Author Topic: ปิดทองพระ  (Read 23636 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline ptt09

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 163
  • จิตพิสัย 9
ปิดทองพระ
« on: June 28, 2012, 07:34:04 PM »
ผมได้อ่านวิธีปิดทองพระจากในเวบ ดูแล้วอยากลองทำเอง ไม่ทราบมีใครเคยทำไหมครับ ยากไหมครับ หรือว่าไปจ้างเขาปิดดีกว่าครับ

Offline โอเคน่ะ (-_-)

  • Newbie
  • *
  • Posts: 32
  • จิตพิสัย 13
Re: ปิดทองพระ
« Reply #1 on: June 29, 2012, 09:33:28 AM »
ผมได้อ่านวิธีปิดทองพระจากในเวบ ดูแล้วอยากลองทำเอง ไม่ทราบมีใครเคยทำไหมครับ ยากไหมครับ หรือว่าไปจ้างเขาปิดดีกว่าครับ

ผมเคยลองปิดดู ก็โอเคครับถ้ามีเวลา
ไม่ยากอย่างที่คิด

แต่มันต้องใช้ประสบการณ์เหมือนกันนะ
ถ้าชั่วโมงบินน้อย ทางที่ปิดปัดอาจไม่เนียน ดูเป็นผิวขรุขระได้ครับ

ถ้าอยากเนียนๆ ก็จ้างครับ ไม่แพงเท่าไหร่ ให้ดูที่ฝีมือคนที่เราไปจ้างดูครับ

ถ้าอยากหาประสบการณ์ ก็ทำเองดีครับ
ได้นิมิตรพระติดตาดีครับ


อ๋อลืมบอกไปผมเคยลองแต่องค์เล็กๆน่ะครับ ไม่เกิน 10 นิ้ว
แรกๆ ดูไม่เนียนเท่าไหร่ หลังๆจึงดูเนียน
มีแบบลองก่อนก็ดีครับ

Offline ptt09

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 163
  • จิตพิสัย 9
Re: ปิดทองพระ
« Reply #2 on: June 29, 2012, 07:43:45 PM »
 ขอบคุณครับ ขอถามคุณmiracle ใช้ลงรักใช่ไหมครับ ก่อนลงรักเราทำความสะอาดพื้นผิวยังไง ต้องเอาฝุ่น คราบน้ำมัน ออกก่อนไหมครับ
 หรือทารักทับได้เลยครับ  คุณmiracleใช้เวลานานไหมครับกว่าจะเสร็จ 1 องค์

Offline โอเคน่ะ (-_-)

  • Newbie
  • *
  • Posts: 32
  • จิตพิสัย 13
Re: ปิดทองพระ
« Reply #3 on: June 30, 2012, 11:00:15 AM »
ตอนก่อนทำผมก็ศึกษาดูจากในเว็บก่อนเหมือนกันครับ
ผมทำตามขั้นตอนนี้ครับ จำไม่ได้ว่าเอามาจากเว็บไหน ขั้นตอนค่อนข้างละเอียดดี
แต่เอาไปลองทำดูครับ เมื่อทำไปมันจะค่อยๆชำนาญขึ้นมาครับ

วิธีการปิดทองที่นำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน

อุปกรณ์ ที่ต้องเตรียมก่อน

1. พู่กันทาสีน้ำมันคละเบอร์ ตามเนื้อผิวงาน

2. พู่กันขนกระต่ายให้ในการปัดฝุ่นหรือเก็บฝุ่นทอง

3. สำลี

4. สีน้ำมัน FLEX (สีแดงและสีเหลือง /เป็นสีแห้งช้า(กว่าสีน้ำมันทั่วไป)และมีความมันวาวไม่ต้องผสมอะไรทั้งสิ้น
    เพียงแต่อย่าลืมคนสีให้ทั่วให้เนื้อสีกระจายตัวก่อน

