ผู้เขียน หัวข้อ: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)  (อ่าน 126159 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mr.surin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 714
  • จิตพิสัย 117
อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2011, 01:59:25 PM »

วัตถุธาตุกายสิทธิ์ (พญาเหล็ก) นี้
เกิดมีขึ้นด้วยฤทธิ์อำนาจของพวกฤาษีผู้มี ฌาน (สมาธิระดับสูง) และ อภิญญา (ความสามารถพิเศษ)
แก่กล้าในระหว่างอันตรกัป คือ ในระหว่างที่ว่างจากพระพุทธศาสนาเป็นระยะเวลายาวนานนั้น
บรรดามนุษย์ผู้มีบุญ คือ คุณธรรมจากการที่ได้เคยรักษาศีล และเจริญภาวนาสมาธิมาก่อน ที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในยุคนั้น ได้ออกบำเพ็ญพรต (ถือศีล) พรหมจรรย์ (การออกบวชเว้นเมถุน-คือเว้นชีวิตคู่)
ด้วยมุ่งหวัง “อมตธรรม” ก็คือ ปรารถนาพระนิพพานที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ และที่เป็นบรมสุขนั้นแหละ


แต่ไม่รู้จักทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) ให้ถึงอมตมหานฤพานได้ เพราะยังไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้
จึงได้แต่เจริญสมาธิภาวนา จนได้ฌานและอภิญญาแก่กล้า
แต่ก็รู้ว่าตนเองนั้นยังไม่อาจพ้นความตายได้ ยังไม่เห็นทางที่จะถึงอมตธรรมที่ไม่ตายได้
ก็ปรารถนาที่จะมีชีวิตที่ยั่งยืนที่สุด ดุจว่าเป็นอมตธรรม
เพื่อรอผู้ตรัสรู้ (พระพุทธเจ้า) มาตรัสสอนทางปฏิบัติให้ได้บรรลุถึงอมตธรรม
เพื่อจักได้เข้าสู่กระแสธรรม นำไปให้ถึงอมตธรรมตามที่ได้มุ่งหวัง

 
จึงค้นหาวิธีสร้าง "วัตถุธาตุอันเป็นที่สถิตแห่งจิตวิญญาณของตน" ให้คงทนยั่งยืนที่สุด
ดุจว่าเป็นอมตธรรมนั้นด้วยฤทธิ์อำนาจของตน ก่อนเบญจขันธ์ของตนจะแตกทำลาย (ก่อนทำกาละ/ตาย)


ครั้นพากันทำวัตถุธาตุนั้นขึ้นด้วยฤทธิ์อำนาจของพวกตนที่แก่กล้ารุนแรง
จนเกินอำนาจการควบคุมให้อยู่ในสภาวะพอเหมาะตามต้องการได้
วัตถุที่ปรุงขึ้นด้วยฤทธิ์อำนาจนั้นก็ระเบิดเป็นจุณ วิจุณ
เป็นอณูธาตุ เป็นที่สถิตอยู่ของจิตวิญญาณฤาษีนั้นเองด้วย และกายสิทธิ์ภาคผู้เลี้ยงด้วย
และแม้เทพเทวาที่รู้คุณวิเศษของวัตถุธาตุเช่นนั้น ก็ติดตามครอบครองยึดถือเป็นเจ้าของ


อณูธาตุเหล่านั้นมีทั้งที่กระจัดกระจายออกนอกแนวแรงดึงดูดของโลก คือ หลุดออกไปนอกโลก
และทั้งที่กระจัดกระจายไปในบรรยากาศของโลก แล้วตกลงสู่พื้นดิน
และวิวัฒนาการไปตามธรรมชาติ ตลอดระยะเวลายาวนานหลายกัปหลายกัลป์มาจนถึงปัจจุบันนี้


จึงมีสภาพ ลักษณะ และอานุภาพที่แตกต่างกันไปตามธรรมชาติที่แวดล้อม เป็นอยู่
และเปลี่ยนแปลงไปตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ คือ
ความเป็นสภาพไม่เที่ยง (อนิจฺจํ)
ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย เป็นทุกข์ (ทุกฺขํ) คือทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้นาน
จนถึงเป็น อนตฺตา ได้ในที่สุด

ครั้นเมื่อมาถึงยุคปัจจุบันนี้
จึงอาจมีอานุภาพตามคุณลักษณะของธาตุธรรมที่จะเป็นฝ่ายพระ (ฝ่ายบุญกุศล) ล้วนๆ
ที่จะให้สุขสมบัติแก่ผู้มีอยู่ในครอบครองแต่ถ่ายเดียว

หรือว่าจะมีอานุภาพตามลักษณะของธาตุธรรมเป็นฝ่ายมาร (ฝ่ายบาปอกุศล) ล้วนๆ
ที่จะให้ทุกข์สมบัติ แก่ผู้มีไว้ในครอบครองแต่ถ่ายเดียว
 
และ/หรือจะมีลักษณะของธาตุธรรม 2 ฝ่าย ปะปนกัน
ที่อาจให้ทั้งสุขสมบัติแก่ผู้ประพฤติปฏิบัติดี มีศีลมีธรรม
และ ที่ให้ทั้งทุกข์สมบัติแก่ผู้ประพฤติปฏิบัติชั่ว ทุศีล ขาดหิริโอตตัปปะ และ ไร้คุณธรรม
ได้ตามส่วนของเขา และตามระดับคุณธรรมของผู้มีไว้ในครอบครอง


