Author Topic: ราชวงศ์โจวเริ่มจาก1046ปีก่อนค.ศ.จนถึง256ปีก่อนค.ศ.  (Read 3211 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 537
  • จิตพิสัย 21
ราชวงศ์โจว(1046BC-----256BC)โดยนำข้อมูลมาจากเวปอื่นอื่นหลายเวปนะครับ

ราชวงศ์โจวเริ่มตั้งแต่1046ปีก่อนคริสต์ศักราชจนถึง256ปีก่อนคริสต์ศักราช นักประวัติศาสตร์เรียกราชวงศ์โจวช่วงระยะเวลา1046ปีก่อนคริสต์ศักราชจนถึง771ปีก่อนคริสต์ศักราชว่าราชวงศ์โจวตะวันตกหรือซีโจวฉาวหรือเรียกแบบง่ายง่ายว่าซีโจวหรือซีโจก็ได้และมีเมืองหลวงชื่อเฮ่าจิงและมีราชาแห่งราชวงศ์โจวตะวันตกหรือซีโจวหรือซีโจนั้นนับรวมได้12พระองค์นะครับและมีโจวอู่หวังหรือโจวหวู่หวังหรือโจอู่หวังเป็นปฐมราชาคนแรกของราชวงศ์โจวและย่อมเป็นปฐมราชาคนแรกของราชวงศ์โจวตะวันตกหรือซีโจด้วยนั่นเอง

 " โจวอู่หวังผู้เป็นราชาคนแรกของซีโจวและราชวงศ์โจวจึงเลือกใช้นโยบาย ‘เมืองหน้าด่าน’ โดยมอบหมายให้ญาติพี่น้องและขุนนางที่มีความดีความชอบออกไปปกครองยังดินแดนต่าง ๆ ตั้งให้เป็นผู้ครองแคว้น โดยผู้ครองแคว้นจะได้รับอำนาจในการปกครองดินแดนรอบนอกผืนหนึ่ง อีกทั้งพวกเขาเหล่านั้นยังถือเป็นผู้พิทักษ์ราชสำนักโจวอีกด้วย "

โจวมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน เดิมอาศัยอยู่ในแถบเสียกาน ต่อมาอพยพไปตั้งรกรากยังโจวหยวน(周原)ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอำเภอฉีซานมณฑลส่านซีของจีน เมื่อ 1,100 ปีก่อนคริสต์ศักราชชนเผ่าต้นตระกูลโจวก็มีขุมกำลังเข้มแข็งขึ้น พวกเขาทางหนึ่งรวบรวมรัฐเล็ก ๆรอบข้างเข้ามา อีกทางหนึ่งโยกย้ายนครหลวงจากโจวหยวนมายังดินแดนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเฟิง หรืออำเภอฉางอานในปัจจุบัน โดยตั้งเป็นเมืองเฟิงจิง (丰京)จากนั้นแพร่ขยายอิทธิพลไปทางทิศตะวันออก ทำให้เกิดข้อพิพาทกับราชวงศ์ซาง
                 
                 ขณะนั้นราชวงศ์ซางในรัชสมัยตี้ซิ่งหรือซางโจ้วนั้น ได้กักขังซีป๋อชั่ง(หรือต่อมาเป็นโจวเหวินหวังผู้นำของราชวงศ์โจว)ไว้ที่โหย่วหลี่มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ขุนนางของโจวถวายหญิงงามและเพชรนิลจินดามากมายให้แก่ซาง ตี้ซิ่งจึงยอมปล่อยตัวซีป๋อชั่ง เมื่อซีป๋อชั่งกลับถึงรัฐของตน ก็เร่งระดมพลเพื่อยกทัพบุกซาง ในเวลานั้น การเมืองภายในราชวงศ์ซางล้มเหลวฟอนเฟะ เกิดการแตกแยกทั้งภายในนอก โจวเหวินหวัง (周文王)เห็นว่าสถานการณ์สุกงอมแล้ว ขณะตนใกล้สิ้นลมจึงกำชับสั่งเสียให้บุตรชายไท่จื่อฟา หรือโจวอู่หวัง (周武王) รวบรวมไพร่พลยกทัพบุกซาง

เมื่อโจวอู่หวังขึ้นสืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากโจวเหวินหวัง ก็กรีฑาทัพครั้งใหญ่โดยมี พลรถ 300 พลทหารราบ 450,000 หน่วยกล้าตาย 3,000 มุ่งสู่ตะวันออก ระหว่างทางบรรดารัฐเล็ก ๆได้แก่ ยง(庸) สู(蜀) เชียง(羌) จง(鬃)เวย (微)หลู (卢)เผิง (彭)ผู(濮)เป็นต้นต่างยอมสวามิภักดิ์เข้าร่วมกับกองทัพ โจวอู่หวังได้ประกาศโทษทัณฑ์ความผิดของซางโจ้ว ซางโจ้วจึงจัดทัพ 170,000 ออกมาสู้รบด้วยโจวอู่หวัง ทว่าเหล่าทหารของซางไม่มีกำลังใจสู้รบ ต่างพากันทิ้งอาวุธหลบหนี เป็นเหตุให้ทัพโจวได้ชัยชนะ ฝ่ายซางโจ้วหลบหนีไป ภายหลังเสียชีวิตที่ลู่ไถ ราชวงศ์ซางจึงล่มสลาย นับแต่นั้นมา ประวัติศาสตร์จีนก็เข้าสู่ยุคราชวงศ์โจว

