Author Topic: พุทธมหายานบางนิกายมีบางอย่างจากศาสนาโซโรอัสเตอร์ จริงเหรอ  (Read 26010 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline laichazeng

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 345
  • จิตพิสัย 23
ตอบคุณTroyทรอย
ขอบคุณที่อ่านกระทู้นะครับและถ้าคุณTroyอ่านกระทู้และข้อมูลแล้วได้ข้อคิดอะไรเกี่ยวกับศาสนาและปรัชญาก็ช่วยบอกให้คนในเวปวัดเราได้ทราบด้วยนะครับเพราะปรัชญาและศาสนาเป็นเรื่องที่แลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นได้เรื่อยเรื่อยครับ ข้อมูลเกี่ยวกับโซโรอัสเตอร์และพวกข่านผมก็หาจากเวปอื่นทั่วทั่วไปครับเวปอื่นมีข้อมูลหลายปีน่าสนใจอ่านมากมายครับ ขอบคุณก่อนนะครับTroy
« Last Edit: December 06, 2016, 12:29:33 AM by laichazeng »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 541
  • จิตพิสัย 23
เอามาให้อ่านกันนะครับ เกี่ยวกับตำนานโซโรอัสเตอร์และตำนานพระพรหมสร้างโลกนะครับ

ตำนานเก่าแก่ของชาวเปอร์เซียก็เขียนไว้ว่า ศาสดาพยากรณ์นามว่า \" โซโรอัสเตอร์ \" แห่งเปอร์เซีย เมื่อครั้งยังเป็นทารกอยุ่นั้น ถุกกษัตริย์นิมรัดแห่งกรุงบาบิโลเนียจับโยนใส่กองไฟ แต่น่าอัศจรรย์ที่กองไฟดับมอดลงและเถ้าถ่านก็กลายเป็นดอกกุหลาบแทน ทารกน้อยจึงนอนหลับสบายท่ามกลางกลิ่นหอมจรุงใจของดอกกุหลาบนานาพันธุ์ ซึ่งชาวเปอร์เซียโบราณได้วาดภาพให้ดอกกุหลาบที่รองรับทารกร้อยเป็นเหมือนพรมอันอ่อนนุ่ม ด้วยเหตุดังกล่าว พรมของเปอร์เซียจึงมักมีรูปดอกกุหลาบปักเป็นลวดลายอยู่ด้วย
           
ชาวเปอร์เซียอีกนั่นแหละได้ให้ข้อคิดว่า ถ้านำเอาเครื่องเทศสมุนไพรหายากนานาชนิดมาวางปะปนกับดอกกุหลาบ แล้วให้นกไนติงเกลบินเข้าหา มันจะบินเข้าหาดอกกุหลาบเท่านั้น นกไนติงเกลจึงมีปรากฏปักบนพรมเปอร์เซียด้วย
           
ทางด้านศาสนาฮินดูมีตำนานเกี่ยว ดอกกุหลาบว่า เมื่อครั้งพระพรหมทรงสร้างโลก พระองค์มีพระประสงค์จะมอบสิ่งที่สวยงามประเสริฐสุดแก่แม่ลักษมี ปรากฏว่าในสิ่งสวยงามประเสริฐนั้น พระพรหมทรงเลือกดอกกุหลาบมอบให้แด่พระมเหสีของพระองค์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าดอกกุหลาบเป็นของสูง

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 541
  • จิตพิสัย 23
ผมขอนำเอาเรื่องประวัติจีนที่ทำลายพุทธในจีนมาให้อ่านกันนะครับ อ้างจากhttps://pantip.com/topic/36626915 มีสาระย่อย่อตามหัวข้อกระทู้ดังนี้คือ
จากประวัติศาสตร์จีน ได้มีการพยายามทำลายล้างพระพุทธศาสนาหลายครั้งหลายครา  ในบางครั้งแค่สร้างกระแส  ในบางครั้งทำให้การบวชเป็นไปได้ยาก 

จักรรพรรดิ ไท่อู่ตี้ (ราชวงศ์เหนือใต้)

