Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
ถามความเห็นท่านทั้งหลายครับ ยูฟ่าเบท
 
บางครั้งหลังนั่งสมาธิ เมื่อแผ่เมตตาแล้วผมจะตั้งจิตอโหสิกรรมให้กับทุกสิ่งที่อาจเคยทำกรรมต่อกันไว้ อาจจะเป็นเพื่อน สมาชิกครอบครัว ฯลฯ เพื่อให้หมดเวรที่เรา

แบบนี้เป็นสิ่งที่ควรกระทำตามกาลไหมครับ

ขอบคุณครับ
2
ธรรมะทั่วไป / ที่รักของคนดี
« Last post by muisun on September 19, 2017, 08:27:14 PM »
รุ้ทันจะคิดหนอๆ ก็เป็นที่เคารพของคนใจดีทั้งหลาย แต่คนใจร้ายริษยา พาล เพ่งโทษ ย่อมจะรังเกียจ เพราะไม่เคยรู้ทัน จะพูด คิด ทำ ก็เลยกลายเป็นคำด่าสำหรับเขา 


พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าผู้ไม่มีศรัทธา ไม่มีเมตตา ยึดถือชอบ ชัง เฉย รู้ไม่ทัน ชอบว่าร้าย เราไปสอนก็เท่าไปด่า เพราะเขาทำไม่ได้ จะยึดถือความชั่วร้ายของเขา ต่อไปใช้ทุกๆ ชาติ 


รู้ทันจะคิดหนอๆ ก็ไม่เสียชาติเกิด เกิดมาทั้งทีก็ได้ดีทุกเรื่อง ตั้งแต่เด็กมาถึงแก่ขอบอก


จากสายสืบนิสัยศาสตร์

3
ตอนนี้ผมปฏิบัติไม่เข้าใจวิธีการมองลงไปท่ามกลางกายครับ ช่วยอธิบายโดยละเอียดให้ทีได้ไหมครับ ผมไม่เข้าใจถึงมุมมองในการเห็นจริงๆครับ เพราะว่าลองเหลือกตากลับดูแล้ว มันก็มองไปไหนท่ามกลางไม่ได้ครับ

4
ทางวัดหลวงพ่อสด ไม่ค่อยได้ทำขนาดเล็กประมาณนี้ แต่ถ้าจะมีก็เล็กแบบไม่เกินสองนิ้วไปเลย เป็นเนื้อจุยเจียเป็นกายสิทธิ์รัตนชาติ ที่ศาลา ปชส. อาจจะมีอยู่บ้าง บางครั้งบางคราว มาเร็วหมดเร็ว ซึ่งผ่านวิชชาซ้อนธรรมกายจากทางวัด และจะมีเนื้อเรซื่น 5 นิ้ว อันนี้มีอยู่ครับ

ส่วนรูปที่นำมาให้ดู ขนาดเล็กๆ ประมาณ 3 นิ้ว เป็นศิลปะพระธรรมกายแบบ วัดพระธรรมกาย คลองสาม ซึ่งก็ไม่ค่อยมีให้บูชาเช่นกัน จะมีแต่ทำบุญ หรือนำบุญหลักหมื่นไปเลยถึงจะได้ซักองค์ แต่ถ้าใครมีข่าวอัพเดธได้ อาจจะมีก็ได้

หรือไม่เช่นนั้น ก็ต้องไปหาตามร้านที่แกะสลักพระหินจุยเจีย ถึงมี ก็จะแพง หรืออาจจะเป็นแก้วจีนแกะสลัก ราคาจะถูกลงมาหน่อย ก็ให้ข้อมูลคร่าวๆเช่นนี้ครับ