อณูธาตุอันเป็นที่สถิตอยู่ของจิตวิญญาณธาตุของฤาษี ที่ปรารถนาดำรงคงทนยั่งยืนที่สุดดุจอมตธรรม
จึงต้องเสพ หรือ ดูดซึมสิ่งที่อยู่แวดล้อมเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงอณูธาตุนั้น ให้ดำรงคงอยู่คู่กับเบญจขันธ์ของตน เช่น
- ในบริเวณบางแห่งที่มีแร่ธาตุประเภทอัญมณีมาก ก็จะวิวัฒนาการเป็นวัตถุธาตุที่เหมือนอัญมณีสีต่าง ๆ ได้
- บริเวณที่มีทั้งแร่ธาตุ ดินกากยายักษ์ หิน และทั้งว่านยาสมุนไพรที่วิเศษต่าง ๆ
ที่เหมาะแก่การรักษาธาตุขันธ์ของเขา ก็จะเสพหรือดูดซึมเข้าไปปรุง หล่อเลี้ยงธาตุขันธ์ของเขา
จึงวิวัฒนาการมาเป็นวัตถุธาตุกึ่งอัญมณี-หิน-เหล็ก รวมกัน แต่ไม่ดูดเหล็ก


กล่าวโดยส่วนใหญ่แล้วมีส่วนผสมของแร่เหล็กเป็นตัวยืน
ที่เมื่อถูกเชิญ หรือถูกบังคับเรียกออกมาจากรังด้วยเวทมนตร์ของผู้ทรงวิทยาคม
ก็จะไหล หรือ ย้อยหยดลงมาในสภาพเป็นของเหลว
หรือ ยืดออกมาในสภาพเป็นของอ่อนนิ่มก่อน จึงชื่อว่า “เหล็กไหล”
เมื่อมากระทบกับอากาศเย็น หรือ น้ำพระพุทธมนต์ที่รองรับไว้
ก็จะกลับแข็งตัวเหมือนโลหะเหล็ก หรืออัญมณีที่แข็งเหมือนเหล็ก

นอกจากนั้น วัตถุธาตุกายสิทธิ์นี้ยังขยายขนาดและขยายเผ่าพันธุ์ มีสมาชิกทั้งแก่และอ่อนสถิตอยู่ร่วมกันในรัง
ดุจดังว่าเป็นอาณาจักรของเขา เรียกว่า “รังเหล็กไหล” หรือ “โคตรเหล็กไหล”


กรณีที่ธาตุกายสิทธิ์ถูกผู้มีอำนาจสิทธิเหนือกว่า เช่น
ผู้เป็นพระอริยเจ้าเชิญออกมา หรือ ผู้ทรงวิทยาคมเรียกบังคับให้ออกมาจากรัง...จนหมดทั้งรัง

รัง หรือ โคตรเหล็กไหลนั้น บางท่านเรียกว่า  "มูล หรือ ขี้เหล็กไหล"
เเต่ มูล หรือ ขี้เหล็กไหลจริงๆ มีอยู่อีกต่างหาก

ธาตุกายสิทธิ์ที่ถูกเชิญ หรือ เรียกบังคับออกมานี้ ชื่อว่า "เหล็กไหลตัด"
เหล็กไหลประเภทนี้ มีกัมมันตภาพรังสีอยู่ด้วยมาก
ประเภทนี้มีฤทธิ์อำนาจมาก มีอานุภาพร้อนเเรง
จึงมีทั้งคุณอนันต์เเก่คนดีมีศีลมีธรรม เเละเป็นโทษมหันต์เเก่ผู้ทุศีล หรือขาดคุณธรรมได้




รัง หรือ โคตรเหล็กไหล ที่มีสมาชิกธาตุกายสิทธิ์สถิตอยู่มากมายนั้น
นานปีนับร้อย - พัน - หมื่น - เเสน - ล้าน - โกฏปี
ย่อมได้รับความกระทบกระเทือนจากปัจจัยเเวดล้อมตามธรรมชาติ ได้เเก่
เเดด ลม ฝน เเผ่นดินไหว น้ำไหลเซาะ ฯลฯ เป็นต้น
บางส่วนก็เเตกหลุดออกจากรังเดิมไปตามธรรมชาติ
ถูกกระเเสน้ำกระเเสลม...ซัดพัดพาไปติดอยู่ ณ ที่ใดที่เหมาะสม ก็ขยายเผ่าพันธุ์ ณ ที่นั้นต่อๆไปอีก


ชื่อว่า "พญาสมิงเหล็ก" ก็มี / "เหล็กไหลเจ้าป่า" ก็มี / "หล็กไหลโกฏปี" ก็มี
เเละสมาชิกที่วิวัฒนาการเป็นธาตุกายสิทธิ์ ที่เคยอาศัยอยู่ในรังน้อยใหญ่
ก็หลุดจากรังเดิมต่อๆไปอีก ถูกกระเเสน้ำพัดพาไปอยู่ตามถ้ำ ตามเเอ่งน้ำ
บนภูเขา หรือออกจากถ้ำ / ภูเขา ไปอยู่ตามเชิงเขาเเละตามพื้นดินภายนอกก็มี
ที่อยู่ตามน้ำ เรียกว่า "เหล็กไหลตาน้ำ" หรือ "เหล็กหลบ" ก็มี
เเละที่อยู่ตามพื้นดินภายนอก ถูกเเดดเเผดเผาจนเป็นสีน้ำตาลอมส้ม เรียกว่า "เหล็กไหลเพลิง" ก็มี ฯลฯ