ครองราชย์มาระยะหนึ่ง ด้วยว่าได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาที่เป็นลัทธิเต๋า ว่าเศรษฐกิจตกต่ำในตอนนี้  เพราะมีคนบวชเป็นจำนวนมาก  จึงไม่มีแรงงาน และทหาร และอ้างว่าพระดื่มสุรา ทำตัวไม่เหมาะสม  ทำให้มีกฏหมายทำลายวัดพุทธและจับสึกพระ  โดยใครไม่ลาสิกขา ก็จะประหาร  ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 989 (ค.ศ. 446 ) พระจึงหนีเข้าป่า  ในอาณาจักรจึงไม่มีพระเหลืออยู่เลยการปฏิบัติการการทำลายสงฆ์ 
ดำเนินไปไม่ถึง 7 ปี ในปี พ.ศ. 995 (ค.ศ. 452) จักรพรรดิไท่อู่ตี้ก็ถูกฆาตรกรรม

จักรพรรดิ อู่ซ่วนตี้  ( เป่ยโจว ในราชวงศ์เหนือใต้ )

จักรพรรดิมีความศรัทธาในลัทธิขงจื้ออย่างคลั่งไคล้ เงินในท้องพระคลังก็เหลือน้อย  ในปี พ.ศ. 1117 (ค.ศ. 574) ได้รับคำแนะนำให้ทำลายวัด ทำลายพระพุทธรูป เพื่อหลอมละลายนำทองคำและทองแดงที่ได้มาทำเหรียญกษาปณ์  ได้จับสึกพระ 3.000.000 รูป ยึดวัด 40.000 วัด  แม้พระจำนวน 500 มาชุมนุมหน้าราชวังอย่างสงบ ก็ไม่มีผล  จักรพรรดิ ครองราชย์ ไม่ถึง 7 ปี ก็สวรรคต

จักรพรรดิอู่จง (ราชวงศ์ถัง)

จักรพรรดิหลงไหลในหยางกุ้ยเฟยมาก และเลื่อมใสลัทธิเต๋า  ซึ่งในตอนนี้ประชากรจีนมีราว 16 ล้านคน  ได้รับคำแนะนำว่าลัทธิเต๋าเป็นศาสนาประจำชาติ ควรจะทำลายศาสนาอื่นให้หมดสิ้น  วัดพุทธ 46.000 วัด พระ 260,000 รูป ถูกทำลายและจับสึก คัมภีร์ถูกเผาทิ้ง พระพุทธรูปถูกหลอม  มาเป็นเงินอีแปะ ทรัพย์สินของวัดถูกริบเข้าคลัง  จักรพรรดิองค์นี้มีอายุเพียง 32 พรรษา ครองราชย์ ได้แค่ 6 ปี ก็สิ้นพระชนม์ พ.ศ. 1383-1389 (ค.ศ. 840-846)

จักรพรรดิโจวซื่อจง (ยุค 5 ราชวงศ์)

จักรพรรดิมีความนับถือในลัทธิเต๋ามาก  ได้ถูกยุยงอีกเช่นกันให้ทำลายพระพุทธศาสนา  มีนโยบายว่าห้ามสร้างวัดโดยพลกาล  ทองแดงและทองสำริดต้องเวนคืนกลับเข้าท้องพระคลัง  ใครครอบครองมี
โทษหนัก  พระพุทธรูปจึงถูกยึดไปหมด  เพื่อนำไปทำเหรียญ  ปรากฏว่าที่เมืองเฉินโจว มีพระพุทธรูป
ที่ชื่อต้าเป่ย ซึ่งแข็งแรง และเพราะความศักดิ์สิทธ์ ไม่มีใครกล้าทำลาย พระองค์ไปด้วยตนเองเอาขวานทุมที่พระพักตร์และหน้าอกขององค์พระ  ประชาชนตกใจมาก ไม่นานจักรพรรดิสวรรคตด้วยโรคมะเร็งที่หน้าอก  ทำให้ครองราชย์ได้เพียงแค่ 5 ปี ในระหว่างปี พ.ศ.1497-1502 954-959

เรามาร่วมกันเชิดชูและบำรุงพระพุทธศาสนากันเถอะ!!!