5
ผมกำลังอยากได้มากเลย
6
ขออนุโมทนาสาธุครับ พระเครื่องวัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามนี้ล้วนเป็นความศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติฝ่ายดีที่มุ่งส่งเสริมให้คนมีพระเ่ครื่องนี้เช่นผมและชาววัดเป็นต้นเข้าใจสัมมาทิฏฐิกฏแห่งกรรมข้ามภพข้ามชาติหลายภพหลายชาติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าให้เข้มแข็งต่อไป และพระเครื่องวัดหลวงพ่อสดของเรานี้เป็นธรรมชาติฝ่ายดีที่มุ่งนำทางให้คนเรียนวิทยาศาสตร์ใช้วิทยาศาสตร์เพื่อรอดพ้นภัยจากวิทยาศาสตร์ได้ด้วยและพระเครื่องวัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามนี้เป็นธรรมชาติฝ่ายดีที่เข้าใจเรื่องนิพพานของพระพุทธเจ้าได้เองซึ่งทำให้พระเครื่องวัดหลวงพ่อสดนี้ล้วนมีสิทธิเฉียบขาดอยู่เหนือกว่าสิ่งสูงสุดในศาสนาอื่นเช่นคริสต์และอิสลามและฮินดูเป็นต้น เรื่องนี้ชาวพุทธยุคนี้ต้องรักษาการทำพระเครื่องฝ่ายดีให้มากพอย่อมจะทำให้กล้าเผชิญและชนะอุปสรรคทุกแบบในยุคนี้ที่ขัดขวางการเผยแพร่พุทธศาสนาได้ครับ
7
หลวงป๋าท่านเคยบอกไว้ว่าการอธิษฐานจิตเสกพระเครื่องต่างๆของวัดหลวงพ่อสด
ท่านอธิษฐานไว้ รวม 10 ประการ คือ

1. พลิกธาตุพลิกธรรม-กลับร้ายกลายเป็นดี  ให้ผู้เป็นเจ้าของมีจิตน้อมเข้ากระแสธรรม
2. มหาอุด กันปืน
3. มหาคงกระพัน หนังเหนียวทนต่อคมมีดของมีคม
4. มหาแคล้วคลาด
5. รอดพ้นจากภัยทั้งหมด ภัยธรรมชาติ อุบัติภัย อุทกภัย อัคคีภัย ภัยสงคราม ภัยจากนิวเคลียร์
6. ป้องกันโรคภัย ภูติผีปีศาจ คุณไสย์ ยาสั่ง
7. มหาอำนาจ สิทธิ สิทธิเฉียบขาด
8. มหาเมตตา มหานิยม
9. มหาโชคลาภ โภคทรัพย์
10. สมใจปรารถนา อธิษฐานได้ตามที่ขอ

8
พระราชประวัติของจักรพรรดิถังเกาจง(唐高宗หรือTANG GAOZONG)
อ้างจาก:: https://th.wikipedia.org/wiki/ จักรพรรดิถังเกาจง มีเนื้อหาย่อดังนี้

สมเด็จพระจักรพรรดิเกาจง (จีน: 唐高宗; พินอิน: Táng Gāozōng, ค.ศ. 649-683, พ.ศ. 1192-1226) จักรพรรดิองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์ถัง ประสูติเมื่อปี ค.ศ. 628 (พ.ศ. 1171) มีพระนามเดิมว่าหลี่จื้อ (李治) เป็นพระราชโอรสองค์เล็กในจักรพรรดิถังไท่จง ช่วงปลายรัชกาลถังไท่จงพระราชบิดาทรงเลือกองค์ชายหลี่จื้อเป็นรัชทายาท แทนองค์ชายใหญ่พระเชษฐาที่กระทำผิด เมื่อพระราชบิดาสวรรคตลงพระองค์จึงขึ้นครองราชย์แทนขณะพระชนม์เพียง 21 พรรษา
ในช่วงต้นรัชกาลของพระองค์ มีการแย่งชิงอำนาจในวังหลังระหว่างหวังฮองเฮาและพระสนมเซียว แต่ภายหลังทั้งสองถูกจัดการโดยอู่ฮองเฮาและฮองเฮาองค์นี้ได้ช่วยพระราชสวามี บริหารราชการแผ่นดินจนสงบสุข จนยุคของ 2 พระองค์นี้ได้รับฉายาว่ามังกรคู่ แต่ได้มีผู้เคียดแค้นอู่ฮองเฮาที่มาบริหารราชการแผ่นดินแทนผู้ชาย มีทั้งขุนนาง ข้าราชการ ชาวบ้าน ฯลฯ
ในปีที่ 34 ในรัชกาล จักรพรรดิถังเกาจงมิสามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ พระนางอู่ฮองเฮาจึงทรงบริหารราชการแผ่นดินแต่เพียงผู้เดียว และสถาปนาหลี่เสียนที่ดำรงตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาทขึ้นเป็นจักรพรรดิถังจงจง จักรพรรดิเกาจงสวรรคตลงในปี ค.ศ. 683 (พ.ศ. 1226) ขณะพระชนม์ได้ 55 พรรษา

