Author Topic: คำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้า แบบสรุปสั้นๆ  (Read 215 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline pom007

  • Newbie
  • *
  • Posts: 1
  • จิตพิสัย 0
พระพุทธเจ้าได้ทรงสรุปคำสอนในเรื่องความไม่มีทุกข์ของพระองค์ทั้งหมดเอาไว้ในประโยคที่ว่า “สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดถือว่าเป็นตัวเรา-ของเรา”
      ถ้าใครเข้าใจความหมายของประโยคนี้เพียงประโยคเดียว ก็เท่ากับเข้าใจคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้าแล้ว ถ้าใครปฏิบัติตามคำสอนได้เพียงเท่านี้ ก็เท่ากับได้ปฏิบัติตามคำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้าแล้ว และถ้าใครได้รับผลจากการปฏิบัติตามคำสอนเพียงเท่านี้ ก็เท่ากับได้รับผลทั้งหมดจากคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
     คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ถ้าเราเข้าใจแล้วเราก็สามารถที่จะสรุปให้เหลือสั้นที่สุดก็ได้ หรือจะขยายออกไปอย่างมากมายก็ได้ คือเมื่อจะสรุปให้เหลือสั้นที่สุดก็สรุปได้ว่า “ให้ปล่อยวางทุกสิ่งแล้วจะไม่มีทุกข์” แต่เราก็สามารถนำเอาคำนี้มาอธิบายให้ละเอียดต่อไปอย่างสอดคล้องกันได้มากมาย แทงบอลสเต็ป

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 549
  • จิตพิสัย 25
วันนี้ผมขอแก้ใขข้อความใหม่เป็นว่าสิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นนี้คุณควรยกพุทธพจน์ตรงตรงจากพระไตรปิฏกมากำกับไว้ด้วยจะดีกว่าเพื่อให้คนสนใจได้อ่านพระไตรปิฏกด้วย

ส่วนตัวของผมเองนั้นผมเคยคุยเรื่องนี้กับท่านไล่ฉาเจิงหรือLAICHAZENGด้วยครับและท่านไล่ฉาเจิงได้บอกผมว่าสิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นนั้นพระพุทธเจ้าท่านหมายเอาแค่สังขารเท่านั้นไม่ควรยึดมั่นถือมั่นเพราะพระพุทธเจ้าท่านตรัสแต่ว่าสังขารธรรมเท่านั้นที่เป็นอนิจจังหรือไม่เที่ยงและทุกขังและอนัตตา และไล่ฉาเจิงบอกด้วยว่าสิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นนั้นไม่รวมเอาภาวะอสังขตธรรมเข้าด้วยแน่นอนเพราะภาวะอสังขตธรรมมีความจริง4อย่างเป็นอย่างน้อยคือความจริงที่ว่าเป็นนิจจังหรือความเที่ยงคงที่และความจริงที่ว่าเป็นบรมสุขและความจริงที่ว่าอสังขตธรรมนั้นพระพุทธเจ้าไม่สามารถบอกพุทธพจน์ชัดเจนได้ว่าเป็นอนัตตาตั้งแต่ตรัสรู้จนถึงปรินิพพานและหลังจากปรินิพพานพระพุทธเจ้ายิ่งไม่สามารถตรัสว่าอสังขตธรรมเป็นอนัตตาได้แน่นอน อันนี้ท่านไล่ฉาเจิงบอกว่าพระพุทธเจ้านั้นท่านรู้แน่นอนว่าท่านไม่สามารถตรัสว่าอสังขตธรรมเป็นอนัตตาได้ตลอดไปทุกกรณีด้วย และความจริงที่ว่าถ้านิพพานเป็นอัตตาแท้สุด แม้พระพุทธเจ้าท่านไม่สามารถตรัสพุทธพจน์ชัดเจนว่านิพพานเป็นอัตตาแท้สุดได้ตั้งแต่ตรัสรู้จนปรินิพพาน แต่พระพุทธเจ้าเมื่อเข้าอนุปาทิเสสนิพพานแล้วก็ยังมีโอกาสสามารถตรัสว่านิพพานเป็นอัตตาแท้สุดได้กับพระอรหันต์ทุกพระองค์ในนิพพานนั่นเอง อันนี้พระพุทธเจ้าท่านเลือกแบบนี้เพราะมีแต่พระอรหันต์ในนิพพานเท่านั้นที่จะเข้าใจเรื่องอัตตาแท้หรือธรรมกายได้แบบก้าวหน้าเติบโตเรื่อยเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุด

เอาแค่นี้พอก่อนนะครับ ไม่ทราบว่าเจ้าของกระทู้นี้อยากจะเข้าใจสัจจธรรมของพระพุทธศาสนามากน้อยแค่ไหนนะครับเพราะธรรมของพระพุทธเจ้านั้นมีมากกว่าเรื่องไม่ยึดมั่นถือมั่นนะครับถ้าศึกษาให้รอบคอบดีดีครับ :) :) :) :)
--------------------------------------------------------------------

« Last Edit: November 27, 2017, 11:39:17 PM by yesterday »

Offline nut33

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 357
  • จิตพิสัย 54
  • Gender: Male
  • http://www.dhammakaya.tv
ตอบROBOT

บทนี้ละว่าไง

อัตตา หิ อัตตโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อัตตนา หิ สุทันเตนะ นาถัง ลภติ ทุลลภัง ฯ
ตนแลเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
หากว่าบุคคลมีตนที่ฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้โดยยาก ฯ


http://www.84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=04&A=479&Z=575

อนัตตลักขณสูตร ในส่วนที่แสดงว่าธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา นั้นหมายเอาขัน5เท่านั้น ไม่รวมวิสังขาร คือพระนิพพานเอาไว้ด้วย


ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เว็บไซด์เพื่อเผยแพ่ร www.dhammakaya.biz และ www.dhammakaya.tv
https://drive.google.com/drive/folders/0B5reTWVk2cAZYlA3UVl5NFhPcTghttp://mediafire.com/dhammakayahttp://youtube.com/user/sopanut33

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 549
  • จิตพิสัย 25
ผมได้แก้ข้อความใหม่ตามที่ท่านไล่ฉาเจิงบอกมาแล้วนะครับในเรื่องที่ท่านไล่ฉาเจิงเคยบอกผมไว้ ข้อความใหม่นี้ก็คือส่วนตัวของผมเองนั้นผมเคยคุยเรื่องนี้กับท่านไล่ฉาเจิงหรือLAICHAZENGด้วยครับและท่านไล่ฉาเจิงได้บอกผมว่าสิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นนั้นพระพุทธเจ้าท่านหมายเอาแค่สังขารเท่านั้นไม่ควรยึดมั่นถือมั่นเพราะพระพุทธเจ้าท่านตรัสแต่ว่าสังขารธรรมเท่านั้นที่เป็นอนิจจังหรือไม่เที่ยงและทุกขังและอนัตตา และไล่ฉาเจิงบอกด้วยว่าสิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นนั้นไม่รวมเอาภาวะอสังขตธรรมเข้าด้วยแน่นอนเพราะภาวะอสังขตธรรมมีความจริง4อย่างเป็นอย่างน้อยคือความจริงที่ว่าเป็นนิจจังหรือความเที่ยงคงที่และความจริงที่ว่าเป็นบรมสุขและความจริงที่ว่าอสังขตธรรมนั้นพระพุทธเจ้าไม่สามารถบอกพุทธพจน์ชัดเจนได้ว่าเป็นอนัตตาตั้งแต่ตรัสรู้จนถึงปรินิพพานและหลังจากปรินิพพานพระพุทธเจ้ายิ่งไม่สามารถตรัสว่าอสังขตธรรมเป็นอนัตตาได้แน่นอน อันนี้ท่านไล่ฉาเจิงบอกว่าพระพุทธเจ้านั้นท่านรู้แน่นอนว่าท่านไม่สามารถตรัสว่าอสังขตธรรมเป็นอนัตตาได้ตลอดไปทุกกรณีด้วย และความจริงที่ว่าถ้านิพพานเป็นอัตตาแท้สุด แม้พระพุทธเจ้าท่านไม่สามารถตรัสพุทธพจน์ชัดเจนว่านิพพานเป็นอัตตาแท้สุดได้ตั้งแต่ตรัสรู้จนปรินิพพาน แต่พระพุทธเจ้าเมื่อเข้าอนุปาทิเสสนิพพานแล้วก็ยังมีโอกาสสามารถตรัสว่านิพพานเป็นอัตตาแท้สุดได้กับพระอรหันต์ทุกพระองค์ในนิพพานนั่นเอง อันนี้พระพุทธเจ้าท่านเลือกแบบนี้เพราะมีแต่พระอรหันต์ในนิพพานเท่านั้นที่จะเข้าใจเรื่องอัตตาแท้หรือธรรมกายได้แบบก้าวหน้าเติบโตเรื่อยเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุด

หวังว่าท่านไล่ฉาเจิงและทุกท่านคงเข้าใจข้อความใหม่นี้กันนะครับ ขอบคุณครับ
:) :) :) :)
« Last Edit: November 27, 2017, 11:56:49 PM by yesterday »