Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
แรกเริ่ม ‘ยุงก่อโรค’ ในประวัติศาสตร์สยาม

ยุงเริ่มได้รับการกล่าวถึงในรายงานประจำปีของแพทย์สุขาภิบาล รศ.122 หรือ พ.ศ.2446 โดยนายแพทย์แคมเบล ไฮเอต นำเสนอต่อพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงนเรศรวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาล เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2446 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงานที่เกี่ยวกับสภาพการณ์ของการเกิดโรคระบาดในสยาม

ไฮเอตกล่าวถึงคนไข้มาลาเรียรายหนึ่งจากมวกเหล็กซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้ โรคมาลาเรียในสยามนั้น ไฮเอตรายงานว่ามีอยู่ 2 ชนิด คือ

1) The simple Tertian ซึ่งเกิดขึ้นทั่วไปและไม่ร้ายแรง สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาควินิน

และ 2) The real tropical Malaria ซึ่งรักษาได้ยากมากและส่วนมากมักจะเสียชีวิต

ในจำนวนคนไข้ 1,750 คน ที่รับเข้ามาในโรงพยาบาลตำรวจนั้น มีเพียง 31 รายเท่านั้นที่เป็นไข้มาลาเรีย ซึ่งโดยมากมาจากหัวเมืองหรือจากเส้นทางรถไฟ และในจำนวน 31 รายนี้มี 20 รายเป็นชนิด The simple Tertian มีพียง 11 รายเท่านั้นที่เป็นชนิด The real tropical Malaria ส่วนเหตุผลที่มีมาลาเรียน้อยก็เพราะว่ามีชนิดของยุงที่เป็นพาหะของเชื้อมาลาเรียอยู่ค่อนข้างน้อยในสยาม

หลังจากนั้น ไฮเอตได้จำแนกยุงออกเป็น 2 ชนิด คือ 1) Culex และ 2) Anopheles ยุงแบบแรก คือยุงที่อยู่ตามบ้านทั่วไปและไม่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ในแง่ที่เป็นพาหะของเชื้อมาลาเรีย ส่วนยุงแบบที่สองคือชนิดที่พบตามทุ่งนาป่าเขา ซึ่งเป็นยุงประเภทที่เชื้อมาลาเรียจะอาศัยอยู่ในระยะเวลาช่วงหนึ่งของวงจรชีวิต

นอกจากนี้ เขายังได้เก็บตัวอย่างลูกน้ำจาก 43 แห่งในกรุงเทพฯ และตรวจสอบพบว่าลูกน้ำทั้งหมดเป็นลูกน้ำของยุงแบบ Culex

อย่างไรก็ตาม ไฮเอตเสนอให้มีการกำจัดยุงในกรุงเทพฯ ด้วยการนำน้ำมันขี้โล้ไปใส่ตามแอ่งน้ำเพื่อฆ่าลูกน้ำ และประกาศให้ประชาชนทำลายเศษถ้วยชาม กระป๋อง หรือสิ่งที่จะทำให้น้ำขังเพื่อไม่ให้ยุงสามารถวางไข่ได้

อย่างไรก็ตาม ยุงถูกให้ความสำคัญและนำไปปรากฎตัวต่อสายตาของรัฐไทยในปลายปี พ.ศ. 2469 เมื่อสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศร์ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องทูตอิตาลีชวนสยามเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ “สำนักระวางประเทศสำหรับการว่าด้วยเรื่องไข้มาลาเรีย” (Internatioal Malariaologic Institute) ซึ่งเพิ่งก่อตั้งขึ้นที่กรุงโรม

เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ลงท้ายในจดหมายว่า “ข้าพระพุทธเจ้าเห็นด้วยเกล้าฯ ว่าเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่รัฐบาลสยามจะเข้าร่วมมือด้วย และจะได้รับประโยชน์จากการนี้มาก เพราะการกำจัดโรคนี้ของรัฐบาลสยามยังล้าหลังอยู่” พร้อมกับถวายเอกสารสาธารณสุขเรื่อง “ปัญหาเรื่องยุง” มาด้วย

นับแต่นั้น ปัญหาเรื่องยุงได้ส่งผลให้รัฐบาลมีนโยบายและหามาตรการในการจัดการ โดยยุงในสยามได้ถูกจำแนกออกเป็น 2 จำพวกเหมือนกับที่นายแพทย์แคมเบล ไฮเอตเคยรายงานเมื่อ พ.ศ. 2446 คือ 1) ยุงบ้าน และ 2) ยุงเถื่อน แต่ในการอธิบายได้มีการเพิ่มเติมรายละเอียดขึ้นอีก กล่าวคือ ยุงบ้านถูกแบ่งออกเป็นอีก 2 ชนิด คือ ยุงบ้านสีเทาธรรมดา ซึ่งเป็นยุงที่ชุกชุมกว่าชนิดอื่นๆ มักเกิดในที่น้ำขังอยู่นิ่งๆ เช่น ท้องร่อง บ่อ รางระบายน้ำ รางน้ำฝน โอ่ง เป็นต้น และอีกชนิดคือ ยุ่งด่างหรือยุงเสือ มีลักษณะตัวลายขาวผ่านดำอย่างฉูดฉาด และเป็นยุงที่มีอยู่ตามชายทะเล ซึ่งเป็นพาหะของไข้เหลือง แม้ว่าไข้เหลืองจะยังไม่ปรากฎในสยาม แต่ยุงชนิดนี้มีจำนวนมาก

