมาท่านคือพระสารีบุตรมหาสาวกเบื้องขวาของพระบรมศาสดานั่นเอง

พิธีพุทธาภิเษก "พระประจำตระกูล (สมเด็จจักรพรรดิ์) หน้าตัก 5 นิ้ว , 9 นิ้ว และ เหรียญพระนั่งเมืองแก้วเนื้อต่างๆเมื่อวันที่ 19-20 ม.ค. 57 ที่ผ่านมาเพื่อมอบเป็นพระของขวัญให้กับผู้ร่วมทำบุญในงานหล่อพระนั่งเมืองแก้ว ครั้งที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค. 57 นี้ครั้บ ฤกษ์หล่อ 14.09 น.

และเหรียญพระนั่งเมืองแก้วมีแบบลงสีแดงด้วยนะครับ
5
สาธุครับ คุณต้นไม้เมตตา ที่มาให้ความรู้บ่อยบ่อยครับ เรื่องชีวะกับสรีระนี้ไม่มีแนวคิดไหน(รวมแนวคิดสรีระเพ้อฝันแบบต่างต่างเช่นแบบขบวนการไฟฟ้า เดนจิแมน หรือ ขบวนการ 5 มนุษย์ไฟฟ้าหรือพวกเซนไทDenshi Sentai Denzimanนั่นเองกับแบบขบวนการโจรสลัด โกไคเจอร์ หรือ ไคโซคุเซ็นไต โกไคเจอร์หรือ Kaizoku Sentai Gokaigerที่ตอนนี้มีซับไทยหรือคำบรรยายไทยทางทีวีเป็นต้นด้วย)ที่ต่อสู้และชนะแนวคิดที่ถูกต้องตามจริงเรื่องชีวะกับสรีระตามหลักพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกายได้แน่นอนครับ
6
เมื่อหลายปีก่อนก่อนก่อนนะครับ เก่ามากครับ ผมก็เคยอ่านข่าวที่มีภาพหลวงพ่อเสริมชัย ชยมังคโล ไปดูใจของท่านแม่พระวรมัย กบิลสิงห์ ครั้งสุดท้ายที่วัดทรงธรรมกัลยาณี ครับ ซึ่งในภาพนั้นหลวงพ่อเสริมชัย และท่านแม่พระวรมัย ต่างเปี่ยมด้วยสุขแห่งธรรมกันมากมากครับ และที่น่าประทับใจมากคือท่านแม่พระวรมัย กบิลสิงห์สามารถรักษาการเห็นดวงเห็นกายที่ถูกต้องได้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตการบวชทางมหายานของท่านแม่พระวรมัยครับ  จะเห็นว่าหลวงพ่อเสริมชัยและครูอาจารย์สายวิชชาธรรมกายต่างให้กำลังใจกันในทางละเอียดอยู่เสมอซึ่งคนทั่วไปที่ยังไม่เห็นธรรมไม่สามารถเข้าใจได้เลยครับ
7
ในพระสูตรเกี่ยวกับ อัพยากตปัญหา พระพุทธองค์ท่านแค่ตรัสแบบ "ตัดบท"ไปนั่นเอง เพื่อให้เข้าใจว่า พุทธะ นั้น สอนเรื่องอะไร ไม่ใช่ไปถกเถียงผิดจุด แต่จริงๆแล้ว พระพุทธองค์ ก็ตรัสสอนเรื่อง "ชีวะ" "สัตตะ" "สรีระ" ไว้มากมายหลายๆที่ ก็ไปหาความหมายเอาเองในกูเกิ้ล พระไตรปิฏก-อรรถกถา ออนไลน์

