Author Topic: นักวิทย์กีวีปล่อยเพนกวินคืนทะเลวันนี้4กย2554ขอให้ชาวธรรมกายทุกสายช่วยกันอวยพร  (Read 5465 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline laichazeng

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 345
  • จิตพิสัย 23
 แฮปปี้ ฟีต เพนกวินจักรพรรดิ์จากขั้วโลกใต้ที่พลัดหลง และถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นชายหาดนิวซีแลนด์เมื่อ 2 เดือนก่อน ความสูงราว 1 เมตร ได้ถูกปล่อยลงสู่ทะเลแล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้ โดยจุดที่เรือวิจัยของทางการนิวซีแลนด์ปล่อยนกเพนกวินลงสู่ทะเล อยู่ห่างจากทางตอนเหนือของเกาะแคมป์เบลล์ในมหาสมุทรใต้ราว 80 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่บอกว่า ในช่วงแรกที่ได้รับอิสรภาพ เจ้าแฮปปี้ ฟีตมีท่าทีลังเลที่จะลงไปในทะเล และก่อนที่มันจะดำน้ำจากไปเจ้าแฮปปี้ ฟีตได้หันมามองผู้คนบนเรือเป็นครั้งสุดท้าย
        เจ้าแฮปปี้ ฟีต ได้กลายเป็นขวัญใจของชาวนิวซีแลนด์และผู้คนทั่วโลกจำนวนมาก ในช่วงที่พักรักษาตัวในสวนสัตว์กรุงเวลลิงตัน หลังจากที่ถูกคลื่นซัดไปเกยชายหาดของนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ในสภาพที่ป่วยหนัก เนื่องจากมันกลืนเศษกิ่งไม้และก้อนกรวดลงท้องเป็นจำนวนมาก ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหิมะ จนสัตวแพทย์ต้องช่วยชีวิตมันด้วยการผ่าตัดอยู่หลายรอบ


-----------------------
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เพนกวินจักรพรรดิตัวหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นบริเวณชายฝั่งประเทศนิวซีแลนด์ สร้างความฮือฮากับชาวเมืองเป็นอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญคาดอาจว่ายน้ำหลงทางมาจากขั้วโลกใต้

โดยเพนกวินตัวดังกล่าว เป็นเพนกวินหนุ่มอายุประมาณ 10 เดือน สูง 80 เซนติเมตร ได้ปรากฏตัวขึ้นในชายฝั่งนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็นและผู้เชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเพนกวินตัวนี้ เป็นเพนกวินจักรพรรดิ ที่พบได้ในแถบขั้วโลกใต้เท่านั้น และมันไม่ชอบอยู่ใกล้ถิ่นที่อยู่ของมนุษย์เลย ดังนั้น เมื่อมันปรากฎตัวในชายฝั่งนิวซีแลนด์ ที่มีภูมิประเทศและภูมิอากาศแตกต่างจากแถบขั้วโลกอย่างสิ้นเชิง จึงกลายเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก แถมมันยังมีสุขภาพแข็งแรงดีอย่างน่าฉงน แม้จะว่ายน้ำออกมาจากขั้วโลกใต้ไกลกว่า 3,200 กิโลเมตรก็ตาม

อย่างไรก็ดี การปรากฎตัวของเพนกวินพลัดถิ่นในนิวซีแลนด์ครั้งนี้ เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกในรอบ 44 ปี โดยขณะนี้ทางการนิวซีแลนด์ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เพื่อส่งเพนกวินตัวนี้กลับไปอยู่ในที่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม ทำได้เพียงแค่แนะนำประชาชนไม่ให้ก่อความวุ่นวาย และใช้เชือกจูงสัตว์เลี้ยงของตนไว้ให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้มันเข้าไปทำร้ายเพนกวินตัวนี้ ขณะที่นักอนุรักษ์ก็ได้แต่หวังว่าเจ้าเพนกวินตัวนี้จะกลับไปสู่ถิ่นที่อยู่ของมันโดยเร็ว เพราะแม้ว่าตอนนี้มันจะยังคงมีสุขภาพแข็งแรงดี แต่อีกไม่นานมันจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้เจ้าเพนกวินก็ร้อนและมีสภาพโดดเดี่ยวน่าสงสารมาก อีกทั้งยังหิวโหยจนต้องกินทรายเปียกบนชายหาดแทนหิมะ เพื่อประทังชีวิตเลยทีเดียว

