Author Topic: กายสิทธิ์ ช้างแก้ว ม้าแก้ว ต้องเสวยผลกรรมด้วยหรือไม่ ?  (Read 5728 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline XxL

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 51
  • จิตพิสัย 0

ผมอยากสอบถามผู้ทรงความรู้แตกฉานทั้งในวิชชาธรรมกาย และพระไตรปิฎกหน่อยครับว่า

กายสิทธิ์ ช้างแก้ว ม้าแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว นางแก้วต้องเสวยผลกรรมด้วยหรือไม่ ?
กายสิทธิ์จำเป็นต้องบำเพ็ญบารมีด้วยตัวเองหรือไม่ ?

ช้างแก้ว ม้าแก้ว จัดอยู่ในภูมิของเดียรัจฉานภูมิเหตุใดจึงได้อัตภาพพิเศษกว่าช้าง ม้า บนโลกหละครับ
ช้างแก้ว ม้าแก้ว ถ้าบำเพ็ญบุญมามากทำไมจึงยังเกิดเป็นช้าง เป็นม้าอยู่อีกเป็นเพราะยังมีวิบากกรรมอะไรถึงยังได้อัตภาพนั้นอยู่ครับ

Offline XxL

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 51
  • จิตพิสัย 0

โอววว......คำถามเป็นหมันซะแล้วเรา ??
หาคนใจดีมาสอนธรรมไม่ได้เลยหรือครับ.....แย่จัง

นี่คือสาเหตุที่ทำให้คนเข้าใจในพุทธวจนะในพระไตรปิฎกได้น้อยลงเรื่อยๆ เพราะขาดผู้รู้ที่มีจิตคิดอนุเคราะห์มาแสดงธรรม

ทำให้ผมคิดถึงพระนาคเสนขึ้นมาทันทีเลยครับ.....คำถามแม้จะยากแต่ท่านก็ตอบได้หมดทุกข้อน่านับถือในน้ำใจของพระอรหันต์ท่านจริงๆ ครับ
ในเวพนี้จะมีผู้รู้ใจดีแบบพระนาคเสนไหมหนอ ??

« Last Edit: May 26, 2010, 05:33:48 PM by XxL »

Offline phon

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 551
  • จิตพิสัย 79
  • Gender: Male
ที่จริง ผมไม่รู้ว่า คุณ XxL รู้อยู้แล้ว หรือว่า ไม่รู้ แล้วต้องการหาความรู้


ผมอาจจะตอบได้ไม่หมด แต่ว่า จะลองตอบดูว่า ถูกใจคุณ XxLไหม


กายสิทธิ์ ต้องบำเพ็ญบารมีด้วยตนเอง หรือไม่

มีทั้งต้องบำเพ็ญบารมีด้วยตนเอง และ ต้องร่วมกับผู้ที่มีบารมีมากกว่า หรือว่าน้อยกว่า

ดังเช่น ถ้าองค์ที่มีบารมีน้อยกว่า การรู้เห็นก็จะน้อย (ญาณทัศนะน้อย) ดังนั้น ต้องพึ่งบารมี องค์ที่มีมากกว่า เพื่อความรวดเร็วในการสร้างบารมี

สำหรับ องค์ที่ต้องพึ่งตนเอง ก็มี  ดังคำที่ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน (ระวังสับสนกับ คำว่า อัตตา) เพราะว่า เป็นองค์ที่มีบารมีมากแล้ว ก็ต้องสร้างบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไปอีก โดยมีองค์ที่มีบารมีน้อยกว่ามาร่วม  และถ้ายังคงมีบารมีไม่มากหรือยังไม่เจอ คู่ หรือผู้ที่เคยสร้างบารมีร่วมกันมา ก็ต้องสร้างบารมีกันต่อไป โดยที่ ต่างฝ่ายต่างก็สร้างบารมีของตนเอง



ช้างแก้ว ม้าแก้ว ถ้าบำเพ็ญบุญมามากทำไมจึงยังเกิดเป็นช้าง เป็นม้าอยู่อีกเป็นเพราะยังมีวิบากกรรมอะไรถึงยังได้อัตภาพนั้นอยู่ครับ

