Author Topic: ไหลดำ มีกายสิทธิ์ภาคไหนสถิตอยู่ครับ ?  (Read 10369 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline XxL

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 51
  • จิตพิสัย 0
อุตรดิตถ์ 6 ม.ค.-นักธรณีวิทยาพิสูจน์แล้วหินที่ชาวบ้านเรียกว่าไหลดำน้ำพี้เป็นหินหายากมากในโลก นับเป็นสิ่งดีที่ค้นพบ ทวีปเอเชียมีเฉพาะไทยและจีนโดยไทยพบแค่ 2 จังหวัดเหนือเท่านั้น
                        นายอดิชาติ สุรินทร์คำผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่บ้านน้ำพี้ หมู่ 1ต.น้ำพี้ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านช่างตีดาบเหล็กน้ำพี้และอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์บ่อเหล็กน้ำพี้ แหล่งท่องเที่ยวของ จ.อุตรดิตถ์เพื่อพิสูจน์หินที่ชาวบ้านมีลักษณะคล้ายหินดินดานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 3 -60 นิ้ว น้ำหนักตั้งแต่  200 กรัม ถึง 20กิโลกรัม จำนวนกว่า 10 ก้อนชาวบ้านบางรายนำหินดังกล่าวมาผ่านกระบวนการความร้อนสูงจนกลายเป็นหยดน้ำเมื่อแข็งตัวจะมีสีดำและสีเขียว มีความมันวาวโดยมีความเชื่อว่าหากนำมาทำเป็นวัตถุมงคลจะสามารถคุ้มครองภัยต่าง ๆ ได้และเรียกกันว่าไหลดำน้ำพี้
นายอดิชาติ  กล่าวภายหลังการตรวจสอบว่าหินดังกล่าวเรียกว่าแร่ซิลิก้าภายในก้อนหินมีแร่หลายชนิดทั้งควอทซ์หรือซิลิก้า เซอร์เพนทีนและแร่เหล็ก นับว่าเป็นหินหายากมากในโลก  ในทวีปเอเชียมีเฉพาะประเทศไทยและจีนซึ่งไทยพบเพียง 2 จังหวัดคือ อุตรดิตถ์ และน่าน สำหรับ จ.อุตรดิตถ์ พบที่อ.เมือง ท่าปลา น้ำปาด  ส่วนน่านที่ อ.แม่จริม นาน้อย และนาหมื่นสำหรับชื่อไหลดำน้ำพี้ เป็นชื่อที่ชาวบ้านตั้งกันเอง
นายอดิชาติอธิบายเพิ่มเติมว่า หินชนิดนี้เดิมอยู่ใต้ทะเลมีอายุกว่า 1,300 ล้านปี และอยู่ลึกใต้พื้นผิวโลกมากกว่า 100 กิโลเมตร  แต่มีกระบวนการทางธรณีวิทยาทำให้เกิดอยู่บนพื้นผิวโลกมาแล้วกว่า 130-150 ล้านปีถือเป็นสิ่งดีที่ค้นพบแร่ชนิดนี้ในประเทศไทยนับว่าเป็นกระบวนการทางธรณีวิทยาสำคัญของโลกทำให้ปรากฏเป็นหลักฐานชี้ชัดและเป็นหลักฐานถึงทางธรณีวิทยาของเปลือกโลกว่าในพื้นที่อุตรดิตถ์และน่าน โดยเฉพาะจุดที่พบหินดังกล่าวเคยเป็นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกเมื่อ 130 ล้านปี
นายอดิชาติกล่าวว่า  แร่ซิลิก้าเป็นแร่ชนิดเดียวที่นำมาทำเป็นกระจกใสหรือขวดแก้วใสหากมีแร่ซอร์เพนทีน ซึ่งเป็นสีเขียวผสมอยู่ด้วยเมื่อเป่าลนด้วยความร้อนสูงแร่จะไหลออกมาเป็นสีเขียวปนใสแร่ชนิดนี้เหมาะที่จะนำมาทำเป็นเครื่องประดับเพราะมีความสวยงามดีอยู่ที่ฝีมือของช่างในการแปรสภาพให้ออกมาเป็นเครื่องประดับส่วนที่ชาวบ้านเชื่อว่าสามารถแก้คุณไสย์หรืออาถรรพ์นั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่สามารถห้ามได้.-สำนักข่าวไทย
http://www.huaybondin.net/forum/thread-68035-1-1.html

---------------
คำถามตามโจทย์ในกระทู้เลยครับ
« Last Edit: June 30, 2010, 05:23:06 PM by XxL »

Offline ขมิ้นเหลือง

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 224
  • จิตพิสัย 6
คุณXxLนี่ใช้ผมคุ้มค่าจริงๆ นะครับ  เอ้า...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เมื่อเชิญชวนก็เข้ามาเยี่ยมชมเสียหน่อย

ผมขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็น  เรื่องกายสิทธิ์ในหินรัตนชาติ  เช่น เพชรพลอย  แร่ธาตุต่างๆ อย่างนี้นะครับ

