Author Topic: อนาคตวงส์แรงงานพุทธที่สร้างสะพานฮ่องกงจูไห่มาเก๊าจะเกิดในยุคพระเมตไตรยพุทธได้ไหม  (Read 3328 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 549
  • จิตพิสัย 25

๕. คนที่จะได้ไปเกิดในศาสนาของพระเมตไตรย :) :) :) :)         
ในคัมภีร์อมตรสธารา ฎีกาอนาคตวงศ์แสดงไว้ว่า บุคคลที่จะได้ไปพบคือไปเกิดในศาสนาพระเมตไตรย มีดังนี้ ๑) บุคคลที่รักษาศีล ๕ ๒) บุคคลที่รักษาอุโบสถศีล ๓) บุคคลที่บวชในพระพุทธศาสนา ๔) บุคคลที่สร้างวัดถวายพระสงฆ์ สร้างเจดีย์และปลูกต้นไม้ ๕) บุคคลที่ปลูกต้นไม้ไว้ในวัดเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่พระสงฆ์และคนวัด ๖) บุคคลที่สร้างสะพานใหญ่น้อยให้เป็นทานแก่สมณพราหมณ์และคนเดินทาง ๗) บุคคลที่สร้างถนนหนทางให้เป็นทานแก่พระสงฆ์และคนเดินทาง
          ในฎีกามาลัยสูตร พระเมตไตรยโพธิสัตว์ตรัสสั่งพระมาลัยเทวเถระว่า” ชาวชมพูทวีปผู้ปรารถนาจะใคร่พบกะโยมเมื่อจะได้ตรัสรู้นั้น พึงอุตสาหะสดับฟังเทศน์มหาชาติ (คือเวสสันดรชาดก) ให้จบในวันเดียว ให้บูชาเทศน์ด้วยประทีป ๑ พัน ฉัตร ๑ พัน ธง ๑ พัน ดอกบัวหลวง ดอกอุบลเขียว ดอกผักตบ สิ่งละพัน ๆ กระทำได้ดังนั้น ก็จะได้พบกะโยม”
๖. คนที่จะไม่ได้ไปเกิดในศาสนาของพระเมตไตรย :( :( :( :(
          ในคัมภีร์อมตรสธารา ฎีกาอนาคตวงศ์เช่นกันได้แสดงคนที่จะไม่ได้ไปเกิดในศาสนาพระเมตไตรย ไว้ดังนี้
๑) คนที่กระทำอนันตริยกรรม (กรรมหนัก) ได้แก่ (๑) มาตุฆาต ฆ่ามารดา (๒) ปิตุฆาต ฆ่าบิดา (๓) อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์ (๔) โลหิตุปบาท ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงพระโลหิตให้ห้อขึ้น (๕) สังฆเภท ทำลายสงฆ์, ยุยงสงฆ์ให้แตกกัน
๒) คนที่อยู่ในที่ห่างไกล ไม่ได้อยู่ในปฏิรูปเทส
๓) คนนอกพระพุทธศาสนา
๔) คนที่ลักของสงฆ์
๕) คนที่ลักลอบกินของที่เขาถวายพระสงฆ์

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 549
  • จิตพิสัย 25
ผมขออนุญาตินำเรื่องสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชนีนาถเคยเสด็จไปเกาะฮ่องกงมาให้อ่านกันนะครับมีความว่า
-------------------------------------
 สมเด็จพระราชินีไทยพระองค์แรกที่เสด็จถึงฮ่องกง คือสมเด็จพระศรีพัชรินทร์บรมราชินีนาถ (ในรัชกาลที่ 5)เป็นการเสด็จภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สวรรคตแล้ว  และมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงแล้ว

        เรื่องนี้นางอมรดรุณารักษ์ อ.สุนทรเวช หรือ อุทุมพร วีระไวทยะ ได้บันทึกไว้ในหนังสือสมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ อย่างสั้น ๆ ว่า