สำหรับยุงเถื่อน หรือยุ่งป่า หรือที่รู้จักกันในนาม “ยุงก้นปล่อง” เป็นพาหะของเชื้อโรคไข้จับสั่นหรือไข้ป่า/ไข้ป้าง ปีกของยุงก้นปล่องจะเป็นจุดๆ เวลาเกาะก้นมันจะชี้ขึ้นข้างบนซึ่งจะต่างจากยุงบ้าน ยุงก้นปล่องมักเกิดตามห้วยที่น้ำไหลช้าๆ และมีหญ้าขึ้นรก ตามหนอง ริมคลอง หรือตามสระที่มีร่มเงาและหญ้ารก เป็นต้น

ที่สำคัญกว่านั้น ในรายงานเกี่ยวกับยุงเขียนไว้ว่า ยุงไม่ได้เป็นแค่พาหะของโรคมาลาเรียเท่านั้นแต่ยังเป็นพาหะของโรคที่สำคัญถึง 4 ชนิด ได้แก่ ไข้จับสั่น ไข้เหลือง ไข้ส่า และโรคหนังช้าง แต่โรคที่สำคัญสำหรับคนไทยคือ ไข้จับสั่นซึ่งรุนแรงถึงแก่ชีวิต

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของการเผยแพร่ปัญหาเรื่องยุงในสยาม ยังไม่พบว่ามีมาตรการที่ชัดเจน นอกจากการส่งเสริมให้ประชาชนช่วยกันปราบยุงตามวิธีการที่ได้ประกาศในเอกสารสาธารณสุข ซึ่งเผยแพร่ไปทั่ว ความพยายามของรัฐบาลในการดำเนินมาตรการต่อสู้กับยุงเกิดขึ้นในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ไปแล้ว เมื่อรัฐบาลใหม่ของพันเอกหลวงพิบูลสงคราม ได้แถลงนโยบายทางด้านสาธารณสุขต่อรัฐสภาในพ.ศ. 2480 ว่ารัฐบาลจะได้ขยายการควบคุมโรคซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในเวลานั้น โดยเฉพาะไข้จับสั่น ซึ่งเป็นเหตุให้พลเมืองถึงแก่ความตามปีละ 3-4 หมื่นคนทุกปี ในกรอบของนโยบายนี้ กระทรวงมหาดไทยจึงได้เสนอ “โครงการควบคุมไข้จับสั่น” ขึ้นมาให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ยุงจึงกลายมาเป็นปัญหาทางสาธารณสุขของประเทศไทยนับแต่นั้นมา
-------------------------------------------------------
อ้างอิงจากhttps://www.hfocus.org/content/2017/10/14640

2
4 เหตุผลที่คนคิดต่างกัน

ความไม่เข้าใจของคนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติในทุกๆ ที่ที่เราต้องอยู่ร่วมกันในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว ร่วมกับเพื่อนๆ ในโรงเรียน หรือในที่ทำงาน หรืออยู่ร่วมกันในสังคมใหญ่ ระดับชุมชน หรือใหญ่กว่านั้น คือ อยู่ร่วมกันในโลกใบนี้ ความไม่เข้าใจกันและความขัดแย้งจึงเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในทุกสังคมที่เราต้องอยู่ร่วมกัน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุของความไม่เข้าใจทีเกิดขึ้น น่าจะมาจากสาเหตุคือ เรื่องของความคิดหรือทัศนคติที่ไม่ตรงกัน โดยเหตุของความคิดและทัศนคติที่ต่างกัน มาจากปัจจัย 4 ข้อ ดังนี้

1. แต่ละคนรู้ไม่เท่ากัน – รู้ไม่ตรงกัน
คนทุกคนย่อมมีความรู้ในทุกๆ เรื่อง “ไม่เท่ากัน” และ “ไม่ตรงกัน” แน่นอน ประสบการณ์ที่แตกต่างกันที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแต่ละคน จะทำให้แต่ละคนมีข้อมูลที่ “ไม่เท่ากัน” เมื่อมีข้อมูลไม่เท่ากัน ปฏิกิริยาของคนแต่ละคนที่แสดงออกก็จะไม่เหมือนกัน นอกจากเรื่องข้อมูลที่มีไม่เท่ากันแล้ว ข้อมูลที่แต่ละคนมีก็อาจจะไม่ตรงกันด้วยก็ได้ บางครั้งในเรื่องเดียวกัน อาจจะมีข้อมูลในการรับรู้ไม่ตรงกัน ทั้งที่เป็นเรื่องเดียวกัน

นี่คือปัญหาพื้นฐานในเรื่องของ “ข้อมูล” สมาชิกในแต่ละสังคม, ในแต่ละครอบครัวหรือแต่ละชุมชนมักจะมีข้อมูลที่ “ไม่เท่ากัน” และ “ไม่ตรงกัน” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของนำมาซึ่งความคิดที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น เราต้องปรับให้คนในครอบครัว ในสังคม หรือชุมชนมีความรู้ที่ “ตรงกัน” และมีความรู้ที่ “เท่ากัน” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพื่อลดช่องว่างของความคิดที่แตกต่าง เครื่องมือที่ใช้ในการปรับข้อมูลให้ตรงกัน คือ “การรับฟังให้มากขึ้น” เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้ข้อมูลที่มีตรงกัน และเท่ากัน (การรับฟังให้มากขึ้นถึงอาจจะยังไม่ยอมรับก็ยังดีกว่าไม่รับฟังอะไรเลย)