---------------------------------------
ในปีคศ.668 สมเด็จพระจักรพรรดิถังเกาจง(唐高宗หรือ TANG GAOZONG )เป็นพระมหากษัตริย์ราชวงศ์ถังพระองค์แรกที่สถาปนายศให้แก่ท่านเจิงจื่อ(曾子หรือ ZENG ZI)ผู้มีอีกชื่อคือเจิงเซิน(曾参 หรือZENG SHEN)โดยท่านเจิงจื่อเป็นหนึ่งในศิษย์เอกของนักปราชญ์ขงจื่อและเจิงจื่อเป็นชื่อเสียงมากด้านความกตัญญูและเป็นผู้แต่งหนังสือตำราต้าเสวียด้านการศึกษาและมหาบุรุษ(DA XUEหรือTHE GREAT LEARNINGหรือ大學)ซึ่งหนังสือตำราต้าเสวียนี้เป็นหนึ่งในหนังสือตำราสำคัญของลัทธิขงจื่อที่เรียกรวมรวมว่าซื่อซูอู่จิงหรือสี่ตำราห้าคัมภีร์(四書五經หรือThe Four Books and Five Classics) และสมเด็จพระจักรพรรดิถังเกาจงได้ริเริ่มสถาปนายศให้แก่ท่านเจิงจื่อในยศระดับสูงมากที่เรียกว่าตำแหน่งไท่จื่อเส้าปาว(太子少保หรือผู้รักษาปกป้องระดับรองจากตำแหน่งไท่จื่อไท่ปาวแห่งองค์รัชทายาทหรือ Junior Protector of the Crown Prince)
---------------------------------------------------
นอกจากนี้ท่านเจิงจื่อมีสิ่งพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ ในสมัยท่านเจิงจื่อมีชีวิตอยู่นั้น ท่านเจิงจื่อได้ริเริ่มแต่งกลอนอันดับวงศ์ตระกูลเจิงขึ้นมาโดยใช้คำ20คำซึ่ง1คำก็คือ1อักษรแทนอันดับระยะห่าง1ชั่วคน กลอนอันดับวงศ์ตระกูลเจิงของท่านเจิงจื่อนี้ยังใช้ได้อยู่ในจีนยุคปัจจุบันด้วย และมียังมีท่านจอมพลเจิงกั๋วพานแห่งราชวงศ์ชิงซึ่งเป็นสายหนึ่งที่สืบทอดตระกูลเจิงมาจากท่านเจิงจื่อนั้น ท่านจอมพลเจิงกั๋วพานก็ได้จัดทำกลอนอันดับวงศ์ตระกูลเจิงต่อจากท่านเจิงจื่อด้วยเพื่อใช้ทั่วประเทศจีน และผมขอยกตัวอย่างกลอนอันดับตระกูลเจิงของหมู่บ้านโต่วเถ้ามาให้ดูเพราะมีเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตของสมาคมจันทร์รุ่งโรจน์ดังนี้คือ
ผมคิดเห็นส่วนตัวว่ากลอนอันดับวงศ์ตระกูลเจิงของหมู่บ้านโต่วเถ้านี้ก็ไกล้เคียงกับกลอนอันดับวงศ์ตระกูลเจิงของจอมพลเจิงกั๋วพานแต่ก็มีคำหลายคำช่วงหลังหลังแตกต่างกัน อันนี้ท่านใดสนใจก็คันคว้าที่จีนได้นะครัย ผมขอบอกเฉยเฉยนะครับ
--------------

ขอโอกาสบอกข่าวปีนี้นิดหน่อยนะครับว่าจะมีการประชุมใหญ่สมาคมโผวเล้งทั่วประเทศไทยครั้งที่33ช่วงวันที่17-19พฤศจิกายน พศ.2560ที่จังหวัดราชบุรี นี่เองครับและวันที่18 พฤศจิกายน2560ก็อาจจะมีการไปเยี่ยมชมตลาดน้ำดำเนินสะดวกนะครับ ถ้าท่านใดสนใจก็ลองตามข่าวที่กรุงเทพดูนะครับจะสะดวกที่สุดและหาข่าวง่ายที่สุดครับ
9
ผมขอนำเอาเรื่องประวัติจีนที่ทำลายพุทธในจีนมาให้อ่านกันนะครับ อ้างจากhttps://pantip.com/topic/36626915 มีสาระย่อย่อตามหัวข้อกระทู้ดังนี้คือ
จากประวัติศาสตร์จีน ได้มีการพยายามทำลายล้างพระพุทธศาสนาหลายครั้งหลายครา  ในบางครั้งแค่สร้างกระแส  ในบางครั้งทำให้การบวชเป็นไปได้ยาก 

