Author Topic: เมืองแก้วคือนิพพาน ,อสังขตสถาน,บุรีคือนิพพานอันอุดม ,สถานที่ไปแล้วไม่เศร้าโศกในพระไตรปิฏก  (Read 14732 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต



คาถาธรรมบท ปุปผวรรคที่ ๔

[๑๔] ใครจักรู้แจ้งแผ่นดินนี้ ใครจักรู้แจ้งยมโลกและมนุษยโลกนี้
พร้อมกับเทวโลก ใครจักเลือกสรรบทธรรมที่เราแสดงดีแล้ว
ดุจนายมาลาการผู้ฉลาด เลือกสรรดอกไม้ ฉะนั้น พระเสขะ
จักรู้แจ้งแผ่นดิน พระเสขะจักรู้แจ้งยมโลกและมนุษยโลกนี้
พร้อมกับเทวโลก พระเสขะจักเลือกสรรบทธรรมที่เรา
แสดงดีแล้วดุจนายมาลาการผู้ฉลาดเลือกสรรดอกไม้ ฉะนั้น
ภิกษุทราบกายนี้ว่า เปรียบด้วยฟองน้ำ ตรัสรู้พร้อมเฉพาะ
กายนี้ว่ามีพยับแดดเป็นธรรม ตัดดอกไม้อันเป็นประธาน
ของมารแล้ว พึงไปสู่ที่ที่มัจจุราชไม่เห็น มัจจุย่อมจับนระผู้มีใจอันซ่านไปแล้วในอารมณ์ต่างๆ กำลังเลือกเก็บดอกไม้
ทั้งหลายนั่นเทียวไป เหมือนห้วงน้ำใหญ่พัดบ้านอันหลับแล้ว
ไป ฉะนั้น มัจจุผู้ทำซึ่งที่สุด ย่อมทำนระผู้มีใจอันซ่าน
ไปแล้วในอารมณ์ต่างๆ กำลังเลือกเก็บดอกไม้ทั้งหลาย ไม่อิ่ม
แล้วในกามคุณนั่นแล ไว้ในอำนาจ..........
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ บรรทัดที่ ๓๙๕ - ๔๓๓. หน้าที่ ๑๘ - ๑๙.
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=395&Z=433&pagebreak=0


Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
สมจริงดังคำที่พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้ตรัสไว้แล้วว่า
สัตว์ทั้งหลายมีที่สุด พระนิพพานที่ไม่เกิด ไม่มีที่สุด
สัตว์ทั้งหลายไม่ปรากฏในที่สุด เราได้ประกาศที่สุด
ในสัตว์แล้ว.
คำว่า "เข้าถึงแสงทั้งหมด" ได้แก่สมบูรณ์ด้วยแสงโดยประการทั้งปวง. จริงอยู่ นอกจากพระนิพพานแล้ว ไม่มีสิ่งอื่นที่มีแสงกว่า มีความโชติช่วงกว่า มีที่สุดที่หมดจดกว่า หรือขาวกว่า.
อีกอย่างหนึ่ง พระนิพพานเป็นแดนเกิดจากที่ทั้งปวงทีเดียว ในที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ไม่ใช่ไม่มี เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าเป็นแดนเกิดโดยประการทั้งปวง. จริงอยู่ ในทิศตะวันออกเป็นต้น ชื่อว่าในทิศโน้น ไม่พึงกล่าวว่า ไม่มีพระนิพพาน.
อีกอย่างหนึ่ง คำว่า "แสง" เป็นชื่อของท่า.
ชื่อว่ามีท่าทุกแห่ง เพราะทุกแห่งมีท่า. เขาเล่าเกี่ยวกับพระนิพพานว่า ผู้อยากจะข้ามมหาสมุทรโดยที่ใดๆ ที่นั้นๆ แล้วย่อมเป็นท่า, ชื่อว่าที่ที่ไม่ใช่ท่า ย่อมไม่มีฉันใด ในกัมมัฏฐาน ๓๘ อย่าง ผู้ประสงค์จะข้ามไปพระนิพพานด้วยหัวข้อสำคัญใดๆ หัวข้อนั้นๆ แลย่อมเป็นท่า, ไม่มีกัมมัฏฐานที่ชื่อว่าไม่เป็นท่าของพระนิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน,
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า "เป็นท่าทุกแห่ง".


Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๒
ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส



โมฆราชมาณวกปัญหานิทเทส
ว่าด้วยปัญหาของท่านโมฆราช








ดูกรคามณิ เมื่อบุคคลเห็นซึ่งความเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งสิ้น ซึ่งความสืบต่อแห่งสังขารทั้งสิ้น ตามความเป็นจริงภัยนั้นย่อมไม่มี.
เมื่อใด บุคคลย่อมพิจารณาเห็นโลกเสมอหญ้าและไม้ด้วยปัญญา เมื่อนั้น บุคคลนั้นก็ไม่พึงปรารถนาภพหรืออัตภาพอะไรๆ อื่น เว้นไว้แต่นิพพานอันไม่มีปฏิสนธิ.



อ้างถึง
สมจริงตามพระพุทธพจน์ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เนื้อที่อยู่ในป่า
เมื่อเที่ยวอยู่ในป่าใหญ่ เดินไปก็ไม่ระแวง ยืนอยู่ก็ไม่ระแวง นั่งพักอยู่ก็ไม่ระแวง นอนอยู่
ก็ไม่ระแวง. ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะเนื้อนั้นไม่ไปในทางของพราน แม้ฉันใด ดูกร-
*ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุก็เหมือนฉันนั้นแล สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม เข้าปฐมฌาน
อันมีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ทำมาร
ให้มืด กำจัดมารไม่ให้มีทาง ไปแล้วสู่สถานเป็นที่ไม่เห็นด้วยจักษุแห่งมารผู้ลามก.

 ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง ภิกษุเข้าทุติยฌาน อันมีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอก
ผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่. เข้า
ตติยฌาน เข้าจตุตถฌาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ทำมารให้มืด กำจัดมารไม่
ให้มีทาง ไปแล้วสู่สถานเป็นที่ไม่เห็นด้วยจักษุของมารผู้ลามก.
อีกประการหนึ่ง ภิกษุเข้าอากาสานัญจายตนฌานด้วยมนสิการว่า อากาศไม่มีที่สุด เพราะ
ล่วงรูปสัญญา เพราะดับปฏิฆสัญญา เพราะไม่มนสิการถึงนานัตตสัญญา โดยประการทั้งปวงอยู่.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ทำมารให้มืด กำจัดมารไม่ให้มีทาง ไปแล้วสู่สถานเป็นที่
ไม่เห็นด้วยจักษุของมารผู้ลามก.


Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒
อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต



สังขตสูตร
[๔๘๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขตธรรม ๓
ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเกิดขึ้นปรากฏ ๑ ความเสื่อมปรากฏ ๑
เมื่อตั้งอยู่ความแปรปรวนปรากฏ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขต-
*ธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ บรรทัดที่ ๓๙๔๔ - ๓๙๔๘. หน้าที่ ๑๖๙ - ๑๗๐.
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v ... agebreak=0


Quote Tipitaka:
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒
อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต



อสังขตสูตร
[๔๘๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะของอสังขตธรรม ๓
ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ
ไม่ปรากฏความเกิด ๑
ไม่ปรากฏความ
เสื่อม ๑
เมื่อตั้งอยู่ไม่ปรากฏความแปรปรวน ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะ
ของอสังขตธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ บรรทัดที่ ๓๙๔๙ - ๓๙๕๓. หน้าที่ ๑๗๐.
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v ... agebreak=0


Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๒
ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส



โมฆราชมาณวกปัญหานิทเทส
ว่าด้วยปัญหาของท่านโมฆราช








ดูกรคามณิ เมื่อบุคคลเห็นซึ่งความเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งสิ้น ซึ่งความสืบต่อแห่งสังขารทั้งสิ้น ตามความเป็นจริงภัยนั้นย่อมไม่มี.
เมื่อใด บุคคลย่อมพิจารณาเห็นโลกเสมอหญ้าและไม้ด้วยปัญญา เมื่อนั้น บุคคลนั้นก็ไม่พึงปรารถนาภพหรืออัตภาพอะไรๆ อื่น เว้นไว้แต่นิพพานอันไม่มีปฏิสนธิ.