ส่วนคำถาม เป็นคำถามของ วัจฉโคตรปริพาชก นักบวชนอกศาสนาพุทธ

ก่อนตอบ ต้องทราบภูมิหลังของปริพาชกคนนี้ว่า เขามีความเชื่อว่า ชีวะ หรือจิตนั้นเที่ยงแท้เป็นอมตะ สามารถย้ายไปสิงสถิตย์ในสรีระใหม่ๆได้ ไม่มีวันสูญสลายไป (สัสสตทิฏฐิ)

แต่กระนั้นปริพาชก ก็ยังสงสัยอยู่ว่า หรือจิต ก็คือ สรีระ นั่นเอง พอสรีระตาย ก็จบหมด ขาดสูญ(อุจเฉททิฏฐิ)

แนวๆวิทยาศาสตร์ ก็คือ ชีวะ(จิต) คือ สมอง(สรีระ) นั่นเอง อันเดียวกัน พอตายแล้ว ก็จบ ขาดสูญ(อุจเฉททิฏฐิ)

ตามทัศนะพุทธ

ถาม ..... ชีวะกับสรีระเป็นอย่างเดียวกันหรือ ... ตอบ ไม่ใช่

ชีวะ(จิต) คนล่ะอันกับสรีระ(สมอง) สมอง(สรีระ) ย่อมเป็นไปตามอำนาจของจิต(ชีวะ) เสมือน ซอพแวร์ กับ ฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์

แม้แต่จิต ก็คนล่ะอันกันตลอดเวลา จิต(ชีวะ)เกิดดับต่อเนื่องตลอดเวลาเหมือนกระแสน้ำที่ไหลไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามองเผินๆว่าเป็นอันเดียวกัน(จิตไม่เป็นอมตะ เกิด-ดับ ตลอดเวลา)

ถาม ... ชีวะกับสรีระเป็นคนละอย่างกันหรือ ... ตอบ ไม่ใช่

ชีวะ(นาม) สรีระ(รูป) เป็นผลผลิตของวิญญาณ ตามหลักปฏิจจสมุปบาท จึงไม่ได้เป็นคนล่ะอันกันอย่างสิ้นเชิง เพราะมีความเกี่ยวข้องกัน ตามสายปฏิจจสมุปบาท

และหากสรีระ(สมอง) เกิด สฬายตนะ ที่มีปัญหาขึ้นมา ย่อมส่งผลต่อชีวะ(จิต)

และถ้าหากเกิด "จุติจิต" ขึ้นมา สรีระก็ตาย และเกิด "ปฏิสนธิจิต" ขึ้นมา ผลิตสรีระอันใหม่

*********

เรื่อง ชีวะ สรีระ นี้ หากเอากันจริงๆแล้ว น้อมไปใน โสฬสญาณ หรือญาณ 16 ได้เลยนะครับ เรามากำหนดพิจารณาให้เกิด "นามรูปปริจเฉทญาณ" และ "ปัจจัยปริคคหญาณ" กันได้เลย

แต่เทคนิควิชชาธรรมกาย ท่านเน้นสมาธิ ให้เกิด โคตรภูญาณ ไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเลยญาณทั้ง 12 เลยวิปัสสนาญาณ 9 ไปแล้วนั่นเอง

8

อนุโมทนาสาธุ นี้แหละใจพระโพธิสัตว์

แว๊บแรกที่ใครๆพบหลวงป๋า จะเจอน้ำเสียงที่ขึงขัง จริงจัง ระเบียบจัด กระฉับกระเฉง ไม่เหมือนพระหลวงปู่หลวงตาทั่วๆไป ที่จะเชื่องช้า และนิ่มนวล ตามวัยสังขาร

ฉนั้น แรกพบ หลายๆคน จะเกรงๆหลวงป๋า อาจไม่ทุกกรณีนะ

.....

