Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1

นี่คือพลานาเรียนะครับ
------------------------
ผมคิดว่าในทางพุทธศาสนานั้น บาปกรรมเมื่อมันทำหน้าที่เป็นชนกกรรมหรือกรรมนำไปเกิดนั้นย่อมนำไปเกิดได้หลายรูปแบบในทุคติภูมิ เช่นไปเกิดเลยเป็นสัตว์ในนรกภูมิเป็นต้น สำหรับสัตว์จำพวกพลานาเรียนี้ในทางพุทธศาสนาว่าอย่างไรก็ช่วยบอกข้อมูลกันมาได้นะครับ และส่วนตัวผมคิดว่าบาปกรรมในทางพุทธศาสนานั้นสามารถเป็นชนกกรรมหรือกรรมนำไปเกิดเป็นพลานาเรียได้ ดังนั้นยิ่งเราตัดตัวพลานาเรีย มันก็ทำให้บาปกรรมของสัตว์ที่กำลังไปเกิดตามแรงบาปกรรมนั้นถูกดึงดูดให้มาเกิดเป็นพลานาเรียตัวใหม่จากชิ้นส่วนของพลานาเรียที่ถูกตัดได้ทันทีด้วยและซ่อมแซมตัวมันเองทันทีด้วยและพลานาเรียตัวเก่ามันก็ยังไม่ได้ตายด้วยนะครับเพียงแต่มันซ่อมแซมตัวมันเองทันที ผมคิดว่าในทางพุทธศาสนานั้น คนที่เข้าถึงวิชชาชั้นสูงของพระพุทธเจ้าสามารถบอกได้ว่าชิ้นส่วนของพลานาเรียอันไหนมันคือพลานาเรียตัวเก่าที่ยังไม่ตายและชิ้นส่วนของพลานาเรียอันไหนมันคือพลานาเรียตัวใหม่ที่มีบาปกรรมนำมาเกิดในชิ้นส่วนพลานาเรียที่ถูกตัดเป็นชิ้นชิ้นครับ  ดังนั้นกรรมเป็นอจินไตยอย่างหนึ่งแค่อานุภาพของชนกกรรมหรือกรรมนำไปเกิดนี้เราก็ประมาทไม่ได้เลยครับ ชนกกรรมนี้น่าจะเข้าใจยากยิ่งกว่าสเต็มเซลล์ด้วยนะครับสำหรับยุคนี้ครับ  ใครมีความคิดเห็นอย่างไรก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ
2
อ้างจากhttps://pantip.com/topic/37068060มีเนื้อหาว่า

สำรวจพบ "หนอนแบนนิวกินี" พาหะแพร่เชื้อพยาธิปอดหนู พยาธิหอยโข่ง ซึ่งติดต่อสู่คนได้!!!!
หลังจากมีรายงานการพบ “หนอนแบนนิวกินี” ในประเทศไทย
ในบ้านหลังหนึ่งที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยมีผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เก็บตัวอย่าง
มายืนยันแล้วว่าเป็นสัตว์ชนิดนี้จริง วันนี้ทีมข่าวพีพีทีวีลงพื้นที่สำรวจบ้านหลังนี้
ก็พบกับหนอนแบนชนิดนี้กำลังรุมกัดกินหอยทากอยู่

นายมงคลเล่าว่า พบหนอนชนิดนี้เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ในช่วงหน้าฝน
แต่ระยะหลังพบว่ามีจำนวนมากขึ้นและกำลังรุมกินหอยทาก
จึงถ่ายภาพส่งให้นักวิชาการดู ต่อมานักวิชาการได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบ
ในระหว่างเก็บตัวอย่างหนอน ปรากฏว่าคีบจนตัวหนอนขาด แต่ทุกคนกลับแปลกใจ
เพราะหนอนที่ขาดไปสองท่อน สามารถเลื้อยต่อไปได้ คล้ายกับมี 2 ตัว