5. สีรองพื้นกันสนิม(สีเทา)ในกรณีที่องค์พระหรือพื้นผิวยังไม่ได้ทำอะไรเลย

6. ทองคำเปลวแท้จะมีหลายขนาดและหลายเกรดนะครับ(ระวังทองต่อ หรือทองสองสีนะครับ)

8. ทินเนอร์ ไว้ล้างสีล้างพูกัน/แปรงสีน้ำมัน

9. ทดสอบเวลาที่สี flex แดงและ flex เหลือง แห้งสนิท(สำคัญ)



ขั้นตอนการปิดทองพระ

1. ล้างคราบไขมันต่าง ๆ บนองค์พระให้สะอาดด้วยน้ำสบู่หรืออื่น ๆ ที่ไม่ทำให้ผิวขององค์พระเสียหายแล้วปล่อยให้แห้ง

2. พ่น สีรองพื้นเทากันสนิมให้ทั่ว ( เขย่ากระป๋องให้เนื้อสีกระจายตัว อย่าพ่นให้เยิ้มพยายามพ่นสีให้กระจายทั่วได้น้ำหนักเท่า ๆ กัน
    แล้วปล่อยทิ้งให้แห้ง 2-3 วัน )

3. ลงสีรองพื้นก่อนลงสีปิดทอง
    3.1. ใช้สี flex แดง(อย่าลืมคนสีให้ทั่วให้เนื้อสีกระจายตัว)
    3.2. หาช้อนหรือวัสดุอื่นที่ตักสีได้ ตักสีแบ่งจากกระป๋องใส่ภาชนะอื่นกะให้ได้ปริมาณที่ทาได้ทั่วอย่าลืมปิดกระป๋องสี flex ให้แน่น
          (เพราะอากาศจะเข้าทำให้สีแห้งเป็นเม็ดสีได้)
    3.3. ใช้พู่/แปรงจุ่มสีพอประมาณ(อย่าให้เยิ้ม) ทาสีให้ทั่วพิ้นผิวที่ต้องการทา เกลี่ยสีให้มีน้ำหนักเท่า ๆ กันบางๆไม่ต้องรีบร้อน
          โดยสังเกตว่าถ้าทาสีหนาจะทำให้รายละเอียดหายไป เช่น ลวดลายผ้า /พระเนตร/ พระโอษฐ์ เป็นต้น
          แล้วปล่อยให้สีแห้งทิ้งไว้ไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน

4. ลงสี flex เหลืองเพื่อปิดทอง
    4.1. ใช้สี flex เหลือง(อย่าลืมคนสีให้ทั่วให้เนื้อสีกระจายตัว)
    4.2  หาช้อนหรือวัสดุอื่นที่ตักสีได้ ตักสีแบ่งจากกระป๋องใส่ภาชนะอื่นกะให้ได้ปริมาณที่ทาได้ทั่วอย่าลืมปิด กระป๋องสี flex ให้แน่น
           (เพราะอากาศจะเข้าทำให้สีแห้งเป็นเม็ดสีได้)                                     
    4.3. ใช้ พู่กัน / แปรงจุ่มสีพอประมาณ(อย่าให้เยิ้ม) ทาสีจากด้านบน(เศียร)ลงมาด้านล่าง(ฐาน ล่าง)เกลี่ยสีให้มีน้ำหนักเท่า ๆ กันบางๆ
         ไม่ต้องรีบร้อน เสร็จแล้วทิ้งไว้อย่างต่ำ 4 ชม.

