Author Topic: อยากรู้ว่ามนุษย์ต่างดาว พวก UFO มีจริงหรือไม่  (Read 7171 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline Dhamma_cold

  • Newbie
  • *
  • Posts: 17
  • จิตพิสัย 2
อยากรู้ว่ามนุษย์ต่างดาว พวก UFO มีจริงหรือไม่
 นอกเหนือจากพระไตรปิฎก ที่กล่าวว่ามีมนุษย์อีก 4 ทวีปคือ 1.ชมพูทวีป 2.อุตตรกุรุทวีป 3.ปุพพวิเทหทวีป 4.อปรโคยานทวีป
ยังมีพวกมนุษย์ต่างดาวแบบอื่นอีกหรือไม่ เช่น พวกที่มากับ UFO เพราะผมเห็นฝรั่งเขามีกันมานานแล้ว และพบหลักฐานทั่วโลก
และ UFO ที่มีภาพอยู่ทั่วโลกจริงหรือไม่  ล่าสุดเห็นว่าเจอ ufo ที่จีน
สงสัยมากครับ ช่วยตอบหน่อยนะ ขอบคุณครับ


Offline ทางสายกลาง

  • Newbie
  • *
  • Posts: 42
  • จิตพิสัย 4
ผมเองก็เช่นกัน อยากรู้อยากเห็น.. เหมือนกับท่าน
ผมเคยเปรยๆ กับฆราวาส ที่ได้วิชชาธรรมกาย ระดับกลาง ยังไม่สูงนะคับ
"ว่าที่พระอาทิตย์จะมีมนุษย์ต่างดาว อยู่หรือไม่น้า"
ก็เกรงใจ เพราะว่าทั้งพระ และฆราวาสที่ได้วิชชา ที่ตั้งใจปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้น
มักไม่ค่อยชอบให้ซักถามเรื่องไร้สาระ ที่นอกประเด็นของแก่นธรรมะกัน
เค้าก็นิ่งสักพัก ก็เล่าให้ฟังว่า มีมนุษย์ต่างดาวอยู่
เพียงแต่มนุษย์ดาวพระอาทิตย์ เค้าสามารถอยู่ในที่ๆ อุณหภูมิร้อนขนาดนั้นได้
เปรียบเทียบว่า เหมือนสัตว์น้ำทะเลลึก เค้าอยู่อาศัยของเขาได้ แต่เราอยู่อย่างสัตว์ในทะเลลึกไม่ได้ ประมาณนี้..
อันนี้ก็เชื่อหูไว้หู นะคับ ไม่ต้องงมงาย จนกว่าจะปฏิบัติ ได้รู้ได้เห็น และเป็นเอง..จึงจะมั่นใจได้
การเห็นต้องหยุดในหยุด ไม่ให้มีกิเลสเข้ามาปรุงแต่ง คือไม่มีความอยาก เข้ามาแทรกซึม
มิเช่นนั้น การเห็นนั้นๆ ก็จะกลายเป็นของทางกิเลส ลวงเข้ามาแทน ซะงั้น..
(เรียกว่า ผมประหยัดเงิน ไม่ต้องหายานอวกาศหลายพันล้าน เพื่อไปทัวร์
ไม่ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เพื่อไปเจอกับมนุษย์ที่ดาวพระอาทิตย์ 555 หนุกหนานๆ เล็กน้อย..)


Offline โอเคน่ะ (-_-)

  • Newbie
  • *
  • Posts: 32
  • จิตพิสัย 13
ที่หน้าตาแปลกๆ ไม่มีครับ ที่เห็นตามสื่อนั้นต่างๆนั้นเราโดนต้มหมด
มันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ครับ ทุกอย่างเป็นการสร้างฉากขึ้นมาทั้งสิ้น ถ้าท่านดูหนังพวกวางแผนมาบ้างคงจะพอเข้าใจการสร้างเรื่องที่ไม่เป็นจริงขึ้นมา มีสื่ออยู่ในอำนาจ เรื่องนี้ไม่อยากพูดมาก

ส่วนมนุษย์โลกแบบเรานี้ เว้นจากอีกสามทวีป มีครับ มีอีกมากด้วยครับ เราลองมานับกันดู