Cr. นักวิชาการอิสระ...พระพุทธศาสนาในประเทศจีน

ขอบคุณข้อมูลจาก
หนังสือพระพุทธศาสนาในจีน ของพระมหาดาวสยาม  วชิรปัญโญ
และ https://zh.wikipedia.org/wiki/三武灭佛
---------------------------------------------
ส่วนตัวผมคิดว่าคนจีนสมัยโบราณตั้งแต่ล่างสุดจนถึงบนสุดต่างก็ยังมีความเชื่อสับสนในพุทธศาสนามากแม้ในยุคปัจจุบันคนจีนทุกฐานะก็ยังไม่ได้เข้าใจพุทธศาสนาและหายสับสนในความเชื่อต่างต่างเลย ดังนั้นการทำลายพุทธศาสนาในจีนแบบไร้ขีดจำกัดมันมีโอกาสเกิดได้เรื่อยเรื่อยเมื่อฝ่ายความเชื่อสับสนได้มีอำนาจปกครองจีน ซึ่งมันเป็นธรรมดาตามโลกที่ยังมีกิเลสกันนั่นแหละครับและพระมหายานจีนก็วางระบบให้ดีกว่าระบบพระสันตปาปาแห่งกรุงโรมไม่ได้มันก็ยิ่งสับสนในการรักษาพุทธในจีน เอาง่ายง่าย แม้แต่บูเช็คเทียนยอดหญิงราชวงศ์ถังและผู้สถาปนาราชวงศ์โจวสั้นสั้นในช่วงราชวงศ์ถังได้สำเร็จและไป๋จีอวี่มหากวีแห่งราชวงศ์ถังยังเข้าใจพุทธศาสนาไม่ค่อยจะตรงกันเลยนะครับและบูเชคเทียนตอนแก่ยิ่งห่างไกลจากพุทธมากขึ้นไปอีกตามกิเลสของบูเชคเทียนเอง

สำหรับไทยเรา เรามีพระที่เก่งทั้งปริยัติ และพระที่เก่งปฏิบัติธรรมทั้งสมถะวิปัสสนาจริง ช่วยกันรักษาพระไตรปิฏกเถรวาทให้เข้มแข็งได้สืบต่อกันมา และคนไทยเคารพในเรื่องกฏแห่งกรรมข้ามภพข้ามชาติอย่างดีและเชื่อเรื่องทศชาติชาดกของพระพุทธเจ้าอย่างมั่นใจอันเป็นส่วนหนึ่งในสัมมาทิฏฐิ ก็เลยทำให้คนไทยสามารถรักษาพุทธได้ดีกว่าจีนและคนไทยโบราณน่าจะสับสนในเรื่องพุทธศาสนาน้อยกว่าจีนโบราณด้วย

ผมคิดส่วนตัวว่านิพพานเป็นอัตตาแท้หรือธรรมกายที่บรรลุอรหัตตผลแล้วแน่นอนตามวิชชาธรรมกายของพระพุทธเจ้าที่หลวงพ่อสดประกาศธรรมอย่างเข้มแข็งซึ่งนี่ทำให้เข้าใจพระไตรปิฏกเถรวาทได้ลึกซึ้งกว่าพวกที่เชื่อว่านิพพานเป็นอนัตตา และตอนนี้วิชชาธรรมกายก็อธิบายเรื่องพระไตรปิฏกเถรวาทได้ดีกว่าเสมอมาและ ผมก็ยังไม่เห็นใครอธิบายพระไตรปิฏกได้ดีกว่าวิชชาธรรมกายเลยด้วยนะครับ เท่าที่อ่านมาจากหลายหลายแห่งหลายหลายปีที่ผ่านมา

ผมเชื่อส่วนตัวอีกว่าโลกยุคนี้พระสงฆ์และเณรจับต้องเงินได้อย่างโปร่งใสย่อมจะนำมาซึ่งพระบริหารและตรวจสอบงานของพระในโลกปัจจุบันและอนาคตได้อย่างโปร่งใสและตรงทางดียิ่งขึ้นแน่นอนเพื่อสังคมพุทธศาสนาภายใต้สัมมาทิฏฐิเป็นตัวนำ  ดังนั้นผมคิดว่าชาวพุทธต้องสนับสนุนพระให้มากกว่าสำนักพุทธฯและยังไงพระเก่งสมถะวิปัสสนาจริงย่อมมีความดีต่อโลกอนาคตมากกว่านักกฏหมายทางโลกที่เคร่งครัด  ถ้าสำนักพุทธฯกลัวเรื่องพระถือเงินตรงตรง ชาวพุทธที่คิดดีต่ออนาคตของพระก็ต้องไม่กลัวเรื่องส่งเสริมพระที่มีสัมมาทิฏฐิถือเงินตรงตรง นี่แหละชาวพุทธที่จะนำพาชาวพุทธข้ามแม่น้ำทุกสายได้อย่างสบายใจ ผมคิดส่วนตัวแบบนี้นะครับเพราะช่วงนี้มีข่าวพระสงฆ์ออกมาบ่อยบ่อยนะครับ