2. แต่ละคนมี “จุดสนใจ” ไม่สอดคล้องกัน
“จุดสนใจ” หรือ “Interest” ในความหมายง่ายๆ คือ สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ลึกๆ ในใจ (ไม่ใช่แค่ฉาบฉวย) ในหลายครั้ง สิ่งที่เป็นความสนใจหรือความต้องการลึกๆ จริงๆ ในใจที่เรียกว่าจุดสนใจนั้นย่อมมีความแตกต่างกันได้ ซึ่งถ้าแตกต่างกันแต่ไม่ขัดกันก็รอดไปไม่มีข้อขัดแย้ง แต่ถ้า “ต่างกัน” และ “ขัดกัน” อันนี้ก็จะเกิดความคิดที่ขัดแย้งต่อเนื่องกันไป เครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารที่เราอาจนำมาใช้ในกรณีที่จุดสนใจไม่สอดคล้องกัน หรือไม่ตรงกัน ก็คือ “การรับฟัง” และพูดคุยระบุจุดสนใจลึกๆ จริงๆ ว่า ในใจเขาต้องการอะไร โดยไม่ได้มองแค่ผิวเผิน แต่ต้องมองให้ทะลุไปเลยว่า จริงๆ แล้วลึกๆ นั้นเขาต้องการอะไร หาหนทางตอบโจทย์ของเขาว่า จุดสนใจของเขาจริงๆ แล้วคืออะไร ก็จะเป็นเรื่อง win-win ของทุกคน

3. แต่ละคนมี “หลักคิด” ที่ไม่เหมือนกัน
“หลักคิด” คือ สิ่งที่ยากที่สุดที่จะเปลี่ยน เพราะมันเป็นเหมือน “ตะกอน” ของความคิด ความเชื่อและประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดทั้งชีวิต ซึ่งคนเรามีความเชื่อ มีค่านิยม หรือหลักคิดที่แตกต่างกัน โดยอาจจะเกิดจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก การศึกษา หรือสังคมที่เติบโตมา

หลักคิดที่แตกต่างกันไปเหล่านี้หรือหลักคิดที่ขัดแย้งกันนั้น เราไม่สามารถบอกได้เลยว่าใครคิดผิด ใครคิดถูก ไม่มีหลักคิดใดดีกว่าหรือแย่กว่า เพราะเราไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ดังนั้น สิ่งที่เราทำได้ไม่ว่าเราจะเป็นใครในสังคมก็ตาม คือ พยายามทำความเข้าใจและยอมรับมันก่อนในเบื้องต้น จงยอมรับในความแตกต่างของหลักคิด ยอมรับว่านั่นคือหลักคิดของเขา และจงอย่าพยายามที่จะไปเปลี่ยนเขาในทันที เพราะต้องเข้าใจว่า หลักคิด นั้นใช้เวลาสั่งสมมานานกว่าจะเป็นตะกอนทางความคิดได้ขนาดนี้ เพราะฉะนั้นไม่มีวันที่เราจะคิดเปลี่ยนแปลงหลักคิดของเขาได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลย แต่อาจจะต้องอาศัยระยะเวลา โดยเอาเรื่องจริง เอาเหตุผลจริงๆ หรือเหตุการณ์ใกล้ตัวที่เกิดขึ้นมาจูงใจเพื่อช่วยปรับหลักคิดหรือความคิดให้โอนเอนเข้าหากันได้ในที่สุด

4. แต่ละคนมี “การรับรู้” ที่ต่างกัน
และแม้ว่าคนสองคนที่มี “หลักคิด” เหมือนกัน มี “จุดสนใจ” เหมือนกัน และมี “ข้อมูล” ที่เท่ากันและตรงกัน ก็ยังจะมีความคิดที่แตกต่างกันได้อีก เพราะว่า “การรับรู้” หรือ “Perception” ที่เกิดขึ้นในสมองแตกต่างกันออกไป โดยมีหลัก 3 ประการ คือ

- Selection มนุษย์จะเลือกเรื่องที่ตนเองสนใจก่อนอื่น เรื่องไหนที่ตนเองไม่สนใจก็จะไม่เกิดการรับรู้ หรือเกิดการรับรู้น้อย
- Organization คือการจัดระเบียบสิ่งเร้าที่เข้ามาในสมอง ให้เป็นไปตามหมวดหมู่ โดยใช้ประสบการณ์หรือความรู้เดิมในการจัดระเบียบ
- Interpretation คือการนำเอาสิ่งที่รับรู้นั้น นำมาตีความ โดยอาศัยความรู้, ประสบการณ์, ความเชื่อ, ค่านิยม, จุดสนใจ เพื่อตีความสิ่งเร้านั้น

ดังนั้น การสร้างความรับรู้ ในขั้นตอนแรก (Selection) จึงเกี่ยวพันกับศิลปะของการสื่อสารเพื่อ “เปิดใจ” ให้ผู้ฟังรับเอาสิ่งที่อยากรู้ และสื่อเข้าไปอยู่ในความคิดของผู้ฟังให้ได้ โดยไม่ใช่ใช้วิธีการบังคับ หรือกรอกหู แต่ต้องใช้วิธีการพูกสื่อสารเพื่อให้ผู้ฟังเปิดใจรับฟังและนำมันไปจัดระเบียบพร้อมตีความสิ่งที่รับเข้ามานั้น ให้ตรงตามที่เราอยากจะสื่อออกไปให้เขารู้