โจวอู่หวังเมื่อได้ชัยชนะเหนือซางแล้ว ก็เข้าครอบครองดินแดนที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของซาง อีกทั้งยังปราบปรามรัฐเล็ก ๆ รอบข้าง ทว่าปัญหาอันหนักอึ้งที่โจวอู่หวังต้องเผชิญก็คือการจะรักษาผืนแผ่นดินตะวันออกนี้ไว้ได้อย่างไร ดังนั้น เขาจึงเลือกใช้นโยบาย ‘เมืองหน้าด่าน’ โดยมอบหมายให้ญาติพี่น้องและขุนนางที่มีความดีความชอบออกไปปกครองยังดินแดนต่าง ๆ ตั้งให้เป็นผู้ครองแคว้น โดยผู้ครองแคว้นจะได้รับอำนาจในการปกครองดินแดนรอบนอกผืนหนึ่ง อีกทั้งพวกเขาเหล่านั้นยังถือเป็นผู้พิทักษ์ราชสำนักโจวอีกด้วย
นอกจากนี้ โจวอู่หวังผู้เป็นราชาคนแรกแห่งราชวงศ์โจวและเป็นราชาคนแรกของซีโจวหรือซีโจด้วยยังแต่งตั้งให้อู่เกิง (武庚)บุตรของซางโจ้วดูแลแคว้นซาง เพื่อสามารถควบคุมชาวซางต่อไป โดยส่งน้องชายของเขา ได้แก่ ก่วนซู่ (管叔)ไช่ซู่ (蔡叔)และฮั่วซู่ (霍叔)ให้คอยตรวจสอบอู่เกิง นอกจากนี้ ยังแต่งตั้งให้โจวกงตั้น (周公旦)ไปปกครองแคว้นหลู่ (鲁)ส่วนเจียงซ่าง (姜尚)ไปปกครองแคว้นฉี (齐)และเส้ากงซื่อ (召公奭)ไปครองแคว้นเอี้ยน (燕)

หลังจากโจวอู่หวังสิ้นพระชนม์ เฉิงหวัง (成王)บุตรชายของเขาได้สืบทอดราชบัลลังก์เป็นราชาโจและราชาซีโจคนที่สอง แต่เนื่องจากยังอยู่ในวัยเยาว์ จึงมอบหมายให้โจวกงตั้นหรือโจวกง (周公)เป็นผู้สำเร็จราชการแทน เป็นเหตุให้ก่วนซู่และไช่ซู่ไม่พอใจโจวกง จึงปล่อยข่าวใส่ร้ายโจวกงกล่าวหาว่าวางแผนชิงบัลลังก์ ต่อมา อู่เกิงก็เข้าร่วมกับก่วนซู่และไช่ซู่รวบรวมแว่นแคว้นเล็ก ๆ ทางภาคตะวันออก อันได้แก่สวี (徐)เหยี่ยน (奄)ป๋อกู (薄姑)เป็นต้น เพื่อเป็นฐานก่อการกบฏ โจวกงจึงต้องใช้กำลังทหารเข้าปราบปราม โดยใช้เวลา 3 ปี สุดท้ายจึงสามารถปราบกบฏอู่เกิง ก่วนซู่และไช่ซู่ลงได้ ประหารอู่เกิงและก่วนซู่ เนรเทศไช่ซู่ จากการปราบกบฏครั้งนี้ ทำให้ราชวงศ์โจวมีรากฐานที่มั่นคงยิ่งขึ้น

ในสมัยโจวอู่หวังหรือโจวหวู่หวังผู้ซึ่งเป็นลูกชายคนที่2ของโจวเหวินหวังแซ่จีหรือ姬นั้นเมื่อล้มราชวงศ์ซางได้แล้วและสถาปนาราชวงศ์โจวขึ้นมาปกครองดินแดนแทนซางนั้น  โจวอู่หวังผู้เป็นราชาคนแรกของราชวงศ์โจวและราชาคนแรกของซีโจวหรือซีโจหรือโจวตะวันตกด้วยก็ได้มอบหมายให้ลูกชายของโจวเหวินหวังที่เป็นน้องน้องพ่อแม่เดียวกันกับโจวอู่หวังเองได้ร่วมปกครองดินแดนรัฐต่างต่างด้วยเช่น
1-ให้ลูกคนที่3ของโจเหวินหวังชื่อจีซู่เซียนไปเป็นเจ้าปกครองรัฐก่วนหรือ管 และรัฐก่วนได้จบลงเมื่อ1040ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราชนั่นเองและจบลงเร็วมากเพราะเจ้ารัฐก่วนไม่พอใจผู้สำเร็จราชการนามโจวกงต้านและไปร่วมมือกับอู่เกิงเชื้อสายราชวงศ์ซางและร่วมมือกับเจ้ารัฐใช่ซู่ตู้รวมเรียกเป็นกบฏสามผู้พิทักษ์หรือกบฏอู่เกิงก็ได้ซึ่งกบฏนี้ได้ถูกทางการราชวงศ์โจวปราบลงราบคาบ