จักรรพรรดิ ไท่อู่ตี้ (ราชวงศ์เหนือใต้)

ครองราชย์มาระยะหนึ่ง ด้วยว่าได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาที่เป็นลัทธิเต๋า ว่าเศรษฐกิจตกต่ำในตอนนี้  เพราะมีคนบวชเป็นจำนวนมาก  จึงไม่มีแรงงาน และทหาร และอ้างว่าพระดื่มสุรา ทำตัวไม่เหมาะสม  ทำให้มีกฏหมายทำลายวัดพุทธและจับสึกพระ  โดยใครไม่ลาสิกขา ก็จะประหาร  ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 989 (ค.ศ. 446 ) พระจึงหนีเข้าป่า  ในอาณาจักรจึงไม่มีพระเหลืออยู่เลยการปฏิบัติการการทำลายสงฆ์ 
ดำเนินไปไม่ถึง 7 ปี ในปี พ.ศ. 995 (ค.ศ. 452) จักรพรรดิไท่อู่ตี้ก็ถูกฆาตรกรรม

จักรพรรดิ อู่ซ่วนตี้  ( เป่ยโจว ในราชวงศ์เหนือใต้ )

จักรพรรดิมีความศรัทธาในลัทธิขงจื้ออย่างคลั่งไคล้ เงินในท้องพระคลังก็เหลือน้อย  ในปี พ.ศ. 1117 (ค.ศ. 574) ได้รับคำแนะนำให้ทำลายวัด ทำลายพระพุทธรูป เพื่อหลอมละลายนำทองคำและทองแดงที่ได้มาทำเหรียญกษาปณ์  ได้จับสึกพระ 3.000.000 รูป ยึดวัด 40.000 วัด  แม้พระจำนวน 500 มาชุมนุมหน้าราชวังอย่างสงบ ก็ไม่มีผล  จักรพรรดิ ครองราชย์ ไม่ถึง 7 ปี ก็สวรรคต

จักรพรรดิอู่จง (ราชวงศ์ถัง)

จักรพรรดิหลงไหลในหยางกุ้ยเฟยมาก และเลื่อมใสลัทธิเต๋า  ซึ่งในตอนนี้ประชากรจีนมีราว 16 ล้านคน  ได้รับคำแนะนำว่าลัทธิเต๋าเป็นศาสนาประจำชาติ ควรจะทำลายศาสนาอื่นให้หมดสิ้น  วัดพุทธ 46.000 วัด พระ 260,000 รูป ถูกทำลายและจับสึก คัมภีร์ถูกเผาทิ้ง พระพุทธรูปถูกหลอม  มาเป็นเงินอีแปะ ทรัพย์สินของวัดถูกริบเข้าคลัง  จักรพรรดิองค์นี้มีอายุเพียง 32 พรรษา ครองราชย์ ได้แค่ 6 ปี ก็สิ้นพระชนม์ พ.ศ. 1383-1389 (ค.ศ. 840-846)

จักรพรรดิโจวซื่อจง (ยุค 5 ราชวงศ์)

จักรพรรดิมีความนับถือในลัทธิเต๋ามาก  ได้ถูกยุยงอีกเช่นกันให้ทำลายพระพุทธศาสนา  มีนโยบายว่าห้ามสร้างวัดโดยพลกาล  ทองแดงและทองสำริดต้องเวนคืนกลับเข้าท้องพระคลัง  ใครครอบครองมี
โทษหนัก  พระพุทธรูปจึงถูกยึดไปหมด  เพื่อนำไปทำเหรียญ  ปรากฏว่าที่เมืองเฉินโจว มีพระพุทธรูป
ที่ชื่อต้าเป่ย ซึ่งแข็งแรง และเพราะความศักดิ์สิทธ์ ไม่มีใครกล้าทำลาย พระองค์ไปด้วยตนเองเอาขวานทุมที่พระพักตร์และหน้าอกขององค์พระ  ประชาชนตกใจมาก ไม่นานจักรพรรดิสวรรคตด้วยโรคมะเร็งที่หน้าอก  ทำให้ครองราชย์ได้เพียงแค่ 5 ปี ในระหว่างปี พ.ศ.1497-1502 954-959

เรามาร่วมกันเชิดชูและบำรุงพระพุทธศาสนากันเถอะ!!!

