ประวัติวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม

วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี   ได้รับการประกาศตั้งเป็นวัด เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๔ 

มีประวัติความเป็นมานับตั้งแต่ อาจารย์เสริมชัย พลพัฒนาฤทธิ์ ผู้ชำนาญการวิจัย (Research Specialist) สำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพฯ (ปัจจุบันคือ หลวงพ่อ พระราชญาณวิสิฐ)    ได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามแนวสติปัฏฐาน ๔ เพื่อถึงธรรมกายของพระพุทธเจ้า   ซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่ศิษยานุศิษย์ผู้ปฏิบัติธรรมนี้ว่า “วิชชาธรรมกาย” (วิชชา = วิทยา, รู้แจ้ง, ปรีชา; ธรรมกาย = กองหรือหมู่แห่งธรรม)    และได้มอบตัวเป็นศิษย์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระภาวนาโกศลเถร รองเจ้าอาวาสและอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้เป็นศิษย์โดยตรง และสืบทอดวิชชาธรรมกายทั้งหมด จากพระเดชพระคุณ หลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)   ท่านได้ริเริ่มจัดตั้งและบริหาร 

  • โครงการธรรมปฏิบัติเพื่อประชาชน   วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ  เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘
  • โครงการพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย  วัดสระเกศ  ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ  เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๔
  • มูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย   ศาลาการเปรียญ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ  เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๔  และ
  • สถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย   อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี  เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๔

ดำเนินกิจกรรมการให้การศึกษาอบรมและเผยแพร่ธรรมปฏิบัติ  ตามแนววิชชาธรรมกายของพระพุทธเจ้า  มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๕ มาแล้วนั้น

ในต้นปี พ.ศ.๒๕๒๘   เมื่ออาจารย์เสริมชัย พลพัฒนาฤทธิ์   ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและวิปัสสนาของสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย  มีอายุย่าง ๕๗ ปี ได้ตัดสินใจที่จะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์  ท่านจึงยื่นหนังสือขอลาออกจากสำนักข่าวสารอเมริกันล่วงหน้า ๑ ปี   อันเป็นระยะเวลา ๓ ปีก่อนวันเกษียณอายุ    เพื่อให้สำนักงานได้มีโอกาสหาคนมาทำหน้าที่แทน  และให้ท่านได้มีโอกาสฝึกงานแก่พนักงานใหม่ได้ทันเวลา   เพราะงานที่ท่านต้องรับผิดชอบทำอยู่ในตำแหน่ง Research Specialist นั้น  ต้องรับผิดชอบงานถึง ๓ อย่างคือ   (๑) งานวิจัยและประเมินผล  (๒) งานจัดการติดตั้งและจัดการดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์   (๓) การจัดระบบข้อมูลข่าวสารด้วยคอมพิวเตอร์    จึงต้องมีเวลาเพียงพอในการจัดหาบุคลากรและฝึกงานให้ผู้ที่เข้ามารับงานใหม่ให้เรียบร้อยก่อน   แล้วจึงได้รับอนุมัติให้ลาออกได้

ในวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๙   เป็นวันที่อาจารย์เสริมชัย พลพัฒนาฤทธิ์  มีอายุครบ ๕๗ ปีบริบูรณ์ ท่านจึงได้บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในบวรพุทธศาสนา  มีฉายาว่า “ชยมงฺคโล”  ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ   โดยมี

  • เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร)   อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง  วัดสามพระยา 
    เป็น พระอุปัชฌาย์
  • เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์  วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (ในสมัยที่ดำรงสมณศักดิ์เป็น “พระพรหมคุณาภรณ์”)  เป็น พระกรรมวาจาจารย์
  • เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  (ในสมัยที่ดำรงสมณศักดิ์เป็น “พระธรรมธีรราชมหามุนี”)   เป็น พระอนุสาวนาจารย์

ในระหว่างที่พระอาจารย์เสริมชัย ชยมงฺคโล  อยู่จำพรรษาที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ   ได้รับการศึกษาอบรมทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติภาวนาธรรมอยู่  เป็นเวลา ๕ พรรษานั้น   ท่านต้องบริหารโครงการให้การศึกษาอบรมและเผยแพร่ธรรมปฏิบัติทั้ง ๒ โครงการ  ในส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร คือ   โครงการธรรมปฏิบัติเพื่อประชาชน  วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ      โครงการพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย  วัดสระเกศ     และ สถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี   รวมทั้งจัดการด้านบุคลากร การเงิน และทรัพย์สินของมูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย ทั้งหมด  ให้เจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ    จัดซื้อที่ดินและจัดสร้างเสนาสนะเพิ่มขึ้น   รวมทั้งการก่อสร้างอุโบสถ   และจัดให้มีพระภิกษุสามเณรอยู่จำพรรษา   ให้ได้รับการศึกษาอบรมทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติพระสัทธรรมเพิ่มขึ้นตามลำดับ 