วัตถุธาตุกายสิทธิ์ที่ตัดเอง (หลุดออกมาเอง) โดยธรรมชาติ
ทั้งหมดเหล่านี้จึงรวมเรียกว่า "เหล็กไหลบารมี"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 17, 2012, 07:34:38 PM โดย mr.surin »
ขอให้โลกนี้จงมีเเต่...ความดีงาม
ขอให้สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลาย...จงหมดไป
ด้วยอานุภาพของ
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

ออฟไลน์ mr.surin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 714
  • จิตพิสัย 117
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2011, 02:05:12 PM »

ธาตุกายสิทธิ์ (พญาเหล็ก)
- จะช่วยให้ความคุ้มครองป้องกันสรรพอันตรายแก่ผู้มีไว้ในครอบครอง ผู้ทรงศีล ทรงธรรม
ตามสมควรแก่บุญบารมี
- ทำหน้าที่เป็นภาคผู้เลี้ยง ช่วยให้ผู้มีไว้ในครอบครอง เจริญด้วยมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ
เป็นอุปการะแก่การบำเพ็ญบารมีธรรมให้ถึงนิพพานสมบัติแก่ผู้มีไว้ในครอบครอง
ผู้ประกอบคุณธรรมเพิ่มพูนบารมีธรรมได้เป็นอย่างดี


ธาตุกายสิทธิ์ประเภทดีมีคุณธรรม จะช่วยชักนำให้ผู้มีอยู่ในครอบครอง
ปฏิบัติธรรมอยู่ในคุณความดี คือ ทานกุศล ศีลกุศล และ ภาวนากุศล ให้เจริญเเก่กล้ายิ่งๆขึ้นไป
เพื่อที่จะเขาจะได้อนุโมทนาบุญ และได้มีโอกาสบำเพ็ญบารมีธรรมด้วย
จึงให้แต่คุณแก่ผู้มีไว้ในครอบครอง ผู้เป็นคนดีมีศีลมีธรรม


ส่วนธาตุกายสิทธิ์ประเภทที่ด้อยคุณธรรม ก็ปรารถนาอยู่ว่า
ผู้ที่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของจะปฏิบัติอยู่ในคุณธรรมดี เพื่อที่เขาจะได้ร่วมอนุโมทนา
และได้มีโอกาสบำเพ็ญบารมีธรรมด้วย เพื่อเลื่อนภูมิจิตใจให้สูงขึ้น
แต่ถ้าเจ้าของผู้ครอบครองเป็นคนชั่วช้า ลุแก่อำนาจกิเลส (โลภะ ราคะ โทสะ โมหะ)
ธาตุกายสิทธิ์ประเภทนี้ กลับจะให้โทษแก่ผู้ครอบครองได้ง่าย และรุนแรงด้วย


ฉะนั้น
- ของดีต้องอยู่กับคนดี จึงดีเลิศ คนไม่ดีถึงจะได้ครอบครองของดี ก็มีอยู่ได้ไม่นาน
- ส่วนคนดีได้ครอบครองของที่มีอานุภาพที่ทั้งดีและไม่ดี ก็จะมีแต่ดี ไม่มีโทษ
- แต่คนไม่ดีที่ได้ครอบครองของที่มีอานุภาพทั้งดีและไม่ดี ย่อมไม่ได้ผลดี
และยังจะชักนำกันไปในทางที่ไม่ดีอันมีโทษได้

เพราะฉะนั้นผู้มีของดี หรือ มีของที่มีอานุภาพทั้งดีและไม่ดี
จึงต้องประพฤติปฏิบัติตนอยู่แต่ในคุณความดีโดยส่วนเดียว จะประมาทมิได้ จึงจะมีแต่ดีกับดีโดยตลอด



เหตุที่มีข่าววัตถุธาตุกายสิทธิ์ /เหล็กไหล...ในปัจจุบันนี้มาก เพราะเหตุสำคัญ ๒ ประการ คือ

๑. มีการทำของเทียมขึ้นจำหน่ายให้แก่ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยความโลภ หรือด้วยความปรารถนาลามก
 
๒. ในยุคปัจจุบันนี้ ประเทศไทยเป็นที่ตั้งมั่นสำคัญของพระพุทธศาสนา เป็นบ่อเกิดและที่สถิตอยู่ของผู้มีบุญบารมี ผู้บำเพ็ญบารมีธรรมเพื่อความบรรลุมรรคผลนิพพานเป็นพระอรหันตสาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า
และพระสัพพัญญูพุทธเจ้า ตามระดับอธิษฐานบารมีที่ได้กระทำมาแล้วเป็นจำนวนมาก