5. ปิดทอง
    5.1. ตรวจ สอบพื้นผิวสี -ให้ใช้หลังนิ้วแตะทดสอบ สีจะต้องไม่ติดนิ้ว หรือเหนียวจนรู้สึกได้ว่านิ้วมือติด จนกระทั่งรู้สึกว่าแห้ง
          แต่ยังมีความรู้สึกว่ามีความชื้นเวลาปิดทอง ทองคำเปลวจะไม่จมจะเกิดมีความมันวาวเป็นประกายของเนื้อทองคำ
          (ห้ามให้สีแห้งผาด  จะทำให้แผ่นทองไม่ติด)
    5.2. ปิด แผ่นทองคำเปลว ที่ผิวองค์พระโดยเริ่มจากส่วนฐานขึ้นด้านบน ให้แผ่นทองเกยทับกันเล็กน้อย ในส่วนที่เป็นลวดลาย
          ให้ปิดทับลงไปอีก 1 แผ่น โดยปิดให้ทั่ว
    5.3. ใช่พู่กันไล่ผิวแผ่นทองบางๆจากด้านบนรอบด้านลงมาด้านล่าง (อาจจะเว้นช่วงเม็ดศกไว้ทำทีหลังก้อได้)
    5.4. พยายามไล่แผ่นทองที่ปิดพร้อมกับตรวจสอบผิวและปิดทองซ้ำ ณตำแหน่งที่ยังไม่ถูกปิดให้เรียบร้อย
    5.5. ส่วนเศษทองคำเปลวที่หล่นยังใช้ปิดได้ โดยใช้ พู่กัน (เบอร์เล็ก) แตะแล้วนำมาปิด ณ ที่ยังไม่ถูกปิดให้เรียบร้อยบริเวณที่ต้องการ   
           หรือผงทองให้กวาดเก็บใส่ในตลับสามารถนำมาถมปิดในจุดตำแหน่งเล็กๆ
    5.6. เมื่อปิดทั่วบริเวณที่ต้องการและเก็บงานเรียบร้อยแล้วทิ้งไว้ 1 คืน
    5.7. วันต่อมาต้องกรวดทอง โดยใช้สำลีปั้นเป็นก้อนกลมกดลูบเบาๆให้ทั่วให้เนื้อทองเนียนสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน

หมายเหตุ หากใช้รักแท้ และมีความหนืดมากเกินไป ใช้นำ้มันตั๋งอิ้วเป็นตัวทำละลาย นำ้มันสนก้อดีแต่มีกลิ่นนิดๆ

source: กมล สุวุฒโฑ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

Offline โอเคน่ะ (-_-)

  • Newbie
  • *
  • Posts: 32
  • จิตพิสัย 13
Re: ปิดทองพระ
« Reply #4 on: June 30, 2012, 11:10:16 AM »
39 อานิสงส์ปิดทองพระพุทธรูป

...... นัยว่าพระเจ้ามหารถราช เสวยสมบัติ ในสักกราชาวดีนคร ท้าวท่านเป็นสัมมาทิฎฐิบุคคล
คือมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ตรงกันข้ามกับ พระเจ้าปัญจาลราช กษัตริย์กรุงปัญจาลราชนคร
เป็นมิจฉาทิฎฐิบุคคล คือไม่นับถือพระพุทธศาสนา กษัตริย์ทั้งสองเป็นสหายที่ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย

ครั้งหนึ่ง พระเจ้าปัญจาลราชได้ส่งผ้ารัตนกัมพลผืนหนึ่งไปถวายพระเจ้ามหารถราช
พระเจ้ามหารถราช ทอดพระเนตรเห็นผ้ารัตนกัมพล แล้วจึงตรัสว่าสหายเราส่งผ้าอันมีค่ามากมาให้เรา
เราก็ควรจัดส่งแก้วอันประเสริฐไปให้ตอบแทนพระสหาย ดังนี้ พระเจ้ามหารถจึงคิดว่า เราจะส่งแก้วสิ่ง
ใดหนอซึ่งมีค่ามากเหนือสิ่งอื่นใด พิจารณาแล้วเห็นว่า แก้วใดๆจะประเสริฐกว่าพุทธรัตนะย่อมไม่มี
จึงตกลงใจจะส่งพุทธรัตนะไปถวาย จึงสั่งให้ช่างนำแผ่นทองคำตีเป็นแผ่นบางแล้วให้เขียนรูปพระพุทธเจ้า
ลงไปในแผ่นทองคำด้วยชาตหรคุณมีขนาดองค์ประมาณ 1 ศอก
แล้วสั่งให้อำมาตย์เชิญพระพุทธรูปทองนั้นลงสู่สำเภาเพื่อนำไปถวายพระเจ้าปัญจาลราช ก่อนที่จะส่งราชทูตไป

