Author Topic: ๑๐๐ ปีวิชชาธรรมกาย การทำวิชชารบเดินหน้าไปถึงไหน  (Read 1497 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline Little

  • Newbie
  • *
  • Posts: 1
  • จิตพิสัย 0
  • Gender: Male

เนื่องด้วยในปีนี้ พุทธศักราช ๒๕๖๐ วิชชาธรรมกายที่ได้เผยแผ่กันมานับได้ครบหนึ่งร้อยปีแล้ว (นับจากปีที่หลวงพ่อวัดปากน้ำเข้าถึงธรรมกาย) การเผยแผ่แนวปฏิบัติสัมมาอะระหังยังคงดำเนินไป มี ๔ สำนักใหญ่ช่วยกัน แต่มิได้ร่วมกัน คือวัดปากน้ำ วัดหลวงพ่อสด วัดพระธรรมกาย มูลนิธิศึกษาการุณย์ ตัวผู้เขียนเอง ได้มาศึกษาภายหลัง ทราบว่าระดับครูบาอาจารย์ล้วนมีอายุธาตุขันธ์มากแล้ว จึงอยากทราบว่าปัจจุบันนี้ การทำวิชชารบยังคงดำเนินอยู่หรือไม่ เห็นเพียงแต่อาจารย์การุณย์ที่ประกาศความคืบหน้าของการทำวิชชาตลอด(หากสำนักอื่นๆมี แต่ผู้เขียนไม่ได้ศึกษาถึง ก็ขออภัยไว้) ที่กล่าวเช่นนี้ ขอบอกตามตรงว่า เพราะความเป็นห่วงอนาคตอันใกล้ เพราะระดับครูอาจารย์ก็ทยอยเดินทางไปบ้างแล้ว งานที่หลวงพ่อวัดปากน้ำปรารถนาให้สำเร็จ ได้ดำเนินไปถึงขั้นใดแล้ว ความเป็นไปได้ในการทำวิชชาร่วมกันยังเป็นไปได้หรือไม่ จึงอยากขอสิกขาร่วมกับกัลยาณมิตร ณ ที่นี้

คำว่าวิชชารบที่หมายถึง ผู้เขียนหมายเอาตามปรากฏในพระธรรมเทศนาเรื่อง ปัพพโตปมคาถาของหลวงพ่อ


"สู้จริงๆ ผู้เทศน์นี่แหละ ๒๒ ปี ๘ เดือนเศษแล้ว ๘ เดือน ๙ วัน  วันนี้แล้ว
วินาทีนี้ไม่ได้หยุด เพียรสู้ความแก่ความตาย ไม่ได้ถอยกันเลย
พระยามัจจุราชมีเท่าไร จับกันหมด   
จับกันหมด ตรึงกันหมด ลงโทษกันหมดทีเดียว
มีเท่าไร ไม่ให้ทำลายพระ ไม่ให้ข่มเหงพระได้   
ให้เลิกข่มเหง ให้เลิกทำลายพระเสียให้ได้   
จะแก้ความแก่ ความเจ็บ ความตายใหม่   
ไม่ให้มีแก่ ไม่ให้มีเจ็บ ไม่ให้มีตาย   

เมื่อเกิดขึ้นมาเป็นมนุษย์แล้ว ก็ให้เป็นมนุษย์เด็กๆ ก็อย่างหนึ่ง   
รู้กันได้ชัดๆ เด็กๆ ก็รู้ ไม่สวยไม่งามนักพอสมควร   
ถ้ายิ่งแก่หนักเข้า ยิ่งสวยงามหนักเข้า ยิ่งแก่หนักเข้า ก็ยิ่งสวยงามหนักเข้า 
แล้วก็โตหนักเข้าด้วย ผิดกัน โตหนักเข้าๆ สวยงามหนักเข้า   
โตหนักเข้า สวยงามหนักเข้า  ไม่มี “ไขลง” กัน 
มีแต่ “ไขขึ้น” กันไป…ไม่มีถอยกลับกัน

พอครบบารมีของตน ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ อย่างใดอย่างหนึ่ง   
ก็เป็นพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ ไม่ต้องไปทรมานให้เหนื่อยยากลำบากแต่อย่างหนึ่งอย่างใด   
อยู่ในบ้านในช่องตามชอบใจ พอครบกำหนดเข้า ก็เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระอรหันต์ทีเดียว
เป็นพระพุทธเจ้า พระอรหันต์    เวลาไปนิพพาน...ไม่ต้องถอดสักกายหนึ่ง
"