แต่ถ้าได้อยู่กับท่านนานพอสมควร ใครๆก็รักท่าน และชื่นชอบบุคคลิกของท่านเป็นอย่างยิ่ง หลายๆคนยอมให้ท่านดุด่าว่ากล่าว ว่าเป็นการให้พร

เพราะบุุคคลิก ขึงขัง เสียงดังกังวาล จริงจัง และกระฉับกระเฉง ล้วนเป็นบุคคลิกของท่านที่มีบารมีน่าเกรงขาม และท่านมักจะกระตุ้นเตือนให้ทุกๆคนรอบๆตัวท่าน กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ ทำให้ศิษย์ล้วนมีบุคคลิกที่ตื่นตัวและเบิกบาน มีประสิทธิภาพกันอยู่เสมอๆ

และสิ่งที่ได้สัมผัสจริงๆก็คือ หลวงป๋าท่านเมตตามากๆ ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง รวยจน ท่านล้วนแสดลออกเสมอเหมือนกันหมด แถมยังใส่ใจศิษย์ทุกๆคนด้วย

หลายๆท่านมีประสบการณ์ที่หลวงป๋าคอยช่วยเหลือญาติพี่น้องพ่อแม่ ที่ไม่สบาย หรือคอยบำบัดทุกข์บำรุงสุข และการภาวนาเอาใจช่วยในเรื่องต่างๆให้สมปราถนา

ทั้งหลวงป่ายังห่วงสารทุกข์สุกดิบของลูกศิษย์อยู่เสมอๆ

หลายๆท่านมีประสบการณ์ที่ได้พบเจอท่านเช่นนี้แล

ความรักที่ลูกศิษย์มีให้ท่าน ไม่ได้มีตามกระแสความนิยม หรือเพราะหลวงป๋าคือเจ้าอาวาส คือครูบาอาจารย์ แต่ทุกคนรักท่าน เพราะประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้พบเจอและสัมผัสกับท่านนั่นเอง

ต่อไปนี้ไม่มีท่านแล้ว ผู้เป็นเสมือนพ่อแม่อีกท่านหนึ่งทางใจของเรา ใจหาย แต่ก็ต้องทำใจ ถึงแม้หลายๆท่าน จะพบเจอท่านได้ในสมาธิอยู่เป็นปกติก็ตาม

9
ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวทางอินเตอร์เน็ตเดือนพฤศจิกายนนี้ว่าหลวงพี่พระปิฏกโกศล(พระมหาปราโมทย์ ปโมทิโต)ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่2แห่งวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรีแล้วสืบต่อจากหลวงพ่อพระเทพญาณมงคลหรือหลวงพ่อเสริมชัย ชยมังคโล ผู้เป็นองค์ปฐมเจ้าอาวาสที่มรณภาพแล้วครับ(ซึ่งผมขอกราบถวายความอาลัยแด่หลวงพ่อเสริมชัยอย่างยิ่งครับ) ผมขอกราบอนุโมทนาสาธุแด่หลวงพี่พระปิฎกโกศลหรือพระมหาปราโมทย์ ปโมทิโต ครับและขออัพเดทข่าวให้กระทู้นี้นะครับ ชาวเวปบอร์ดมีข้อมูลใหม่ใหม่ก็ช่วยกันอัพเดทข้อมูลด้วยนะครับ สาธุครับ _______/\_______
10
ฉัตรสุมาลย์ : ไม่ได้กราบลาหลวงป๋า-ข่้อความจากhttps://www.matichonweekly.com/column/article_144789

พระภิกษุไทย ถ้าอายุคราวพ่อ เราก็จะเรียกท่านว่า หลวงพ่อ อายุคราวปู่เราก็เรียกว่า หลวงปู่ หนุ่มน้อย เราก็เรียกท่านว่าหลวงพี่ เป็นต้น

แต่ก็มีที่เราเรียกต่างไป เช่น หากตอนที่ท่านเป็นฆราวาส ลูกเรียกป๋า พอบวช ลูกๆ ก็เรียกว่า หลวงป๋า ถ้าเป็นเชื้อจีนก็เรียกหลวงเตี่ย เช่น อดีตสมเด็จวัดสระเกศ (สมเด็จเกี่ยว) เราก็จะเรียกท่านด้วยความสนิทสนมว่า หลวงเตี่ย บางครั้งเฉพาะลับหลัง แต่บางครั้งก็เรียกแม้ต่อหน้า