เทพเทวาผู้สัมมาทิฏฐิ ผู้ดูแลรักษาธาตุกายสิทธิ์ภาคผู้เลี้ยง จึงเปิดบารมีธรรมแก่ผู้กำลังบำเพ็ญบุญบารมีในระดับต่างๆ ให้ได้รับธาตุกายสิทธิ์ ภาคผู้เลี้ยงที่มีอยู่ในโลก ในจักรวาล เพื่อเป็นอุปการะแก่การบำเพ็ญบารมีธรรมให้ยิ่งขึ้นไปได้สะดวก และเพื่อช่วยกันสืบบวรพระพุทธศาสนาในประเทศไทยนี้ ให้เจริญรุ่งเรืองและมั่นคงยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่ออำนวยประโยชน์สุขและความสันติสุขแก่สาธุชนหมู่ใหญ่ ทั้งแก่ชาวไทยและชาวโลก ให้ได้มากที่สุดเป็นสำคัญ

เหตุนั้นแท้ที่จริงแล้ว ธาตุกายสิทธิ์นี้จึงได้มีการใช้กันอยู่แล้ว ในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรม และศิษยานุศิษย์
ตลอดทั้งผู้ปกครอง ผู้กอบกู้ และผู้รักษาประเทศชาติบ้านเมืองไทยเรามาแต่โบราณกาลแล้ว
เพียงแต่ไม่มีสื่อมวลชนกระจายข่าวกันมาก และไม่มีการทำของเทียม (ปลอม) หลอกลวงจำหน่ายกันมากขึ้น ดังเช่นทุกวันนี้เท่านั้น


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 04:01:31 PM โดย mr.surin »
ขอให้โลกนี้จงมีเเต่...ความดีงาม
ขอให้สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลาย...จงหมดไป
ด้วยอานุภาพของ
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

ออฟไลน์ mr.surin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 714
  • จิตพิสัย 117
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2011, 12:14:26 AM »

วิธีรักษาธาตุกายสิทธิ์ให้ดีตลอด เเละ วิธีพัฒนาธาตุกายสิทธิ์ที่ร้าย...ให้กลายเป็นดี

๑. ธาตุกายสิทธิ์ (เหล็กไหล) เหล่านี้ ปรารถนาที่จะเข้าสู่กระเเสธรรม มุ่งอยู่ที่การบำเพ็ญบารมีธรรม
เพื่อเลื่อนภูมิจิตของตนเองเข้าสู่ความเป็น "พระอริยเจ้า" ถึงพระนิพพานอันเป็นอมตธรรมเป็นสำคัญ
จึงต้องอยู่กับคนดีมีศีลธรรมเท่านั้นจึงดี เเละจะให้คุณเป็นความเจริญด้วย มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ
เเละเป็นอุปการะเเก่ผู้มีไว้ในครอบครองผู้บำเพ็ญบารมีธรรม ให้ถึงความบรรลุ มรรค ผล นิพพาน...ได้สะดวก


เพราะฉะนั้น ผู้มีโอกาสได้เป็นเจ้าของผู้ครอบครองธาตุกายสิทธิ์เหล่านี้
จักต้องดำรงตนอยู่เเต่ในคุณความดี เพิ่มพูนบารมีธรรม
โดยปฏิบัติ "ทานกุศล" "ศีลกุศล" "ภาวนากุศล" ให้ยิ่งๆขึ้นไป
เเละให้เขาได้มีโอกาส "อนุโมทนาบุญ" เเละ "ร่วมบำเพ็ญบารมีธรรม" ...ไปกับเราด้วย

โดยประการนั้นเเหละถูกต้องความประสงค์ของเขานัก
เเละ "กายสิทธิ์" ที่สถิตอยู่ก็จะได้ทำหน้าที่เป็น "ภาคผู้เลี้ยงพระ" ได้อย่างสมบูรณ์


๒. ถ้าเป็นคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน หรือ เเม้ผู้เป็นนักบวช ผู้ยังไม่ชำนาญในการเจริญภาวนาชำระธาตุธรรมได้เอง
ควรมีธาตุกายสิทธิ์ประเภทที่ "ผู้รู้" หรือ "ผู้ทรงคุณวุฒิ" ท่านได้นำมาสร้างเป็นพระ หรือได้ฝังอยู่ในองค์พระ
เเละที่ผ่านการเจริญภาวนาชำระสะสางธาตุธรรม นำเข้าสู่กระเเสธรรมเเห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดีเเล้ว จึงจะดี เเละ ปลอดภัยที่สุด


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 05:09:26 PM โดย mr.surin »
ขอให้โลกนี้จงมีเเต่...ความดีงาม
ขอให้สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลาย...จงหมดไป
ด้วยอานุภาพของ
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

ออฟไลน์ mr.surin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 714
  • จิตพิสัย 117
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 03:59:24 PM »



วัตถุมงคลมวลสารธาตุกายสิทธิ์ (เหล็กไหล)

๑. ธาตุเป็น วัตถุธาตุกายสิทธิ์ผสม ของ "เหล็กไหลบารมี" เเละ/หรือ "เหล็กไหลตัด"
ที่มีส่วนผสมของเเร่ที่เป็นมงคล เช่น ทองคำ เงิน สังฆวานร เพชรหน้าทั่ง รังหรือโคตรเหล็กไหล
ดินกากยายักษ์ ว่านยา สมุนไพร เเละพันธ์ไม้ที่เป็นมงคลต่างๆ เป็นต้น
หล่อหลอมขึ้น หรือสร้างขึ้นเป็นพระพุทธรูป ฯลฯ
ด้วยพิธีการเจริญภาวนา "ชำระธาตุธรรมส่วนละเอียด" ของธาตุกายสิทธิ์ ที่หลอมหรือสร้างขึ้นมานั้น
เเล้วนำเข้าสู่กระเเสธรรม เเละบรรจุพลัง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ
ตามวิธีที่บูรพาจารย์ได้เคยกระทำได้ผลดี มีอานุภาพสูงมาเเล้ว