2-ให้ลูกคนที่19ของโจเหวินหวังชื่อจีซู่ยิงไปเป็นเจ้าปกครองรัฐไล่หรือ賴และรัฐไล่ ได้จบลงเมื่อ538ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราชเพราะรบแพ้รัฐฉู่หรือ楚ในสมัยเจ้าปกครองรัฐฉู่ชื่อฉู่หลิงหวางหรือChu Ling Wang(周文王第十九子,武王之弟叔颍。在商末年间,纣王昏庸无道,民不聊生,武王命弟叔颍率众诸侯兵伐纣,建立周朝。后,武王赐弟叔颍为子爵,封叔颍所 居地为赖国。 )

3-ให้ลูกคนที่9ของโจเหวินหวังชื่อจีซู่เจิ้งไปเป็นเจ้าปกครองรัฐเหมาหรือ毛และรัฐเหมาได้จบลงเมื่อ516ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราชเพราะรบแพ้รัฐจิ๋นหรือ秦

4-ให้ลูกคนที่13ของโจเหวินหวังชื่อจีซู่เจิ้นเจ๋อไปเป็นเจ้าปกครองรัฐเฉาหรือ曹 และรัฐเฉาได้จบลงเมื่อ487ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราชเพราะรบแพ้รัฐซ่งหรือ宋

5-ให้ลูกคนที่5ของโจเหวินหวังชื่อจีซู่ตู้ไปเป็นเจ้าปกครองรัฐไช่หรือ蔡 และรัฐไช่ได้จบลงเมื่อ447ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราชเพราะรบแพ้รัฐฉู่หรือ楚

6-ให้ลูกของโจเหวินหวังอื่นอื่นอีกหลายคนไปเป็นเจ้าปกครองรัฐอื่นอื่นอีกหลายรัฐและนอกจากนี้ราชวงศ์โจวยังให้ผู้สืบเชื้อสายต่างต่างไปเป็นเจ้าปกครองรัฐได้ด้วยเช่น

6.1-ให้เชื้อสายของราชวงศ์เซี่ยหรือ夏 ไปเป็นเจ้าปกครองรัฐเฉิงหรือ鄫 และรัฐเฉิงหรือ鄫 นี้จบลงเมื่อ569-567ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราชโดยประมาณ

6.2-ให้เฉินหูกงที่มีแม่ของตนแซ่จีหรือ姬 ไปเป็นเจ้าปกครองรัฐเฉินหรือ陳 และรัฐเฉินรบแพ้รัฐฉู่หรือ楚 เมื่อ479ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราช

6.3-ให้เชื้อสายแซ่จีหรือ姬 ไปปกครองรัฐอู๋หรือหวูหรือ吴 และรัฐอู๋หรือหวูหรือ吴 นี้รบแพ้รัฐเย่ว์หรือ越เมื่อ473ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราช

6.4-ให้เชื้อสายแซ่จีหรือ姬 ไปปกครอง รัฐจิ้นหรือ晋 และรัฐจิ้นหรือ晋 นี้ก็ได้แตกหายกลายเป็น3รัฐของ3ตระกูลเมื่อ403ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราช โดย3รัฐที่แตกออกมาคือรัฐหานหรือ韩 ที่ไปสิ้นสุดเมื่อ230ปีก่อนคริสต์ศักราชและรัฐวุ่ยหรือ魏 ที่ไปสิ้นสุดเมื่อ225ปีก่อนคริสต์ศักราชและรัฐจ้าวหรือ赵 ที่ไปสิ้นสุดเมื่อ222ปีก่อนคริสต์ศักราช

6.5-ให้การยอมรับว่าเชื้อสายของราชวงศ์เซี่ยหรือ夏 เป็นเจ้าปกครองรัฐเย่ว์หรือ越 มานานแล้วและรัฐเย่ว์หรือ越นี้รบแพ้รัฐฉู่หรือ楚 เมื่อ334ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราช

6.6-ให้เชื้อสายราชวงศ์ซางหรือ商 ไปปกครองรัฐซ่งหรือ宋 และรัฐซ่งหรือ宋 นี้รบแพ้รัฐฉีหรือ齐 เมื่อ286ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราช

6.7-ให้เชื้อสายแซ่จีหรือ姬 ไปปกครองรัฐหลู่หรือ鲁 และรัฐหลู่หรือ鲁นี้รบแพ้รัฐฉู่หรือหรือ楚 เมื่อ256ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราช

6.8-ให้เชื้อสายแซ่จีหรือ姬 ไปปกครองรัฐเอี้ยนหรือ燕  และรัฐเอี้ยนหรือ燕 นี้รบแพ้รัฐ จิ๋นหรือ秦 เมื่อ222ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราช

6.9-ให้เชื้อสายหวงตี้(黄帝 )ที่แซ่สูงหรือ熊 ไปปกครองรัฐฉู่หรือ楚 และรัฐฉู่หรือ楚  นี้รบแพ้รัฐ จิ๋นหรือ秦 เมื่อ223ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราช

6.10-ให้เจียงไท่กงหลื่อซางหรือเจียงจื่อหยาผู้เป็นรัฐบุรุษอาวุโสแห่งราชวงศ์โจว ไปปกครองรัฐฉีหรือ齐 และรัฐฉีหรือ齐 นี้รบแพ้รัฐ จิ๋นหรือ秦 เมื่อ221ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราช   

6.11-ให้เชื้อสายแซ่อิ๋งหรือ嬴 หรือYING ไปปกครองรัฐจิ๋นหรือ秦และรัฐจิ๋นหรือ秦 ได้ควบรวมรัฐต่างต่างที่ตั้งตัวเป็นอิสระในดินแดนของราชวงศ์โจวให้เป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้งภายใต้อำนาจของรัฐจิ๋นหรือ秦ที่ยกฐานะกลายเป็น ราชวงศ์จิ๋นหรือ秦 อย่างสำเร็จสมบูรณ์เมื่อ221ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราชและราชวงศ์จิ๋นหรือ秦 ได้รบแพ้แก่หลิวปังผู้เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่นเมื่อ206ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราชและในช่วงของราชวงศ์จิ๋นของจิ๋นซีฮ่องเต้ผู้เป็นปฐมจักรพรรดิ์จีนองค์แรกมีเรื่องประวัติศาสตร์ว่าจิ๋นซีฮ่องเต้เห็นพวกพระสงฆ์รูปร่างหน้าตาประหลาด จึงสั่งคุมขังเสีย แต่ปรากฎบุรุษเรือนกายสีทองสูง 6 ศอก มาพังประตูคุกและปล่อยตัวคณะสมณะทูต จิ๋นซีฮ่องเต้ เห็นคณะสมณะทูตเป็นอิสระจึงประหลาดพระทัยยิ่ง ยินยอมคารวะแล้วขอขมา พร้อมถวายสิ่งของล้ำค่ามากมาย แล้วส่งคณะไปยังชายแดนประเทศจิ๋นด้วย
« Last Edit: October 17, 2015, 02:55:31 AM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 537
  • จิตพิสัย 21
นี่เป็นแผนที่นครรัฐมากมายตั้งแต่โจอู่หวังตั้งราชวงศ์โจแล้วรอดผ่านยุคโจวตะวันตกถึงสมัยชุนชิวของยุคโจวตะวันออกและข้อมูลรัฐสมัยชุนชิวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ถ้ามีหลักฐานข้อมูลใหม่ใหม่นะครับ



สุรปเหตุการณ์บางอย่างของราชวงศ์โจวหรือโจในส่วนของราชวงศ์โจวตะวันตกหรือซีโจวหรือซีโจกันนะครับที่มีเมืองหลวงชื่อเฮ่าจิงและมีราชาแห่งซีโจรวม12พระองค์โดยมีพระเจ้าโจอู่หวังหรือโจวหวู่หวังเป็นราชาแห่งโจและราชาแห่งซีโจคนแรกเริ่มจาก1046ปีก่อนค.ศ.จนถึง771ปีก่อนค.ศ.ด้วยดังนี้
« Last Edit: October 17, 2015, 02:52:42 AM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 537
  • จิตพิสัย 21
สุรปเหตุการณ์บางอย่างของราชวงศ์โจวหรือโจในส่วนของราชวงศ์โจวตะวันตกหรือซีโจวหรือซีโจกันนะครับที่มีเมืองหลวงชื่อเฮ่าจิงและมีราชาแห่งซีโจรวม12พระองค์โดยมีพระเจ้าโจอู่หวังหรือโจวหวู่หวังเป็นราชาแห่งโจและราชาแห่งซีโจคนแรกเริ่มจาก1046ปีก่อนค.ศ.จนถึง771ปีก่อนค.ศ.ด้วยดังนี้

