Author Topic: ขอถามเรื่องคำบาลีหน่อยครับเห็นว่าวัดเราเก่งบาลีกันมาก  (Read 10038 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 583
  • จิตพิสัย 29
1.ธาตุในศัพท์บาลี  ชา ธาตุ คืออะไรใช้ลอยลอยได้ไหม  ชนฺ ธาตุ คืออะไรใช้ลอยลอยได้ไหม
2. ชา ธาตุ จะลงปัจจัยอย่างไรให้สามารถใช้ลอยลอยว่า ชา ได้เลยไม่ต้องมีศัพท์นำหน้า และชนฺ ธาตุทำเหมือนกันได้ไหม
3.ชา ธาตุ ทำให้เป็น ศัพท์ ชาณ ได้ไหม แปลว่าอะไร  ใช้เป็นศัพท์สมาสหน้าหลังคำใดก็ได้ใช่ไหมครับ และชนฺ ธาตุทำให้เป็น ชาณ ได้ไหมแปลว่าอะไร และศัพท์ ชาณ จริงจริงควรมาจากธาตุใดครับ ใช้สมาสหน้าหลังคำศัพท์อื่นได้เลยไหมครับ มีคำว่า ชาฐ ชาต ชาฏ  ชาฒ ในบาลีไหมครับ หมายถึงอะไร
..............................ขอให้ผู้รู้ทั้งหลายก็ช่วยตอบหน่อยนะครับเพราะหาคนเข้าใจศัพท์บาลีแถวบ้านผมไม่ได้เลยครับ ...............................

Offline Ozone

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 102
  • จิตพิสัย 4
คำว่า "ชาณ" ที่ยกมานี่ มีความหมายว่าอะไรหรือครับ ผมไม่เคยได้ยินเลย
อุปสรรค ก็เหมือนกับกำแพง กำแพงไม่ใช่ประตูจะได้เดินเข้าได้ง่ายๆ บางคนอาจจะเดินอ้้อม อาจจะปีนข้าม หรือพังมันเข้าไปเลย แต่ถ้าเดินหนีไปทางอื่นชีวิตนี้ก็มีทางตันเพิ่มอีกทางหนึ่งแล้ว

Offline ใฝ่กุศล

  • Heroes aren't born,they're built
  • หัวหน้าตึก
  • Newbie
  • *****
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 0
  • Gender: Male
บาลี มี ชนฺ ธาตุ (ในความหมายว่า เกิด) เวลาใช้ แปลงเป็น ชา บ้าง
ธาตุ คือ รากศัพท์ = root เวลาใช้ต้องประกอบปัจจัย และวิัภัตติก่อน จึงจะนำไปใช้ในประโยคได้

ชาณ ไม่มีใช้

ศัพท์กิริยาบาลี (อาขยาต) ไปสมาสกับศัพท์อื่นไม่ได้

ลักษณะคำที่ยกมา เช่น ชาฐ ชาต ชาฏ ชาฒ
เหมือนเป็นการลงตัวสะกดแบบภาษาไทย เพื่ออ่านออกเสียงมากกว่า ซึ่งไม่ได้มีลักษณะของการประกอบปัจจัย วิภัตติ ตามหลักภาษาบาลี

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 583
  • จิตพิสัย 29
ขอบคุณครับ แต่ผมขอให้คุณใฝ่กุศลช่วยบอกต่ออีกซักหน่อยคงจะได้นะครับ คือ แสดงว่า คำบาลีมีแต่ ชาน หรือครับที่มาจาก ชา ธาตุ(มีจริงนะครับ) เช่น วิชาน
หรือชาโนทโย(แปลว่าอะไรครับและสมาสหน้าคำว่าอุทโยด้วย) คำนี้บาลี100%  คนเรียนบาลีและผู้ให้ฉายาย่อมเคยเห็นพบ ดังนั้น ผมขอความกรุณาให้ท่านลองบอกเรื่อง ชา ธาตุ ใหม่  และการมีศัพท์อื่นอื่นอีกที่เป็นได้จาก ชา ธาตุ ครับ คงจะได้นะครับ
----------------------------------------------------------------------------------
ที่ผมเคยเจอและไม่เข้าใจคือ จาก พระไตรปิฏก
 สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - อภิสมัยสังยุตต์ - คณบดีวรรค - ๗. ชาณุสโสณิสูตร
๗. ชาณุสโสณิสูตร