๒. เป็นธาตุกายสิทธิ์ประเภท "เหล็กไหลบารมี"
คือ หลุด (ตัด) เอง ...ออกมาจากรังหรือโคตรเหล็กไหลตามธรรมชาติ
เเล้ววิวัฒนาการบารมีธรรมสูงขึ้นๆไปตามลำดับ ได้เเก่ พญาสมิงเหล็ก เหล็กไหลตาน้ำ เหล็กไหลเพลิง ฯลฯ
ที่ได้มาด้วยบารมีธรรมของตน เเละ/หรือ ด้วยเทพเทวาเขาเปิดบารมีให้...อย่างนี้ก็มี

ประเภทนี้ มีอานุภาพเเก่ผู้มีไว้ในครอบครอง....ที่ละเอียดเเละเยือกเย็น
เเละยิ่งเป็นผู้มีศีลมีธรรม...ยิ่งเจริญดี

ถ้าอยู่กับคนดีน้อย เขาจะพยายามชักนำให้ดีขึ้น
ถ้าอยู่กับคนไม่ดีโดยสันดาน ก็จะอยู่ด้วยไม่ได้นาน



๓. เป็นธาตุกายสิทธิ์ประเภทที่ "ตัดสด" จริงๆ
โดยพระอริยเจ้า หรือ ผู้ทรงวิทยาคุณ ผู้เชิญเขาออกมาด้วยพระพุทธมนต์
หรือ เรียกบังคับเขาออกมาจากรังหรือโคตรเหล็กไหล ด้วยทั้งพระพุทธคุณ เเละทั้งเวทย์มนต์...ก็มี

ประเภทนี้มี "อานุภาพรุนเเรง"
ถ้าได้ผ่านการ "เจริญภาวนาชำระธาตุธรรม" เเละให้เข้าอยู่ใน "กระเเสธรรม" เเล้วจึงดี
เเละถ้าอยู่กับคนดี มีศีลมีธรรม ปฏิบัติธรรมเพิ่มพูนบารมีธรรมอยู่เสมอเเล้ว...ก็จะยิ่งดี
เเต่ถ้าอยู่กับคนไม่ดี คนขาดศีลขาดธรรมเเล้ว มักมีโทษ เเละไม่อยู่ด้วยนาน



ธาตุกายสิทธิ์ประเภทนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผู้ทรงศีลทรงธรรมได้ทำ หรือที่ได้สร้างขึ้นเป็นพระพุทธรูป ฯลฯ
จึงเป็น "ธาตุกายสิทธิ์ที่ให้คุณมาก" เเละ "ปลอดภัยดีที่สุด" ... เเก่ผู้มีไว้ในครอบครอง
เพราะเป็นวัตถุธาตุที่ "ผ่านกระเเสธรรมดีเเล้ว"
จึงมีเเต่จะเป็นสิริมงคลเเก่ผู้มีไว้ในครอบครองด้วยใจศรัทธาในพระรัตนตรัยเเต่ส่วนเดียว




*** คัดลอกบางตอนจาก
บทความเรื่อง อานุภาพธาตุกายสิทธิ์ - เหล็กไหล / พญาสมิงเหล็ก
นิตยสารธรรมกาย ฉบับที่ ๔๗  มกราคม - มีนาคม ๒๕๔๑
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 11:19:32 PM โดย mr.surin »
ขอให้โลกนี้จงมีเเต่...ความดีงาม
ขอให้สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลาย...จงหมดไป
ด้วยอานุภาพของ
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

ออฟไลน์ rut

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 181
  • จิตพิสัย 31
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 05:00:08 PM »
อยากทราบ
ความเป็นมาของ พระเหล็กไหล ... ที่วัดพุทไธสวรรค์..ของหลวงพ่อหวลครับ
ถือว่า้เล่าสู่กันฟังครับ
        อนุโมทนา  ......สาธุ :D ;D ;)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 05:01:45 PM โดย rut »

ออฟไลน์ mr.surin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 714
  • จิตพิสัย 117
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 05:17:45 PM »
พระเหล็กไหลของหลวงพ่อหวล เป็นประเภท "เหล็กไหลตัดสด" ครับ
ท่านทำพิธีอัญเชิญเหล็กไหลจากในถ้ำ
เเล้วนำมาทำพิธีสร้างเป็นองค์พระ มีตั้งเเต่ขนาดเล็กๆ ไปจนถึงขนาดพระบูชา
เเละใหญ่มากๆขนาด "พระประธาน" เลยครับ (ตามรูปที่คุณrut เเนบมา)

เเล้วจะมาเล่า กรรมวิธีอัญเชิญเหล็กไหลของหลวงพ่อหวล
ผมเคยโพสท์ไว้ในเว็บเเห่งหนึ่ง (เดี๋ยวผมไปหาดูก่อนนะครับ)  :D
ขอให้โลกนี้จงมีเเต่...ความดีงาม
ขอให้สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลาย...จงหมดไป
ด้วยอานุภาพของ
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

ออฟไลน์ mr.surin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 714
  • จิตพิสัย 117
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 07:30:48 PM »

