Author Topic: ท่านทรงปราบมาร คือใคร  (Read 235 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline นักดนตรีสีชมพู

  • Newbie
  • *
  • Posts: 3
  • จิตพิสัย 0
ท่านทรงปราบมาร คือใคร
« on: October 22, 2018, 10:49:00 AM »
เมื่อปี 2552 ผมได้รับการติดต่อเข้ามาจาก คุณ XXX ซึ่งกล่าวว่า มีความตั้งใจที่จะเป็นพระพุทธเจ้าองค์สุดท้าย และเป็นผู้มีความศรัทธาในสมเด็จองค์ปฐม

โดยคุณ XXX บอกว่า เชื่อว่าตนเอง คือ ดวงจิตที่สมเด็จองค์ปฐมสร้างขึ้น เมื่อยังเป็นพระโพธิสัตว์ และ ซึ่งในเรื่องเล่าที่ผมได้ฟังมา กล่าวว่า สมเด็จองค์ปฐม หรือ พระพุทธสิขีทศพลที่ ๑ เมื่อครั้งยังไม่เคยมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นเลย ก่อนที่ท่านจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์แรก ทรงอธิษฐานแบ่งดวงจิต สร้าง "ท่านทรงปราบมาร" ขึ้นมา

กล่าวกันว่า ท่านทรงปราบมารเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้า เป็นระยะเวลานานมาก อะไรประมาณนั้นนะครับ

สิ่งที่ผมนำมากล่าวถึง หากเป็นความจริง ทำไมไม่มีกล่าวไว้ที่อื่นนอกจากกลุ่มผู้ศรัทธาสายหลวงพ่อพระราชพรหมยานเลยครับ  และที่เขียนไว้ใน หนังสือ พรสวรรค์ ของคณะพรสวรรค์

Offline นักดนตรีสีชมพู

  • Newbie
  • *
  • Posts: 3
  • จิตพิสัย 0
Re: ท่านทรงปราบมาร คือใคร
« Reply #1 on: October 22, 2018, 10:53:36 AM »
อีกเรื่องหนึ่ง  การสร้างดวงจิต แบ่งดวงจิต นี้ เป็นสิ่งที่ ครูบาอาจารย์ เคยกล่าวถึงไว้บ้างหรือไม่ครับ

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1086
  • จิตพิสัย 108
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
Re: ท่านทรงปราบมาร คือใคร
« Reply #2 on: October 29, 2018, 03:45:45 AM »
ลองไปถามกลุ่มของผู้ฝึกมโนมยิทธิดูนะครับ 

อันนี้เป็นกลุ่มของผู้ฝึกสายวิชชาธรรมกาย

แต่สมาชิกท่านใดพอทราบ ก็ช่วยกันตอบได้นะครับ

************

แต่ถ้าจะตอบในแนวทางสายวิชชาธรรมกาย สมเด็จองค์ปฐม น่าจะคล้ายๆกับ "ต้นธาตุต้นธรรม" แต่ว่าไม่เหมือนกัน เพราะต้นธาตุต้นธรรม จะเป็นพระพุทธเจ้าในพระนิพพานเป็น(กายเนื้อ)องค์แรก ขององค์แรก ขององค์แรกๆๆๆ ในแต่ล่ะเขตธาตุเขตธรรม ละเอียดไปจนสุดละเอียดก็ยังมี ต้นในต้นๆๆๆๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ครับ  ... และต้นธาตุต้นธรรมนี้ ก็ยังมีเป็น ๓ ฝ่ายด้วย

ส่วนสมเด็จองค์ปฐม สายมโนมยิทธิ กล่าวเพียงแต่ว่าเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกเท่านั้น จบเลย

การแบ่งจิต สร้างจิต ในสายสัมมาอะระหัง ไม่มีนะครับ มีแต่การแยกธาตุแยกธรรม พิสดารธาตุพิสดารธรรม  การถอยพืดกำเนิดธาตุธรรมเดิม เป็นธาตุธรรมที่ละเอียดๆ กลางๆ หยาบๆ ต้นธาตุกายมนุษย์ กลางธาตุกายมนุษย์ ปลายธาตุกายมนุษย์ เป็นต้น ซึ่งหลายท่านก็จะได้รับสิทธิอำนาจในการ "ทำวิชชารบ" หรือ "ปราบมาร" กันตามศักดิ์แห่งบุญบารมีและธาตุธรรมอ่อนแก่