จักรวาลหนึ่งมีกำหนดเท่ากับโอกาสที่พระจันทร์และพระอาทิตย์โคจรทั่วทิศสว่างไสวรุ่งโรจน์
มีขุนเขาสิเนรุ  และมี 4 ทวีปคือ 1.ชมพูทวีป 2.อุตตรกุรุทวีป 3.ปุพพวิเทหทวีป 4.อปรโคยานทวีป มี สวรรค์6ชั้น  รูปพรหม16ชั้น  อรูปพรหม4ชั้น   พูดง่ายๆก็คือภพสามที่เราเข้าใจนี่แหล่ะ

อันนี้คือ 1 จักรวาล 1หนึ่งระบบสริยจักวาล


โลกธาตุนี้มีสามขนาด
ขนาดเล็กมีหนึ่งพันสุริยจักรวาล
ขนาดกลางมีหนึ่งล้านสุริยจักวาล
ขนาดใหญ่มีแสนโกฏิ(พันล้าน)สุริยะจักรวาล

โลกธาตุขนาดเล็กจะมีพระอาทิตย์1000 พระจันทร์1000 โลกแบบที่เราอยู่(ชมพูทวีป) 1000 เขาสิเนรุ1000  และทวีปอีกสามคือ อุตตรกุรุทวีป ปุพพวิเทหทวีป อปรโคยานทวีป มี สวรรค์6ชั้น  รูปพรหม16ชั้น  อรูปพรหม4ชั้น ทั้งหมดอย่างละพัน



โลกที่เราอยู่เรียกชมพูทวีป ส่วนอีกอีกสามทวีปคือ อุตตรกุรุทวีป ปุพพวิเทหทวีป อปรโคยานทวีป
เป็นมิติซ้อนกันอยู่ในจักวาลเดียวกันไม่สามารถเดินทางโดยยานอวกาศแล้วไปเจออีกโลกคือทวีปอื่นๆได้ แต่สามารถเห็นได้ด้วยทิพจักขุ(ตาทิพย์)ถ้าอย่างที่พวกเราปฏิบัติกันก็ด้วยญาณของพระธรรมกาย และมีได้เฉพาะบุคคลเท่านั้นที่สามารถไปได้ด้วยกายเนื่อด้วยอำนาจฤิทธ์และบุญญานุภาพของตน เช่นพระพุทธเจ้า พระอรหันต์สาวกและพระเจ้าจักรพรรดิ์เป็นต้น


การเดินทางเพื่อค้นหาดาวแบบโลกที่เราอยู่ จะเป็นการเดินทางที่เสียเวลาเปล่าครับ

Offline Ieeenaa

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • จิตพิสัย 0
มันมีอยู่จริงหรอนี่ เจ๋งอ่ะครับ

Offline Esto

  • Newbie
  • *
  • Posts: 1
  • จิตพิสัย 0
เอาแบบขำๆ ละกันนะครับ สำหรับเรื่องมนุษย์ต่างดาว ยาวหน่อยนะครับ ผิดถูกยังไงก็ขออภัยผู้รู้ทุกท่านด้วยนะครับ

เรื่องมีอยู่ว่า ผมเป็นครูสอนพิเศษตามบ้านนักเรียน ครับ แล้วก็วันหนึ่งนึกอยากสอนนักเรียนนั่งสมาธิ ก็สอนเบสิคไล่ฐานทั้ง 7 แต่นิมิตรให้เป็นดวงดาวกับน้องป.6 คนหนึ่ง น้องเขาฝึกอยู่เดือนหนึ่งก็เขาถึงกายมนุษย์ละเอียด จนสามารถพูดคุยกับกายมนุษย์ละเอียดได้คล่องแคล่ว และไม่นานก็เข้าถึงกายทิพย์ เมื่อถึงระดับนี้ผมอยากรู้เรื่องจักรวาลและมนุษย์ต่างดาวมานาน จึงขอให้น้องเขาช่วยตรวจดู เริ่มจากดาวศุกร์ ไปด้วยกายมนุษย์ละเอียด ปรากฏว่าน้องบอกว่าพื้นดินที่นั่นไม่เสถียรคือบางแห่งนึกจะยุบก็ยุบเอาดื้อๆ ไม่มีกายหยาบอาศัยอยู่ 