Cr. นักวิชาการอิสระ...พระพุทธศาสนาในประเทศจีน

ขอบคุณข้อมูลจาก
หนังสือพระพุทธศาสนาในจีน ของพระมหาดาวสยาม  วชิรปัญโญ
และ https://zh.wikipedia.org/wiki/三武灭佛
---------------------------------------------
ส่วนตัวผมคิดว่าคนจีนสมัยโบราณตั้งแต่ล่างสุดจนถึงบนสุดต่างก็ยังมีความเชื่อสับสนในพุทธศาสนามากแม้ในยุคปัจจุบันคนจีนทุกฐานะก็ยังไม่ได้เข้าใจพุทธศาสนาและหายสับสนในความเชื่อต่างต่างเลย ดังนั้นการทำลายพุทธศาสนาในจีนแบบไร้ขีดจำกัดมันมีโอกาสเกิดได้เรื่อยเรื่อยเมื่อฝ่ายความเชื่อสับสนได้มีอำนาจปกครองจีน ซึ่งมันเป็นธรรมดาตามโลกที่ยังมีกิเลสกันนั่นแหละครับและพระมหายานจีนก็วางระบบให้ดีกว่าระบบพระสันตปาปาแห่งกรุงโรมไม่ได้มันก็ยิ่งสับสนในการรักษาพุทธในจีน เอาง่ายง่าย แม้แต่บูเช็คเทียนยอดหญิงราชวงศ์ถังและผู้สถาปนาราชวงศ์โจวสั้นสั้นในช่วงราชวงศ์ถังได้สำเร็จและไป๋จีอวี่มหากวีแห่งราชวงศ์ถังยังเข้าใจพุทธศาสนาไม่ค่อยจะตรงกันเลยนะครับและบูเชคเทียนตอนแก่ยิ่งห่างไกลจากพุทธมากขึ้นไปอีกตามกิเลสของบูเชคเทียนเอง

สำหรับไทยเรา เรามีพระที่เก่งทั้งปริยัติ และพระที่เก่งปฏิบัติธรรมทั้งสมถะวิปัสสนาจริง ช่วยกันรักษาพระไตรปิฏกเถรวาทให้เข้มแข็งได้สืบต่อกันมา และคนไทยเคารพในเรื่องกฏแห่งกรรมข้ามภพข้ามชาติอย่างดีและเชื่อเรื่องทศชาติชาดกของพระพุทธเจ้าอย่างมั่นใจอันเป็นส่วนหนึ่งในสัมมาทิฏฐิ ก็เลยทำให้คนไทยสามารถรักษาพุทธได้ดีกว่าจีนและคนไทยโบราณน่าจะสับสนในเรื่องพุทธศาสนาน้อยกว่าจีนโบราณด้วย

ผมคิดส่วนตัวว่านิพพานเป็นอัตตาแท้หรือธรรมกายที่บรรลุอรหัตตผลแล้วแน่นอนตามวิชชาธรรมกายของพระพุทธเจ้าที่หลวงพ่อสดประกาศธรรมอย่างเข้มแข็งซึ่งนี่ทำให้เข้าใจพระไตรปิฏกเถรวาทได้ลึกซึ้งกว่าพวกที่เชื่อว่านิพพานเป็นอนัตตา และตอนนี้วิชชาธรรมกายก็อธิบายเรื่องพระไตรปิฏกเถรวาทได้ดีกว่าเสมอมาและ ผมก็ยังไม่เห็นใครอธิบายพระไตรปิฏกได้ดีกว่าวิชชาธรรมกายเลยด้วยนะครับ เท่าที่อ่านมาจากหลายหลายแห่งหลายหลายปีที่ผ่านมา