อ้างถึง
สมจริงตามพระพุทธพจน์ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เนื้อที่อยู่ในป่า
เมื่อเที่ยวอยู่ในป่าใหญ่ เดินไปก็ไม่ระแวง ยืนอยู่ก็ไม่ระแวง นั่งพักอยู่ก็ไม่ระแวง นอนอยู่
ก็ไม่ระแวง. ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะเนื้อนั้นไม่ไปในทางของพราน แม้ฉันใด ดูกร-
*ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุก็เหมือนฉันนั้นแล สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม เข้าปฐมฌาน
อันมีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ทำมาร
ให้มืด กำจัดมารไม่ให้มีทาง ไปแล้วสู่สถานเป็นที่ไม่เห็นด้วยจักษุแห่งมารผู้ลามก. ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง ภิกษุเข้าทุติยฌาน อันมีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอก
ผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่. เข้า
ตติยฌาน เข้าจตุตถฌาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ทำมารให้มืด กำจัดมารไม่
ให้มีทาง ไปแล้วสู่สถานเป็นที่ไม่เห็นด้วยจักษุของมารผู้ลามก.
อีกประการหนึ่ง ภิกษุเข้าอากาสานัญจายตนฌานด้วยมนสิการว่า อากาศไม่มีที่สุด เพราะ
ล่วงรูปสัญญา เพราะดับปฏิฆสัญญา เพราะไม่มนสิการถึงนานัตตสัญญา โดยประการทั้งปวงอยู่.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ทำมารให้มืด กำจัดมารไม่ให้มีทาง ไปแล้วสู่สถานเป็นที่
ไม่เห็นด้วยจักษุของมารผู้ลามก.

อ้างอิงพระไตรปิฏก
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka...&A=4519&Z=4935

Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
บรรลุธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะะอย่างยอดเยี่ยม

๔๖๙] สา. อาวุโส ก็ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้มีความสะดุ้งกลัวอย่างไร ฯ
ก. อาวุโส ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ย่อมสะดุ้งกลัว โดยคิดว่า อกุศล
ธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิดขึ้นแก่เรา เมื่อเกิดขึ้น จะพึงเป็นไปเพื่อความเสีย
ประโยชน์ ย่อมสะดุ้งกลัว โดยคิดว่า อกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
เมื่อเรายังละไม่ได้ จะพึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์ ย่อมสะดุ้งกลัว โดยคิดว่า
กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นแก่เรา เมื่อไม่เกิดขึ้น จะพึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์
ย่อมสะดุ้งกลัว โดยคิดว่า กุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วแก่เรา เมื่อดับ จะพึงเป็นไป
เพื่อความเสียประโยชน์ อาวุโส ด้วยอาการอย่างนี้แล ภิกษุจึงจะชื่อว่าเป็นผู้มี
ความสะดุ้งกลัว อาวุโส ด้วยอาการอย่างนี้แล ภิกษุเป็นผู้มีความเพียรเครื่อง
เผากิเลส มีความสะดุ้งกลัว เป็นผู้ควรเพื่อความตรัสรู้ ควรเพื่อพระนิพพาน
ควรเพื่อบรรลุธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะอย่างยอดเยี่ยม ดังนี้ ฯ


จบสูตรที่ ๒




เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ บรรทัดที่ ๕๑๕๑ - ๕๒๑๑. หน้าที่ ๒๑๗ - ๒๒๐.
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=16&A=5151&Z=5211&pagebreak=0

Share
Share this post on Digg
 Del.icio.us
 Technorati
 Twitter
 
     

Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
 
 


 

 


๙. โคตมเถรคาถา
สุภาษิตเตือนไม่ให้ติดกาม
[๒๖๖] มุนีเหล่าใด ย่อมไม่พัวพันในหญิงทั้งหลาย

มุนีเหล่านั้นย่อมนอนหลับ เป็นสุข สัจจะที่ได้ยากแสนยากในหญิงเหล่าใด

หญิงเหล่านั้นอันบุคคล ต้องรักษาทุกเมื่อแท้

ดูกรกาม เราประพฤติพรหมจรรย์เพื่อฆ่าท่านบัดนี้ เราไม่เป็นหนี้ท่านอีก

บัดนี้ เราไปถึงนิพพานอันเป็นที่บุคคลไปแล้วไม่ เศร้าโศก.

เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ บรรทัดที่ ๕๗๒๔ - ๕๗๓๐. หน้าที่ ๒๔๒.

 

http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5724&Z=5730&pagebreak=0

 

 

Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔

มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
 
 


 


๙. พรหมนิมันตนิกสูตร
ว่าด้วยพกพรหมมีทิฏฐิอันลามก


 

นิพพานอันผู้บรรลุพึงรู้แจ้งได้ เป็นอนิทัสสนะ (ไม่เห็นได้ด้วยจักษุวิญญาณ) เป็นอนันตะ (ไม่มีที่สุด หรือ หายไปจากความเกิดขึ้นและ

ความเสื่อม) มีรัศมีในที่ทั้งปวง




ที่มา

เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒ บรรทัดที่ ๑๐๑๓๔ - ๑๐๒๘๖. หน้าที่ ๔๑๗ - ๔๒๓.

http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=12&A=10134&Z=10286&pagebreak=0


Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
 
 


 

 

 


มหารถวรรคที่ ๕
มัณฑุกเทวปุตตวิมาน
ว่าด้วยบุญกรรมของมัณฑุกเทพบุตร
พระผู้มีพระภาคตรัสถามมัณฑุกเทพบุตรว่า [๕๑] ใครมีวรรณะงามยิ่งนัก รุ่งเรืองด้วยฤทธิ์และยศ ยังทิศทั้งปวงให้สว่าง ไสว ไหว้เท้าทั้งสองของเราอยู่? มัณฑุกเทพบุตรกราบทูลว่า เมื่อชาติก่อน ข้าพระองค์เป็นกบเที่ยวหาอาหารอยู่ในน้ำ เมื่อข้าพระองค์ กำลังฟังธรรมของพระองค์อยู่ คนเลี้ยงโคได้ฆ่าข้าพระองค์ ขอพระองค์ ทรงดูฤทธิ์ ยศ อานุภาพ ผิวพรรณและความรุ่งเรืองของข้าพระองค์ ผู้มีจิตเลื่อมใสครู่หนึ่งเท่านั้น ข้าแต่พระโคดม ก็ผู้ใดได้ฟังธรรมของ พระองค์สิ้นกาลนาน ผู้นั้นพึงได้บรรลุนิพพานอันเป็นฐานะไม่หวั่นไหว เป็นสถานที่ที่ไปแล้วไม่เศร้าโศกเป็นแน่.
จบมัณฑุกเทวปุตตวิมานที่ ๑.

เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ บรรทัดที่ ๑๘๐๓ - ๑๘๑๖. หน้าที่ ๗๔.

http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=1803&Z=1816&pagebreak=0

 

 

 

 

Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
อรรถกถา ขุททกนิกาย จริยาปิฎก
สโมธานกถา

หน้าต่างที่ ๒ / ๗.


ปกิณณกกถา

 

 

 

 

อีกอย่างหนึ่ง บารมีย่อมผูกสัตว์อื่นไว้ในตนด้วยการประกอบคุณวิเศษ.

หรือบารมีย่อมขัดเกลาสัตว์อื่นให้หมดจดจากมลทินคือกิเลส.

หรือบารมีย่อมถึงนิพพานอันประเสริฐที่สุดด้วยคุณวิเศษ.

หรือบารมีย่อมกำหนดรู้โลกอื่นดุจรู้โลกนี้ด้วยคุณวิเศษคือญาณอันเป็นการกำหนดแล้ว.

หรือบารมีย่อมตักตวงคุณมีศีลเป็นต้นอื่นไว้ในสันดานของตนเป็นอย่างยิ่ง.