ก็อธิฐานว่า จะเป็นช้างแก้ว ม้าแก้ว ไง ใครอยากเป็นอะไรก็อธิฐานว่า อยากจะเป็นช้างแก้ว เมื่อบารมีเต็มส่วนในส่วนนี้ ก็มาเป็นช้างแก้ว


หวังว่า คงพอใจ ไม่มากก็น้อย




Offline XxL

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 51
  • จิตพิสัย 0

เท่าที่ผมพอทราบมาจากในพระไตรปิฎกนั้นจักรพรรดิ์ รัตนะ 7 นั้นเป็นสมบัติเฉพาะของมหาบุรุษที่บารมีเต็มเปี่ยมแล้วเท่านั้น....อย่างเจ้าชายสิทธัทถะหรือพระพุทธเจ้าของเราองค์ปัจจุบัน....

ถ้าบารมียังไม่เต็มส่วนรัตนะทั้ง 7 จะยังไม่บังเกิดขึ้นครับ....
กระทั่งถึงชาติสุดท้ายเมื่อบารมีเต็ม....ประกอบกับธาตุขันธ์สมบูรณ์เต็มที่ (อายุวัยถึงเกณฑ์ที่รัตนะทั้ง 7 จะบังเกิดขึ้น)

ถ้ามหาบุรุษไม่ประสงค์จะเป็นพระพุทธเจ้าก็จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ พร้อมด้วยการบังเกิดขึ้นของรัตนะทั้ง 7 ในทันที

รัตนะ 7 จะหายไปทันทีเมื่อพระเจ้าจักรพรรดิ์หมดอายุขัย....

นี่คือข้อมูลเบื้องต้นที่มีปรากฎในพระไตรปิฎกครับ....

--------------------------------------------------------------------------------------------------
สมมุติฐานข้อแรกของผมก็คือ....รัตนะ 7  น่าจะเกิดขึ้นด้วยอำนาจของบุญบารมีของพระเจ้าจักรพรรดิ์ (พระโพธิสัตว์) บันดานให้บังเกิดขึ้น
ดังนั้น ช้างก็ดี ม้าก็ดี  จึงหาใช่สัตว์เดียรัจฉานจริงๆ ไม่....ถ้าจะบอกว่าเป็นเหมือนหุ่นยนต์ หรือหุ่นพยนต์ก็น่าจะได้

แม้แต่นางแก้วก็หาใช่หญิงสาวจริงๆ ที่เป็นมนุษย์ไม่....น่าจะเป็นไซบอกซ์ชีมากกว่าครับ 555+

ส่วนที่คุณ phon สงสัยว่าผมจะทราบคำตอบอยู่แล้วหรือไม่นั้น....
ต้องตอบว่า  ผมยังไม่ทราบคำตอบที่แท้จริงหรอกครับ.....ผมแค่รวบรวมข้อมูลความน่าจะเป็นและสันนิษฐานดูเท่านั้นเองครับ.....
เพราะเหตุนี้ผมจึงอยากได้คำตอบของผู้ที่ได้ธรรมกายระดับสูงมาช่วยยืนยันความรู้อีกทียังงัยหละครับ....[/size]

Offline phon

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 551
  • จิตพิสัย 79
  • Gender: Male
ถ้าอย่างนั้น คุณต้องฝึกสมาธิ เอาเองแล้วล่ะ

หาคำตอบด้วยตนเอง

ไม่งั้น ก็ลองอ่านตำรา เกี่ยวข้องกับ กายสิทธิ์ และจักรพรรดิ์ รัตนะ 7  ที่มีคนเขียนไว้


ที่ผมรู้ มีทั้งของที่เป็นทิพย์ และของจริงที่เป็นของคู่บารมี

ของที่เป็นทิพย์ จะเห็นในสมาธิ โดยการฝึกวิชชาธรรมกาย และมีวิธีการใช้

ส่วนของจริง ที่อ่านตามประวัติ ของพระอริยะสงฆ์ ที่ผมรู้ หลวงปู่ทวด มีดวงแก้ว มาพร้อมในช่วงที่เกิด งูนำมาให้

ถ้าไปเที่ยว ที่สงขลา จะเห็น ดวงแก้วนี้ ที่วัดพะโคะ

หวังว่า คงได้ความรู้ตามที่ต้องการ