ผมเชื่อส่วนตัวอีกว่าโลกยุคนี้พระสงฆ์และเณรจับต้องเงินได้อย่างโปร่งใสย่อมจะนำมาซึ่งพระบริหารและตรวจสอบงานของพระในโลกปัจจุบันและอนาคตได้อย่างโปร่งใสและตรงทางดียิ่งขึ้นแน่นอนเพื่อสังคมพุทธศาสนาภายใต้สัมมาทิฏฐิเป็นตัวนำ  ดังนั้นผมคิดว่าชาวพุทธต้องสนับสนุนพระให้มากกว่าสำนักพุทธฯและยังไงพระเก่งสมถะวิปัสสนาจริงย่อมมีความดีต่อโลกอนาคตมากกว่านักกฏหมายทางโลกที่เคร่งครัด  ถ้าสำนักพุทธฯกลัวเรื่องพระถือเงินตรงตรง ชาวพุทธที่คิดดีต่ออนาคตของพระก็ต้องไม่กลัวเรื่องส่งเสริมพระที่มีสัมมาทิฏฐิถือเงินตรงตรง นี่แหละชาวพุทธที่จะนำพาชาวพุทธข้ามแม่น้ำทุกสายได้อย่างสบายใจ ผมคิดส่วนตัวแบบนี้นะครับเพราะช่วงนี้มีข่าวพระสงฆ์ออกมาบ่อยบ่อยนะครับ
10
ขอถามทุกท่านชาวพุทธที่เข้าใจถูกทางว่านิพพานเป็นอัตตาแท้อัตตาวิมุติแท้แท้หรือธรรมกายตามพระพุทธเจ้าและตามหลวงพ่อสดฯนั้นมีความคิดเห็นอย่างไรเรื่องจากเวปพันทิพย์มีกระทู้คือเกินอิ่ม ... เงินทอน ขรก. ผู้รับเคราะห์คือพระ ? จากลิงค์นี้นะครับคือhttps://pantip.com/topic/36596524
------------------------------
สำหรับผมนะครับผมคิดว่าเริ่มมาจากข่าวเณรปลื้มวัดวังตะวันตกอันนี้ผมเชื่อส่วนตัวว่าเณรปลื้มที่มรณภาพไปนั้นตัวเณรปลื้มเองก็มีใจส่งเสริมให้พระสงฆ์ฝ่ายปกครองที่มีคุณธรรมสูงกว่าเณรปลื้มดูแลการเงินวัดได้ทั้งหมดเท่านั้นเพื่อชีวิตสุคติหลังตายของเณรปลื้มแม้การคิดของเณรปลื้มจะผิดวินัยสงฆ์เรื่องเงินทองแต่หลังตายไปสุคติแน่นอนเพราะจิตใจของเณรปลื้มเชิดชูพระที่มีคุณธรรมสูงเท่านั้นมาจับการเงินวัดนั่นเองก่อนตาย  ดังนั้นฆราวาสไม่ควรใช้ข่าวเณรปลื้มเพื่อพยายามออกกฏหมายรัฐบาลฆราวาสเกี่ยวกับเงินวัดนะครับ

สำหรับเรื่องข้าราชการสำนักพศกับเงินทอนวัดตามกระทู้พันทิพย์นั้น ผมคิดส่วนตัวว่าพระสงฆ์ทุกรูปที่ยอมใจให้เงินทอนวัดคืนข้าราชการพศ.นั้น พระสงฆ์เหล่านั้นท่านก็ส่งเสริมให้พระสงฆ์ฝ่ายปกครองที่มีคุณธรรมสูงกว่าตนเองมาดูแลเงินวัดได้ทั้งหมดเท่านั้นเพื่อชีวิตสุคติหลังตายนั่นเอง ผมอยากให้วัดใดใดที่มีปัญหาเงินทอนวัด ทางพระทางวัดนั้นควรแสดงความในใจออกมาชัดเจนด้วยว่าต้องการส่งเสริมให้พระสงฆ์ฝ่ายปกครองที่มีคุณธรรมสูงกว่าตนเองมาดูแลเงินวัดได้ทั้งหมดเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ฆราวาสพยายามออกฏหมายฆราวาสเกี่ยวกับเงินวัดนะครับ  เรื่องนี้สำคัญต่อความมั่นคงของวัดพุทธและชีวิตของพระสงฆ์เณรชีรุ่นต่อต่อไปในอนาคตด้วยนะครับ
Pages: [1] 2 3 ... 10