 




 
« Last Edit: September 04, 2011, 11:37:58 PM by laichazeng »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 554
  • จิตพิสัย 25
ข้อมูลของเพนกวินจักรพรรดิหรือemperor penquin นะครับ
จากhttp://11mm.exteen.com/20070219/emperor-penguin-part-2
เพนกวินจักรพรรดิ หรือชื่อเต็มๆว่า Emperor Penguin (Aptenodytes forsteri) เป็นนกเพนกวินที่มีขนาดร่างกายใหญ่ที่สุด ในโลกของเพนกวินทั้งหลาย มันเป็นเพียงหนึ่งในสองสายพันธุ์ของเพนกวินที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ของทวีปแอนตาร์กติก อีกสายพันธุ์หนึ่งก็คือ Adelie Penguin ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าด้วยความสูงเพียง 2 ฟุตเท่านั้น ส่วนเพนกวินตระกูลอื่นๆ จะพบอยู่ตามแหล่งอาหารรอบๆ ชายฝั่งทวีปแอนตาร์กติก

สัญลักษณ์รูปเพนกวินสีเหลืองในแผนที่ทวีปแอนตาร์กติกด้านบนนั้น คือแหล่งหากินปกติของเพนกวินจักรพรรดิในช่วงฤดูร้อน โดยอาหารที่พวกมันโปรดปรานเป็นพิเศษคือสัตว์จำพวกปลา หมึก และกุ้งฝอย และเนื่องจากร่างกายของเพนกวินจักรพรรดิได้สร้างขนที่หนาแน่นรักษาอุณหภูมิร่างกายและเป็นมันลื่นกันน้ำได้ดี จึงช่วยให้พวกมันสามารถเคลื่อนไหวใต้น้ำได้อย่างคล่องแคล่ว

ศัตรูโดยธรรมชาติของเพนกวินจักรพรรดินั้นมีไม่กี่ชนิด เนื่องจากสภาพโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์ที่แยกพวกมันออกจากนักล่าอื่นๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดก็คือเวลาที่มันอยู่ใต้น้ำนั่นเอง โดยที่ศัตรูสำคัญของเพนกวินคือ แมวน้ำลายเสือดาว Leopard Seal ที่มีชื่อเรียกเช่นนี้เพราะมันมีลายจุดเหมือนเสือดาว
ภาพถิ่นที่อยู่ของเพนกวินจักรพรรดิ



Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1084
  • จิตพิสัย 108
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
เคยดูสารคดีเพนกวินจักรพรรดิ์ครับ

ทีแรกผมก็ไม่ได้สนใจ แต่พอเห็นว่าได้รางวัลออสก้า ก็เลยนำมาดู

แนะนำนะครับ ว่เป็นการเรียนรู้ชิวิตสรรพสัตว์อันน่ามหัศจรรย์มากจริงๆ

สัตว์เหล่านี้มีสัญญาที่น่าอัศจรรย์ สามารถกำหนดวันเวลาสถานที่นัดพบได้อย่างแม่นยำในแต่ละฤดูกาล ไม่ว่ามันจะอยู่ซอกมุมไหนของทวีป มันก็จะมารวมกันได้อย่างอัศจรรย์

และยังมีชีวิตของการ กกไข่ การหาอาหาร ในสภาวะอากาศที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ได้ น่าอัศจรรย์ใจไม่น้อย แสดงถึงความรักความสามัคคีของหมู่คณะเพนกวิ้นที่เราดูแล้วยังต้องอึ้ง