ซึ่งก็คนล่ะเรื่องกับการแบ่งดวงจิต หรือการสร้างดวงจิตอะไรนะครับ

และการ "ปราบมาร" นี้ก็เป็น "ฉากหลัง" คือรหัสธรรมที่คนทั่วไปไม่ทราบกัน เว้นแต่ผู้เข้าถึงรู้เห็นและเป็น ธมฺมกาโย อหํ อิติปิ ก็จะเห็นผังของจริงกันหมด ว่าใครคอยชักใย หรือสอดละเอียดอะไรมาจากฉากหลัง ตั้งแต่ต้นในต้นของธาตุธรรมทั้ง 3 ฝ่าย สอดละเอียดถึงกายมนุษย์ และเก็บเหตุไปปรุงแต่งตามเหตุปัจจัย โดยภาคผู้เลี้ยง ผู้สอด ผู้ส่ง ผู้สั่ง ผู้บังคับ ผู้ปกครอง ถึงต้นในต้น  ... แต่คนล่ะความหมายของ "ผู้อยู่เบื้องหลัง" จากคำถามของกระทู้นะครับ

« Last Edit: November 04, 2018, 12:02:27 AM by ต้นไม้เมตตา »

Offline นักดนตรีสีชมพู

  • Newbie
  • *
  • Posts: 3
  • จิตพิสัย 0
Re: ท่านทรงปราบมาร คือใคร
« Reply #3 on: November 09, 2018, 05:10:21 PM »
ในเรื่องที่ถามเกี่ยวกับอันนี้ผมอาจจะพูดห้วนไปบ้างขออภัยนะครับ เพราะยังสงสัย และที่จริงผมจะมาพูดก็ไม่ค่อยเหมาะเท่าไรกลัวจะทำให้เกิดการปรามาสหรือความแตกแยกขึ้นได้

(ที่เรียกว่า สังฆเภทนั้น ผมตั้งกระทู้นี้จะเป็นการทำบาปหรือเปล่าไม่รู้) แต่บางทีก็รู้สึกว่า ในสังคมมีอะไรที่แตกแขนงออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่มีคนไปรับรู้มา แล้วจะมีใครช่วยเข้าไปตรวจสอบ ในเมื่อเวลาผมหรือใครๆ มีปัญหาชีวิตหรือภารกิจอะไร กลุ่มบุคคลที่มีความเห็นไปในทำนองเดียวกันเหล่านั้น ก็อาจจะเอาส่วนที่ตนเองได้ไปรับรู้มาผ่านพลังจิตสัมผัสของพวกเขา เข้าไปตัดสิน และไปทำอะไร ว่าต้องยอมรับใน "สิ่งที่อาจารย์สัมผัสได้" หรือ "สิ่งที่พวกเราไปเห็นมา"

อย่างน้อยก็ในเรื่องการสร้างวัตถุมงคล พระพุทธรูป หรือพิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง การสร้างรูปปั้นท่านทรงปราบมาร จนกระทั่ง แตกแขนงไปเป็น อย่างอื่นอีก ที่มีคนนำไปอ้างว่าเป็น พระผู้เป็นเจ้า

ในสายมโนมยิทธิ มีคนฝึกแล้ว ไปเห็นตรงกัน ว่าตนเองได้รับรู้มาเกี่ยวกับสมเด็จองค์ปฐม ซึ่ง ที่ผมเคยพบปะพูดจา มากมายหลายคน ทุกคนมั่นใจในตัวเอง บางคนก็อ้างว่าตัวเองสื่อสารกับพระพุทธเจ้า แล้วยังสามารถมาตำหนิผมสั่งสอนผมหรือนินทาไปในทำนองเดียวกัน โดยพร้อมที่จะอ้างว่าตนเองไปรับรู้มาอย่างนั้นอย่างนี้ (ลองนึกดูว่า ถ้ามีคนที่สังคมนับถือมาก เอาจิตสัมผัสมาตำหนิโดยทำให้เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าท่านตำหนิ แล้วพอยอมตามก็ผิดเพี้ยนไปหมด แต่พูดหรือบ่นอะไรกับใครไม่ได้เลย จะรู้สึกอย่างไร) ต่างจากผม  ผมเคยฝึกมโนมยิทธิแล้ว กลับแทบไม่เห็นอะไรเลย แต่ผมก็อ่อนน้อมอย่างเต็มที่ไม่เคยเถียง