ข้อมูลจาก ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ นักวิชาการอิสระกลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
บอกว่า เป็นหนอนที่มีถิ่นกำเนิดในนิวกินี เมื่อโตเต็มที่แล้วมีลำตัวยาวประมาณ 5-6 เซนติเมตร
ปลายแหลมทั้งสองด้านแต่ด้านที่เป็นหัวจะแหลมเล็กกว่า สีด้านหลังเป็นสีน้ำตาลเข้ม
และมีลายสีน้ำตาลอ่อนพาดกลางลำตัวตามแนวยาว ด้านท้องสีขาวและมีจุดสีขาวเล็กๆ
ค่อนไปทางด้านหางซึ่งเป็นส่วนปาก หนอนชนิดนี้กินหอยทากเป็นอาหารหลัก

ในรายงานของ ดร.นณฑ์ ยังระบุว่าหนอนตัวแบนนิวกินีนี้ ยังเป็นพาหะ
แพร่เชื้อ Angiostrongylus cantonensis หรือพยาธิปอดหนู/พยาธิหอยโข่ง
ซึ่งติดต่อสู่คนได้ โดยพยาธิดังกล่าวนี้มีหนูเป็นพาหะหลักจึงไม่สามารถเจริญเติบโต
จนครบวงจรในร่างกายมนุษย์ได้ แต่ตัวอ่อนจะไปอาศัยอยู่ในระบบประสาทส่วนกลาง
ของผู้ติดเชื้อและตายลง ทำให้เกิดการอักเสบในเยื่อหุ้มสมอง โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อพยาธิ
จะมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง เป็นไข้ อาเจียนพุ่ง คอแข็ง ตาพร่ามัว ท้องเสีย และปวดกล้ามเนื้อ

สำหรับ การกำจัดหนอนตัวแบนนิวกินีทำได้สองวิธีคือใช้น้ำร้อนลวกหรือหยอดด้วยเกลือป่น
ห้ามใช้การสับหรือหั่นเพราะแต่ละชิ้นจะเติบโตเป็นตัวใหม่ได้และจะกลายเป็นยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นไปอีก
ขณะที่หนอนตัวแบนชนิดนี้มีรายงานถูกปล่อยและหลุดออกสู่ธรรมชาตินอกถิ่น
อาศัยตามธรรมชาติหลายแห่งและมีรายงานรุกรานกินหอยทากท้องถิ่นจนสูญพันธุ์
ทำให้สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) จัดให้หนอนตัวแบนนิวกินีเป็น
หนึ่งในร้อยสัตว์รุกรานต่างถิ่นที่น่ากลัวที่สุดของโลก

3
ตอบROBOT

บทนี้ละว่าไง

อัตตา หิ อัตตโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อัตตนา หิ สุทันเตนะ นาถัง ลภติ ทุลลภัง ฯ
ตนแลเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
หากว่าบุคคลมีตนที่ฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้โดยยาก ฯ


http://www.84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=04&A=479&Z=575

อนัตตลักขณสูตร ในส่วนที่แสดงว่าธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา นั้นหมายเอาขัน5เท่านั้น ไม่รวมวิสังขาร คือพระนิพพานเอาไว้ด้วย


4
สิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นนี้คุณควรยกพุทธพจน์ตรงตรงจากพระไตรปิฏกมากำกับไว้ด้วยจะดีกว่าเพื่อให้คนสนใจได้อ่านพระไตรปิฏกด้วย เรื่องนี้ที่จริงชาวสายธรรมกายก็รู้พุทธพจน์นี้นานมาแล้วและหลวงพ่อเสริมชัย ชยมังคโล ท่านก็บอกสอนไว้ชัดเจนว่าเรื่องสิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นนี้มันคนละประเด็นกับสภาวะธรรมที่เป็นจริงโดยธรรมชาติเองนั่นคือแม้ไม่ยึดมั่นถือมั่นก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อสภาวะธรรมที่เป็นจริงโดยมันก็ยังเป็นสภาวะธรรมที่เป็นจริงอยู่ตลอดไปโดยสภาวะธรรมที่เป็นจริงต้องเห็นแจ้งด้วยวิชชาสามของพระพุทธเจ้าเท่านั้นนะครับ