จึงลองให้มาดาวอังคารครับ ภายนอกของดาวอังคารบรรยากาศเบาบางเป็นสีส้มตามที่เราเห็นครับ แต่จะมีจุดหนึ่งสามารถลงไปใต้ดินลึกประมาณ 10 km
ข้างในเป็นเมืองที่กว้างใหญ่เท่าๆ ทวีปเอเชีย ไฮเทคน้องบอกว่าคล้ายๆ โตเกียวมีแสงสี ตึกรามบ้านช่อง ป้ายโฆษณา มีออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า แต่หน้าตาชาวดาวอังคารไม่เหมือนคน คือตาโต ปากเล็ก มีสามนิ้ว สูงประมาณ 2 - 2.3 เมตร มีเครื่องแต่งกายใกล้เคียงโลกเรา นักธุรกิจก็มี ทหารก็มี วัยรุ่นจับกลุ่มกินฟาสต์ฟู้ดในห้างก็มี   ที่นาวิกโยธิน มีฐานยานบินทุกลำจะมีเครื่องยิงรูหนอน(เพื่อย่นเวลาการเคลื่อนที่ในอวกาศ) 

โดยสรุปคือคล้ายโลกเราทุกอย่าง แต่เทคโนโลยีก้าวล้ำกว่าเราเยอะ  น้องบอกว่าการไปด้วยกายมนุษย์ละเอียดนั้นเห็นอะไรชัดว่าตามนุษย์มาก อยากมองอะไรไกลๆ ภาพจะซูมเข้ามาใกล้อัตโนมัติ เมื่ออ่านตัวหนังสือของชาวดาวอังคาร สามารถเข้าใจได้เลยว่าเขาเขียนว่าอะไร ตอนน้องเดินไปในเมืองดาวอังคาร ไม่มีใครมองเห็นน้อง สามารถเดินทะลุตัวคน และตึกรามบ้านช่องไปได้เลยครับ

ส่วนอุตรกุรุทวีป อมรโคยาน บุปพวิเทหะ ก็เคยให้น้องตรวจดู น้องก็บอกว่าเป็นกายหยาบเหมือนมนุษย์เรานี่แหละ หน้าตาก็เหมือนชาวโลกแต่โครงหน้าจะเป็นสี่เหลี่ยมคล้ายทักษิณ(อันนี้น้องยกตัวอย่างเอง)  หรือสามเหลี่ยม หรือกลมๆ  น้องบอกหน้าสามเหลี่ยมดูดีสุดคือคางเขาจะแหลมๆ คล้ายการตูนญี่ปุ่น  ส่วนเทคโนโลยีความเป็นอยู่ก็ใกล้เคียงโลกเรา แต่จิตใจจะดีกว่ามาก แต่ไม่เห็นมีใครนั่งสมาธิเลย

ปัจจุบันน้องอยู่ ม.3  น้องเข้าถึงกายธรรมสกิทาคามี และเป็นที่ปรึกษาให้ผมทุกเรื่อง สามารถบอกอนาคต และเรื่องควรทำไม่ควรทำให้ผมได้อย่างดีและแม่นยำครับ

Offline BunRaksa

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 95
  • จิตพิสัย 32
  • Gender: Male
ขอแชร์ประสบการณ์จากการปฏิบัติธรรม...หวังแค่ว่า.."คงเป็นอุทาหรณ์ในการดำเนินชีวิตตราบที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ..ซึ่งยังไม่พ้นจากความทุกข์ใดๆ ครับ"

....ในตอนแรกเริ่มฝึกสมาธิ  เคยซุกซนแบบเด็กๆ 
การเจริญภาวนา-สมาธิตามแนววิชชาธรรมกายที่หลวงปู่สดฯ ท่านได้ปฏิบัติและสอน เป็นการทำใจให้สงบ "หยุด" "นิ่ง" ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ"ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกาย"ของทุกๆกายสุดกายหยาบคือกายมนุษย์ สุดละเอียดคือธรรมกาย เมื่อถึงธรรมกายแล้ว ผู้เจริญจึงอาศัยการรู้-เห็นด้วยญาณและจักษุของธรรมกาย เหมือนกายมนุษย์คนเรา ที่ใช้"ความรู้และความเห็น"ทำกิจการงานใดๆบนโลกให้ลุล่วงไปด้วยดี...