[๑๗๒] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี

เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พราหมณ์ชาณุสโสณีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ
อรรถกถาแก้ว่า
อรรถกถาชาณุสโสณิสูตรที่ ๗
ในชาณุสโสณิสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
คำว่า ชาณุสฺโสณิ ได้แก่ มหาปุโรหิตผู้มีสมบัติ ๘๐ โกฏิ ซึ่งได้ชื่อ
อย่างนั้นด้วยอำนาจฐานันดร.
จบอรรถกถาถชาณุสโสณิสูตรที่ ๗
-------------------------------------------------------
เห็นไหมครับว่าคำว่า ชาณ ใน ชาณุสโสณี มีจริง  แต่อรรถกถาไม่ได้บอกว่าชาณ เป็นอะไรแน่........ตรงนี้ผมขอความกระจ่างเรื่องนี้หน่อยครับว่า
มันไม่มีความหมายชาณจริงจริงเลยเหรอครับ?
------------------------------------------------------------------
ที่นี้ชื่อคนไทยเช่น
1.ฐณิชาณ์ รีสอร์ท อัมพวา สมุทรสงคราม ในนี้ คำชาณก็มี ตั้งชื่อได้ไงครับ(น่าจะเป็นชานไช่ไหมจึงถูกและแปลได้ครับ)
2.ชินชาณ หรือชาณชัย
3.พิชาณัณฒ์ หรือสุพิชาณ
4.ชาณุ (เฉยเฉย ก็มี แต่ไม่น่าจะใช่คำว่า ชานุที่แปลว่าเข่านะครับ เพราะไม่น่าใช้เข่ามาเป็นชื่อ)ฯลฯ
ชื่อเหล่านี้ ที่คนไทยก็ตั้ง ไม่มีคำแปลบาลีเลยใช่ไหมครับ?
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หวังว่าจะได้ความกระจ่างจากท่านคุณใฝ่กุศลและทุกท่าน ต่ออีกหน่อยนะครับ  วันหนึ่งท่านอาจจะเคยพบชื่อคนไทยแบบนี้กันบ้างในสังคม ครับ



« Last Edit: September 07, 2009, 09:41:31 PM by yesterday »

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1092
  • จิตพิสัย 108
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
หุหุ เวปมาสเตอร์เข้ามาตอบเองเลยอ่ะครับ นานๆทีจะเห็นนะเนี่ยน่ะ อิอิ ::)

มีอีกตัวหนึ่งที่คล้ายๆกันนะครับ เช่น ญา ธาตุ ในความรู้ แปลง ญา เป็น ชา ลง ณ ปัจจัยได้หรือป่าวครับ แล้วเอาเป็น คำนาม  แล้วแปลง ณ เป็น ฒ ฐ ฏ โดยสูตรใน มูล กระ จาย ครับ คริคริ ล้อเล่นนะครับ ;D ;D ;D

ยังไงก็ผู้ที่ยังคลุกคลีไม่ห่างกับบาลีวัดนี้มีเยอะนะครับ เข้ามาแจมบ้างเถอะครับ หลากหลายดีครับ

 :-*สวัสดีครับ :o

ผมว่าเวปมาสเตอร์หรือทีมงานออกมาแจมบ้างก็ได้อรรถรสนะครับ ในหลายๆเวปเขาก็ออกมาแจมกัน อยากเชิญมาแจมบ้างนะครับ ในหลายๆกระทู้ หรือตั้งกระทู้ใหม่ๆกันบ้างนะครับ  8)
« Last Edit: September 07, 2009, 10:38:36 PM by ต้นไม้เมตตา »

Offline ใฝ่กุศล

  • Heroes aren't born,they're built
  • หัวหน้าตึก
  • Newbie
  • *****
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 0
  • Gender: Male
มีแต่ ชาณุ, ชานุ หัวเข่า ที่ใช้เป็นกิริยา ไม่มี
ชาณ อะไรต่าง ๆ เป็นการแผลงของคนไทยเอง เอา ญา (รู้) เป็น ชา ชาณ ฯลฯ

บาลีมีแต่ ญาณ ไม่มี ชาณ (คนไทย โดยเฉพาะนักตั้งชื่อไปแผลงกันเอง)

ชาณุสโสณี เป็นชื่อเฉพาะ ชาณุ เข่า  โสณี ตะโพก, เอว ซ้อน สฺ  ???

ในชาณุสโสณิสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้
คำว่า ชาณุสฺโสณิ ได้แก่ มหาปุโรหิตผู้มีสมบัติ ๘๐ โกฏิ ซึ่งได้ชื่อ
อย่างนั้นด้วยอำนาจฐานันดร
----------------
สงสัยจะมีสมบัติสูงถึงเข่าถึงสะเอว

คำว่า ชาณุสโสณี นั้นไม่ใช่ชื่อที่บิดามารดาของพราหมณ์นั้นตั้งให้ แต่ว่าเป็นชื่อที่ได้มาจากการได้ตำแหน่ง ว่ากันว่า ตำแหน่งชาณุสโสณีนั้นเป็นตำแหน่งปุโรหิต พระราชาได้พระราชทานตำแหน่งปุโรหิตนั้นให้แก่เขา ฉะนั้น คนทั้งหลายจึงเรียกเขาว่า ชาณุสโสณี

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 583
  • จิตพิสัย 29
ครับ ผมเข้าใจเรื่องชาณุสโสณีและคำว่า ชาณในเรื่องชื่อ แล้วครับ แต่ผมก็ยังไม่เห็นคุณใฝ่กุศล บอกถึงเรื่อง ชา ธาตุ เลยนะครับ ว่าสามารถลงปัจจัยเป็นรูปต่างต่างได้กี่รูปครับและมีคำศัพท์อื่นอื่นอีกมากแค่ไหนครับที่เป็นได้จาก ชา ธาตุ มีอะไรบ้างครับ ผมอยากทราบนะครับ เพราะผมรู้น้อยครับ เห็นแต่คำว่าชาน ชาโนทโย อาชานาติ ซึ่งมีแต่ลงท้ายด้วย "น" ทั้งนั้นไม่เคยเห็นลงท้ายปัจจัยแบบอื่นเลย นอกนั้นไม่รู้เลย  ผมไม่เข้าใจครับ
ว่าการตอบเรื่อง ชา ธาตุ อย่างชัดเจนตามที่เรียนถามไปนั้น..นั้น ยากกว่า การตอบเรื่องชาณุ,ชาณและญา หรือไม่ครับ คุณใฝ่กุศลจึงตอบเพียงเรื่องชาณุ,ชาณ และญา ครับ  ไม่ตอบเรื่องคาใจวัยผมที่เหลือให้จบครบครับ หรืออยากให้ผมคาใจบาลีไปเรื่อยเรื่อยครับในเรื่องที่เหลือ(ชา ธาตุ)...โปรดอย่าลืมนะครับ  _/|\_
----------------------------------------------------------
ส่วนตัวผม ผมคิดว่า ชาณุสโสณี คงไม่ได้รวยถึงเอวเท่ากันทุกคนหรอกครับ หากแต่เป็นตำแหน่งไกล้ชิดพระราชามากแต่ไม่ใช่แขนซ้ายแขนขวาเท่านั้นเองครับ ที่เรียกคงเพราะอยากเน้นว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่ใช่แขนซ้ายแขนขวาของพระราชามั้งครับ.. ไม่รู้ว่าปุโรหิตจะเห็นด้วยหรือเปล่าครับทีผมคิดให้ครับ

« Last Edit: September 08, 2009, 01:21:00 AM by yesterday »

Offline ใฝ่กุศล

  • Heroes aren't born,they're built
  • หัวหน้าตึก
  • Newbie
  • *****
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 0
  • Gender: Male
ชา ธาตุ ไม่มี ที่มีคือแปลงมาจากตัวอื่น

ชนฺ ธาตุ "เกิด" แปลงเป็น ชา ได้ เช่น ชาติ
ญา ธาตุ "รู้" แปลงเป็น ชา ได้ เช่น ญาณํ นาม, ชานํ กิริยา
เช่น ญาโณทย = ญาณ+อุทัย แปลง "อุ" เป็น "โอ"

ส่วนที่เห็นว่าลงด้วย น จริง ๆ คือ นา ปัจจัย ที่ใช้ลงประจำหมวดธาตุ (ซึ่งธาตุแต่ละหมวดก็มีปัจจัยที่แตกต่างกัน)