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เมื่อเรารู้จัก 4 สาเหตุที่ทำให้เรามีความคิดต่างกันแล้ว เราจะได้เรียนรู้เพื่อจะได้ลดช่องว่างความขัดแย้งหรือความไม่เข้าใจกันที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ขึ้น เราก็ต้องเรียนรู้ตนเอง เรียนรู้และเข้าใจผู้อื่นอีกด้วย

------------------------------------
บทความนี้อ้างจากhttps://www.maruey.com/article/contentinjournal0084.html
3
ดร.อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์  นักวิทยาศาสตร์ได้กล่าวว่า"การเมืองนั้นแสนสั้น แต่สมการคงอยู่ชั่วนิรันดร์"หรือ“Politics is for the moment and equation is for eternity.”หรือ“Equations are much more important to me, because politics is for the present, while … an equation is for eternity”
ถ้าเราดูประวัดไอน์สไตน์เราจะเห็นว่าเขาผ่านหลายสัญชาติมากเลยครับคือ
- ไอน์สไตน์ เป็นคน ถือหลายสัญชาติเพราะเกิดในช่วงที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงเขตแดนในยุโรปรวม
   ถึงเกิดยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้ชาวยิวแบบ ไอน์สไตน์ นั้นต้องสังเวยชีวิตไปหลายล้านคน
   เขาจึงต้องลี้ภัยไปอยู่ สหรัฐอเมริกา สัญชาติของ ไอน์สไตน์ มีดังนี้

ราชอาณาจักรเวือร์ทเทมแบร์ก (1879–1896)

ไร้สัญชาติ (1896–1901)

สวิตเซอร์แลนด์ (1901–1955) ถือสัญชาตินี้จนเขาเสียชีวิต

จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี (1911–1912)

จักรวรรดิเยอรมัน (1914–1918)

สาธารณรัฐไวมาร์ (1919–1933) อีก 6 ปีต่อมาเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 2

สหรัฐอเมริกา (1940–1955) ตั้งแต่ช่วงสงครามโลก จนจบ 1945 และจนตลอดชีวิตของเขา
ถือ 2 สัญชาติ สุดท้ายคือ สวิส และอเมริกา
-----------------------------------------------------------

---------------------------
และไอน์สไตน์ยังกล่าวด้วยว่า“Politics is more difficult than physics”หรือ"การเมืองยากกว่าวิชาฟิสิกส์"หรือ“[When asked “Dr. Einstein, why is it that when the mind of man has stretched so far as to discover the structure of the atom we have been unable to devise the political means to keep the atom from destroying us?”] “That is simple, my friend. It is because politics is more difficult than physics.”


----------------------------------------
วันที่24มีนาคม2562เป็นวันเลือกตั้งของประเทศไทยของพวกเรากันนะครับ  ผมขอให้พลังแห่งพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติจงสถิตย์แก่พวกเราชาวพุทธกันนะครับ
4
จดหมายเรื่อง "พระเจ้า" ของไอน์สไตน์ ทำราคาประมูลได้ 92 ล้านบาท

จดหมายที่นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" เขียนแสดงความเห็นเกี่ยวกับพระเจ้า ซึ่งทำราคาประมูลที่นครนิวยอร์ก ได้สูงถึง 92 ล้านบาท

จดหมายฉบับดังกล่าวมีความยาว 1 หน้าครึ่ง เป็นลายมือของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ถูกเขียนเป็นภาษาเยอรมันในปี 1954 เพื่อแสดงความเห็นโต้เถียงกับนักปรัชญาชาวเยอรมันในเรื่องพระเจ้าและศาสนา โดยไอน์สไตน์เชื่อว่า คำว่า "พระเจ้า" ถูกสร้างขึ้นจากความอ่อนแอของมนุษย์เท่านั้น ไม่ว่าจะตีความอย่างไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงข้อนี้ได้

นอกจากนี้ ในจดหมายยังมีการเขียนคัดค้านเรื่องที่ว่าชาวยิวเป็นกลุ่มคนที่ถูกเลือกโดยไอน์สไตน์ระบุว่าเขารักและภาคภูมิใจในความเป็นยิว แต่ไม่เชื่อว่า ชาวยิวมีคุณค่าแตกต่าง หรือสูงส่งกว่ามนุษย์กลุ่มอื่นๆ

สำหรับจดหมายฉบับนี้ ถูกเขียนขึ้น 1 ปี ก่อนที่ไอน์สไตน์จะเสียชีวิต เชื่อว่าเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดที่แสดงให้เห็นถึงมุมมองของเขาต่อเรื่องศาสนา และการมีอยู่ของพระเจ้า