เมื่อผู้เจริญทำใจให้เป็นทิพย์ด้วยการ "สงบ หยุด นิ่ง กลางของกลางดวง กลางของกลางกาย" ดับหยาบไปหาละเอียดเป็นแต่ใจของธรรมกายอรหัตในอรหัตๆๆๆ ซึ่งเป็นการเจริญวิชชามรรคผลเบื้องต้น 18 กาย เป็นการข่มกิเลสไว้ด้วยฌาน คือ การหยุดนิ่ง(วิกขัมภนวิมุตติ)

เมื่อผู้เจริญปฏิบัติถึงธรรมกายแล้ว เมื่อจะประกอบวิชชาเพื่อกำจัดอวิชชาต่างๆ ยังต้องเจริญวิชชาทั้งเบื้องกลาง และเบื้องสูง จุดมุ่งหมายเพื่อชาระธาตุธรรมคือ"ใจของทุกกายสุดกายหยาบกายละเอียด เป็นเถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด ให้บริสุทธิผ่องใสต่อไปอีก.." เป็นธาตุล้วนธรรมล้วนที่บริสุทธิผ่องใสจริงๆ ปราศจากอวิชชา กิเลส ตัณหา อุปาทานของฝ่ายดำ ไม่อย่างนั้นการรู้-เห็นจะประกอบด้วยธรรมฝ่ายดำที่เขาส่งอวิชชามา (เป็นธรรมชาติของเขา)

.....ด้วยความซุกซน "ตามประสาใจเด็กๆ" (เมื่อเจริญภาวนา พิศดารกายเป็นเถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด แล้ว จะเห็นธาตุธรรมของเรา คือ กายและใจของเรา ทั้งแก่ๆ กลาง อ่อน, อ่อนนี่เป็นพวกเด็กๆ) ตอนนั้นทำของอย่างหนึ่งหาย หาไม่เจอ? ใจแว๊บคิดไปว่า.."ใช้ธรรมกายหาของที่หายไปซิ" (ความคิดนี้มาจากธาตุธรรมอ่อนที่คอยคิดคือใจเรานั่นละที่เผลอสติไป ให้พวกเขาทำหน้าที่ไปตามธรรมชาติของเขา) เมื่อเข้าที่จะหาของที่หายไป...หลวงปู่สดฯ ก็มาตำหนิไปว่า..."วิชชาธรรมกายเป็นของพระพุทธเจ้า เป็นไปเพื่อกำจัดอวิชชา เอามาทำเล่น..! มาหาของเขิงอะไร? ของมึง.." เลยได้สติ

....ตั้งข้อสังเกต...บางคนแก่เป็นผู้ใหญ่ อายุก็มาก....อยากรู้อยากเห็น ฯลฯ เพราะธาตุธรรมคือกายและใจละเอียดๆ ยังอ่อน เราสังเกตจากกิริยาอาการกายมนุษย์หยาบๆได้(เหมือนผม ต้องคอยมีสติ)
เด็กๆบางคน ดูสุขุม พูดจามีหลักการ ฯลฯ เพราะธาตุธรรมละเอียดๆของเขาแก่ พอโตขึ้นจะเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ ถ้าเลว ชั่ว ก็เลวชั่ว แบบแก่ๆไปเลย..(อย่างพวกนักการเมือง)

....สัตว์โลกที่ภพภูมิอื่นที่เป็นของหยาบๆ รูปร่างมันวิกลวิการไปตามกรรมของเขา เหมือนสัตว์ต่างๆบนโลกเรา สองขาสามขา 100 ขาก็ยังมีเลย ไม่น่าแลน่ามองเท่าภพภูมิของทิพย์หรอกครับ ภพภูมิอันเป็นทิพย์น่าค้นคว้ากว่าแยะ มีอะไรๆให้เข้าไปรู้ไปเห็นอีกมากมาย...ครับ..

....ไม่ว่าจะมีญานทัสสนะไปตามรู้ตามเห็นอะไรๆ ในภพ ในจักรวาล ฯลฯ มากมายแค่ไหนเป็นของไร้สาระแก่นสาร เพราะไม่ทำให้พ้นทุกข์ อวิชชาเขายังบังคับสัตว์โลก ให้แก่ เจ็บ ตาย พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ นิพพานหมดแล้ว เหลือแต่พวกเราๆ ต้องอยู่ในวัฏฏะของความทุกข์ไม่รู้เมื่อไร ? จะพ้นสักที

สำคัญ ณ ตอนนี้ต้องประกอบปฐมมรรคให้ได้ รักษา กาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิอยู่เนืองๆ ละกายของโลกนี้ไปจะได้กายใหม่ในสุคติภพ และสร้างความดีต่อๆไปจนกว่าจะพ้นทุกข์ในภพ 3 นี้ครับ
« Last Edit: August 09, 2015, 03:21:03 PM by BunRaksa »
สิทธิ