และแทบทุกคนเห็นตรงกันว่า พระพุทธเจ้าองค์แรกคือ พระสิกขีทศพลที่ ๑

และที่ผมอยากจะพูดก็คือ อาจารย์ไก่ คนเมืองบัว ซึ่งเป็นผู้มีพระคุณกับผมมากและเคยนำความสามารถจากมโนมยิทธิมาช่วยผมจากเหตุการณ์ร้ายได้เป็นอย่างมากอยู่ช่วงหนึ่งนั้น ตัวอาจารย์ไก่ ก็เชื่อว่าตนบำเพ็ญบารมีปรารถนาพุทธภูมิเป็น พระพุทธสิกขีทศพลที่ ๗ ซึ่งเป็นองค์แรกของกลุ่มใหญ่ๆ (ตามที่เขาได้ไปเห็นมาจากมโนฯ) มีเพื่อนอีกคนหนึ่งมีพระคุณกับผมมาก เพื่อนคนนั้นก็เชื่อว่าตนเองน่าจะได้รับพุทธพยากรณ์แล้วว่าจะเป็นพระสิกขีทศพลที่ ๘ เห็นถึงขนาดว่า ตนเองปรารถนาพุทธภูมิ มาตั้งแต่สมัยของสมเด็จองค์ปฐมแรกสุด คือ พระพุทธสิกขีทศพลที่ ๑ (ขออภัยอาจจะสะกดผิด)

ผู้ฝึกมโนฯ คนอื่น ที่ผมเคยเจอมา ก็มักจะมาพร้อมกับเรื่องอะไรที่พิสดารทำนองนี้ มีอุดมการณ์และความพยายามกันมาก

ในตอนที่ผมไปฝึกมโนมยิทธิกับอาจารย์ไก่ ผมได้พบนักปฏิบัติธรรมที่อายุน้อยและมารยาทจรรยาดี มีความคิดในทางที่สร้างสรรค์ มีความตั้งใจดีตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เป็นไม่กี่คนในชีวิตที่ยอมรับรู้ว่าผมได้พยายามทำสิ่งที่ดี ต่างจากสังคมแห่งอื่นๆ ที่มองคนทำความดีในแง่ร้าย เรียกว่ามารยาทดี และคำสอนก็เป็นหลักการดี ในการไม่ให้ยึดติดในร่างกาย  และยังให้มีความเคารพนบนอบต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในลักษณะเดียวกับที่ ผู้ฝึกบางทีจะได้รับการสอนว่า "เห็นใครก็กราบหมด" (อาจจะเพราะความเคารพนบนอบนี้เองเป็นกรรมที่ทำให้ไม่ค่อยจะขัดแย้งกับใคร แต่ในขณะเดียวกันก็มีความพูดไม่รู้เรื่องที่ทำให้ผมสอบถามข้อสงสัยอะไรไม่ได้ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมไม่ดีเองอยู่คนเดียวหรือเปล่า คนอื่นเขาไม่เห็นจะมีปัญหาหรือสงสัยอะไร) ในบางมุมถ้าผมสงสัยอะไร คำถามของผมจะไม่มีความหมาย และเหมือนถูกแอบตัดทิ้งไป แต่นั่นก็เป็นเพียงการตัดสินของบุคคลที่เป็นลูกศิษย์  ทุกคนก็ศรัทธาในตัวอาจารย์ไก่ ผมก็ศรัทธาเพราะเป็นผู้ประพฤติดีและให้เกียรติคนอื่นกว่าส่วนอื่นที่ผมเคยเจอมาก แต่อาจารย์ไก่เคยพูดว่า จะสร้างศูนย์การช่วยเหลือที่มีอะไรหลายอย่างพร้อมทั้งห้องสมุดที่ไม่ให้มีหนังสือของใครนอกจากของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ  ผมเองก็มองว่าหลวงพ่อฤๅษีลิงดำเป็นผู้ที่มีพระคุณ ที่ออกมาชี้แจงในเรื่องราวหลายๆ เรื่อง ที่เป็นความรู้ และเป็นเรื่องพื้นฐานของประเทศชาติหลายๆ อย่าง

ความรู้ที่มาจากกลุ่มลูกศิษย์ สายมโนมยิทธิ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ ได้รับความเชื่อมั่น จากคนในสังคม เป็นอย่างสูง (ถ้าสายวิชาธรรมกายที่ผมเห็นจะมีเรื่องแปลกทำให้มีโอกาสถูกคนอื่นกล่าวโจมตีง่ายมาก ไม่เป็นที่นิยมโดยทั่วไป)