หรือบารมีย่อมทำลายปฏิปักษ์อื่นจากธรรมกาย อันเป็นอัตตา

หรือหมู่โจรคือกิเลสอันทำความพินาศแก่ตนนั้น เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าปรมะ.

สัตว์ใดประกอบด้วยปรมะดังกล่าวมานี้ สัตว์นั้นชื่อว่ามหาสัตว์.

http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33.3&i=36&p=2

http://http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33.3&i=36&p=2

 

ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-

http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33&i=244

Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
อรรถกถา ทีฆนิกาย มหาวรรค
มหาปรินิพพานสูตร

หน้าต่างที่ ๕ / ๕.

 

 


ตถาคตปจฺฉิมวาจาวณฺณนา

 

 

 

แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ธรรมสามี เสด็จเข้าพระนครคือปรินิพพาน

เสด็จเข้าสมาบัติทั้งหมดนับได้ยี่สิบสี่แสนโกฏิ แล้วเข้าเสวยสุขในสมาบัติทั้งหมด เหมือนคนไปต่างประเทศ กอดคนที่เป็นญาติฉะนั้น.

ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-


http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=10&i=67&p=5

http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=10&i=67

Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค
๘. รัฐปาลเถราปทาน (๑๘)

 

 

 


๑๘. อรรถกถารัฐปาลเถราปทาน

 

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระเสด็จอุบัติในโลก ทรงประกาศธรรมจักรอันประเสริฐ ยังสรรพสัตว์ให้ถึงภูมิอันเป็นแดนเกษมกล่าวคือนิพพานมหานคร.

 

 

 

http://http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=20



http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=20

Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔
๘. กึสุกสูตร

 

 


อรรถกถากิงสุกสูตรที่ ๘

 

ในข้ออุปมานั้น พระนครคือพระนิพพาน

พึงเห็นว่าเหมือนมหานคร.

 

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหมือนแพทย์บัณฑิต

สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนสุนักขัตตะ คำว่า ภิสโก (อายุรแพทย์) สลฺลถตฺโต (ศัลยแพทย์) นี้เป็นชื่อของตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า.

 

 

 

http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=18&i=339



Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา วีสตินิบาต
๔. รัฏฐปาลเถรคาถา

 

 


อรรถกถารัฐปาลเถรคาถาที่ ๔

 

ก็สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าปทุมุตตระ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก

ทรงประกาศพระธรรมจักรอันบวร ยังเวไนยสัตว์ให้ลุถึงภูมิอันเกษม กล่าวคือมหานครนิพพาน.

ลำดับนั้น กุลบุตรนั้นรู้เดียงสาโดยลำดับ วันหนึ่งไปวิหารกับพวกอุบาสก เห็นพระศาสดากำลังทรงแสดงธรรม มีจิตเลื่อมใส จึงนั่งลง ณ ท้ายบริษัท.

 

 

http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=388

 



Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male
อีกนัยหนึ่ง บรรดานครอันประเสริฐที่สำเร็จด้วยสัทธรรม นิพพานนครสูงสุด จึงชื่อว่าสัทธัมมปุรวรุตตมะนคร สูงสุดในบรรดาสัทธรรมนครอันประเสริฐ

 

ในอรรถวิกัปต้น พึงเห็นคำว่า นคร ว่าเป็นไวพจน์ของพระนิพพานนั้นเท่านั้น.

 

พระนิพพานเป็นที่ตั้งแห่งพระอริยบุคคลทั้งหลายที่เป็นพระเสกขะและอเสกขะ

ผู้แทงตลอดสภาวธรรมแล้ว

ท่านเรียกว่านครเพราะอรรถว่าเป็น โคจรและเป็นที่อยู่

ก็ในสัทธรรมนครอันประเสริฐนั้น

พระศาสดาพระองค์นั้นทรงสร้างถนนใหญ่ที่สำเร็จด้วยสติปัฏฐาน อันไม่ขาด ไม่คด แต่ตรง ทั้งหนาทั้งกว้างไว้.

ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า

พระองค์ทรงสร้างถนนใหญ่ อันไม่ขาดไม่คด แต่ตรง

ที่หนาและกว้าง คือสติปัฏฐานอันประเสริฐสูงสุด.

 

 

http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33.2&i=5