ผมอยากให้อ่านหนังสือของหลวงพ่อเสริมชัย ชยมังคโลนะครับจะได้เข้าใจเรื่องนี้ได้ถูกต้องมากมากครับ

ส่วนตัวของผมเองนั้นผมเคยคุยเรื่องนี้กับท่านไล่ฉาเจิงหรือLAICHAZENGด้วยครับและท่านไล่ฉาเจิงเคยบอกผมว่าสิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นนั้นแม้เราไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในสังขารธรรม แต่สังขารธรรมมันก็เป็นไปตามสภาพสังขารธรรมของมันเองอยู่ดีและแม้เราไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในอสังขตธรรมหรือนิพพาน แต่อสังขตธรรมหรือนิพพานก็เป็นไปตามสภาพแห่งอสังขตธรรมของมันเองอยู่ดี และสังขารธรรมเท่านั้นเป็นอนัตตา ส่วนอสังขตธรรมนั้นพระพุทธเจ้าไม่สามารถบอกพุทธพจน์ชัดเจนได้ว่าเป็นอนัตตาตั้งแต่ตรัสรู้จนถึงปรินิพพานและหลังจากปรินิพพานพระพุทธเจ้ายิ่งไม่สามารถตรัสว่าอสังขตธรรมเป็นอนัตตาได้แน่นอน อันนี้ท่านไล่ฉาเจิงบอกว่าพระพุทธเจ้านั้นท่านรู้แน่นอนว่าท่านไม่สามารถตรัสว่าอสังขตธรรมเป็นอนัตตาได้ตลอดไปทุกกรณีด้วย แต่ความจริงถ้านิพพานเป็นอัตตาแท้สุด แม้พระพุทธเจ้าท่านไม่สามารถตรัสพุทธพจน์ชัดเจนว่านิพพานเป็นอัตตาแท้สุดได้ตั้งแต่ตรัสรู้จนปรินิพพาน แต่พระพุทธเจ้าเมื่อเข้าอนุปาทิเสสนิพพานแล้วก็ยังมีโอกาสสามารถตรัสว่านิพพานเป็นอัตตาแท้สุดได้กับพระอรหันต์ทุกพระองค์ในนิพพานนั่นเอง อันนี้พระพุทธเจ้าท่านเลือกแบบนี้เพราะมีแต่พระอรหันต์ในนิพพานเท่านั้นที่จะเข้าใจเรื่องอัตตาแท้หรือธรรมกายได้แบบก้าวหน้าเติบโตเรื่อยเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุด นี่ในสมัยพุทธกาลนะครับ

เอาแค่นี้พอก่อนนะครับ ไม่ทราบว่าเจ้าของกระทู้นี้อยากจะเข้าใจสัจจธรรมของพระพุทธศาสนามากน้อยแค่ไหนนะครับเพราะธรรมของพระพุทธเจ้านั้นมีมากกว่าเรื่องไม่ยึดมั่นถือมั่นนะครับถ้าศึกษาให้รอบคอบดีดีครับ
--------------------------------------------------------------------

5
ผมก็เคยเรียนแต่งกลอนแบบบ้านบ้านกับท่านไล่ฉาเจิงหรือLAICHAZENG นานมาแล้วนะครับ และผมก็ไม่ได้แต่งกลอนไพเราะอะไรมากนะครับ แต่ผมอยากแต่งกลอนรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่เก้าเพื่อเทิดทูนรัชกาลที่เก้าครับเพราะหนึ่งปีที่ผ่านมาผมก็ดูข่าวเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่เก้ามากมายเลยครับพอพอกับชาวบ้านที่รักในหลวงรัชกาลที่เก้าครับ ผมอยากเผยแพร่กลอนส่วนตัวอีกซักบทให้ชาววัดชาวบ้านได้อ่านกันดังนี้นะครับคือ
”ยี่สิบหกตุลาสองห้าหกศูนย์
คนไทยทุกเชื้อสายยังเศร้าร้องหา
กราบพระกายพระภูมิพลราชา
จำงานพระเมรุมาศจอมราชัน”