-ในรัชสมัยของโจเฉิงหวังหรือราชาแห่งซีโจวหรือซีโจหรือโจตะวันตกองค์ที่สองมีเรื่องว่าโจวกง ต้าน(周公)ได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนโจเฉิงหวังตอนโจเฉิงหวังยังทรงเป็นเด็กนั้นเมื่อครั้งอยู่ที่นครเฮ่าจิงหรือนครหลวงตะวันตกมาโดยตลอด ดังนั้นบุตรชายคนโตของเขาชื่อป๋อฉิน (伯禽)จึงได้รับสืบทอดตำแหน่งเจ้าแคว้นหลู่(鲁)ต่อจากบิดา ในปัจจุบันได้มีการขุดค้นทางโบราณคดีพบซากเมืองโบราณแห่งนี้ที่เมืองชวีฝู่ของมณฑลซานตง ส่วนเจียงซ่าง (姜尚)ที่ได้รับแต่งตั้งไปครองแคว้นฉี (齐)ปัจจุบันคือเมืองหลินจือในมณฑลซานตง และเส้ากง (召公)ที่ครองแคว้นเอี้ยน (燕)ปัจจุบันคือเขตฝางซานในปักกิ่ง ก็ได้มีการขุดพบซากเมืองและสุสานของเจ้าแคว้นเอี้ยนอีกด้วย
  ภายหลังเหตุการณ์ปราบกบฏอู่เกิงสงบราบคาบลง โจวอู่หวังก็ได้พระราชทานดินแดนซึ่งเคยอยู่ภายใต้การปกครองของอู่เกิงให้กับน้องชายชื่อคังซู่ (康叔)โดยแต่งตั้งเป็นเจ้าแคว้นเว่ย (卫)ซึ่งปัจจุบันได้ขุดพบซากเมืองโบราณของแคว้นเว่ยในอำเภอซวิ่นมณฑลเหอหนัน นอกจากนี้ พระองค์ยังได้แต่งตั้งเวยจื่อ (微子)ซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของซางโจ้วกษัตริย์ องค์สุดท้ายของราชวงศ์ซาง ที่ไม่ได้เข้าร่วมในการก่อกบฏอู่เกิงขึ้นเป็นเจ้าแคว้นซ่ง (宋)ปัจจุบันคือเมืองซางชิวในมณฑลเหอหนัน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแคว้นเว่ย (卫)
ต่อมา เมื่อโจวเฉิงหวัง (成王)ราชาแห่งซีโจคนที่สองก็ปราบแคว้นถัง (唐国)ได้แล้ว ก็มอบดินแดนที่ยึดมาได้ให้กับถังซู่อวี๋ (唐叔虞)ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องปกครอง แล้วตั้งเป็นแคว้นจิ้น (晋) ปัจจุบันมีการขุดพบร่องรอยทางโบราณคดีที่เขตต่อแดนระหว่างเมืองอี้และฉวี่เยว่ในมณฑลซานซี และมีคำกล่าวยกย่องโจเฉิงหวังราชาแห่งซีโจวหรือซีโจคนที่สองว่ายุคทองแห่งโจเฉิงหวัง 40 ปีไม่ต้องใช้โทษทัณฑ์’ แสดงให้เห็นถึงสภาพสังคมในสมัยโจวเฉิงหวังภายหลังเหตุการณ์ปราบกบฏอู่เกิงแล้ว ราชวงศ์โจวได้มีความสันติสุขระยะหนึ่ง 

-ในรัชสมัยโจจาวหวังหรือราชาแห่งซีโจวหรือซีโจองค์ที่4มีเรื่องว่าครั้งหนึ่งโจวเจาหวัง (周昭王)ยกทัพบุกชนเผ่าหมาน (蛮族)ซึ่งอาศัยอยู่แถบลุ่มแม่น้ำฉางเจียง(แยงซีเกียง)และแม่น้ำฮั่นสุ่ย แต่ต้องรับศึกหนักจากการต่อต้านอย่างเข้มแข็งของชาวเผ่าหมาน กองทัพของโจวสูญเสียกำลังไพร่พลแทบหมดสิ้น เจาหวังเองก็สิ้นชีพที่แม่น้ำฮั่นสุ่ย การศึกครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในยุคต้นราชวงศ์โจวตะวันตกเลยทีเดียว   

-ในรัชสมัยของโจมู่หวังหรือราชาแห่งซีโจวองค์ที่5มีเรื่องว่าในรัชกาลโจวมู่หวัง (周穆王)พวกเฉวี่ยนหรง(犬戎)เริ่มแข็งแกร่งขึ้น กั้นขวางหนทางการติดต่อของราชวงศ์โจวกับแคว้นต่าง ๆในแถบตะวันตกเฉียงเหนือ ดังนั้น โจวมู่หวังจึงต้องยกกองทัพปราบเฉวี่ยนหรงจนได้ชัยชนะ จึงโยกย้ายชาวเฉวี่ยนหรงจำนวนหนึ่งมาสู่ดินแดนไท่หยวน (太原) เปิดเส้นทางติดต่อระหว่างโจวและแคว้นต่าง ๆทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