        ระหว่างที่รัชกาลที่ 5 สวรรค์คตใหม่ ๆ สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงประสบวิโยคทุกข์ใหญ่หลวง เลยมีพระโรคาพาธมารบกวนเนือง ๆ แพทย์ได้ถวายคำแนะนำให้เสด็จพระราชดำเนินทางทะเลเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ และพร้อมกันนั้นก็เพื่อส่งเสด็จพระเจ้าลูกยาเธอสองพระองค์ที่จะเสด็จกลับไปศึกษาต่อในยุโรปด้วย คือสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก  (กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย)    กับสมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดช (กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ต่อมาคือรัชกาลที่ 7)

         สมเด็จพระบรมราชินีทรงเห็นชอบ จึงเสด็จประภาสอย่างลำลองเป็นการส่วนพระองค์ โดยมีหมายกำหนดการเสด็จไปยังอินโดจีนและฮ่องกง

         ออกจากปากน้ำเมื่อ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2454

         ได้เสด็จประภาสเมืองไซ่ง่อน ไฮฟอง ฮานอย  ตูรัน คัมราน กำปอด และฮ่องกงตามลำดับ  แต่ละแห่งได้มีการรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติ  รวมเวลาเสด็จพระราชดำเนินประพาสรอนแรม 40 ราตรี
------------------------------------------------
ที่มา : คัดลอกจากหนังสือ ลิ้นชักเกร็ดเก่า

ของ :  เอนก นาวิกมูล

เรียบเรียง :  วาทิน ศานติ์ สันติ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย วาทิน ศานติ์ สันติ /////จบ///////
-------------------------------------------------------------
ผมได้อ่านข่าวด้วยว่าปีพศ.2556นั้นทางยูเนสโกได้ประกาศยกย่องให้สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชนีนาถพระมารดาแห่งรัชกาลที่เจ็ดและรัชกาลที่เจ็ดพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวผูู้มีตราพระราชลัญจกรประจำพระองศ์คือตราพระแสงศรสามองศ์เป็นบุคคลสำคัญของโลกปี2556และหม่อมหลวงงามจิตร์ บุรฉัตร ก็ได้เป็นบุคคลสำคัญของโลกปี2556ด้วยครับ///////////////และส่วนตัวผมก็ขอให้ชาวจีนแผ่นดินไหญ่และชาวจีนฮ่องกงนั้นไม่ว่าบางช่วงเช่นประมาณเดือนตุลาคมปี2557นี้จะมีการประท้วงที่จบดีหรือจบไม่ดีก็ตามก็ขอให้ชาวจีนแผ่นดินไหญ่แลเชาวจีนฮ่องกงต่างเป็นมิตรที่ดีต่อกันต่อไปเพื่อว่าในเวลาอนาคตชาวจีนแผ่นดินไหญ่และชาวจีนฮ่องกงอาจช่วยกันสร้างปรัชญาและระบบการเมืองที่ดีกว่าระบบคอมมิวนิสต์จีนและดีกว่าระบบประชาธิปไตยได้สำเร็จครับให้แก่จีนแผ่นดินไหญ่ส่วนตัวผมคิดว่าคนจีนทั่วไปเขาคิดแบบนี้กันนะครับไม่ซีเรียสอะไรครับ

       

         

 

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 549
  • จิตพิสัย 25
เมื่อวันที่16พย 2557มีข่าวว่า พระซิกกวอกกวางแห่งพุทธสมาคมฮ่องกงได้ถึงแก่มรณภาพแล้ว อ้างจาก

Hong Kong's Buddhist leader Kok Kwong dies at the age of 95
Sik Kok Kwong was lauded for promoting his religion and organising charitable services, but also faced criticism over controversial comments
Sik Kok Kwong
1919-2014

The Buddhist community is mourning the loss of the city's leading monk, Sik Kok Kwong, who died yesterday aged 95.

Last year Kok Kwong received the Grand Bauhinia Medal - Hong Kong's highest award - for his contribution to society as president of the Hong Kong Buddhist Association.

Chief Executive Leung Chun-ying expressed his "deepest condolences" to the relatives of Kok Kwong. "The Most Venerable Kok Kwong had made tremendous contributions in promoting Buddhism, providing charitable services and enhancing social harmony," he said in his statement.

Secretary for Home Affairs Tsang Tak-sing lauded his achievements in promoting Buddhism and his decades-long effort to persuade the government to declare Buddha's birthday a public holiday. In 1999, the eighth day of the fourth lunar month was made an official holiday.