ที่จังหวัดราชบุรี ก็มีหลวงป๋าค่ะ ทั้งจังหวัดก็มีรูปเดียวนี่แหละ ท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ท่านไปบุกเบิกเองเลยทีเดียว จนเป็นวัดที่ใหญ่โตในจังหวัดราชบุรีปัจจุบัน

ท่านมรณภาพอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา (2561) ตอน 11 โมง ท่านยังเทศน์สอนอยู่เป็นปกติ ข่าวไม่ได้ยืนยัน คือทราบจากแม่ค้าที่หลวงป๋าเคยไปซื้อของในตลาดปฐมมงคล ว่า ท่านล้มในห้องน้ำ ตอนบ่ายสามโมง และมีอาการเสลดติดคอ ส่งโรงพยาบาลดำเนินสะดวก ท่านไปมรณภาพที่นั่น สิริรวมอายุ 89 ปี 31 พรรษา

การล้ม ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเสลดติดคอ และเสลดติดคอก็ไม่ใช่เหตุของการล้มนะคะ ฟังหูไว้หู ความมันยังไม่ค่อยลงตัว บางคนที่ล้มแล้วเส้นเลือดในสมองแตก มักจะเป็นเพราะเส้นเลือดในสมองแตกแล้วจึงล้ม ขอให้ทางวัด หรือทางลูกหลานของท่านออกมาชี้แจงจะดีที่สุด

ท่านธัมมนันทาทราบข่าวว่าหลวงป๋ามรณภาพทางเฟซบุ๊กของศิษย์ท่านคนหนึ่งที่เคยบวชที่วัดนั้น เขาขึ้นรูปหลวงป๋า และขอแสดงความอาลัย

ผู้เขียนก็ยังไม่แน่ใจ เพราะการโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กบางทีก็เชื่อไม่ได้ อย่างเช่นในกรณีของท่านพลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร ที่มีการโพสต์เรื่องราวแสดงความอาลัยทั้งๆ ที่ท่านยังนอนอยู่โรงพยาบาลตำรวจ เป็นต้น

ท่านธัมมนันทาขอการยืนยันจากลูกศิษย์คนที่โพสต์ข้อความ ยืนยันว่าเป็นจริงตามนั้น เราคอยฟังข้อมูลที่มาโดยตรงจากทางวัด

 ในที่สุด วันที่ 9 จึงมีข้อมูลว่าจะมีการสรงน้ำวันที่ 10 ตุลาคม อาจจะเป็นเพราะวันที่ 9 เป็นวันพระใหญ่ บรรดาพระสงฆ์จะไม่สะดวก เพราะต้องลงปาฏิโมกข์ และอาจจะเป็นเพราะต้องรอน้ำหลวงอาบศพ ซึ่งจะมาวันที่ 10

เราจึงไปร่วมงานสวดอภิธรรมคืนแรก คือวันที่ 10 ก่อนสวดอภิธรรม คืนนั้น พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี) จากวัดราชโอรสาราม เป็นพระผู้ใหญ่ที่มีความเมตตามาเทศน์หน้าศพ

ทางฝ่ายบ้านเมืองก็มีตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัดราชบุรีมากันพร้อมหน้าพร้อมตา

ทางฝั่งสงฆ์ มีท่านเจ้าคณะภาค ที่เป็นเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ มาเป็นประธาน แต่ไม่เห็นเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้ยินเจ้าหน้าที่ประกาศ

