ห้องธรรมะ > สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของวัดฯ

ดวงเเก้วจุยเจีย

<< < (2/6) > >>

ต้นไม้เมตตา:
ขอช่วยตอบบ้างนะครับ

1.เคยได้อ่านบางตำรากล่าวไว่ว่า ดวงเเก้วหินผลึกใส(จุยเจีย) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 นิ้วขึ้นไป จึงจะมีกำลังฤทธิ์เเรงในการทำวิชชาธรรมกาย เเละเป็นสิ่งบ่งบอกถึงบารมีธรรมของผู้มีดวงเเก้วจุยเจียใสๆขนาดใหญ่(3 นิ้วขึ้นไป)ในครอบครอง
- ขอเรียนถามว่า จริงไหมครับ
- เพราะเหตุใด

ตามตำราท่านว่า

ขนาดของจักรทั้ง ๓ กับแก้วบริวาร คือ

     ๑) แก้วจุลจักร และบริวาร ขนาดตั้งแต่เล็กเท่าแววตาดำขึ้นไป จนถึงโตเท่าผลมะตูม หรือผลมะขวิด

     ๒) แก้วมหาจักร และบริวาร ขนาดผลตาลขึ้นไปจนถึงผลมะพร้าวแห้ง

     ๓) แก้วบรมจักร และบริวาร ขนาดตั้งแต่เท่าบาตรขึ้นไปจนถึงโตเท่าตะแกรงหรือเท่ากระด้ง

ฉะนั้นเรื่องขนาดที่ถามมาก็น่าจะเทียบได้ตามนี้นะครับ

ถ้าถามว่าจริงไหม ผมก็เคยได้ยินครูบาอาจารย์ท่านพูดไว้เช่นเดียวกันครับ ผมเองจึงหาลูกแก้วจุยเจียเกรด A+ ขนาด 3นิ้ว สั่งอิมพอตร์ มาเป็นเจ้าของแล้วด้วย
เวลาทำวิชชาครูอาจารย์ท่านก็จะนำกายสิทธิ์ใสกริ๊กกับที่แกะสลักเป็นพระพุทธรูปมาช่วยในการเจริญภาวนาเสมอ
ความใสมาก่อนขนาด และต้องเข้าวิชชาเช็คกายสิทธิ์ด้วยครับว่าบารมีขนาดไหน

เพราะเหตุไรก็เทียบได้ตามขนาดตามตำราก็ 3นิ้วน่าจะประมาณผลมะตูมเล็กๆนะครับ

2.ระหว่างดวงเเก้วจุยเจียใสๆขนาด 1.5นิ้ว - 2นิ้ว (ซึ่งหาได้ง่ายกว่าขนาดใหญ่ๆ ใสๆ) กับดวงเเก้วจุยเจียขนาดใหญ่ 5นิ้ว - 6นิ้ว เเต่มีลักษณะใสบ้าง ขุ่นบ้าง
- ควรจะเลือกเเบบไหนครับ ที่จะมีกำลังฤทธิ์เเรงกว่า ดีกว่า ที่จะเป็นอุปการะในการบำเพ็ญบารมีได้ดีกว่า
- เพราะเหตุใด

เนื้องต้นใสมาก่อนขนาด ดีกว่า แรงกว่า  ตามจริงถ้าเป็นคนนำเข้ามาขายที่เชี่ยวชาญ เขาจะประมาณได้ว่าหินจุยเจียก้อนนั้นเกรดไหน แม้จะดูภายนอกขุ่น แต่เขาจะประมาณได้ว่าเนื้อส่วนที่ใสมันมีประมาณเท่าไร

3.การนำหินจุยเจียมาเเกะเป็นพระพุทธรูป จะมีผลเเตกต่างจากการทำเป็นดวงเเก้ว หรือไม่ครับ

เคยมีคนถามผมว่า เขาจะมีกายสิทธิ์ช้างแก้วจุยเจียดีไหม ผมก็ตอบว่า ภายนอกจะเป็นรูปอะไร ภายในก็มี 7 อย่าง และมีพระจักรพรรดิ์กายสิทธิ์ เหมือนกัน