พิธีกรรมอัญเชิญพญาเหล็ก
ของ
หลวงพ่อหวล ภูริภทฺโท
วัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา

ก่อนอื่นหลวงพ่อหวลจะเพ่งกระเเสจิตของท่าน สำรวจดูว่าในถ้ำเเห่งใดมีพญาเหล็กสถิตย์อยู่
เมื่อรู้เห็นในญาณทัศนะชัดเจนเเล้ว ท่านก็จะพาลูกศิษย์ของท่านเดินทางไปสำรวจให้เห็นกับตาอีกครั้ง
จากนั้นก็กำหนดฤกษ์ยาม วันเวลาที่จะทำพิธี

ท่านว่า ถ้ำที่จะมีพญาเหล็กสถิตย์อยู่นั้น ต้องเป็นถ้ำที่สะอาด ไม่มีค้างคาวมาอาศัย
โดยมากจะเป็นถ้ำหินอ่อนที่มีความเย็นสูง หรือ ถึงกับเย็นยะเยือกเมื่อเดินเข้าไปสู่ภายใน เเละเป็นถ้ำที่เเห้งสะอาด

นอกจากเครื่องบวงสรวงในการทำพิธีเเล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับพิธีนี้คือ น้ำผึ้งเเท้บริสุทธิ์ ซึ่งจะต้องจัดเตรียมไปจำนวนมาก
อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดเสียไม่ได้เช่นกันคือ ขี้ผึ้งบริสุทธิ์ ซึ่งจะต้องจัดเตรียมไปจำนวนมากเช่นกัน

การทำพิธีบวงสรวง ก็เพื่อบอกกล่าวต่อเจ้าถ้ำ เจ้าที่เจ้าทาง เทพเทวาอารักษ์ทั้งหลาย
ถึงจุดประสงค์ของการมาทำพิธีว่า จะอัญเชิญพญาเหล็กไปเพื่อประโยชน์เเก่พระพุทธศาสนาประการใดบ้าง

เมื่อทำพิธีบวงสรวงเสร็จเเล้ว หลวงพ่อหวลท่านจะกำหนดจิตอธิษฐานตามวิชาที่ท่านได้ร่ำเรียนมา
จากนั้นก็เอาขี้ผึ้งบริสุทธิ์ที่เตรียมมา ป้ายชโลมไปตรงรอยเเตกของผนังถ้ำ
พร้อมกับบริกรรมคาถากำกับไว้ตลอดเวลาจนเสร็จพิธี

หลังจากนั้นหลวงพ่อท่านได้ยืนกำหนดจิตด้วยอาการสงบ
สักพักหนึ่งบรรดาศิษย์ที่มาร่วมพิธีต่างได้พบกับเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ยิ่ง กล่าวคือ
ตรงรอยเเตกของผนังถ้ำนั้นปรากฎมีวัตถุอย่างหนึ่ง ไหลออกมากินน้ำผึ้งที่หลวงพ่อท่านได้ป้ายไว้

หลวงพ่อหวลจึงนำด้ายสายสิญจน์ ที่ชโลมไว้ด้วยน้ำผึ้งจนเปียกชุ่ม กดปลายด้านหนึ่งลงไปในช่องรอยเเตกนั้น
เเล้วโยงสายสิญจน์ที่เหลืออีกด้านหนึ่งลงไปยังบาตรน้ำมนต์ขนาดใหญ่ ที่บรรจุน้ำผึ้งเเท้บริสุทธิ์จำนวนมาก
โดยภายนอกบาตรจะถูกหุ้มไว้ด้วยขี้ผึ้ง เเละมีผ้าขาวลงอักขระยันต์ปิดปากบาตรไว้
มีเพียงรูเล็กๆที่จะเอาด้ายสายสิญจน์แหย่ลงไปได้เท่านั้น

ท่านบอกว่า บาตรน้ำมนต์ที่ต้องหุ้มไว้ด้วยขี้ผึ้งเเละบรรจุน้ำผึ้งไว้ในบาตร ก็เพื่อล่อให้พญาเหล็ก (เหล็กไหล) ลงมากิน
ส่วนผ้ายันต์สีขาวนั้น ก็เป็นยันต์กำกับป้องกันไม่ให้พญาเหล็กที่ลงมากินน้ำผึ้งในบาตร หนีกลับเข้าไปในผนังถ้ำได้อีก


พอโยงสายสิญจน์ลงสู่บาตรที่มียันต์กำกับไว้เรียบร้อยเเล้ว
ท่านก็จุดเทียนซึ่งทำเป็นพิเศษจากขี้ผึ้งเเท้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ลนเปลวเทียนไปที่ผนังถ้ำซึ่งเหล็กไหลโผล่ออกมาให้เห็น
พร้อมบริกรรมคาถากำกับไว้ตลอดเวลา ทำให้เหล็กไหลได้ไหลย้อยลงมาตามสายสิญจน์เพื่อกินน้ำผึ้งในบาตร
โดยเหล็กไหลที่ไหลลงมานั้นจะมีอยู่ ๓ สี คือ สีเมฆพัด(สีน้ำเงินอมเขียว) สีเงินยวง สีท้องปลาไหล
เเต่จะเป็นสีใดนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของเหล็กไหลที่มีอยู่ในถ้ำเเห่งนั้น