ซึ่งปกติสิ่งที่ได้รับความเชื่อถือนั้น งานพิธีอะไรจะจัดรูปแบบไหน สามารถทำให้คนพร้อมจะเปลี่ยนตาม ทำนองเดียวกับบุคคลผู้มีจิตสัมผัสที่มักจะออกมาแสดงตัว ต่างจากความเห็นของคนอื่นอย่างผม แม้ต่อให้เรื่องนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวของผมที่คนอื่นเขาหวังดีถือโอกาสแทรกแซง แม้จะด้วยวิธีการหลอกล่อ เพื่อที่จะเอาให้ได้ ก็ถือว่าเป็นบุญ  แล้วถ้าหากว่า มันมีอะไรที่ไม่ถูกต้องอยู่ในนั้น เราจะไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธเลยเหรอครับ  สุดท้ายวัตถุมงคลต่างๆ ในศาสนสถาน ก็จะถูกกลืนหายไปกับ... อะไรที่เราก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก ซึ่งเหตุการณ์ก็จะออกมาในทำนองว่า ทุกคนเห็นด้วย ไม่มีใครกล้าทักท้วง

หลายปีมานี้ ไม่ว่ามีใครพูดอะไรผมมีอะไรจะทักท้วงอะไร คนอื่นก็จะหาว่าผมไม่เคยปฏิบัติธรรมเลยจะไปรู้อะไร นั่นเค้า คนนั้นคนนี้เค้าเป็นครูบาอาจารย์ ไปว่าเค้าเดี๋ยวจะเป็นบาป  เป็นอย่างนี้ไปหมด ในช่วงหลัง ทุกคนหาว่าผมเพี้ยน ผมหยิ่งยะโสไม่ฟังคนอื่น แต่ไม่เคยมีใครฟังผมเลย พวกนักปฏิบัติธรรมที่เคยพูดดีกับผมในอดีตนั้นพูดดีได้ไม่นานเค้าก็ซุบซิบกันว่าผมไม่ปฏิบัติธรรมแล้วก็เลิกคบ ถึงคบก็ไม่ฟังอยู่แล้ว

แต่ในขณะที่ เรื่องนั้น  ใช่นิพพานเดียวกันรึเปล่าครับ


ทีนี้ขออธิบายเพิ่มเติมในเรื่องท่านทรงปราบมารและส่วนที่บอกว่า คุณ XXX (ย่อมาจากส่วนด้านท้ายชื่อ) กล่าวถึง ท่านทรงปราบมาร และ วิธีช่วยสรรพสัตว์ ซึ่งคุณ XXX เคยบอกว่า อนุญาตให้เอาเรื่องของเขาไปเผยแพร่ได้เต็มที่

เรื่องท่านทรงปราบมารมาจาก การแบ่งดวงจิต ของสมเด็จองค์ปฐม นั้น หมายถึง พระโพธิสัตว์พระองค์แรก ในยุคที่ "ยังไม่เคยมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้น" ต้องศึกษา ใช้เวลาบำเพ็ญบารมี อย่างโดดเดี่ยวมาก และในระหว่างที่ยังไม่เคยบรรลุธรรม ได้อธิษฐาน สร้างดวงจิตใหม่ ขึ้นมา เพื่อที่จะเรียนรู้จากดวงจิตนั้น ที่เวียนว่ายตายเกิดไปด้วยกัน โดยที่ทั้งสองไม่เคยรู้จักพระนิพพาน  เป็นเหตุการณ์ในโลกมนุษย์ล้วนๆ

และท่านทรงปราบมาร ก็คือผู้ที่แทบไม่เคยออกจากการเวียนว่ายตายเกิดตามแบบโลกมนุษย์ๆ เลยตั้งแต่สมัยนั้น! ตามเรื่องเล่าอันนี้ครับ


ส่วน คุณ XXX บอกหลายครั้งว่า "พี่เชื่อว่าตัวพี่เป็นดวงจิตที่มาจากสมเด็จองค์ปฐมสร้างขึ้นนั้น" (ไม่ค่อยได้คุยกันแต่จะเน้นทำไมก็ไม่ทราบ) และ ตอนที่คุยกัน บอก วิธีของเขาคือ เขาจะหาให้เจอว่า ในสังสารวัฏนี้ หรือ ในเอกภพ มีแหล่งกำเนิดดวงจิตอยู่ที่ไหน จะตามไป ดับ แหล่งกำเนิดดวงจิตนั้น ซึ่งจะทำให้ ไม่มีสัตว์มาเวียนว่ายตายเกิดเพิ่ม

ซึ่งผมก็อยากทราบเหมือนกันว่า มองในเรื่องนี้ต่างกัน ราวกับ ที่ใครๆ อ้างว่า เอาจิตขึ้นไปบนนิพพาน ไปรับรู้เรื่องต่างๆ นั้น ไม่ใช่นิพพานเดียวกันหรือครับ หรือ ไม่ใช่ที่เดียวกัน ไม่ใช่อย่างเดียวกันหรือเปล่า