คณะภิกษุณีสงฆ์เบียดกันไปในรถตู้ที่เช่ามาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ไปช้า แต่อาคารชั้น 3 อันเป็นที่ตั้งศพก็เต็มแน่น ด้านหน้า เป็นรูปพระพุทธเจ้า ตั้งศพหลวงป๋าไว้ที่ด้านซ้ายของพระประธาน พระสงฆ์สวดอภิธรรม 8 รูปนั่งเรียงกันลงมา

พระสงฆ์ที่มาหันหน้าเข้าหาศพ มีพระผู้ใหญ่นั่งเต็มจนยันประตู อีกล็อกหนึ่ง พระสงฆ์นั่งหันหน้าเข้าหาพระประธาน จัดเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นพระสงฆ์ อีกฝั่งหนึ่งเป็นญาติโยม ใส่ขาวหมดค่ะ คำนวณด้วยสายตาน่าจะประมาณ 400 รูป/คน

ภิกษุณีสงฆ์นั่งอยู่ข้างนอกทางฝั่งขวาของพระประธาน ที่จัดเก้าอี้เพิ่มสำหรับสงฆ์ มีพระภิกษุบางรูปทักทายท่านธัมมนันทาด้วยความคุ้นเคย รูปหนึ่งเข้ามาทักเพราะเคยอ่านหนังสือของท่าน

 หลังจากเสร็จพิธีแล้ว เจ้าหน้าที่ประกาศให้พระภิกษุได้กราบหลวงป๋า บรรดาพระผู้ใหญ่ทยอยกลับ พระภิกษุพากันเข้าไปกราบที่หน้าศพ ที่จัดอย่างเรียบง่าย โลงเป็นไม้ น่าจะเป็นไม้สักเรียบ การจัดดอกไม้ยังไม่ลงตัวเพราะเป็นคืนแรก

ภิกษุณีสงฆ์รอจังหวะท้ายขบวน ก่อนที่ฆราวาสจะเข้ากราบศพ จึงได้ไปกราบลาหลวงป๋า น้อมใจขอขมาท่านที่ไม่ได้เข้ามากราบท่านเลยในช่วงสองปีสุดท้าย เจ้าหน้าที่ประกาศว่า จะมีสวดพระอภิธรรมให้หลวงป๋าไปเรื่อยๆ

ทีนี้ จะเล่าว่า ทำไมถึงต้องเขียนถึงหลวงป๋า
มารดาของผู้เขียน เข้าไปศึกษาวิชาธรรมกายจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ (สด) ตั้งแต่ พ.ศ.2497 ผู้เขียนเองเข้าไปเรียนวิชาสัมมาอรหัง พ.ศ.2498 ส่วนหลวงป๋านั้น สมัยเป็นฆราวาส ท่านชื่อเสริมชัย ท่านจบปริญญาโท และทำงานกับสถานทูตสหรัฐในประเทศไทย ท่านเคยเล่าว่า ท่านยังได้รับบำนาญจากรัฐบาลอเมริกันอยู่เลย

ท่านออกบวชเมื่ออายุ 57 รวมเวลาที่ท่านรับใช้พระศาสนาจนมรณภาพ 32 ปี สมณศักดิ์สุดท้าย ท่านเป็นพระเทพญาณมงคลค่ะ งานที่ท่านสร้างทำที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ไม่ใช่ธรรมดาถ้าไม่มีบารมี

นอกจากการสร้างวัดแล้ว ท่านยังได้วางระบบการศึกษาให้พระเณรอีกด้วย ขอติดตามอ่านรายละเอียดจากทางวัดโดยตรงจะสมบูรณ์กว่า

เมื่อผู้เขียนออกบวช พ.ศ.2544 ท่านธัมมนันทาก็โดนกระหน่ำจากเสียงของผู้ที่ไม่เห็นด้วย หลวงป๋าเป็นภิกษุรูปแรกที่มาเยี่ยมถึงที่วัตรทรงธรรมกัลยาณี ขณะนั้น พระภิกษุณีวรมัยยังมีชีวิตอยู่อายุ 93 แต่ไม่ได้ออกรับแขกหลายปีแล้ว

