Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
สำหรับผมไล่ฉาเจิงหรือlaichazengในฐานะชาวพุทธแล้วเรื่องโรคระบาดไวรัสโควิด-19นี้ก็เป็นโรคระบาดหนึ่งที่เกิดขึ้นในภัทรกัปป์นี้ และยิ่งช่วงสูญญกัปป์ สัตว์โลกยิ่งเจอโรคระบาดที่หนักกว่าหลายเท่ามากเป็นธรรมดาครับ ยังไงเราทุกคนก็เคยเจอโรคระบาดหลายแบบในอดีตชาติกันมากมายและเคยกินยากันมากมายมากกว่ากองภูเขาอีกเมื่อเกิดเป็นสัตว์และคนในโลกคนนี้ครับ ก็พยายามช่วยกันรักษาโรคระบาดกันไปเพื่อทำความดีข้ามภพข้ามชาติกันต่อไปครับ
2
COVID-19: สหรัฐเร่งทดลองยาสามัญ 2 ตัวรักษาผู้ป่วยโควิด-19 คาดรู้ผลในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ อ้างข่าวจากhttps://www.ryt9.com/s/iq38/3107291มีข่าวว่า
ข่าวต่างประเทศ Friday March 20, 2020 09:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

คณะนักวิจัยของสหรัฐได้เริ่มทำการทดลองว่า ยาสามัญ (generic drug) ที่มีราคาถูกและมีปริมาณมากนั้น จะสามารถนำมาใช้เพื่อช่วยในการรักษาอาการป่วยที่เกิดจากไวรัสโควิด-19 ได้หรือไม่ ขณะที่ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยารักษาอาการป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนั้นผู้ป่วยจึงได้รับการดูแลรักษาเพื่อพยุงอาการป่วยเท่านั้น

ในสัปดาห์นี้ มหาวิทยาลัยมินนีโซตาได้เริ่มการทดลองรักษาบุคคลจำนวน 1,500 คนด้วยยา hydroxychloroquine ซึ่งเป็นยารักษาโรคมาลาเรีย เพื่อดูว่ายาดังกล่าวสามารถป้องกันหรือลดความลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 ได้หรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีการทดลองอีก 2 กรณีที่กำลังศึกษาว่ายา losartan ซึ่งเป็นยาลดความดันเลือดนั้น สามารถนำมาใช้รักษาโรคโควิด-19 ได้หรือไม่

จีน, ออสเตรเลีย และฝรั่งเศสก็กำลังทำการทดลองใช้ยา hydroxychloroquine เพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด-19 หลังจากที่เมื่อต้นสัปดาห์นี้ นายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัทเทสลาเปิดเผยว่า ยาดังกล่าวอาจสามารถใช้รักษาโรคโควิด-19 หลังจากที่เขาเคยหายป่วยจากโรคมาลาเรียในปี 2543 หลังจากที่เขาได้รับการรักษาด้วยยาดังกล่าว

ดร. จาคุบ โทลาร์ คณบดีของโรงเรียนการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยมินนีโซตา และรองประธานฝ่ายกิจการทางคลินิกเปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยกำลังพยายามทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์เพื่อดูว่า จะสามารถทำอะไรได้เพิ่มเติมในการช่วยลดการติดเชื้อโควิด-19 โดยมีแนวโน้มที่จะทราบผลการทดลองภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้

ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อโควิด-19 นั้น จะมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดเพียงเล็กน้อย แต่ราว 20% อาจมีอาการรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นโรคปอดอักเสบซึ่งต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

------------------------------
3
แพทย์จีนยืนยัน ใช้ยา Avigan ของ Fujifilm รักษาผู้ป่วย COVID-19 ได้ผล! อ้างจากhttps://www.techoffside.com/2020/03/fujifilm-avigan-favipiravir-covid-19/มีข่าวว่า
แพทย์จีนยืนยัน หลังใช้ยาต้านไข้หวัดใหญ่ Avigan ที่พัฒนาโดยบริษัท Fujifilm ของญี่ปุ่น สามารถรักษาอาการของผู้ป่วย COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายงานข่าวจาก The Guardian สำนักข่าวจากประเทศอังกฤษระบุว่า เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จีนพบยาที่พบที่ใช้รักษาได้ผลดีกับ COVID-19 แล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ การใช้ยาต้านไข้หวัดใหญ่ Favipiravir หรืออีกชื่อในทางการค้าว่า Avigan ที่พัฒนาโดยบริษัท Fujifilm Toyama Chemica ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Fujifilm (บริษัทผลิตฟิล์ม กล้องถ่ายรูป)

