เพื่อให้วัตถุประสงค์ของการบริหารวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี บุคลากรของวัดทั้งพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา จำเป็นต้องศึกษาพระปริยัติธรรม ให้เป็นผู้มีความรู้ ทั้งด้านปริยัติ และด้านปฏิบัติ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติธรรม ให้สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องตรงทาง ให้ได้ผล คือปฏิเวธที่ถูกต้อง ในที่สุด เปรียบเสมือนการศึกษาแผนที่ทางเดิน ก่อนออกเดินทางจริงนั่นเอง
วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม จึงได้จัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและแผนกบาลีขึ้น ให้เป็นสถานที่ให้ความรู้ให้การศึกษาพระปริยัติธรรม และการปฏิบัติพระสัทธรรมตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ถึงธรรมกาย เป็นวิชชาอันประดับด้วยอภิญญาคือความสามารถพิเศษ จึงชื่อว่า วิชชาธรรมกาย ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้สามารถเจริญปัญญาจากการที่ได้ทั้งรู้ทั้งเห็น สามารถนำความรู้ที่ได้ศึกษาแล้วนั้นไปเป็นแนวทางปฏิบัติต่อตนเอง และแนะนำผู้อื่นได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์
การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม ของวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม โดยการนำของพระราชญาณวิสิฐ หลวงพ่อเจ้าอาวาส และในฐานะผู้จัดการโรงเรียนปริยัติธรรม (แผนกบาลี) ประจำจังหวัดราชบุรีแห่งที่ ๒ และเจ้าสำนักศึกษาวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ท่านได้ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างเต็มที่ ได้มีนโยบายให้ พระภิกษุสามเณร ที่อยู่ในวัดทุกรูป ต้องศึกษาพระปริยัติธรรมทั้ง ๒ แผนก คือแผนกธรรมและแผนกบาลี อย่างจริงจัง และอย่างน้อยต้องให้ได้ถึงชั้นนักธรรมเอก ในแผนกธรรม และ ชั้นประโยค ป.ธ.๓ ในแผนกบาลี เว้นแต่มีเหตุอันสมควร
ในด้านการศึกษา หลวงพ่อเจ้าอาวาสเองได้ทำตนเป็นตัวอย่างอันดีเยี่ยมแก่ศิษย์ทั้งหลาย และเป็นกำลังใจแก่ผู้ที่ใฝ่การศึกษาแต่ไม่มีอุตสาหะเพียงพอ นับตั้งแต่ท่านได้บวชเข้ามาในบวรพระพุทธศาสนา ณ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เมื่ออายุได้ ๕๗ ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทแล้ว ด้วยความเป็นผู้ใฝ่การศึกษาตั้งแต่เยาว์วัย และความไม่ถือตัวทะนงตน ท่านก็ไม่รีรอ ได้เริ่มศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี อย่างไม่รังเกียจด้วยคิดว่าตนเป็นผู้มีความรู้ทางโลกสูงแล้ว เพียงหนังสือในหลักสูตรไม่กี่เล่ม ก็อาจศึกษาด้วยตนเองก็ได้ แต่ท่านกลับมานั่งเรียนในห้องเรียน ร่วมกับสามเณรน้อยๆ ซึ่งมีอายุคราวหลาน หลายคน ในขณะที่ยังต้องบริหารงานโครงการธรรมปฏิบัติทั้ง ๒ โครงการ และบริหารงานมูลนิธิฯ และสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย ราชบุรี และยังต้องปฏิบัติภาวนาเองและสอนภาวนาแก่พระภิกษุ สามเณร และสาธุชน อีกด้วยนั้น ว่างจากกิจอื่นเมื่อใด ท่านก็ใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการศึกษาบาลี ทบทวนทำแบบฝึกหัดที่อาจารย์แต่ละท่านให้มา อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย จนในที่สุดก็สามารถจบการศึกษานักธรรมชั้นสูงสุดคือนักธรรมเอก และสอบบาลี เปรียญธรรม ๓ ประโยคได้ (ที่เป็นที่รู้ซึ้งแก่ใจของนักเรียนบาลีว่า ต้องใช้ความพยายามและความจำอย่างหนักเพื่อที่จะสอบได้) เมื่ออุปสมบทได้ ๕ พรรษา พร้อมกับได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ที่ท่านได้สร้างมากับมือของท่านเอง
อยากให้พระเณรลูกหลานทุกคน ตั้งใจศึกษาบาลี ให้ได้อย่างน้อยเป็น 'พระมหาเปรียญ' หลวงพ่อจะดีใจมาก - พระภาวนาวิสุทธิคุณ
แม้เมื่อท่านได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดฯ แล้ว การงานและกิจกรรมต่างๆ มีแต่จะหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ อาคารเรียนถาวรก็ยังไม่ได้สร้าง ต้องใช้โคนต้นไม้เป็นห้องเรียนบ้าง ใช้ศาลาริมน้ำเล็กๆ บ้าง หรือใช้เพิงทางมะพร้าวเป็นที่เรียนบ้าง แต่ท่านก็สามารถสอบได้ถึงเปรียญธรรม ๖ ประโยคได้ ภายใน ๓ ปีที่ท่านย้ายมาอยู่นั้น โดยสอบไม่ตกเลย จนกระทั่งท่านเห็นว่าสังขารร่างกาย โดยเฉพาะความจำ เสื่อมถอยลง แต่การงานต่างๆ ในฐานะเจ้าอาวาสกลับเพิ่มมากขึ้น ท่านจึงได้พักการเรียนบาลีไว้เพียงนั้น หันมามุ่งงานบริหารวัดและเจริญภาวนามากขึ้น
๒ ปีต่อมา วัดหลวงพ่อสดฯ ก็ได้สร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรมขึ้น ๒ หลัง คือ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ และ อาคารมงคลเทพมุนี สร้างเสร็จภายใน ๒ ปี เพื่อให้เป็นอาคารสถานที่ถาวร และสัปปายะ สำหรับการศึกษาพระปริยัติธรรม ให้ได้ผลสมความมุ่งหมายที่ได้ตั้งไว้.