การทำพิธีอัญเชิญพญาเหล็ก (เหล็กไหล) ของหลวงพ่อหวล ท่านจะมุ่งเน้นที่เหล็กไหลสีเมฆพัด (สีน้ำเงินอมเขียว) เเละสีเงินยวง
เพราะสองลักษณะนี้ สามารถที่จะนำมามอบให้กับผู้มาร่วมทำบุญกับท่านได้
ส่วนสีท้องปลาไหล ท่านไม่นิยมมอบให้ลูกศิษย์
ท่านว่า เหล็กไหลลักษณะนี้มีอาถรรพณ์ร้อนเเรง ผู้ที่ครอบครองจะมีความฮึกเหิม
ซึ่งอาจเป็นเหตุให้สร้างความเดือดร้อนเเก่ตนเองเเละผู้อื่นได้

หลังจากที่เหล็กไหลได้ไหลลงในบาตรจนหมดเเล้ว (ในสภาพที่เป็นของเหลว)
หลวงพ่อก็นำไปประกอบพิธีต่อไป คือ การทำให้เหล็กไหลที่เหลวนั้นเเข็งตัว
โดยการนำบาตรไปตั้งบนเตาไฟ เเล้วเอาหุ่นขี้ผึ้งเเท้บริสุทธิ์รูปทรงต่างๆ ที่ต้องการให้เหล็กไหลก่อตัวเป็นรูปทรงนั้นๆ เช่น
รูปทรงพระกริ่ง รูปทรงพระสมเด็จ ฯลฯ โดยหุ่นขี้ผึ้งนี้จะมีจะมีสายชนวนอยู่ด้านบนเเบบเดียวกับเทียนไข
สำหรับไว้จุดไฟในขณะทำพิธีหล่อหลอมเหล็กไหลให้เป็นรูปทรงตามต้องการ

เมื่อหลวงพ่อจุดไฟตรงด้ายชนวนเเล้ว ท่านก็บริกรรมคาถากำกับไปเรื่อยๆในขณะที่หุ่นขี้ผึ้งเริ่มละลายไปทีละเล็กละน้อย
เมื่อหุ่นขี้ผึ้งละลายไปจนใกล้จะหมด เหล็กไหลที่มีสภาพเหลวที่อยู่ในบาตร ก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปทรงเหมือนหุ่นขี้ผึ้งต้นเเบบอย่างน่าอัศจรรย์
โดยเหล็กไหลที่เเข็งตัวเป็นรูปทรงตามหุ่นขี้ผึ้งต้นเเบบนั้น (รูปทรงพระกริ่ง รูปทรงพระสมเด็จ ฯลฯ) จะมีขนาดเล็กกว่าหุ่นต้นเเบบ
มีลักษณะสีสันวรรณะเเปลกประหลาด สีเเวววาวเหลือบมัน

เมื่อเหล็กไหลก่อตัวเสร็จสมบูรณ์เเล้ว หลวงพ่อก็จะนำมาทำพิธีสวดญัตติ
ซึ่งเป็นพิธีกรรมในการป้องกันไม่ให้เหล็กไหลเเปรเปลี่ยนสภาพไปอยู่ในสภาพเดิม หรือ หนีกลับคืนไปยังถ้ำที่นำมาเเต่เดิม
หลังจากนั้นท่านจะทำพิธีปลุกเสกอธิษฐานจิตอีกชั้นหนึ่ง
จากนั้นจึงนำมามอบให้กับลูกศิษย์ผู้มาร่วมทำบุญอุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนาต่อไป



*** ข้อมูลจาก นิตสารโลกลี้ลับ ฉบับที่ ๑๕๐
เดือนมิถุนายน ๒๕๔๐
ขอให้โลกนี้จงมีเเต่...ความดีงาม
ขอให้สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลาย...จงหมดไป
ด้วยอานุภาพของ
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

ออฟไลน์ rut

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 181
  • จิตพิสัย 31
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 08:21:33 AM »
ขอบคุณครับ  ;D ;D ;D
แตกต่างจากวัดเราไหมครับ ใครได้เห็นพิธีที่วัดของเราบ้าง
โปรดเล่าเป็นวิทยาทานครับ
เช่นพิธีอัญเชิญพระประจำตัว "พระชัยวรมัญสีเมฆพัศปรางมารวิชัย"
ในยุคแรกๆ เคยได็เห็นรูปองค์พระ และก็ไม่เคยเห็นอีกเลยแม้ในเน็ต :D :D :D
          ขออนุโทนาครับ..............สาธุ

ออฟไลน์ mr.surin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 714
  • จิตพิสัย 117
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 10:51:56 PM »
การอัญเชิญพญาเหล็กของทางวัดหลวงพ่อสด ทราบมาว่า
เป็นการทำพิธีภายในวัด (ไม่ต้องไปทำพิธีภายในถ้ำ) โดยอัญเชิญให้พญาเหล็ก...มาปรากฏขึ้นภายในบาตร
ส่วนรายละเอียด คงต้องขอให้ คุณต้นไม้เมตตา มาเล่าให้ฟังครับ

สำหรับพระกริ่งชัยวรมัน เป็น "พระประจำตัว" ของเเต่ละบุคคลโดยเฉพาะ
ก็เลยไม่ค่อยมีใครนำรูปมาโชว์ให้ดูกระมังครับ  :D
ขอให้โลกนี้จงมีเเต่...ความดีงาม
ขอให้สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลาย...จงหมดไป
ด้วยอานุภาพของ
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