ตัวเรือนหรือก้อนแร่ธาตุจะมีที่มาที่ไปอย่างไรนั้น อันนี้ก็ต้องว่ากันตามหลักวิทยาศาสตร์  แน่นอนอายุของหินเหล่านี้  ไม่รู้ว่าหลอมตัวเองกลั่นตัวเองมากี่ล้านปีกันก็ไม่รู้  น่าจะมีมาตั้งแต่การเกิดของโลกแล้ว  เพราะศูนย์ของโลกนี้ก็ต้องมีจักรพรรดิแต่ละธาตุธรรมคอยคุมอยู่  ศูนย์จักรพรรดิภาคขาวก็มีอันนี้มันลึกเกินไปอยากทราบก็ไปหาอ่านในตำราวิชชามรรคผลพิสดารเอาเองนะครับ

โดยธรรมดาแล้ว จักรพรรดิ-กายสิทธิ์นั้นเป็นความรู้ที่ละเอียดพิสดารมากมายนัก  เพราะอะไรๆทั้งหมดใน ภพภูมิต่างๆ ก็ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิกายสิทธิ์ทั้งนั้น  เป็นภาคผู้เลี้ยง  ผู้ดูแล  ผู้รักษา จริงๆ นี่ก็ว่ากันในแง่มุมของจักรพรรดิกายสิทธิ์ภาคขาวนะครับ  มนุษย์โลกไม่มีใครรู้เรื่องเลย  เห็นมีก็แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำนี่แหละ  แต่ในพระไตรปิฎกและตำราเอกสารต่างๆ ก็พอมีให้ศึกษานะครับ  ผมได้ความอนุเคราะห์จากพระมหามนู ปธ. 9  ท่านค้นรายละเอียดเรื่องกายสิทธิ์ในพระไตรปิฎกมาให้  สนใจก็เข้าไปดูตามลิงค์ข้างล่างนี้นะครับ  แต่ต้องสมัครเป็นสมาชิกของเวบคุณสมถะก่อนล่ะ ไม่งั้นอ่านไม่ได้นะครับ 

กายสิทธิ์ ในพระไตรปิฎก และคัมภีร์ต่างๆ
http://forums.212cafe.com/samatha/board-2/topic-60.html


ทีนี้  ถามว่า แร่ธาตุทุกก้อนมีจักรพรรดิอยู่ทุกก้อนหรือไม่  ถ้าเป็นจำพวกแร่ธาตุ  ใช่ว่าจะมีกายสิทธิ์อยู่ทุกก้อนนะครับ  บางก้อนก็เป็นเรือนว่าง   แต่พอนำมาทำเป็นของบูชาก็จะมีกายสิทธิ์มาสร้างเรือนอยู่ก็มี  แต่ส่วนใหญ่แล้วบารมีจะไม่มากอะไร  เป็นจำพวกกายเล็กๆ เรื่องขนาด  สี  เครื่องทรง  ต่างๆ เหล่านี้ก็ถือว่าเป็นวิธีการพิจารณากายสิทธิ์นั้นๆ ได้เหมือนกัน  ซึ่งก็แล้วแต่ความสามารถของผู้ตรวจสอบ  เพราะสำคัญที่การใช้รู้ญาณทัสสนะตรวจ  ซึ่งจะให้ได้ความเป๊ะๆ เลยนั้น  ไม่ง่ายนัก  ทั้งนี้เพราะฝีมือผู้ตรวจนั่นแหละที่ยังไม่ได้เรื่องได้ราวเท่าไร


เล่าเรื่องสนุกๆ แบบไม่น่าสนุกให้ฟังนิดนึงนะครับ  มีบางท่านพอเป็นธรรมกายได้ในระดับหนึ่งก็รวมกลุ่มกันตระเวนไปเที่ยวตามวัดต่างๆ ทั่ว กทม.ไปดูว่าพระประธานในแต่ละวัดมีจักรพรรดิกายสิทธิ์อยู่อย่างไร  ผมก็เคยร่วมคณะไปกับเขาเหมือนกัน  บางวัดกายขาวใส  บางวัดกายดำ  พวกายดำนี่ดุมาก  เขารู้ว่าเราเห็นเขา  เขาจะออกท่าทางนักเลงเลย  ไม่กลัวใครว่างั้น  บางวัดพระประธานอายุหลายร้อยปีไม่ขาวใสก็มี  ก็ได้ความรู้มาพอปะติดปะต่อบ้างตามสมควร  แต่อย่าไปถือสาอะไรมากครับพอฟังหูไว้หูเท่านั้น


สำหรับที่ถามตามหัวข้อกระทู้นั้น  ขอตอบว่า  ไหลดำ มีกายสิทธิ์ภาคไหนอยู่นั้น  ผมไม่ทราบเลยครับ  เพราะถ้าจะให้รู้ก็ต้องตรวจสอบทางวิชชาเท่านั้น  แต่ฟังจากชื่อแล้วก็ไม่ค่อยเป็นมงคลหูเท่าไรเลยนะครับ   

Offline XxL

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 51
  • จิตพิสัย 0

ขอบคุณๆ ขมิ้นที่สละเวลาพิมพ์ตอบคำถามให้ครับ.....

ไหลดำก็ยังคงเป็นปริศนาอันดำมืดอยู่ดีครับ....