เช่น ชิ ธาตุ "ชนะ" ลง นา ปัจจัย ลง ติ วัตตมานา เป็น = ชินาติ
      ญา ธาตุ "รู้" ลง นา ปััจจัย ลง ติ วัตตมานา แปลง ญา เป็น ชา = ชานาติ
« Last Edit: September 08, 2009, 03:26:32 AM by ใฝ่กุศล »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 583
  • จิตพิสัย 29
ขอบคุณมากนะครับ  ถ้าคุณใฝ่กุศลค้นหมดในพจนานุกรมธาตุบาลีสันสกฤตแล้วไม่มี  มันก็คงจะไม่มีจริงจริงแล้วครับที่เป็นธาตุตรงตรง ผมเคยเห็นหนังสือเรียนหลักบาลีเล่มเก่าเล่มหนึ่งในห้องสมุด  มีเล่มเดียวที่ผมเห็นว่ามันเขียนว่าธาตุต่างๆมี ชา ธาตุ=รู้ เป็นต้น(หนังสือมันคงจะพิมพ์ผิดไปเพิ่ม ชา ธาตุ เองมั๊งครับ) แต่หนังสือเล่มนั้นไม่เคยบอกเลยว่า ชา ธาตุ มันลงปัจจัยอย่างไร ผมก็ไปตรวจหนังสือเล่มอื่นๆอีกเช่นของท่านกำชัย ทองหล่อ
เป็นต้น  ก็ไม่มี คำว่า ชา ธาตุ มาให้เป็นตัวอย่างลงปัจจัยเลย  ( ผมก็สงสัยว่า ทำไมในหนังสือเล่มอื่นมันไม่เคยลงคำว่า ชา ธาตุเลย  ผมคิดว่าหนังสือเล่มนั้นมันไม่น่าจะพิมพ์ผิดเลยนะครับ เพราะมันเขียนว่ามีทั้ง ชา ธาตุ และญา ธาตุ และมีตัวอย่างธาตุอื่นประมาณ10-20ตัวเลยนะครับ ผมเลยคิดว่าหนังสือนี้มันคงชัดเจนกว่าเล่มอื่น ที่ตรงนี้แหละครับเพราะเห็นมี ชา ธาตุเฉพาะเล่มนี้เท่านั้น) ในปทานุกรมบาลีฉบับของท่านหนึ่งในสายสกุลกิติยากรมั๊งครับ ผมก็ไม่เคยเห็น ชา ธาตุเลยในปทานุกรมนั้น  เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า  ทำไมไม่มี   แต่หาคนเก่งบาลีแถวบ้านผมมายืนยันไม่ได้ครับ ตามที่ผมบอกไปแล้ว...............หากคุณใฝ่กุศลค้นแล้วจริงจริงแบบทั่วถึงแล้วบอกว่าไม่มี  ผมก็คงต้องยอมรับแล้วครับว่า ไม่มี ชา ธาตุตรงตรง เล่มนั้นเพิ่มผิดเกินไปเอง  ครับ--------------
อ๋อ สุดท้าย  บาลี คำว่า ชาโนทโย ตกลงว่าแปลงมาจากญาโณทัย เหรอครับ ทั้งญและณ แปลงเป็น ชและน มันไม่คุ้นเคยเลยครับ จริงจริงและตกลงว่า ญา ธาตุ "รู้" แปลงเป็น ชา ได้  นี่เป็นการแปลงแบบบาลีและสันสกฤตแท้แท้ด้วยใช่ไหมครับ ไม่ใช่มาจากการแปลงแบบไทยไทยเราด้วย
 ถ้าได้รับการยืนยันกลับมาตามนี้ ก็ตกลงให้เข้าใจตามนี้ไปเลยครับ  ตามคุณใฝ่กุศลที่ค้นคว้ามาอย่างดีรอบคอบแล้ว (แปลกนะ หนังสือที่ผมอ่าน ผมมักชอบหาและเจอตัวอย่างพิเศษที่ไม่มีในหนังสือเล่มทั่วไปอื่นอื่นหลายหลายเล่ม ครับ)-----------ขอความเจริญก้าวหน้าด้านบาลีจงมีแก่คุณใฝ่กุศล ตลอดไปนะครับ---------------------
« Last Edit: September 08, 2009, 06:01:10 PM by yesterday »

Offline Ozone

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 102
  • จิตพิสัย 4
 :o คนมีภูมิคุยกัน อ่านแล้วไม่รู้เรื่องเลยแฮะ แต่ขออนุโมทนา  ;D
อุปสรรค ก็เหมือนกับกำแพง กำแพงไม่ใช่ประตูจะได้เดินเข้าได้ง่ายๆ บางคนอาจจะเดินอ้้อม อาจจะปีนข้าม หรือพังมันเข้าไปเลย แต่ถ้าเดินหนีไปทางอื่นชีวิตนี้ก็มีทางตันเพิ่มอีกทางหนึ่งแล้ว