พระองค์ยกมือขึ้นประณมถวายนมัสการ โดยทรงระลึกถึงองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า

"ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย พระองค์มีความประสงค์จะสั่งสอนเวไนยสัตว์ในประเทศใดๆ
ขอพระองค์ทรงเสด็จไปยังประเทศนั้นๆ แล้วยังประโยชน์ให้เกิด แก่สัตว์จำพวกนั้นเถิด
พระเจ้าปัญจาลราชสหายของหม่อมฉันเป็นมิจฉาทิฎฐิ มีความเห็นผิดจากทำนองครองธรรม
มิได้มีความเชื่อความเลื่อนใสในพระองค์ ถ้าพระองค์เสด็จไปยังพระนครนั้นแล้ว
ขอพระองค์ได้โปรดแสดงปาฎิหาริย์ทรมานพระเจ้าปัณจาลราชให้ละซึ่งมิจฉาทิฎฐิด้วยเถิด"

อธิษฐานเสร็จแล้วเสด็จลงน้ำประมาณพระศอ(พระพุทธเจ้าอยู่บนเรือ
ท่านจึงลงไปในน้ำซึ่งต่ำกว่า) เพื่อส่งรูปพระพุทธเจ้านั้นไปยังเมืองปัญจาลนคร
ในขณะนั้น บรรดาแก้วอันเกิดในมหาสมุทรมีสีต่างๆก็ผุดขึ้นจากท้องมหาสมุทรลอยอยู่เหนือน้ำเพื่อบูชา
พระพุทธรูปนั้น พื้นน้ำงามวิจิตรด้วยแก้ว 7 ประการประหนึ่งพื้นแห่งภาชนะทอง ดอกปทุมทั้งหลายก็ผุดขึ้น
เหนือพื้นน้ำพญานาคทั้งหลายก็ได้พานาคบริษัทออกจากนาคพิภพขึ้นมาสักการบูชาด้วยสุคันธมาลา เทวดาทั้งหลายก็เรี่ยราย ดอกไม้ทิพย์ลงมาจากอากาศ
เมื่อราชทูตไปถึงกรุงปัญจาลนครแล้ว จึงเข้าไปถวายบังคมพระเจ้าปัญจาล แล้วกราบทูลเหตุอัศจรรย์ ให้
ทราบโดยตลอด ท้าวเธอทรงโสมนัสปรีดาในเครื่องบรรณาการเป็นยิ่งนัก ได้เสด็จออกพร้อมจตุรงคเสนารับสั่ง
ให้ชาวเมืองประโคมแตรสังข์ กังสดาล เสด็จไปยังท่าน้ำ ถวายนมัสการสักการบูชา แล้วเสด็จลงไปในน้ำประมาณพระศอ
ทอดพระเนตรเห็นพระพุทธรูปแล้วทรงยินดีทรงแสดงตนเป็นพุทธมามกะ


แล้วด้วยอำนาจความศัทธาของพระเจ้าปัญจาลราช และด้วยอำนาจอธิษฐานของพระเจ้ามหารถราช
พระพุทธรูปนั้นก็ลอยขึ้นไปบนอากาศเปล่งรัศมี 6 ประการ
จับพื้นปฐพีตลอดจนถึงพรหมโลก กลบแสงแห่งอาทิคย์ กลบแสงรัศมีเทวดาในหมื่นโลกธาตุ ณ กาลนั้น
ในคราวนั้นพระอินทร์ ได้เสด็จลงมาถวายนมัสการพร้อมด้วยเทพบริษัท มนุษย์ก็เห็นเทวดา เทวดาก็เห็นหมู่มนุษย์
พระเจ้าปัญจาลราชเห็นปาฎิหาริย์เช่นนั้น ทรงโสมนัสยินดียิ่งนักได้นำพระพุทธรูปไปประดิษฐานในพระมนเทียร
แล้วบูชาด้วยประทีปธูปเทียนชวาลา ทรงแสดงองค์เป็นอุบาสก