หลวงป๋าขึ้นไปเยี่ยมถึงห้องนอน และทักว่า ธาตุขันธ์ท่านละเอียดมาก หนังที่หลังมือของท่านใสเหมือนพลาสติก มองเห็นเส้นเลือดดำแดงได้ชัดเจน หลวงป๋าท่านถือว่าภิกษุณีวรมัยเป็นลูกศิษย์ผู้พี่

ท่านกำชับให้ลูกๆ ดูแลท่านให้ดีๆ ท่านเอาเงินใส่ซองให้ 10,000 บาท แล้วเขียนจดหมายมีความยาว 6 หน้ากระดาษฟุลสแก๊ป คนสมัยใหม่อาจจะไม่รู้จักนะคะ เป็นหน้ากระดาษยาว มีเส้น ท่านเขียนด้วยปากกาหมึกซึม สั่งสอนว่า ลูกผู้หญิงที่ออกบวชนั้นพึงทำอย่างไร

ประทับใจผู้เขียนมาก ท่านเขียนมาก่อนแล้ว พอไปถึงท่านก็เอาซองส่งให้ลูกที่รับรองท่านให้มอบให้กับท่านธัมมนันทา ซึ่งไม่ได้อยู่รับจดหมายจากท่านด้วยตัวเอง

 

วันที่ 24 มิถุนายน 2546 เมื่อภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์ มรณภาพเมื่ออายุ 95 ท่านมานั่งเป็นเพื่อนศพเป็นหลักใจให้บรรดาลูกๆ เพราะท่านธัมมนันทาอยู่ต่างประเทศ กำหนดกลับในวันเดียวกันนั้น

บุญคุณนี้มิอาจทดแทน

หลวงป๋าจึงเป็นผู้ที่ผู้เขียนรู้สึกเคารพนับถืออย่างยิ่ง

แต่เนื่องจากการเป็นภิกษุณีเป็นเรื่องที่ทางการและคณะสงฆ์ยังไม่ยอมรับ จึงทำให้ท่านไม่สามารถแสดงออกนอกหน้าได้

แม้เมื่อพาภิกษุณีต่างชาติไปเยี่ยม ท่านให้การรับรอง โดยนั่งบนเก้าอี้รับรองเสมอกัน แต่ขอร้องว่า อย่างให้รูปออกไปปรากฏทางสื่อ

เราก็เข้าใจและเคร่งครัดในเรื่องนี่มาตลอดด้วยความเคารพท่านอย่างยิ่ง

 

ครั้งหนึ่ง สมเด็จเกี่ยวมีกำหนดการจะไปเททองพระพุทธรูปที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ท่านส่งข่าวมาว่า ให้ลูกภิกษุณีไปกราบสมเด็จเกี่ยวในงาน พอไปถึง ท่านก็เป็นผู้นำเข้าไปกราบสมเด็จเกี่ยวเอง

เช่นนี้ นับเป็นบุญคุณอย่างเหลือล้น

ในงานการหล่อรูปหลวงพ่อสดขนาดหน้าตัก 5-6 นิ้วที่ทางวัดทำออกมานั้น บางรุ่นไม่เหมือนหลวงพ่อสดเท่าไรนัก ท่านธัมมนันทาก็เลยเอารูปหล่อที่ทางวัตรทรงธรรมฯ เคยทำนานแล้วไปถวาย หลวงป๋าถูกใจมาก บอกว่า “เออ รูปนี้เหมือนหลวงพ่อ”

ด้วยความสัมพันธ์ที่อบอุ่นเช่นนี้ เมื่อหลวงป๋าจากไป เราได้แต่น้อมกราบแทบเท้าด้วยความคารวะและอาลัยยิ่ง

…บัดนี้ไม่มีหลวงป๋าแล้ว…
Pages: [1] 2 3 ... 10