-ในรัชสมัยของโจเซียวหวังหรือราชาแห่งซีโจวองค์ที่8มีเรื่องว่าดินแดนของรัฐจิ๋นหรือ秦 เริ่มมีขึ้นยังเป็นดินแดนเล็กเล็กเพราะราชาโจเซียวหวัง(周孝王)แห่งซีโจทรงให้ดินแดนเล็กเล็กนั้น

-ในรัชสมัยของโจลี่หวังหรือราชาแห่งซีโจวองค์ที่10มีเรื่องว่าในรัชกาลโจวลี่หวัง (周厉王)ภายในเกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นตามลำดับ ลี่หวังที่ขูดรีดภาษีอย่างหนัก ข่มเหงราษฎร อีกทั้งปิดกั้นผู้คนไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์การปกครอง จนกระทั่งก่อนคริสต์ศักราช 841 เกิดการลุกฮือภายในขึ้น ลี่หวังหนีไปเมืองจื้อ (ปัจจุบันอยู่ในอำเภอฮั่วในมณฑลซานซี) ประชาชนจึงพากันสนับสนุนให้โจวติ้งกง (周定公)และเจามู่กง (召穆公)ซึ่งเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ร่วมกันบริหารราชการแผ่นดิน (共和行政)ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จีนที่มีการบันทึกเหตุการณ์โดยระบุเวลาที่แน่นอน

 -ในรัชสมัยของโจเซียนหวังหรือ周宣王หรือราชาแห่งซีโจวองค์ที่11มีเรื่องว่าครั้งหนึ่ง แคว้นเอ้อ (噩) ไม่ยอมส่งบรรณาการให้กับโจว ทั้งยังยกไพร่พลรุกเข้ามาถึงรอบนอกเมืองลั่วอี้ นครหลวงตะวันออก ทำความตื่นตระหนกให้กับบรรดาขุนนางในราชสำนัก โจวเซียนหวัง(周宣王)จัดส่งกองทัพพิทักษ์นครหลวงทั้งสอง (西六师、东八师)เข้าต่อกร แต่ก็ไม่อาจต้านทานไว้ได้ ภายหลังได้รับความช่วยเหลือทางทหารจากบรรดาเจ้าแคว้นที่อยู่รอบข้าง จึงสามารถเอาชนะได้ในที่สุด

-ในรัชสมัยของโจโยวหวังหรือราชาแห่งซีโจวองค์ที่12ซึ่งเป็นองค์สุดท้ายแห่งซีโจวหรือซีโจมีเรื่องว่าในรัชสมัยโจวโยวหวัง (周幽王)ซึ่งเป็นบุตรของโจวเซียนหวัง (周宣王) ลุ่มหลงในตัวนางสนมเปาซื่อ ถึงกับคิดสังหารรัชทายาทอี๋จิ้ว (宜臼)เพื่อแต่งตั้งบุตรชายของนางเปาซื่อนามป๋อฝู (伯服)เป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์ เนื่องจากมารดาของอี๋จิ้วเป็นบุตรีของเจ้าแคว้นเซิน (申)เป็นเหตุให้เจ้าแคว้นเซินร่วมมือกับพวกเฉวี่ยนหรงบุกโจมตีโจวตะวันตก สังหารโจวโยวหวัง ณ เชิงเขาหลี่ซาน อีกทั้งฉวยโอกาสปล้นสะดมทรัพย์สินมีค่าภายในเมืองไปจนหมดสิ้น ราชวงศ์โจวตะวันตกหรือซีโจวหรือซีโจจึงถึงกาลล่มสลาย เมื่อ771ปีบีซีหรือปีก่อนคริสต์ศักราช และ ภายหลังจากราชวงศ์โจวตะวันตกหรือซีโจพังทลายลงเรียบร้อยแล้วฝ่ายอี๋จิ้วที่ได้รับความช่วยเหลือจากบรรดาเจ้าผู้ครองแคว้นต่าง ๆ ก้าวขึ้นครองบัลลังก์ต่อมา ทรงพระนามว่าโจวผิงหวัง (周平王) ต้องย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองลั่วอี้(洛邑)นครหลวงตะวันออก นับแต่นั้น ประวัติศาสตร์จีนก็เข้าสู่ยุคโจวตะวันออก (东周) หรือราชวงศ์โจวตะวันออกหรือโจตะวันออกหรือตงโจวหรือตงโจโดยเริ่มจาก700ปีก่อนคริสต์ศักราชจนถึง256ปีก่อนคริสต์ศักราช หรือเรียกว่าราชวงศ์โจตะวันออกหรือตงโจนั้นรวมสมัยชุนชิวและสมัยจ้านกว๋อไว้ด้วยนั่นเอง.
« Last Edit: October 17, 2015, 02:52:05 AM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 537
  • จิตพิสัย 21
คุณลิขิต ฮุนตระกูล    ได้เอื้อนเอ่ย   อมตะวาจาของท่านเมื่อ พ.ศ.2494  ไว้ว่า   “ ชนชาติไทยกับจีน ได้ก่อสร้างตนกันมาตั้งแต่สร้างโลก ( อ้างอิง : เอกสารที่  50 หน้า 3  , 2503 )   เชื่อมโยง วัฒนธรรมไทยกับจีน ดังที่พิพิธภัณฑ์   Cernuahi   มีวัตถุโบราณของราชวงศ์ษาง หรือซาง ( Shang )  ที่มีลายกนกไทยและอักษรจีน  กำกับอยู่  ที่กล่าวถึง ประวัติศาสตร์จีนสมัยษาง ( Shang ) กับโจว (หรือเจ้า ) ก็พบภาพกนกไทย กับอักษรจีนของราชวงศ์โจว ( เจ้า ) แสดงว่า  ในราชวงศ์ษางกับโจว  วัฒนธรรมไต – จีน ยังแยกกันไม่ออก  ชิน  อยู่ดี  ภัณฑารักษ์พิเศษ  กรมศิลปากร ท่านก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน  เพราะในประเทศไทยได้ขุดพบ วัตถุโบราณหลายอย่าง  คล้ายของสมัย“โจว“มาก การศึกษาทางเครื่องปั้นดินเผา  ก็ทำให้เห็นชัดว่า  ไทยได้รับวัฒนธรรมทางนี้มาจาก  ษางและโจว ซึ่งก็เป็น  วัฒนธรรมไต – จีน ของไทยเอง