ดูแล้วก็ทำให้โลกนี้ดูสวยงามขึ้น ทั้งๆที่เป็นชีวิตของสัตว์เดรัจฉานแท้ๆแเลย

ลองไปหามาดูกันนะครับ สารคดีเรื่องเพนกวินจักรพรรดิ์ ที่ได้รางวัลออสก้า จำชื่อไม่ได้แล้ว
« Last Edit: September 20, 2011, 05:21:05 PM by ต้นไม้เมตตา »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 554
  • จิตพิสัย 25
ผมคิดว่าเรื่องหนังสารคดีคงจะผ่านมาหลายหลายปีแล้ว ความจำอาจลืมชื่อเรื่องไปแล้วก็ได้ครับ แต่ทุคติภูมิแบบนกเพนกวินจักรพรรดิ มันก็ต้องอยู่ในโลกแห่งความหนาวเย็นและแสงออโรร่า ไปจนกว่ามันจะตายไปเกิดใหม่ที่อื่นครับ แต่ขั้วโลกใต้ยังเป็นเขตปลอดนิวเคลียร์และน่าค้นหาสิ่งแปลกใหม่อยู่ต่อไปครับ
หวังว่าเพนกวินน้อยhappy feet จะว่ายน้ำไปเจอครอบครัวของมันที่ขั้วโลกใต้ได้ครับ ผ่านมาหลายวันแล้ว รูปขบวนนกเพนกวินเดินดูสวยยาวดีนะครับ
-------------------------------------------------------------------
« Last Edit: June 08, 2018, 11:51:38 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 554
  • จิตพิสัย 25
นักวิทย์เผย ‘เพนกวินตาสีเหลือง’ อาจสูญพันธุ์ในอีก 25 ปีข้างหน้า เพราะอะไร?อ้างข่าวจากhttps://www.spokedark.tv/posts/yellow-eyed-penguin/
เกิดเรื่องที่น่าเศร้าขึ้นอีกครั้งเมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเผยผลการวิจัยว่า เพนกวินตาสีเหลือง (Yellow-eyed Penguin) ซึ่งเป็นเพนกวินที่พบได้เฉพาะในประเทศนิวซีแลนด์เท่านั้น ปัจจุบันกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่งโดยนักวิทยาศาสตร์คาดว่าภายในปี 2060 หรืออีก 25 ปีข้างหน้า จะไม่หลงเหลือเพนกวินสายพันธุ์นี้อยู่ในประเทศนิวซีแลนด์อีกแล้ว

เพนกวินตาสีเหลืองเป็นเพนกวินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีขนาดประมาณ 60-80 เซนติเมตร พบมากที่คาบสมุทร Otago ทางตอนใต้ของประเทศ โดยจุดเด่นของเพนกวินสายพันธุ์นี้อยู่ที่ดวงตาสีเหลือง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเพนกวินตาสีเหลืองนั่นเอง

โดย Dr. Thomas Mattern นักวิจัยจาก University of Otago ประเทศนิวซีแลนด์ เผยว่า ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน กำลังส่งผลให้สิ่งมีชีวิตบนโลกมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการสำรวจจำนวนเพนกวินตาสีเหลืองในปี 1990 พบว่ามีเพนกวินตาสีเหลืองบนหาด Otago ทั้งหมด 385 ตัว แต่เมื่อมาสำรวจอีกครั้งในปี 2011 กลับเหลือเพนกวินสายพันธุ์นี้เพียง 108 ตัวเท่านั้น

นักวิทยาศาสตร์ระบุถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้เพนกวินตาเหลืองอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากภาวะโลกร้อนที่ส่งผลให้น้ำทะเลในประเทศนิวซีแลนด์มีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเพนกวินสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะเรื่องของอาหาร เพราะเมื่ออุณหภูมิน้ำสูงขึ้นปลาที่เป็นอาหารของเพนกวินตาสีเหลืองก็จะวางไข่ไม่ได้ ทำให้อาหารของพวกมันลดน้อยลงและหาอาหารกินยากขึ้น

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก็คือแหล่งที่อยู่อาศัยของเพนกวินตาสีเหลืองถูกมนุษย์คุกคาม โดย Phil Seddon ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการสัตว์ป่าของ University of Otago เผยว่า หากยังไม่มีมาตรการคุ้มครองและอนุรักษ์เพนกวินตาสีเหลืองอย่างจริงจัง ก็คงไม่ต้องรอให้ครบ 25 ปี เพราะเพนกวินตาสีเหลืองตัวสุดท้ายอาจจากลาประเทศนิวซีแลนด์ไปเร็วกว่านั้นอย่างแน่นอน
เรียบเรียง : SpokeDark.TV
เพนกวินตาสีเหลือง