ภาวนาเบื้องต้น



หลังปฏิบัติภาวนา รู้สึกมึนๆ หรือปวดศีรษะหรือบริเวณกระบอกตา

หลังปฏิบัติภาวนา รู้สึกมึนๆ หรือปวดศีรษะหรือบริเวณกระบอกตา


ตอบ:

ปัญหาข้อนี้ มักเกิดกับผู้ปฏิบัติที่พยายาม ใช้ตาเนื้อเพ่งมองให้เห็นนิมิต ที่ศูนย์กลางกาย อาจจะเป็นเพราะอยากเห็นนิมิตเกินไป จึงพยายามมองนิมิตให้เห็นด้วยตาเนื้อ หรือไม่ก็ปฏิบัติผิดวิธีที่ให้คำแนะนำว่า “นึกให้เห็นด้วยใจ”



การเจริญภาวนา จำเป็นต้องผ่านนิมิตหรือไม่ ?

การเจริญภาวนา จำเป็นต้องผ่านนิมิตหรือไม่ ?


ตอบ:

 
 

ความหมายของนิมิต



เห็นนิมิตได้เพียงประเดี๋ยวเดียว นิมิตก็หายไป

เห็นนิมิตได้เพียงประเดี๋ยวเดียว นิมิตก็หายไป


ตอบ:

ปัญหาของผู้ที่เห็นนิมิตเป็นดวงใสสว่าง หรือพระพุทธรูปที่ศูนย์กลาง แต่เห็นได้เพียงประเดี๋ยวเดียวก็หายไป หรือออกไปนอกตัว



เห็นนิมิตแปลกๆ บางทีก็เป็นนิมิตที่น่ากลัว

เห็นนิมิตแปลกๆ บางทีก็เป็นนิมิตที่น่ากลัว


ตอบ:

สาเหตุข้อที่ 1   เมื่อพิจารณาตามเรื่องราวที่เล่าไปให้ฟังแล้วปรากฏว่า ผู้ที่มักเห็นนิมิตแปลกๆ ที่น่ากลัวนั้นเกิดกับผู้ปฏิบัติภาวนาที่ไม่มีพื้นฐานการปฏิบัติสมถกรรมฐานดีพอ แล้วเจริญวิปัสสนากรรมฐานเลยทีเดียว จึงเกิดวิปัสสนูปกิเลส ข้อ อุปัฏฐานัง คือการมีสติปรากฏยิ่งเกินไป หรืออีกนัยหนึ่ง มีสติพิจารณาสภาวธรรมแก่กล้าเกินไป แต่ปัญญาอันเห็นแจ้งที่แท้จริงเจริญไม่ทัน มีแต่ปัญญาที่จำได้หมายรู้จากตำราเสียโดยมาก ใจจึงปล่อยวางอารมณ์วิปัสสนาที่เคยมีสติพิจารณาอยู่เสมอนั้นไม่ได้ นิมิตลวงจึงปรากฏขึ้นที่ใจให้เห็นโดยที่เจ้าตัวมิได้ตั้งใจจะรู้เห็น



การฝึกเจริญภาวนาจะต้องมีครูคุมหรือไม่ ?

การฝึกเจริญภาวนาจะต้องมีครูคุมหรือไม่ ?


ตอบ:

การปฏิบัติธรรมอันได้แก่การรักษาศีลและเจริญภาวนา เพื่อให้เกิดสมาธิและปัญญา อันจะสามารถให้หลุดพ้นจากอาสวกิเลส ตัณหา อุปาทาน เหตุแห่งทุกข์ทั้งหลายตามแนวทางพระพุทธศาสนานั้น มีหลักสำคัญอยู่ว่า ครูเป็นแต่เพียงผู้ชี้แนวทางให้ ส่วนการศึกษาและฝึกปฏิบัติใหับังเกิดผลดีแก่ตนเองนั้น ตกเป็นหน้าที่ของผู้เป็นศิษย์จะต้องเพียรศึกษาและฝึกปฏิบัติใหัรู้เอง เห็นเอง แล้วก็เป็นผู้ได้รับผลเองทั้งสิ้น   ดังพระบาลีพุทธภาษิตว่า



ทำอย่างไรจึงจะได้เห็นดวงปฐมมรรคเร็วๆ ? 1

ทำอย่างไรจึงจะได้เห็นดวงปฐมมรรคเร็วๆ ? 1


ตอบ:

 
 



การนั่งสมาธินี้จะฝึกแก่ชนชั้นระดับไหนได้บ้าง ?

การนั่งสมาธินี้จะฝึกแก่ชนชั้นระดับไหนได้บ้าง ?


ตอบ:

ได้ตั้งแต่เด็กอายุ 5-6-7 ขวบขึ้นไป มีคุณแก่ผู้ปฏิบัติทุกระดับ  แต่เด็กที่ยังเล็กเกินไปนั้นเธอได้เหมือนเด็กที่ได้ของเล่น แต่เมื่อโตพอจะรู้ความพอสมควร เช่น เด็กอายุประมาณ 8-9 ขวบขึ้นไปแล้ว เธอจะตอบคำถามของเราเหมือนกับผู้ใหญ่ที่ปฏิบัติกัมมัฏฐานทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลก เพราะถ้าถึงธรรมกายแล้ว การเห็นและการรู้ใจของเธอเป็นพระ  ยิ่งเด็กโตขึ้นมาหน่อย รู้ความพอสมควร การพูดจาขณะที่ใจเป็นธรรมกาย อยู่ในธรรมกายนั้น คมยิ่งกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมมากทีเดียว



เห็นนิมิตนอกตัว กับ เห็นนิมิตในตัว แตกต่างกันอย่างไร ?

เห็นนิมิตนอกตัว กับ เห็นนิมิตในตัว แตกต่างกันอย่างไร ?


ตอบ:

เห็นนิมิตนอกตัวกับเห็นนิมิตในตัว  แตกต่างกันมากสำหรับผลการปฏิบัติ   ยกตัวอย่างให้ฟัง 



ทำไมบางทีลืมตาจึงเห็นดวงแก้วหรือองค์พระชัดกว่าหลับตา ?

ทำไมบางทีลืมตาจึงเห็นดวงแก้วหรือองค์พระชัดกว่าหลับตา ?


ตอบ:



นึกดวงแก้วเข้าศูนย์กลางไม่ได้ นึกศูนย์กลางกายไม่ออก ?

นึกดวงแก้วเข้าศูนย์กลางไม่ได้ นึกศูนย์กลางกายไม่ออก แต่จะให้นั่งให้ใจสงบเฉยๆ พอได้ หรือกำหนดดวงไป พอกำหนดได้บ้าง ?


ตอบ:

พยายามเหลือบตากลับนิดๆ
เรื่องนี้ต้องค่อยๆ ทำไป   ขอเรียนว่า อย่าลืมเหลือบตากลับนิดๆ   เพราะใจยังไม่รวมหยุดเป็นจุดเดียวกันจริงๆ