โดยสรุป ไทยได้ร่วมวัฒนธรรมไต-จีน มากับจีน จากสมัย ก่อนราชวงศ์ ษางหรือซาง ถึงราชวงศ์ โจว  ซึ่งแม้ ในภายหลัง  จิ๋นซีฮ่องเต้  จะได้ปราบราชวงศ์ โจว ลงได้ และสร้างวัฒนธรรมจีนขึ้น  แยกจากวัฒนธรรมไต- จีน   แต่เดิมก็ตาม  พวกไทยที่กลายเป็นจีนก็ยังเป็นใหญ่ ในจีนอยู่  ดังพวก แซ่หลี  ในสมัยแผ่นดิน ถัง  เป็นต้น  จิ๋นซีฮ่องเต้ ความจริงก็เป็นคนไทย กำเนิดมาจาก สกุล   “ เชียง “ หรือ  เจียง  นั่นเอง(สมัคร  บุราวาส : วัฒนธรรมไต- จีน )
อ้างจากhttp://oknation.nationtv.tv/blog/jedaman/2013/02/23/entry-1
---------------------------------------------------------------------------
ต้นสนที่พระเจ้าเหลืองทรงปลูกด้วยพระองค์เองอายุกว่า 5,000 ปีผ่านภัยต่างๆในยุคสมัยของราชวงศ์โจวจนมาถึงปัจจุบันยุคสาธารณรัฐประชาชนจีน ต้นสนพระเจ้าเหลืองหรือหวงตี้นี้ได้รับการขนานนามว่า "ต้นสนที่หนึ่งในใต้หล้า"ที่เขาเฉียวซาน เมืองเหยียนอาน มณฑลส่านซี

อ้างจากhttp://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada3/2016/10/06/entry-31
« Last Edit: January 09, 2017, 10:32:52 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 537
  • จิตพิสัย 21
พระราชประวัติของจักรพรรดิถังเกาจง(唐高宗หรือTANG GAOZONG)
อ้างจาก:: https://th.wikipedia.org/wiki/ จักรพรรดิถังเกาจง มีเนื้อหาย่อดังนี้

สมเด็จพระจักรพรรดิเกาจง (จีน: 唐高宗; พินอิน: Táng Gāozōng, ค.ศ. 649-683, พ.ศ. 1192-1226) จักรพรรดิองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์ถัง ประสูติเมื่อปี ค.ศ. 628 (พ.ศ. 1171) มีพระนามเดิมว่าหลี่จื้อ (李治) เป็นพระราชโอรสองค์เล็กในจักรพรรดิถังไท่จง ช่วงปลายรัชกาลถังไท่จงพระราชบิดาทรงเลือกองค์ชายหลี่จื้อเป็นรัชทายาท แทนองค์ชายใหญ่พระเชษฐาที่กระทำผิด เมื่อพระราชบิดาสวรรคตลงพระองค์จึงขึ้นครองราชย์แทนขณะพระชนม์เพียง 21 พรรษา
ในช่วงต้นรัชกาลของพระองค์ มีการแย่งชิงอำนาจในวังหลังระหว่างหวังฮองเฮาและพระสนมเซียว แต่ภายหลังทั้งสองถูกจัดการโดยอู่ฮองเฮาและฮองเฮาองค์นี้ได้ช่วยพระราชสวามี บริหารราชการแผ่นดินจนสงบสุข จนยุคของ 2 พระองค์นี้ได้รับฉายาว่ามังกรคู่ แต่ได้มีผู้เคียดแค้นอู่ฮองเฮาที่มาบริหารราชการแผ่นดินแทนผู้ชาย มีทั้งขุนนาง ข้าราชการ ชาวบ้าน ฯลฯ
ในปีที่ 34 ในรัชกาล จักรพรรดิถังเกาจงมิสามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ พระนางอู่ฮองเฮาจึงทรงบริหารราชการแผ่นดินแต่เพียงผู้เดียว และสถาปนาหลี่เสียนที่ดำรงตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาทขึ้นเป็นจักรพรรดิถังจงจง จักรพรรดิเกาจงสวรรคตลงในปี ค.ศ. 683 (พ.ศ. 1226) ขณะพระชนม์ได้ 55 พรรษา