หากกลอนส่วนตัวของผมมีผิดพลาดอะไรไปก็ขออภัยด้วยนะครับและคำว่าพระกายกับพระบาท ผมคิดว่าดีเยี่ยมทั้งสองคำนะครับแต่ผมขอใช้คำว่ากราบพระกายนะครับใส่ไว้ในกลอนเพื่อรำลึกถึงพระรูปกายของพระองค์อันงามสง่าบนโลกคนนะครับถ้าใครชอบวรรคว่ากราบพระบาทพระภูมิพลราชา ก็ชอบกันได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ
----ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ---------


6
พระพุทธเจ้าได้ทรงสรุปคำสอนในเรื่องความไม่มีทุกข์ของพระองค์ทั้งหมดเอาไว้ในประโยคที่ว่า “สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดถือว่าเป็นตัวเรา-ของเรา”
      ถ้าใครเข้าใจความหมายของประโยคนี้เพียงประโยคเดียว ก็เท่ากับเข้าใจคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้าแล้ว ถ้าใครปฏิบัติตามคำสอนได้เพียงเท่านี้ ก็เท่ากับได้ปฏิบัติตามคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้าแล้ว และถ้าใครได้รับผลจากการปฏิบัติตามคำสอนเพียงเท่านี้ ก็เท่ากับได้รับผลทั้งหมดจากคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
     คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ถ้าเราเข้าใจแล้วเราก็สามารถที่จะสรุปให้เหลือสั้นที่สุดก็ได้ หรือจะขยายออกไปอย่างมากมายก็ได้ คือเมื่อจะสรุปให้เหลือสั้นที่สุดก็สรุปได้ว่า “ให้ปล่อยวางทุกสิ่งแล้วจะไม่มีทุกข์” แต่เราก็สามารถนำเอาคำนี้มาอธิบายให้ละเอียดต่อไปอย่างสอดคล้องกันได้มากมาย แทงบอลสเต็ป
7
ผมเพิ่งได้ดูจดหมายบอกข่าวบุญกฐินวัดหลวงพ่อสดธรรมกายรามปีพศ.2560 ครับ ผมขอบอกบุญกฐินปี2560นะครับคืองานบุญกฐินสามัคคี2560วัดหลวงพ่อธรรมกายาราม อำเภอ ดำเนินสะดวก จังหวัราชบุรี นี้จะจัดงานวันอาทิตย์ที่8 ตุลาคม พศ.2560หรือวันพรุ่งนี้นะครับ ปีนี้มีวัตถุประสงค์4ข้อนะครับและประธานใหญ่กองกฐินปีนี้คือคุณไพศาลและคุณพรรณี สุสิริเกษมสุข ครับ และคนที่อยากไปร่วมงานก็สามารถขึ้นรถรับส่งฟรีได้ที่วัดสระเกศ(ภูเขาทอง)เวลา07:00น นะครับ และไปไหว้กราบพระนั่งเมืองแก้วที่วัดด้วยยิ่งดีนะครับและขอให้ศรัทธาในนิพพานของพระพุทธเจ้าแท้ว่าเป็นอัตตาแท้หรือธรรมกายที่บรรลุอรหัตตผลแล้วให้มั่นคงด้วยจะยิ่งดีต่อชาตินี้และชาติหน้าของชาวพุทธที่เชิดชูพระไตรปิฏกเถรวาทนะครับในยามที่ตอนนี้การเมืองของไทยยังคงถูกควบคุมโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือNational Council for Peace and Order หรือNCPOที่เริ่มตั้งแต่ปีพศ.2557นะครับ
8
คําขวัญวันแม่ 2560
          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2560 เพื่ออัญเชิญลงหนังสือวันแม่แห่งชาติ ปี 2560 ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดังนี้..