ถ้าเป็นพระพุทธรูปจะดีกว่าเพราะสร้างอุทิศบูชาพระพุทธเจ้า และมองทีไรก็เป็นพุทธานุสสติ อานิสงส์มากมายนัก

4.ดวงเเก้วหินชนิดอื่นที่ไม่ใส เช่น หินผลึกสีชมพู(Rose Quartz) หินผลึกสีม่วง(Amethyts) หินหยกเขียว ฯลฯ ก็ให้เลือกที่ขนาดใหญ่ๆได้เลยใช่ไหมครับ (ในเเง่กำลังฤทธิ์ที่มากกว่าลูกเล็ก)

อันนี้ภายนอกก็ดูความนวลเนียนและความโปร่งแสงก่อนอยู่ดีครับ ของพวกนี้ถ้ามีความใสมากๆเขาจะเรียกเป็นอีกชื่อหนึ่งเลยครับขยับขึ้นอีกเกรด

ขอเรียนถามเป็นความรู้ เมื่อจะเลือกกายสิทธิ์ไว้เป็นกำลังในการบำเพ็ญบารมี จะได้เลือกอย่างถูกต้อง เหมาะสมครับ ( เอ! หรือว่ากายสิทธิ์เป็นฝ่ายเลือกเราครับ)
 
เราก็ต้องเลือกด้วย แสวงหาบ้างพอควร แต่บางทีกายสิทธิ์ก็เลือกเรา บางทีก็มีเหตุให้มาหาเราเอง อย่างหลวงป๋าก็มีเศรษฐีจุยเจียนำเข้ามาถวายประจำจนถึงเดี๋ยวนี้ มาเองครับ
อย่างผมนี่ก็เคยมาเอง เคยเจอเก็บได้อยู่หลายลูก มีคนเอามาให้ก้มี แต่บางท่านกายสิทธิ์ปาฏิหาริย์มาเองก็มี

พระโบราณในอุโบสถวัดหลวงพ่อสด ก็เป็นระดับกายสิทธิ์สมัยหลวงปู่สดหว่านล้อมด้วยข่ายของพระญาณธรรมกายเอาไว้ จนปัจจุบันมาอยู่กับหลวงป๋าวัดหลวงพ่อสดเกือบทั้งนั้นครับ นี่ละครับบารมีระดับภาคผู้ปกครองใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่สืบทอดวิชชา

ต้นไม้เมตตา:
เรื่องกายสิทธิ์ที่อยู่ในรูปเหมือนหลวงพ่อ เป็นเรื่องจริงตามนั้นครับ ครูอาจารย์ก็เล่าไว้

mr.surin:
สาธุ ขออนุโมทนากับคุณต้นไม้เมตตาด้วยครับ

ขอเรียนถามเพิ่มเติมอีกครับว่า

อ้างอิงข้อมูลจาก
http://www.navagaprom.com/oldsite/booklist.php?pg=12#
(หมวดหนังสือ เเก้วกายสิทธิ์)


 ภายหลังจากการเสร็จสิ้นภาระกิจการเก็บสงครามโลก

ครั้งที่  2  และบ้านเมืองเข้าสู่ความปรกติ  สงบสุข  หลวงพ่อ
ท่านจึงดำริออกธุดงค์  เพื่อจะหาดวงแก้วมาเป็นตัวเรือนให้
เหล่าจักรพรรดิที่มาช่วยทำวิชชา

      ในปี  พ.ศ.  2490  พระเดชพระคุณท่านธุดงค์ไป
เพื่อหาแก้ว  ซึ่งมีแหล่งมากในจังหวัดต่าง ๆ  ทางภาคเหนือ 