ออฟไลน์ nut33

Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2011, 09:04:51 PM »
 :D อนุโมทนา สาธุครับ
❤-ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน-❤
✿*゚¨゚✎

เว็บไซด์เพื่อเผยแพ่ร www.dhammakaya.biz
❤(mp3)หลวงป๋า http://dhammakaya.4shared.com/
❤(media)วัดหลวงพ่อสด www.mediafire.com/dhammakaya
❤(media)วัดหลวงพ่อสด www.youtube.com/user/sopanut33

ออฟไลน์ mr.surin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 714
  • จิตพิสัย 117
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 04, 2011, 09:35:55 PM »

พระศิริชัยมงคล
(สำเร็จด้วยพญาเหล็กสีเมฆพัด ขนาดหน้าตัก ๕ นิ้ว)

ประดิษฐานใน อุโบสถวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
ขอให้โลกนี้จงมีเเต่...ความดีงาม
ขอให้สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลาย...จงหมดไป
ด้วยอานุภาพของ
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

ออฟไลน์ mr.surin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 714
  • จิตพิสัย 117
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 04, 2011, 09:40:10 PM »

พระภัทรชัยมงคล
(สำเร็จด้วยพญาเหล็กสีเงินยวง)
ขอให้โลกนี้จงมีเเต่...ความดีงาม
ขอให้สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลาย...จงหมดไป
ด้วยอานุภาพของ
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

ออฟไลน์ mr.surin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 714
  • จิตพิสัย 117
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มีนาคม 04, 2011, 09:41:56 PM »

พระอิทธิชัยมงคล
(สำเร็จด้วยพญาเหล็กสีเมฆพัด)
ขอให้โลกนี้จงมีเเต่...ความดีงาม
ขอให้สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลาย...จงหมดไป
ด้วยอานุภาพของ
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

ออฟไลน์ ptt09

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 161
  • จิตพิสัย 9
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2011, 08:08:28 PM »
พญาเหล็กสีเมฆพัดและสีเงินยวงมีอานุภาพต่างกันไหมครับ ต้องผ่านวิชชาก่อนหรือเปล่าครับ

ออฟไลน์ ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1044
  • จิตพิสัย 108
  • เพศ: ชาย
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
Re: อานุภาพของพญาเหล็ก (เหล็กไหล)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 08:44:10 PM »
สำหรับข้มูลที่ท่าน mr.surin นำมาเป็นที่มาของเหล็กไหลในเวอร์ชั่นแรกๆครับ ละเจ้าคุณหลวงป๋าก็ได้น้อมนำเข้ามาสู่หลกธรรมเสมอ มิใช่ให้หลงไหลไปเรื่อยเปื่อย

เคยเห็นหลายๆที่แอบนำข้อมูลนี้ไปใช้ด้วยกันอย่างแพร่หลาย แต่นั่นแหละครับ เขาก็รู้กันแค่นั้นเอง

.....................

เพราะในเวลาต่อมา ก็มีความรู้มากมายนัก เพียงแต่ทางวัดไม่ค่อยได้เผยแผ่ออกไปเป็นลายลักษ์อักษรและเสียง เพียงแต่ทราบกันในหมู่คนใกล้ชิดวัดเท่านั้น

.....................

ภาพการอัญเชิญเหล็กไหลของหลวงพ่อหวลเป็นเพียงระดับพื้นฐานเท่านั้น ลูกศิษย์ใกล้ชิดวัดหลวงพ่อสดทำกันได้หลายคนจนเลิกทำกันไปแล้ว เพราะธรรมดาเกินไป

การอัญเชิญกายสิทธิ์ในระดับสูง แทบไม่ต้องทำอะไรมากมายเลย จะเรียกจากอากาศ พระจันทร์ พระอาทิตย์ อุตรโลก พรหมโลก ใกล้ๆนิพพาน เพียงแค่พรมน้ำมนต์กายสิทธิ์บางชนิดก็ลงแล้ว แค่ตั้งจิตอัญเชิญในพิธีเทวดาก็นำมาให้ถึงที่เลยทีเดียว เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วครับ

.....................


คุณกายสิทธิ์เคยเล่าเรื่องนี้ไว้ในกระทู้เก่าๆแล้วนะครับลองไปหาอ่านเอา ส่วนท่านใดขยันโพสต์จะมาเผยแผ่บ้างก็ได้นะครับ

แต่ขอให้ระวังๆหน่อย เพราะทางครูบาอาจารย์ไม่ให้เผยแผ่ข้อมูลมากครับ เพราะเราเป็นสำนักปฏิบัติธรรม

และการอัญเชิญเหล็กไหลนี้ เป็นวิชชาสายกายสิทธิ์ภาคขาว สืบทอดมาจากพรหมพระโพธิสัตว์ตั้งแต่สมัยพระเวสสันดร ไม่ใช่สายวิทยาธรนะครับ เป็นการเล่นกายสิทธิ์ในระดับปาฏิหาริย์ ซึ่งหลวงปู่สดและเจ้าคุณวีระท่านก็เล่นกายสิทธิ์มาอย่างพิสดารมาเช่นกัน สำหรับครูบาอาจารย์ผู้มีภูมิธรรมภูมิบารมีมาแต่เดิมครับ