เดิมที บริษัทคริสตีส์ ผู้จัดการประมูลคาดว่าจดหมายฉบับนี้น่าจะทำราคาได้เกือบ 50 ล้านบาท แต่ปรากฏว่า กลับทำราคาได้สูงถึง 92 ล้านบาท
-------------------------------
อ้างข่าวจากเวปชื่อ pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/94358ครับ
5
ผมได้อ่านข่าวแล้วนะครับว่าวันที่6มีนาคม2562 ทางวัดหลวงพ่อสดฯได้หล่อรูปพระเทพญาณมงคลฯ(วิ.)เนื้อทองเหลืองรมสีมันปูแล้วนะครับ ผมคิดว่าเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายแด่พระเทพญาณมงคลฯหรือหลวงพ่อเสริมชัยของเรานั้นคงได้รับพระของขวัญเนื่องจากการเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมฯกันแล้วนะครับ ผมขออนุโมทนาสาธุด้วยนะครับ และต่อจากนี้ผมคงขอให้ติดตามข่าวการเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมฯและงานใดใดเพื่อถวายแด่พระเทพญาณมงคลได้จากเวปเฟซบุ๊คชื่อhttps://th-th.facebook.com/RakangdhamDhammakaya กันนะครับ ชาววัดหลวงพ่อสดชอบดูทางเวปเฟซบุ๊คนี้กันมากครับ สาธุครับ
6
โครงการข้ามแดนใหญ่สองรายการทำให้ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวเยือนฮ่องกงสูงเป็นประวัติการณ์
สำนักงานการท่องเที่ยวฮ่องกงประกาศข้อมูลระบุว่า ในปี 2018 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนฮ่องกงประมาณ 65.15 ล้านครั้ง  เพิ่มขึ้นจากปี 2017 11.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์  ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ 51 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2017 14.8%  นับตั้งแต่ที่เส้นทางรถไฟความเร็วสูงกว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง และสะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า เปิดให้บริการ มีนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่มาเยือนฮ่องกงเพิ่มขึ้นมหาศาล  ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวที่มาค้างคืนด้วยเกิน 19 ล้านครั้ง  เพิ่มขึ้นจากปี 2017 7.4%]

อ้างข่าวจากhttp://thai.cri.cn/20190204/d4831a6e-3ba2-ccc4-40dd-f7e047044649.html
------------------------------------------------------
สะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า(The Hong Kong–Zhuhai–Macau Bridge (HZMB)) มีพิธีเปิดให้บริการเมื่อวันที่23 ตุลาคมพ.ศ. 2561หรือค.ศ.2018
และเส้นทางรถไฟความเร็วสูง สายกว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง (Guangzhou-Shenzhen-Hong Kong Express Rail Link) เชื่อมระหว่างแผ่นดินใหญ่จีนกับเกาะฮ่องกง ด้วยความตื่นเต้น หลังจากได้เปิดให้บริการเต็มระบบตลอดสายเป็นวันแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23ก.ย. 2561 โดยเที่ยวปฐมฤกษ์ G5736 ได้ออกเดินทางจากสถานีเกาลูนตะวันตก บนเกาะฮ่องกง เมื่อเวลา 07.00 น.มายังสถานีฝูเถียนในเซินเจิ้น ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14 นาทีเท่านั้น
7
ผมขอเสนอข่าวจากกระทู้เวปพันทิพย์เรื่องของวัดพระธรรมกายคลองสามปทุมธานีที่ใช้ชื่อกระทู้ว่าDhammakaya Strikes Back—การโต้กลับของธรรมกายโดยอ้างจาก https://pantip.com/topic/38526262นะครับ
มีเนื้อหาพอสรุปได้ว่าวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 17.00 น. ขอเชิญสาธุชน พร้อมกัน ณ ลานธรรม หน้าพระมหาธรรมกายเจดีย์ร่วมพิธีรวมใจอธิษฐานจิตถวายใบอนุโมทนาบัตร 3 ล้านใบเพื่อปกป้องวัดพระธรรมกาย พื้นที่ 2,000 ไร่ ที่พวกเราร่วมกันสร้างมา. และยังมีรูปใบอนุโมทนาบัตรสมัยมูลนิธิธรรมประสิทธิ์ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญและรูปใบอนุโมทนาบัตรสมัยชื่อวัดวรณีธรรมกายารามให้ดูด้วยครับน่าสนใจมากครับ 
ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวเรื่องข่าวนี้นะครับตามคำแนะนำของท่านไล่ฉาเจิงหรือlaichazengหรือLAI CHA ZENGนั่นเองที่ได้บอกกับผมเป็นการส่วนตัวนะครับว่าใครก็ตามที่มีใบอนุโมทนาบัตรทำบุญกับทีมชาววัดพระธรรมกายปทุมธานีในเทศกาลงานบุญต่างต่างแล้วใบอนุโมทนาบัตรนั้นยังไม่หายไปก็ขอให้ส่งใบอนุโมทนาบัตรไปช่วยปกป้องวัดพระธรรมกายปทุมธานีและพื้นที่งานพิธีกรรม2000ไร่กันนะครับ ผมมั่นใจว่าเป็นการทำบุญเพื่อประโยชน์แก่พุทธศาสนาโดยรวมครับ