ด้านตัวผู้เขียนเอง ยังปฏิบัติไม่ถึงไหน เอาตัวเองยังไม่รอด ได้แค่พยายามมีสติ ทำหยุดทำนิ่ง อีกทั้งได้ส่งปัจจัยบ้าง ฝากปัจจัยไปบ้าง ทำบุญกับทั้ง ๔ สำนักเป็นประจำ หวังเพื่อประโยชน์ตนและอาจเป็นประโยชน์ของงานหลวงพ่อได้บ้างเล็กน้อยก็ยังดี อีกทั้งได้ถวายดอกมะลิบูชาพระจักรพรรดิเป็นประจำ หมายบูชาพระจักรพรรดิผู้ทำวิชชารบช่วยธาตุธรรมอยู่ เพราะได้ทราบมาว่า เมื่อถวายดอกมะลิท่านจะพอใจ

เรียนถามด้วยความเคารพในคุณวิชชาธรรมกาย








« Last Edit: January 11, 2017, 03:27:35 PM by Little »

Offline nut33

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 357
  • จิตพิสัย 54
  • Gender: Male
  • http://www.dhammakaya.tv
https://www.youtube.com/watch?v=xG5htUULGYs
องค์ต้นธาตุ ต้นธรรม ระฆังธรรม วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม




https://www.youtube.com/watch?v=u86do2NPwnc&list=PLlfUHYUUs5novQvwiRz3slti1V1klTUUG
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เว็บไซด์เพื่อเผยแพ่ร www.dhammakaya.biz และ www.dhammakaya.tv
https://drive.google.com/drive/folders/0B5reTWVk2cAZYlA3UVl5NFhPcTghttp://mediafire.com/dhammakayahttp://youtube.com/user/sopanut33

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 545
  • จิตพิสัย 25
 ;D ;D ;D
เมื่อสัตว์โลกทั้งหลาย น้อมเอาความบริสุทธิ์
คือ “พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ”
ตลอดทั้ง “พระจักรพรรดิ รัตนะ๗”

ซึ่งซ้อนอยู่ภายใน

เราจะเห็นก็ตาม ไม่เห็นก็ตาม ... มีอยู่


เข้ามาสู่ใจตนเช่นนั้น


มีผลให้แต่ละสัตว์โลก ... สะอาดบริสุทธิ์ยิ่งๆขึ้นไป
มีกำลังสูงขึ้น ในการที่จะบำเพ็ญบุญบารมีไปเพื่อ
"มรรค ผล นิพพาน"

เป็นบุญเป็นกุศล เเก่กล้าเป็น
“บารมี อุปบารมี ปรมัตถบารมี” ยิ่งๆขึ้นไปแก่ตนเองผู้ปฏิบัติ



ยิ่งเป็นเท่าไหร่ คือ บริสุทธิ์กาย วาจา ใจ
เป็นบุญ เป็นบารมี ที่เราบำเพ็ญส่วนภายนอกเท่าไหร่ ... ยิ่งมีผลไปถึงภายใน


ผลถึงภายในอย่างไร ?
“จักรพรรดิ” นั่นแหละเขาจะ “เก็บเหตุ”
ที่สัตว์โลกแต่ละสัตว์โลก บำเพ็ญคุณความดี
ถ่ายทอดส่งกลับไปยัง “ต้นธาตุต้นธรรม” หรือ “เครื่องธาตุเครื่องธรรม”

เพื่อ “ปรุงเป็นผล” เป็นวิบาก ส่งผ่านกลับเข้ามายัง ธาตุธรรมที่สุดละเอียดของกายหยาบ ตรงกลางกำเนิดธาตุธรรมเดิม
ให้มีผลเจริญงอกงามไพบูลย์ ในบวรพระพุทธศาสนา
สุข สมบูรณ์ บริบูรณ์
ด้วย มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ ในส่วนของกายเนื้อหรือกายหยาบ มีการส่งไปส่งมาอย่างนี้.........
อ้างจากหัวข้อว่าการบำเพ็ญบารมี ( โดย พระเทพญาณมงคล(เสริมชัย ชยมังคโล) วัดหลวงพ่อสดฯ)
ตามลิงค์นี้คือhttp://palungjit.org/threads/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%87%E0%B8%8D%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B5-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%AF.551881/
ดังนั้นคำว่าต้นธาตุต้นธรรม เราสามารถเรียกอีกอย่างได้ว่าเครื่องธาตุเครื่องธรรม ด้วย นี่เป็นการเข้าไปรู้เห็นด้วยวิชชาธรรมกายของพระพุทธเจ้าตามที่หลวงพ่อสดสอนไว้นะครับ
« Last Edit: February 05, 2017, 12:13:46 AM by yesterday »