         "สอนให้ลูก เรียนรู้ สู้ปัญหา

         พัฒนา ด้วยตน จนเติบใหญ่

         เพราะคนแกร่ง จะก้าว ได้ยาวไกล

         เพื่อมาเป็น กำลังไทย ให้แข็งแรง"

9
พระที่เกี่ยวเนื่องกับทรัพย์โดยตรง ก็น่าจะเป็นพระอรหันต์จกบาตร เพราะสร้างขึ้นมาเพื่อให้เจ้าของอุดมสมบูรณ์มีกินมีใช้ ไม่ว่าเจ้าของจะไปอยู่ในที่แห่งไหน ทุรกันดารแค่ไหน ก็จะต้องไม่อดไม่อยาก (ผมพูดเองเออเองนะครับ) พระที่เอามาโชว์องค์นี้ตอนนี้ไม่ได้อยู่กับผมแล้ว เพราะหลวงปู่สรวง (เทวดาเล่นดิน) แห่งบ้านละลม ท่านถึงกับเอ่ยขอพระองค์นี้กับผมโดยตรง ผมก็เลยมอบถวายท่านไปแล้วครับ สำหรับผมองค์นี้ท่านแสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นมากมาย (ตัดสายรุ้งขาดได้)

พระอรหันต์จกบาตรนี้เคยได้ยินว่าหลวงป๋าท่านจะมอบให้เป็นที่ระลึกแก่คนที่มาทำบุญกับวัด แต่ไม่ทราบว่าต้องทำบุญเท่าไหร่เพราะนานมาแล้วครับ

 ผมมีเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งชื่อว่าคุณกุ๊ก เขาได้พระอรหันต์จกบาตรจากเพื่อนผมไป 1 องค์เมื่อเดือนธันวาคม 2555 ที่ผ่านมานี้เอง คุณกุ๊กคนนี้เขาก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว เมื่อได้พระไปก็อธิษฐานทดลองความศักดิ์สิทธิ์ของพระเลย โดยเขาอธิษฐานว่าทราบมาว่าพระนี้ศักดิ์สิทธิ์นัก ถ้าเป็นจริงก็ขอให้ถูกหวยรวยเบอร์ (จะเอาเงินไปทำบุญ) เพราะว่าตอนนี้เงินสดขาดมือ ท้าทายพระขนาดนั้นเลย ท่านก็ให้สมใจเพราะถูกหวยไป 300,000 บาท แล้วก็ยังได้เปอร์เซ็นต์ขายที่ให้เพื่อนอีก 300,000 บาท ตกลงภายในไม่ถึง 1เดือน พระองค์นี้ให้โชคคุณกุ๊กไป 600,000 บาทครับ แต่ก็นั่นแหละ ของอย่างนี้คงจะไม่ได้เกิดกับทุกคนหรอกครับ เพราะคุณกุ๊กนั้นก็บอกแล้วว่าเขาไม่ธรรมดา เขามีต้นทุนบุญอยู่แล้วมากมาย และเงินที่ได้มา 600,000 บาทนั้นคุณกุ๊กก็นำไปเป็นเงินค่าหล่อพระยืนสูง 3.8 เมตร เพื่อถวายวัดเรียบร้อยแล้ว.

 พี่อู๋...ก่อนจะไปชม.กะนิด 1 วัน รีบมากรีดผ้าและแพ๊ก กระเป๋าไปด้วยทำงานจนวินาทีสุดท้ายและรีบไปธนาคารเพื่อเบิกเงินไปทำบุญด้วยแวะไปซื้อสีให้ลูกน้องอีกประมาณ 2 ชม.ก็ถึงธนาคารทันทีที่กำลังเบิกเงินอยู่ได้กลิ่นผ้าไหม้ประทะหน้าเลยใจหายวูบรีบวิ่งออกมาที่รถพร้อมกับบอกพี่ตุ้ยว่ารีบกลับบ้านเร็วคิดว่าลืมถอดปล๊กไฟกลิ่นผ้าไหม้ฟุ้งอยู่ในรถพี่ตุ้ยเป็นพยานได้เพราะแกได้กลิ่นจัง ๆ เลยใช้เวลาขับรถกลับบ้าน 20 นาทีรีบวิ่งขึ้นชั้นลอยที่ตั้งโต๊ะรีดผ้าใจหายวาบเพราะเห็นไฟเตารีดแดงสว่างเลยบริเวณรอบโต๊ะร้อนแต่ไม่มากบ้านไม่เป็นไรค่ะเล่าสู่กันฟังค่ะ....