ในเวลาต่อมาพระองค์ได้ให้ช่างแกะรูปพระพุทธเจ้าด้วยแก่นจันทน์แล้วประดิษฐานไว้ในศาลาไม้บุณนาค
แล้วรับสั่งให้ชาวเมืองพากันมาปิดทองพระพุทธรูป ในครั้งนั้นพระโพธิสัตว์เป็นคนเข็ญใจในเมืองนั้น
เมื่อได้ยินเสียงโฆษณาดังกล่าวแล้วตัดสินใจ อำลาลูกอำลาเมียเพื่อไปขายตัวให้เป็นทาส
แล้วจะได้เงินมาซื้อทองปิดพระพุทธรูป แต่ด้วยความเห็นใจของภรรยา ภรรยาจึงยอมขายตนและลูกเป็นค่าทอง
พระโพธิสัตว์นำลูกเมียไปขายในตระกูลที่มั่งคั่งแล้วนำไปซื้อทอง
ปิดพระพุทธรูป

เมื่อทองไม่พอจึงรำพึง "ใครหนอจักทำเนื้อมนุษย์ ให้เป็นทองได้ เราจักบริจาคตน "
ในครั้งนั้นท้าวสักกเทวราชได้เสด็จลงมายืนอยู่ตรงหน้าแสดงตนเป็นช่างทอง ต่อพระโพธิสัตว์
เมื่อทราบว่าช่างทองนั้นสามารถทำเนื้อให้เป็นทองได้จึงประกาศแก่เทพเทวดาขออาวุธเชือดเลือดเนื้อตกลงมา
เมื่อได้ ศัสตราวุธแล้วพระโพธิสัตว์ก็เชือดเนื้อของตนจนตราบเท่าปิดทองสำเร็จ
เกิดความยินดีโสมนัส สลบลงแทบเท้าพระพุทธรูป
พระอินทร์ได้เยียวยาให้หายเป็นปรกติ แล้วเป็นผู้มีกายดุจสีทอง พระอินทร์ตรัสพยากร "

ท่านจัดได้เป็นพระศรีสรรเพชญ์
ในอนาคต " แล้วพระอินทร์ก็กลับสู่วิมาน
พระเจ้าปัญจาลราชพร้อมชาวเมือง ได้ทำการสักการบูชาแก่พระโพธิสัตว์ และแบ่งสมบัติให้พระโพธิสัตว์
เป็นอันมาก ครั้นดับขันธ์แล้วพระโพธิสัตว์ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตเสวยสมบัติอันมโหฬาร

http://www.84000.org/anisong/39.html

Offline ptt09

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 163
  • จิตพิสัย 9
Re: ปิดทองพระ
« Reply #5 on: June 30, 2012, 01:38:13 PM »
ขอบคุณมากครับ วิธีทำละเอียดดีครับ :)

Offline ptt09

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 163
  • จิตพิสัย 9
Re: ปิดทองพระ
« Reply #6 on: July 14, 2012, 04:47:42 PM »
 การปิดทองพระนอกจากใช้รัก สีเฟล็กแล้ว ใช้ยางมะเดื่อก็ได้นะครับ ราคาถูกกว่ารักมาก 50บาทก็ได้แล้วครับ
     ทาแล้วรอ15นาทีก็ปิดทองได้ แต่ยากเอาการคงต้องค่อยๆฝึกก่อนนะครับ