---------------------------------------
ในปีคศ.668 สมเด็จพระจักรพรรดิถังเกาจง(唐高宗หรือ TANG GAOZONG )เป็นพระมหากษัตริย์ราชวงศ์ถังพระองค์แรกที่สถาปนายศให้แก่ท่านเจิงจื่อ(曾子หรือ ZENG ZI)ผู้มีอีกชื่อคือเจิงเซิน(曾参 หรือZENG SHEN)โดยท่านเจิงจื่อเป็นหนึ่งในศิษย์เอกของนักปราชญ์ขงจื่อและเจิงจื่อเป็นชื่อเสียงมากด้านความกตัญญูและเป็นผู้แต่งหนังสือตำราต้าเสวียด้านการศึกษาและมหาบุรุษ(DA XUEหรือTHE GREAT LEARNINGหรือ大學)ซึ่งหนังสือตำราต้าเสวียนี้เป็นหนึ่งในหนังสือตำราสำคัญของลัทธิขงจื่อที่เรียกรวมรวมว่าซื่อซูอู่จิงหรือสี่ตำราห้าคัมภีร์(四書五經หรือThe Four Books and Five Classics) และสมเด็จพระจักรพรรดิถังเกาจงได้ริเริ่มสถาปนายศให้แก่ท่านเจิงจื่อในยศระดับสูงมากที่เรียกว่าตำแหน่งไท่จื่อเส้าปาว(太子少保หรือผู้รักษาปกป้องระดับรองจากตำแหน่งไท่จื่อไท่ปาวแห่งองค์รัชทายาทหรือ Junior Protector of the Crown Prince)
---------------------------------------------------
นอกจากนี้ท่านเจิงจื่อมีสิ่งพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ ในสมัยท่านเจิงจื่อมีชีวิตอยู่นั้น ท่านเจิงจื่อได้ริเริ่มแต่งกลอนอันดับวงศ์ตระกูลเจิงขึ้นมาโดยใช้คำ20คำซึ่ง1คำก็คือ1อักษรแทนอันดับระยะห่าง1ชั่วคน กลอนอันดับวงศ์ตระกูลเจิงของท่านเจิงจื่อนี้ยังใช้ได้อยู่ในจีนยุคปัจจุบันด้วย และมียังมีท่านจอมพลเจิงกั๋วพานแห่งราชวงศ์ชิงซึ่งเป็นสายหนึ่งที่สืบทอดตระกูลเจิงมาจากท่านเจิงจื่อนั้น ท่านจอมพลเจิงกั๋วพานก็ได้จัดทำกลอนอันดับวงศ์ตระกูลเจิงต่อจากท่านเจิงจื่อด้วยเพื่อใช้ทั่วประเทศจีน และผมขอยกตัวอย่างกลอนอันดับตระกูลเจิงของหมู่บ้านโต่วเถ้ามาให้ดูเพราะมีเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตของสมาคมจันทร์รุ่งโรจน์ดังนี้คือ
ผมคิดเห็นส่วนตัวว่ากลอนอันดับวงศ์ตระกูลเจิงของหมู่บ้านโต่วเถ้านี้ก็ไกล้เคียงกับกลอนอันดับวงศ์ตระกูลเจิงของจอมพลเจิงกั๋วพานแต่ก็มีคำหลายคำช่วงหลังหลังแตกต่างกัน อันนี้ท่านใดสนใจก็คันคว้าที่จีนได้นะครัย ผมขอบอกเฉยเฉยนะครับ
--------------

ขอโอกาสบอกข่าวปีนี้นิดหน่อยนะครับว่าจะมีการประชุมใหญ่สมาคมโผวเล้งทั่วประเทศไทยครั้งที่33ช่วงวันที่17-19พฤศจิกายน พศ.2560ที่จังหวัดราชบุรี นี่เองครับและวันที่18 พฤศจิกายน2560ก็อาจจะมีการไปเยี่ยมชมตลาดน้ำดำเนินสะดวกนะครับ ถ้าท่านใดสนใจก็ลองตามข่าวที่กรุงเทพดูนะครับจะสะดวกที่สุดและหาข่าวง่ายที่สุดครับ
« Last Edit: July 25, 2017, 01:31:00 AM by yesterday »