 ก่อนหลวงปู่สรวงจะละสังขาร (ละหลอก) ประมาณ 3 ปี หลวงปู่ขอพระอรหันต์จกบาตรที่ผมห้อยไปในวันนั้น โดยเมื่อผมกราบหลวงปู่เสร็จก็ถอดสร้อยออกจากคอ ถือไว้แล้วบอกหลวงปู่ว่า "หลวงปู่ช่วยเป่าเพิ่มเติมให้ด้วยครับ" หลวงปู่หยิบพระไปถือโดยจับสร้อยไว้แล้วห้อยพระลงมา ท่านไม่ยอมเป่าพระให้ แต่กลับนั่งมององค์พระยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ท่าทางจะชอบพระองค์นี้มาก แล้วก็ทำท่าทางบอกว่าขอพระองค์นี้นะ ผมก็ยังคงนั่งนิ่งเพราะไม่คิดว่าหลวงปู่จะขอพระจากผม ท่านก็ทำท่าอยากได้ซ้ำอีก ผมเลยตัดใจพูดไปว่า "ถ้าหลวงปู่อยากได้ผมก็ขอถวายครับ" เมื่อผมพูดขาดคำเท่านั้น หลวงปู่ก็หยิบพระพร้อมสร้อยใส่กระเป๋าเสื้อทันที สร้างความฮือฮากับลูกศิษย์ที่นั่งอยู่รอบๆ หลวงปู่มาก เพราะหลวงปู่ไม่เคยขอของจากใครครับ ต่างก็พากันมาล้อมถามผมใหญ่ว่าท่านขอพระอะไรจากผม (ปกติลูกศิษย์ที่ไปกราบท่านเมื่อส่งพระให้ท่านเป่า ท่านก็จะหยิบมาดูแล้วก็โยนพระลงพื้น เป็นอันเข้าใจกันว่าท่านเป่าเพิ่มให้แล้ว แต่องค์นี้ท่านไม่โยนลงพื้นแต่เอาใส่กระเป๋าเสื้อเลย)

ตอนแรกผมก็คิดว่าท่านขอเล่นๆ เพื่อลองใจผมว่าจะกล้าให้ท่านไหม ตอนจะกลับผมจึงเข้าไปกราบท่านแล้วถามท่านว่า "แล้วพระผมล่ะครับหลวงปู่" ท่านบอกว่า "พระไม่มี" ท่านพูดภาษาไทยกับผมแบบชัดถ้อยชัดคำ ซึ่งปกติท่านจะพูดแต่ภาษาเขมรเท่านั้น ตกลงพระของผม (พระที่ถ่ายรูปมาองค์นี้) ก็เลยถูกนิมนต์ไปอยู่กับท่านนับตั้งแต่วันนั้นจนบัดนี้

 ในพระอรหันต์จกบาตรเชื่อกันว่ามีกระดูกนักรบที่ตายระหว่างสงครามเก้าทัพ เพื่อปกป้องประเทศไทยจากพม่า นักรบไทยเหล่านั้นเป็นเทพไปแล้วครับ ท่านพวกนี้ยอมสละชีวิตเพื่อรักษาประเทศชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ประเทศไทยดำรงอยู่ได้ พระท่าน (หลวงปู่ใหญ่) ก็เลยช่วยเหลือวิญญาณเหล่านี้ให้มาเป็นเทพประจำองค์พระ เมื่อเราทำบุญเราก็ต้องแบ่งส่วนบุญให้ท่านเหล่านี้เพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านด้วยนะครับ ดังนั้นใครแขวนพระจกบาตรนี้ก็ไม่ต้องกลัวเหล่าวิญญาณร้าย-ผีเกเร เพราะท่า่นเทพอดีตนักรบจะถือดาบฟาดฟันเหล่าวิญญาณร้ายให้เองครับ

