Author Topic: นักวิทย์ตื่น!ดาวเพชรเม็ดใหญ่ในกาแล็กซี ไกล4พันปีแสง-เท่าโลก5ดวง  (Read 6071 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline Apita

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 121
  • จิตพิสัย 9
วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7580 ข่าวสดรายวัน


นักวิทย์ตื่น!ดาวเพชรเม็ดใหญ่ในกาแล็กซี ไกล4พันปีแสง-เท่าโลก5ดวง





อวกาศช่างเป็นสถานที่ที่น่าตื่นเต้น เพราะทุกสิ่งอย่างช่างดูมโหฬารตระการตาเมื่อเทียบกับมนุษย์ตัวเล็กๆ ไม่เว้นแม้แต่สสารที่แข็งที่สุดในโลกอย่าง "เพชร" อัญมณีแห่งรักชั่วนิรันดร์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบเป็นดวงโต ลอยตุ๊บป่องอยู่ในกลุ่มดาวงู ของกาแล็กซีทางช้างเผือก

คณะนักดาราศาสตร์นานาชาติ อาทิ ออสเตรเลีย เยอรมนี อิตาลี อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสวินเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ประกาศการค้นพบดาวที่ประกอบขึ้นจากเพชรแทบทั้งดวง มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ราว 60,000 กิโลเมตร หรือราวๆ 5 เท่า ของดาวเคราะห์โลก โดยองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ออกซิเจนกับคาร์บอน แต่มีความหนาแน่นสูงจนทำให้อยู่ในรูปของผลึกเพชร โคจรรอบดาวขนาดเล็ก ชื่อ "พัลซา" รหัส พีเอสอาร์ เจ 1719-1438 ในระบบโคจรดาวแฝด กลางกลุ่มดาวงู อันเป็นสมาชิกอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือก ห่างโลกไปราว 4,000 ปีแสง

โดยคณะผู้วิจัยใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุ "พาร์ก" ขององค์การการวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือ จักรภพ หรือซีเอสไออาร์โอ พบว่า ดาวพัลซา มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 20 กิโลเมตร หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วกว่า 10,000 รอบต่อนาที แต่มีความหนาแน่นมากกว่าดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะที่มีโลกเป็นสมาชิก 1.4 เท่า ซึ่งนักวิจัยพบว่า คลื่นวิทยุที่พัลซาปล่อยออกมานั้นถูกรบกวนอย่างคงที่และมีรูปแบบ นำมาซึ่งการค้นพบดาวเพชร ซึ่งโคจรรอบพัลซา ใช้เวลาราว 130 นาทีต่อรอบ อยู่ห่างพัลซาไปราว 600,000 กิโลเมตร

ศาสตราจารย์แมตธิว เบลส์ ผู้นำคณะวิจัย คาดว่า ดาวเพชรนั้นเป็นเพียงเศษซากของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ในอดีตที่ยังเหลืออยู่ โดยส่วนที่หายไปนั้นกำลังถูกดึงไปประกอบขึ้นเป็นดาวใหม่ คือ พัลซา ส่งผลให้ดาวยักษ์ซึ่งตอนนี้กลายเป็นดาวเพชรสูญเสียความหนาแน่นไปกว่าร้อยละ 99.9

ดร.เบญจามิน สแต็ปเปอร์ส จากมหาวิทยาลัยแมนเชส เตอร์ ระบุว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ของหาง่าย แม้บนฟ้าจะมีดาวสุกสกาวดั่งเพชรอยู่มากเท่าใด การที่จะเกิดดาวเพชรแบบนี้ขึ้นมาได้ต้องอาศัยปัจจัยพิเศษหลายอย่าง

"มันเป็นข้อยกเว้นเสียมากกว่ากฎที่ตายตัว" ดร.สแต็ปเปอร์ส กล่าว




มหาวิทยลัย Harvard-Smithsonian Center Astrophysics ได้นำเสนอในรายประจำปี ว่าค้นพบดวงดาวที่มีมวลเป็น ผลึกคาร์บอน โดยดาวดวงนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ BPM 37093 และหลังจากการเปิดเผยข้อมูลนี้ทำให้ดาวดวงนี้ถูกเรียกใหม่ให้ง่ายว่า " Lucy " ตามเนื้อเพลงของ The Beatles ในท่อนว่า " Lucy in the Sky with Diamonds " ดาวดวงนี้มีระยะทางจากโลก 50 ปีแสง มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเพชรประมาณ 2500 ไมค์ มีน้ำหนัก 10,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000 กะรัต ( หนึ่งแล้วมีศูนย์ตาม 34 ตัว ) โดยแท้จริงแล้ว เพชรเม็ดนี้ก็คือแกนของดาวแคระขาว ( White dwarf ) หรือแกนของดาวที่เหลือจากการใช้พลังงานนิวเคลียร์ จนหมดหรือก็คือดาวที่ตายแล้ว ทำให้เกือบทั้งดาวเป็นคาร์บอน และมีพื้นผิวบางๆเป็นไฮโดรเจน ( Hydrogen ) และ ฮีเลียม ( Helium )
เช่นกันและหลังจากนี้ 5,000,000,000 (ห้าพันล้าน) ปี ดวงอาทิตย์ก็จะดับ และกลายเป็นดาวแคระขาว ( White dwarf ) และหลังดวงอาทิตย์ดับไปแล้ว 2,000,000,000 (สองพันล้าน) ปี แกนของดวงอาทิตย์ก็จะกลายเป็นผลึกคาร์บอน เหลือไว้เพียงโคตรเพชรกลางระบบสุริยะของเรา