---ผมคิดเห็นส่วนตัวอีกว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร นำเงินทำบุญให้วัดธรรมกายปทุมธานีไปแล้ว ยังไงนายศุภชัยก็ได้บุญสะสมไว้ในใจแล้วอันนี้แน่นอนไม่ว่าชาวพุทธจะชอบนายศุภชัยหรือไม่ก็ตามนะครับ แต่นายศุภชัยคงลืมคิดไปในเรื่องตัวเองสามารถยอมทนลำบากเพียงลำพังคนเดียวได้ไหมเมื่อถูกการเมืองและกฏหมายเล่นงานเพื่อให้วัดและชาววัดพระธรรมกายที่ดีกว่าตัวเองได้พ้นภัยอย่างเร็ว เรื่องนี้ชาวพุทธทั่วไปคงต้องจดจำไว้เป็นกรณีศึกษาครับและชาวพุทธทั่วไปต้องเข้าใจด้วยว่าหลายชาติก่อนของเราเองตอนเป็นมนุษย์ก็ล้วนเคยถูกการเมืองและกฏหมายมาทำกรรมอุปถัมภ์และมาทำกรรมตัดรอนการให้ผลบุญและผลบาปของเราในแต่ละชาติเสมอมาเช่นการเมืองและกฏหมายมาทำกรรมตัดรอนเราแบบทั้งหนักในชาติก่อนบางชาติและแบบทั้งเบาในชาติก่อนบางชาติด้วยและมีน้อยชาติมากที่จะไม่ถูกการเมืองและกฏหมายมาทำกรรมกับเราครับ นี่เป็นธรรมชาติปกติที่ชาวพุทธทั่วไปแต่ละคนต้องเข้าใจให้ได้นะครับ

---ผมคิดเห็นส่วนตัวอีกว่าพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับคนมากกว่าเงิน โดยคนบริจาคเงินมากอาจได้บุญน้อยและคนบริจาคเงินน้อยอาจได้บุญมากกว่าได้ อันนี้ขึ้นอยุ่กับสภาพของคนแต่ละคนเองทุกด้านครับ แต่ทั้งคนและเงินล้วนมีผลสำคัญต่อการพัฒนางานพุทธศาสนาให้อยู่คู่โลกต่อต่อไปได้อย่างมั่นคงครับ ดังนั้นผมคิดส่วนตัวว่าเรื่องวัดพระธรรมกายและพื้นที่2000ไร่นี้จำนวนคนบริจาคย่อมสำคัญกว่าเงินบริจาคเพราะจำนวนคนบริจาคด้วยใจบริสุทธิ์และไม่อยากมีตำแหน่งในวัดมีมากมายที่บริจาคน้อยกว่านายศุภชัยแต่ได้บุญมากกว่านายศุภชัยมันก็มีนะครับและจำนวนคนบริจาคด้วยใจบริสุทธิ์และไม่อยากมีตำแหน่งซึ่งมีมากมายนี้เป็นส่วนสำคัญที่สุดของวัดและพื้นที่2000ไร่ครับเพราะนี่ตรงและสอดคล้องกับธรรมชาติตามจริงของการคงอยู่ของฝ่ายดีจริงครับผมจะยกตัวอย่างของการสอดคล้องกับธรรมชาติของการคงอยู่ของฝ่ายดีจริงให้เข้าใจนะครับเช่นโลกของคนเรามีสันติภาพสงบสุขโดยรวมในยุคนี้ได้ก็เพราะโลกของเรานั้นมีจำนวนคนส่วนไหญ่เป็นคนดีและไม่ต้องการตำแหน่งมากมายและจำนวนคนดีนั้นมากกว่าคนชั่วด้วยนั่นเองดังนั้นโลกของเรายุคนี้จึงไม่มีคนดีคนไหนอยากยึดโลกทั้งโลกให้มาอยู่ใต้อำนาจของตนคนเดียวเท่านั้นและอีกตัวอย่างหนึ่งก็คือประเทศไทยเราเองนั้นในยุคนี้มีเอกราชและไม่ถูกยึดครองจากประเทศมหาอำนาจใดใดเป็นปกติเพราะประเทศไทยของเรายุคนี้มีจำนวนคนดีที่ไม่ต้องการตำแหน่งใดใดมากกว่าคนชั่วนั่นเองและจำนวนคนดีที่มีมากมายนี้รวมตัวเพื่อประเทศไทยอย่างเข้มแข็งก็เลยทำให้ประเทศมหาอำนาจต่างต่างที่ตอนนี้ยังเป็นประเทศมหาอำนาจฝ่ายดีไม่สามารถและไม่อยากยึดครองประเทศไทยเลยในยุคนี้ เป็นต้น จากที่ผมยกตัวอย่าง2ตัวอย่างนี้ก็เพื่อจะขอบอกว่าวัดพระธรรมกายและมูลนิธิและพื้นที่2000ไร่นั้นล้วนมีจำนวนคนดีใจบริสุทธิ์มากมายที่ไม่ต้องการตำแหน่งใดใดทำการบริจาคอย่างบริสุทธิ์มากกว่าจำนวนคนชั่วหรือคนไม่ดีแอบแฝงมาบริจาคนะครับดังนั้นถ้าดีเอสไอและศาลเป็นฝ่ายดีจริงคงเข้าใจตามจริงนะครับว่าฝ่ายดีจริงไม่อยากยึดครองเอาสิ่งใดของคนดีใจบริสุทธิ์จำนวนมากมายที่มีจำนวนมากกว่าคนไม่ดีเพื่อมาเป็นของฝ่ายดีครับ ผมขอลองออกความคิดเห็นส่วนตัวเพียงเท่านี้นะครับ ถ้าผมเขียนผิดพลาดอะไรก็โปรดอภัยให้ด้วยนะครับ ผมคิดว่าชาวพุทธโดยรวมยังเข้มแข็งกันอยู่ครับในยุคนี้และวัดพระธรรมกายปทุมธานีก็มาจากน้ำมือของชาวพุทธชาวบ้านเองเลยนะครับ
8
ภาพจากวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ

----------------------------------------------------------------------------------
สรุปย่อเรื่องราวของยานนิวฮอไรซันส์ปีคศ.2017ถึงคศ.2019
1-ยานนิวฮอไรซันส์เข้าสู่การหลับเพื่อประหยัดพลังงาน(hibernation)เมื่อวันที่7เมษายน2017และได้ตื่นจากการหลับนั้นเมื่อ11กันยายน 2017แล้วก็ได้ถ่ายภาพวัตถุอวกาศ2014MU69ไว้ด้วยในเดือนกันยายน2017แลนอกจากยานนิวฮอไรซันส์ก็ยังมีกล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิลได้ทำการสังเกตวัตถุอวกาศ2014MU69ในระหว่างวันที่25มิถุนายน2017ถึงวันที่4กรกฏาคม2017ด้วย

2-องค์การนาซ่า(NASA)ได้ปรับปรุงข้อมูลให้ยานนิวฮอไรซันส์เมื่อวันที่9ธันวาคม2017

3-ยานนิวฮอไรซันส์เข้าสู่การหลับอีกครั้งเมื่อวันที่22ธันวาคม2017และตื่นจากกการหลับเมื่อวันที่4มิถุนายน2018

4-วันที่13มีนาคม2018นักวิทยาศาสตร์มีการตั้งชื่ออย่างไม่เป็นทางการให้แก่วัตถุอวกาศ2014MU69ว่าULTIMA THULE(อัลติมา ทูลี)

5-ยานนิวฮอไรซันส์ถ่ายภาพวัตถุอวกาศ2014MU69หรืออัลติมา ทูลีด้วยกล้องLORRIเมื่อวันที่16สิงหาคม2018

6-ยานนิวฮอไรซันส์ถ่ายภาพอัลติมา ทูลี ด้วยกล้องLORRIอีกครั้งเมื่อวันที่1ธันวาคม2018

7-ยานนิวฮอไรซันส์เข้าไกล้อัลติมา ทูลีมากที่สุดเมื่อวันที่1มกราคม2019และได้ถ่ายภาพอัลติมา ทูลีในระยะไกล้ที่สุดเอาไว้ได้แล้วด้วยซึ่งอัลติมา ทูลี นี้เป็นวัตถุอวกาศแถบไคเปอร์

8 –ประมาณเวลาว่าวันที่4 มกราคม2019ถึงวันที่10มกราคม2019หรือพ.ศ.2562นี้ ยานนิวฮอไรซันส์จะตกอยู่ในภาวะSolar Conjunctionหรือโซลาร์ คอนจังค์ชั่นซึ่งเป็นภาวะที่ดวงอาทิตย์อยู่ตรงกลางทำให้การสื่อสารของยานนิวฮอไรซันส์กลับมาถึงโลกมีปัญหาและยากลำบากมาก แต่เมื่อผ่านภาวะนี้ไปแล้ว ยานนิวฮอไรซันส์จะสื่อสารกลับมายังโลกอย่างปกติได้นานถึง20เดือนโดยประมาณและยานนิวฮอไรซันส์จะเดินทางอยู่ในKUIPER BELTหรือไคเปอร์เบลท์หรือแถบไคเปอร์จนถึงปีค.ศ.2020

9-ภาพถ่ายอื่นอื่นที่น่าสนใจจากยานนิวฮอไรซันส์ก็มีมากเช่นภาพถ่ายวัตถุอวกาศชื่อ2002LM60หรือQUAOAR(ควา-อัวร์)ซึ่งยานนิวฮอไรซันส์ได้ถ่ายไว้เมื่อวันที่14กรกฏาคม2016และเรื่องควา-อัวร์นี้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบควา-อัวร์ครั้งแรกเมื่อวันที่4มิถุนายน2002และยังพบว่าควา-อัวร์นี้มีดวงจันทร์ด้วยชื่อWEYWOT(เวย์ว็อท)ซึ่งเวย์ว็อทนี้ถูกพบครั้งแรกเมื่อวันที่22กุมภาพันธ์2007และวันที่5ธันวาคม2017 ยานนิวฮอไรซันส์ก็ยังถ่ายภาพกระจุกดาวเปิดหรือกลุ่มดาวฤกษ์หลายพันดวงอยู่ในเมฆโมเลกุลชุดเดียวกันที่มีชื่อว่าWISHING WELLหรือวิชชิ่งเวลล์(NGC 3532 (Caldwell 91),[8] also commonly known as the Pincushion Cluster and Football Cluster and the Wishing Well Cluster)ด้วย
9
นาซาเผยภาพ “อัลติมา ทูลี” วัตถุที่ห่างจากโลกที่สุด มีรูปร่างคล้าย “สโนว์แมน”
อ้างข่าวจากhttps://news.tlcthai.com/world/962443.html

ยานสำรวจอวกาศนิว ฮอไรซันส์ ของนาซา ได้ส่งภาพวัตถุที่อยู่ห่างจากโลกมากที่สุดเท่าที่มีการสำรวจมา โดยวัตถุดังกล่าวมีชื่อว่า “อัลติมา ทูลี” ซึ่งมีลักษณะคล้ายสโนว์แมน