Born in Liaoning province in 1919, Kok Kwong became a monk in Shanghai when he was nine and came to Hong Kong in 1939 after fleeing the Japanese.

While president of the city's leading Buddhist group, a position he held until his death, the association built hospitals, schools and provided various social services to the community.

Before the handover, Beijing appointed Kok Kwong a member of the Basic Law Drafting Committee and the Preparatory Committee for the HKSAR as well as an adviser on Hong Kong affairs.

But some felt Kok Kwong had become too close to those in power. He was caught up in a controversy last year amid accusations that Tsz Shan Monastery, of which Kok Kwong was chairman of the board of directors, was built to be the final resting place of Li Ka-shing, Asia's richest man.

The Tai Po monastery was built with sponsorship from Li and features a dormitory block with bulletproof windows and doors, and three rooms strong enough to withstand an explosion. This led to speculation that it had been tailor-made for Li.

Kok Kwong dismissed the suggestion, saying it "damaged the reputation of Tsz Shan Monastery and Li Ka-shing".

His rare public remarks on politics also attracted attention.

In 2007, after a crackdown on monks in Myanmar that ended in bloodshed, Kok Kwong issued a stern condemnation of the junta and said those responsible would go to the lowest echelon of hell.

Some months after the 500,000 turnout for the July 1 march in 2003, Kok Kwong made a controversial call on people not to take part in the protest. He told the South China Morning Post: "It is best if we Buddhists don't participate in politics, and there would be peace. None of us should participate in things like demonstrations."

This article appeared in the South China Morning Post print edition as Buddhist, patriot and benefactor of society

-------------------------------------------------------------------------------------------------
ฮ่องกงสร้าง "เจ้าแม่กวนอิม" สูงสุดในโลก จากข่าวเก่าเวปผู้จัดการนะครับ
       
       • ฮ่องกง : กลุ่มพุทธศาสนิกชน ที่ดูแลการก่อสร้างรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ พระโพธิสัตว์กวนอิมที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งประดิษฐานภายในบริเวณวัดซิชานในเขตไทโปของฮ่องกง กล่าวว่า วัดนี้เป็นสถานที่ที่ไม่แสวงหากำไร และส่งเสริมพุทธศาสนาแก่สาธารณชนทั่วไป
       
       พระซิก กวอก กวอง ประธานคณะกรรมการบริหารวัดซิชาน จำกัด ประธานสมาคมพุทธฮ่องกง และเป็น 1 ใน 8 พระเถระที่เข้าร่วมประชุมพุทธศาสนิกชนครั้งใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อปี 2004 กล่าวว่า ภายในวัดจะไม่มีที่ฝังศพ และไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของโครงการนี้โดยเฉพาะ ข้อกล่าวหาที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ภาษาจีน “แอปเปิล เดลี่” ว่า วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อนายลี กาชิง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริจาคเงินแก่ทางวัดนั้น มีวาระซ่อนเร้น ข้อกล่าวหานี้นำความเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงมาสู่วัดซิชานและนายลี กาชิง และทางวัดขอสงวนสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องหนังสือพิมพ์ ดังกล่าว
       
       ตามรายงานระบุว่า นายลี กาชิง ประธานบริษัทเชืองกง โฮลดิ้ง และนายวิกเตอร์ ลี บุตรชายคนโต ได้ร่วมกันเปิดบริษัทชื่อ “วัดซิชาน จำกัด” และสั่งการลับให้สร้างวัดขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ฝังศพ นายลี กาชิง ภายหลังจากเสียชีวิต โดยอาศัยข้อกฎหมายที่ไม่ต้องเปิดวัดให้เป็นที่สาธารณะ
       
       นายลี กาชิง ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุดในฮ่องกง พร้อมสมาชิกในครอบครัว และผู้จัดการ 3 คนจากบริษัทเชืองกง มีรายชื่ออยู่ในคณะกรรมการบริหารบริษัทฯ ที่ตั้งขึ้นในปี 2009
       