 ทั้งยังมาคอยกระซิบเตือนภัย และเป็นเทพนิมิตบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าในฝัน บางท่านกำหนดจิตดีๆ ก็สามารถพูดคุยกันได้ ขอโชคขอลาภก็ยังได้ นอกจากนั้นพระอรหันต์จกบาตรก็ยังเลือกเจ้าของอีกด้วย ถ้าใครไม่มีศีลได้ไปก็เอาพระไว้ไม่ได้เพราะมีเรื่องเล่ากันมาว่า เขาเห็นเป็นทหารโบราณเดินถือดาบอยู่หน้าบ้าน เดินไปเดินมาทั้งคืนหน้าตาดุน่าเกรงขามจนเขาต้องนำพระไปถวายวัดไม่กล้าเอาไว้ที่บ้าน ผิดกับผู้ที่มีศีลจะเห็นเป็นเทวดาแต่งชุดชาวเรียบร้อยหน้าตาใจดีมาขออยู่ด้วยเพื่อสร้างบารมีร่วมกัน อุ่นกายอุ่นใจเพราะมั่นใจว่าท่านมาช่วยคุ้มครองป้องกันภัยให้ตลอด 24 ชั่วโมง เป็น Bodyguard ชั้นหนึ่งเลยทีเดียว

งใครที่รับพระอรหันต์จกบาตรจากหลวงป.แล้วยิ่งดีใหญ่ เพราะหลวงป.ท่านจะบวชให้ท่านเทพประจำองค์พระเหล่านี้ให้กลายเป็น "สมณะเทพ" บวชกันที่โบสถ์ที่วัดหลวงพ่อสดนี้แหละ ท่านจะถามก่อนว่าเทพองค์ไหนต้องการจะบวชท่า่นก็จะบวชให้เพื่อช่วยให้เขาได้บุญมากขึ้น เป็นการบวชโดยสมัครใจของเขาเอง เรื่องนี้ผมพูดเองเออเองนะครับ ไม่ต้องไปถามจากหลวงป. เพราะผมเป็นคนพูดเองท่านไม่ได้พูด

 มีเรื่องเล่าเรื่องการบวชอีกเล็กน้อย เมื่อหลวงป.จะบวชให้เทพแต่ละองค์ก็จะต้องตั้งฉายาทางพระให้ท่านด้วย ทีนี้หลวงป.ท่านไม่รู้ว่าเทพองค์นั้นๆ เกิดวันไหนเวลาไหนเพราะเกี่ยวกับการตั้งฉายาต้องรู้วันเดือนปีเกิด เรื่องนี้จึงต้องตกเป็นภาระของ "หลวงปู่เทพโลกอุดร" ซึ่งท่านจะมาเป็นประธานในการบวชให้ท่านเทพเหล่านี้ทุกครั้ง มันก็เป็นเรื่องแปลกที่หลวงปู่ท่านจะเมตตากับวัดหลวงพ่อสดและหลวงป.เป็นพิเศษ ซึ่งผมก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าหลวงปู่ท่านจะไปเป็นประธานการบวชให้กับใคร หลวงปู่ท่านก็จะตั้งฉายาแก่เทวดาจนครบทุกท่าน (ท่านคงจะทราบวันเดือนปีเกิดของแต่ละองค์ด้วยญาณทัศนะของท่าน) และที่น่าแปลกอีกก็คือผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือทำหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยง (ช่วยสอนการนุ่งห่มจีวร) ในพิธีบวชก็คือหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งท่านมาช่วยงานเองทุกครั้ง การบวชจึงครบสมบูรณ์ถูกต้องตามประเพณีทุกประการ ส่วนจีวรของพระใหม่หลวงป.ท่านจะเป็นผู้จัดเตรียมไว้ให้