วันที่ 3 ม.ค. 62 สื่อต่างประเทศรายงานว่า หลังจากที่ยานนิว ฮอไรซันส์ (New Horizons) ซึ่งเป็นยานสำรวจอวกาศของนาซา ได้โคจรผ่านหินน้ำแข็ง “อัลติมา ทูลี” (Ultima Thule) ซึ่งเป็นวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุดเท่าที่เคยสำรวจพบ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา โดย “อัลติมา ทูลี” อยู่ห่างจากโลกกว่า 6.5 พันล้านกิโลเมตร ในบริเวณพื้นที่ที่เรียกว่า แถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) โดยภูมิภาคนี้แทบไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงเลย นับตั้งแต่ระบบสุริยะกำเนิดขึ้นมา

ด้านนายเจฟฟ์ มัวร์ ผู้ตรวจสอบร่วมภารกิจยานนิวฮอไรซันส์ จากศูนย์วิจันอเมสของนาซา กล่าวว่า การจับตัวกันของส่วนที่เรียกว่า “อัลติมา” (ก้อนเล็กกว่า) กับส่วนที่เรียกว่า “ทูลี” ซึ่งทั้ง 2 ส่วนอาจเข้ามารวมกันในอัตราความเร็วต่ำมากๆ เพียงราว 2-3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งนี้ยานนิว ฮอไรซันส์ จะทำการเก็บภาพถ่ายและการสังเกตการณ์อื่นๆ จากนั้นจะส่งข้อมูลเหล่านั้นกลับมาในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เนื่องจากบริเวณดังกล่าวยังมีวัตถุอวกาศแบบอัลติมาอีกหลายร้อยหลายพันชิ้นที่อยู่ในสภาพเย็นจัด ซึ่งวัตถุเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบคำตอบได้ว่า ดาวเคราะห์ก่อตัวได้อย่างไรเมื่อ 4,600 ล้านปีก่อน

-----------------------------------------

ภาพจากเวปไซด์วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ
----------------------------------
การแนะนำชื่ออัลติมา ทูลีให้แก่ชาวโลกเมื่อวันที่13มีนาคมคศ.2018หรือพศ.2561และเนื้อหาอ้างจากhttp://www.frontierworlds.org/
[size=1ุ4pt]Tuesday, March 13, 2018 and Introducing "Ultima Thule": NASA's Ultimate Destination in the Kuiper Belt!
NASA and the New Horizons team are pleased to announce that our target body in the Kuiper Belt, formally known as "(486958) 2014 MU69", is being nicknamed Ultima Thule. The name comes from medieval mapmakers, where Thule (pronounced "thoo-lee") was a distant and unknown island thought to be the northernmost place on Earth. "Ultima Thule" (which translates as "farthest Thule" or "beyond Thule") has come to be used as a metaphor for any mysterious place "beyond the borders of the known world". This is an apt metaphor for the tiny object, four billion miles away, that will be the next destination of the New Horizons spacecraft.

The name was nominated independently by about 40 participants in the Frontier Worlds campaign, and was ranked very highly in the voting. Ultima Thule will serve as the unofficial nickname for MU69 through the flyby on New Year's day, 2019. Later in 2019, we will work with the International Astronomical Union to establish a formal, permanent name for the body.

Thank you to everyone who participated in the naming campaign! Now join us on our ultimate journey.

–Mark Showalter and the New Horizons Science Team

[Visit the original Frontier Worlds home page]
[/size]
10
ผมได้อ่านข่าวจากทางอินเตอร์เน็ตว่าผู้เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายแด่หลวงพ่อพระเทพญาณมงคลหรือหลวงพ่อเสริมชัย ชยมังคโล ในช่วงนี้นั้น หลวงพี่ที่วัดท่านจะมอบรุปหล่อพระเทพญาณมงคลเนื้อทองเหลืองรมสีมันปูให้เป็นของขวัญแก่เจ้าภาพฯด้วย ซึ่งผมก็ขออนุโมทนาบุญ สาธุกับทุกท่านที่มีโอกาสได้เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายแด่พระเทพญาณมงคลแห่งวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ราชบุรีนี้ด้วยครับ

ผมขอถือโอกาสบอกบุญและเชิญชวนคนอ่านกระทู้ทุกท่านว่าท่านใดมีโอกาสและมีเวลาและต้องการเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายแด่พระเทพญาณมงคลหรือหลวงพ่อเสริมชัย ก็ขอให้ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์วัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามได้เลยนะครับหรือท่านใดไปวัดก็ติดต่อสอบถามการเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายแด่พระเทพญาณมงคลหรือหลวงพ่อเสริมชัยกับหลวงพี่พระมหาชัยนิพจน์ อัตตทันโตและหลวงพี่พระมหาพร้อมไพบูลย์ สุเมธโส  ตามข่าวได้ด้วยนะครับ

ผมขอบอกบุญนี้กับทุกท่านที่อ่านกระทู้นี้นะครับเพราะผมมั่นใจว่าเป็นบุญที่ดีมากมากเลย ซึ่งบุญนี้ก็จะเป็นกรรมฝ่ายดีสะสมติดตัวข้ามภพข้ามชาติได้อย่างดีมากเลยครับและเราไม่ต้องกังวลใจว่าบุญจะให้ผลไปทางใดและตอนไหนหลังตายด้วยครับเพราะบุญข้ามภพข้ามชาติได้ตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้แน่นอนครับไม่ต้องคิดเลยครับสำหรับชาวพุทธจริงจริงครับ :D :D

Pages: [1] 2 3 ... 10