       โครงการก่อสร้างวัดเกิดขึ้นในปี 2003 หลังจากได้รับเงินบริจาคจากนายลี กาชิง และ มูลนิธิการกุศลของเขา เป็นจำนวน 1,000 ล้านเหรียญฮ่องกง (ราว 4,000 ล้านบาท) มีรูปหล่อทองสัมฤทธิ์พระโพธิสัตว์กวนอิมสูง 76 เมตร ซึ่งสูงที่สุดในโลก ประดิษฐานภายในบริเวณวัดซึ่งมี เนื้อที่ 50,000 ตารางฟุต ด้านหน้าของวัดเป็นอ่าวพลัฟเวอร์ ส่วนด้านหลัง เป็นเทือกเขาพัต ซิน เล็ง ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยถือว่านำโชคดีมาสู่คนที่อาศัยภายในวัด
----------------------------------------------------------
       
-----------------------------------------------------
Sik Kok Kwong GBS (釋覺光; pinyin: Shì Juéguāng; Cantonese Yale romanisation: Sīk Gók Gwōng; born May 16, 1919) is a Buddhist monk from Hong Kong and the current president of the Hong Kong Buddhist Association. He is also the Honorary Vice-President of the World Buddhist Sangha Council
-----------------------------------
ส่วนตัวผมyesterdayคิดเห็นส่วนตัวว่า การสร้างวัตถุบูชาไหญ่โตมากเกินไปหรือสร้างวัตถุบูชามากมายเกินไปมันไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยแก้ใขปัญหาด้านจิตใจและด้านครอบครัวและด้านสังคมและด้านประเทศชาติของประชาชนทุกฐานะได้นะครับนอกจากนี้ผมyesterdayคิดเห็นส่วนตัวว่า พระสงฆ์พุทธทั่วโลกนั้นมีบทบาทด้านการเมืองก็ได้หรือไม่มีบทบาทด้านการเมืองก็ได้ขึ้นอยู่กับสภาพของประเทศแต่ละประเทศนั้นนั้นเท่านั้นเองนะครับและประเทศไทยก็โชคดีมากที่พุทธเข้มแข็งกว่าที่ใดใดในโลกนะครับ
« Last Edit: November 22, 2014, 11:41:36 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 549
  • จิตพิสัย 25
อ้างข่าวจากhttp://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=142814&t=newsมีข่าวว่า
อุโมงค์ใต้ทะเลเชื่อมฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊าเสร็จแล้ว

จีนยืนยันสร้างอุโมงค์ใต้ทะเลฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า ช่วงสุดท้ายเสร็จแล้ว เตรียมเชื่อมสะพานทั้งหมดอย่างสมบูรณ์สิ้นปีนี้

วันนี้ (7 ก.ค. 60) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการจีนประกาศว่า การก่อสร้างอุโมงค์ใต้ทะเล อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสะพานเชื่อมระหว่าง ฮ่องกง-จูไห่ และมาเก๊า (HZMB) ได้ก่อสร้างในช่วงสุดท้ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว และจากนี้ไปจะมีการเชื่อมต่อทุกส่วนของโครงสร้างสะพานข้ามทะเลมหึมาเข้าด้วยกัน

โดยอุโมงค์ใต้ทะเลนี้มีความความยาวและความลึกมากที่สุดในโลก โดยมีระยะทาง 6.7 กิโลเมตร และอยู่ที่ระดับความลึก 40 เมตรใต้ทะเล

ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง กับเมืองจูไห่ ในมณฑลกวางตุ้ง และเขตเศรษฐกิจพิเศษมาเก๊า ประกอบด้วยโครงสร้างหลายส่วน ได้แก่ตัวสะพาน ซึ่งมีระยะทาง 22.9 กิโลเมตร, อุโมงค์ใต้ทะเล และเกาะเทียม 2 เกาะ ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมอุโมงค์กับสะพาน

อย่างไรก็ตาม โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่าง ฮ่องกง จูไห่ และมาเก๊า คาดว่า จะเปิดใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ภายในสิ้นปี2560 และจะช่วยย่นเวลาในการเดินทางด้วยรถยนต์ระหว่างเมืองทั้งสาม ซึ่งเดิมใช้เวลานาน 3 ชั่วโมง เหลือเพียง 30 นาทีเท่านั้น โดยเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้แวะเยี่ยมชมจุดการก่อสร้าง ระหว่างเดินทางเยือนฮ่องกง เป็นเวลา 3 วันอีกด้วย