สร้างพระอรหันต์จกบาตรนี้เชื่อกันว่าก็คือ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาถ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าเสด็จวังหน้า (บุญมา) ในรัชกาลที่ 1 โดยการจัดสร้างน่าจะเป็นการร่วมบุญกันทั้งวังหน้าและวังหลวง

พระอรหันต์จกบาตรที่วัดยังมีเหลืออยู่นะครับ แต่ไม่ทราบว่าหลวงป๋าท่านจะออกให้บูชาอีกหรือเปล่า หรือท่านจะเก็บเข้ากรุในองค์พระมหาเจดีย์เพื่อสืบต่อพระศาสนาก็เป็นได้

10

จากเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมา มีกรณีแก๊งค์เณรคำจอมปลอมเป็นต้น ที่มีพฤติกรรม ทำงานเป็นทีม สร้างภาพ สร้างตำนาน ปั้นอรหันต์ โปรโมทตามหนังสือวัตถุมงคล ออกหนังสือขายดี ประดิษฐ์วาทะกิ๊บเก๋ ถึงขนาด ดร.ชื่อดัง สายวิปัสสนา หลงตัวไปรับรองว่าเป็น อรหันต์ มาแล้ว ให้เงิบไปอีก

ขนาดพระผู้ใหญ่สายธรรมยุติ ยังถูกลูกหลงกรณีรับเงินรับทอง รับรถยนต์ รับลาภสักการะให้แก๊งค์เณรคำนำไปโปรโมทโดยไม่รู้ตัว

แก๊งค์ฤๅษีก็เช่นกัน พฤติกรรมเนียนๆตามพิธีใหญ่ๆ หรืองานศพพระผู้ใหญ่ระดับ...ก็เนียนๆมาแล้ว ทำงานเป็นทีม จัดงาน เจ้าภาพ เจ้าพิธีกรรม งานใหญ่ๆ คนมาเยอะๆ อุปโลกน์ผู้วิเศษ อ้างเป็นโพธิสัตว์ สร้างตำนานลึกลับ ที่แย่สุด คงเป็นการสร้างภาพ ให้พระภิกษุมากราบไหว้ฤๅษี 

พระผู้ใหญ่ พิธีใหญ่ๆ ถูกแอบอ้างด้วยภาพแชะ ภาพถ่าย เหมือนว่าเป็นที่ยอมรับ

เป็นห่วงว่าจะมีใครพลาด หลงคารม หลงทีมงานภาพลักษณ์ของแก๊งค์ฤษีเหล่านี้ ดึงเข้ามาแถวๆวัดเราหล่ะ จะเสียภาพลักษณ์ไปเปล่าๆ

หวังว่าคงไม่ได้เข้ามาแถวๆวัดเรา จะเข้ามากราบพระ มาทำบุญก็พอได้ แต่ถ้าเข้ามาแชะภาพอวดอ้างก็คงจะไม่เหมาะ และหากจะมีผู้ใดศรัทธาเชื่อถือเป็นส่วนบุคคลก็คงไม่ว่ากระไร เป็นสิทธิ์ของท่าน

เรื่องปาฏิหาริย์อะไรเนี้ย ฟังแล้วอย่าไปอินมาก ก็พูดกันไป ไม่ก่อประโยชน์อะไรที่แท้ ต่อให้เป็นจริง พระพุทธเจ้าก็ทรงสรรเสริญเฉพาะอนุศาสนีย์ปาฏิหาริย์ เพราะอิทธิปาฏิหาริย์ ไม่ได้ให้มรรคผลแก่เรา  ก็ขอให้เจริญสติปัญญา โยนิโสมนสิการ กันให้มากๆนะครับ เด่วจะเงิบแบบแก๊งค์เณรคำกันไปอีก

ฤๅษีดีๆจริง ท่านเก็บตัว ไม่มาแต่งตัวโชว์ ออกงานตามงานพิธีต่างๆหรอก

เพราะเป็นห่วงเป็นใย ด้วยใจบริสุทธิ์ครับ ผิดพลาดประการใด ต้องขออภัย

24 ก.ย. 60

Pages: [1] 2 3 ... 10