เมื่อสมควรแก่เวลา  ในปลายปี ๒๕๒๙   มูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย   โดยศาสตราจารย์บัญญัติ สุชีวะ  ประธานมูลนิธิฯ ได้ยื่นคำขอต่อกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขออนุญาตสร้างวัด  บนที่ดิน ๗๒.๕ ไร่  ภายในบริเวณที่ดินของมูลนิธิ/สถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกายแห่งนี้  

และได้รับอนุญาตให้สร้างวัดได้  เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๓๐   และในวันที่ ๒ ธันวาคม ปีเดียวกัน  เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์  หลวงพ่อวัดสามพระยา  ได้เป็นผู้เจิมแผ่นศิลาฤกษ์  เพื่อประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างอุโบสถ 

เมื่อการก่อสร้างอุโบสถจวนจะเสร็จเรียบร้อย  และมีเสนาสนะ มีพระภิกษุ สามเณร อยู่จำพรรษาศึกษาและปฏิบัติธรรม ตามสมควร      ศาสตราจารย์บัญญัติ สุชีวะ ประธานมูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย  ก็ได้ขออนุญาตตั้งเป็นวัด   และกระทรวงศึกษาธิการ (โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม  เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๔)   จึงได้ประกาศตั้งเป็นวัดขึ้นในพระพุทธศาสนาขึ้น  ชื่อ “วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม”    เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่หลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)  ผู้ปฏิบัติและสอนภาวนาถึงธรรมกายและพระนิพพานตามพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๔     และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา   เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน  ในปีเดียวกัน   เป็นระยะเวลา ๑๐ ปี นับแต่ตั้งสถาบันฯ

ซึ่งเป็นเวลาที่ อาจารย์พระมหาเสริมชัย ชยมงฺคโล  (ปัจจุบันคือ หลวงพ่อ พระราชญาณวิสิฐ)   อุปสมบทได้ ๕ พรรษา   อายุได้ ๖๒ ปี ได้ศึกษาภาคปริยัติจากสำนักเรียนวัดปากน้ำ  ภาษีเจริญ   จนสำเร็จ เปรียญธรรม ๓ ประโยค และ นักธรรมเอก   เป็นพระมหาเปรียญ  ได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม  อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี   เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๔    ท่านจึงได้กราบลาพระเดชพระคุณหลวงพ่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  มารับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม  ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา   และต่อจากนั้น ท่านยังได้ศึกษาภาคปริยัติแผนกบาลีต่อจนสำเร็จเป็นเปรียญธรรม ๖ ประโยค  เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๓๗  (เมื่ออายุ ๖๕ ปี)  

วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม  จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจกรรมสืบต่อวัตถุประสงค์ของ สถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย  เพื่อสืบบวรพุทธศาสนา  วิชชาธรรมกายของพระพุทธเจ้า  ที่พระเดชพระคุณ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)  ได้สั่งสอนและถ่ายทอดไว้  ให้วัฒนาถาวรยิ่งๆ ขึ้นไป  ตราบชั่วกาลนาน.

ผลงานที่ได้รับรางวัล และฐานะที่ได้รับ

  • ได้รับการคัดเลือกและขึ้นทะเบียนเป็น “อุทยานการศึกษา”   พ.ศ.๒๕๓๘
  • อุโบสถวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ได้รับรางวัล “อนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยดีเด่น”  พ.ศ.๒๕๓๙  จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี
  • ได้รับรางวัลชนะเลิศ “โครงการปลูกป่าถาวร เฉลิมพระเกียรติฯ”  ประเภทศาสนสถาน ของกรมป่าไม้ ประจำปี พ.ศ.๒๕๓๙   จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • ได้รับรางวัลชนะเลิศ “โครงการปลูกป่าถาวร เฉลิมพระเกียรติฯ”  และได้รับพระราชทาน เข็มทองคำเครื่องหมายโครงการ จาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๑
  • ได้รับคัดเลือกและตั้งให้เป็น โรงเรียนปริยัติธรรม (แผนกบาลี)  ประจำจังหวัดราชบุรี แห่งที่ ๒  เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒
  • ได้รับการจัดตั้งเป็น สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดราชบุรี แห่งที่ ๑  โดยมติมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๔

ไปสารบัญ
ไปหน้าก่อน ไปบรรทัดแรก ไปหน้าถัดไป
 
Powered by bythailand.com