            หลวงพ่อท่านธุดงค์เพื่อหาแก้วดังนี้

1.เเก้วใส เพื่อเป็นตัวเรือนให้จักรพรรดิที่ให้ความอุดม
สมบูรณ์พูนสุข  (ภายหลังได้มาจากทางวังสระประทุม  3 
ดวง  ปัจจุบันบรรจุอยู่ในรูปปั้นหลวงพ่อองค์ยืน  ข้างหีบ
ทองหลวงพ่อ  ชั้นสอง  หอหลวงพ่อ)

2. เเก้วชมพู   เพื่อเป็นตัวเรือนให้จักรพรรดิตรีภพฝ่ายปราบ
ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่สามารถไปตามกายสิทธิ์จากภพทิพย์ 
พรหม  อรูปพรหม  ไม่ว่าจะอยู่ในมนุษย์โลกหรือไม่ก็ตาม

3.เเก้วสีชา  เพื่อเป็นตัวเรือนให้จักรพรรดิต้นปราบใหญ่
(วิชชารบ) 

4.แก้วโตน   เพื่อเป็นตัวเรือนให้กายสิทธิ์พระปัจเจกพุทธเจ้า
ที่มาช่วยงาน

5.แก้วก้อ   แก้วมณีสีแดงเดชไกรกลบ  เพื่อเป็นตัวเรือนให้
จักรพรรดิ  สุริยะประภาวิเศษคุณ  และ  จันทรประภา 


ขอเรียนถามคุณต้นไม้เมตตา ครับว่า
1.เเก้วใส คือ หินจุยเจีย ?
2.เเก้วชมพู คือ หินโรสควอตซ์ ?
3.เเก้วสีชา คือ หินอะไรครับ....(หินซิตริน ?)
4.เเก้วโตน คือ หินอะไรครับ....(หินเขี้ยวหนุมาน เเท่งหกเหลี่ยม ?)
5.เเก้วก้อ คือ หินอะไรครับ......(ทับทิม ?)

ขอเรียนถามเป็นความรู้จาก คุณต้นไม้เมตตา ด้วยครับ

ต้นไม้เมตตา:
เรื่องหลวงพ่อออกธุดงค์และไปหาแก้วกายสิทธิ์นี้เป็นเรื่องจริงครับ

แต่ว่ารายละเอียดตามที่อ้างมาผมไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องแค่ไหน ผมก็ไม่ทราบมากต้องถามผู้รู้ท่านอื่นแล้วครับ ระวังบางท่านอาจเอาเรื่องหลวงปู่มาอ้างเพื่อขายของ หรือเพื่ออะไรซักอย่าง

แต่ถ้าคุณจะเทียบตามความรู้ที่บอกมาก็น่าจะเทียบกันได้ใกล้เคียงนะครับ

ส่วนทางภาคเหนือมีหินรัตนชาติมากเรียกชื่อหลายชนิดก็คงต้องถามผู้รู้กันอีกที แต่ก็มีของปลอมขายชนิดที่เรียกว่าเกลื่อนเลยนะครับ ต้องคนดูเป็นถึงจะได้ของจริง
ส่วนมากโดนหลอกครับแม้แต่พวกแร่ธาตุกายสิทธิ์ชนิดอื่นต่างๆก็โดนหลอกขายกันมาเยอะครับ


ที่หลวงปู่ของเราท่านออกหาเรือนกายสิทธิ์ ท่านไม่ได้หาแบบเราๆนะครับ ท่านออกหาด้วยญาณธรรมกายเพื่อหาที่อยู่ให้จักรพรรดิ์กายสิทธิ์ครับ

ส่วนเราๆออกไปหาซื้อด้วยเงินครับ

บางทีมีกายสิทธิ์ปาฏิหาริย์มาที่วัดปากน้ำก็เยอะครับ บ้างก็มาแต่ส่วนละเอียด บ้างก็มีส่วนหยาบมาด้วย ที่วัดหลวงพ่อสดก็มีบ้างเช่นกัน

mr.surin:
ขอบคุณมากครับ คุณต้นไม้เมตตา

ท่านใดมีข้อมูลเพิ่มเติม ช่วยให้ความรู้เป็นธรรมทานด้วยนะครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version