หลังจากที่ทีมแพทย์ของจีน ได้ทำการทดลองใช้ยา Avigan กับผู้ติดเชื้อจำนวนกว่า 340 คน ที่คลินิกในหวู่ฮั่นและเซินเจิ้น ผลการทดลองพบว่า “มีความปลอดภัยสูง แล้วมีประสิทธิภาพในการรักษา”

ผู้ติดเชื่อที่ได้รับยาตัวนี้ ได้รับผลตรวจเป็นลบภายในระยะเวลาแค่ 4 วันเมื่อเทียบกับผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้รับยาใช้เวลาถึง 11 วัน และผลจากการ X-Ray พบว่า ปอดกลับมาดีขึ้นถึง 91 % สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยา Favipiravir เทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับยาปอดสามารถฟื้นฟูสภาพกลับมาดีขึ้นได้เพียงแค่ 61%

และจากข่าวนี้ ทำให้หุ้นของ FUJIFILM พุ่งขึ้นไปถึง 14.7% ที่ 5,238 เยน

แต่กระทรวงสาธารณสุขของประเทศญี่ปุ่นแนะนำว่า ยาตัวนี้จะไม่ได้ผลกับผู้ที่ติดเชื้อที่อยู่ในระดับที่มีอาการรุนแรง โดยแพทย์ของญี่ปุ่นก็ได้ใช้ยาตัวเดียวกันนี้ในการทดลองรักษากับผู้ติดเชื่อ COVID-19 ด้วยเช่นกัน

-----------------------------
ข้อมูลของFUJIFILMดูที่https://holdings.fujifilm.com/en/about/companyprofile
--------------------------------------------------
จีนไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในอู่ฮั่นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 อ้างข่าวจากhttps://workpointnews.com/2020/03/21/wuhan-zero-case-3-day/มีข่าวว่า
ศูนย์กลางการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเมืองอู่ฮั่น ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ติดต่อกันเป็นวันที่ 3

วันที่ 21 มี.ค. 2563 สำนักข่าว nbcnews รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพของมณฑลหูเป่ยเปิดเผยว่าไม่พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ในเมืองอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 หลังจากสิ้นสุดวันศุกร์ (20 มี.ค. 63) ที่ผ่านมา

ขณะที่จีนรายงานว่าพบผู้ป่วยรายใหม่ 41 ราย ซึ่งทั้งหมดเดินทางมาจากต่างประเทศ และพบผู้เสียชีวิตอีก 7 ราย ปัจจุบันยอดผู้ติดเชื้อในประเทศจีนสะสมรวมอยู่ที่ 81,279 ราย เสียชีวิตสะสมรวม 3,259 ราย และรักษาหายและกลับบ้านแล้ว 71,848 คน

สถานการณ์ในประเทศจีนปัจจุบันเริ่มดีขึ้น ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่รอบๆมณฑลหูเผ่ย แม้ว่าบริเวณยังมีการควบคุมและตรวจเข้มในบางพื้นที่
4
สาธุ ครับคุณต้นไม้เมตตา ที่มาตอบให้พวกเราได้อ่านกระทู้ใหม่เกี่ยวกับวิชชาธรรมกายกัน  สำหรับผมแล้วเราก็ต้องเดินตามแนวตำราวิชชามรรคผลพิสดารไว้เป็นหลักถ้าจะทำความเข้าใจเรื่องวิชชาธรรมกายเบื้องกลางและเบื้องสูงและกายมนุษย์เพื่อทำวิชชาปราบมาร นะครับ และจะได้เข้าใจลำดับอาจารย์ใหญ่สายตรงแห่งวิชชาธรรมกายด้วยที่ตอนนี้เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดฯองค์ที่2กับอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระวัดหลวงพ่อสดฯรวม2องค์นี้ก็เป็นกำลังสำคัญต่อจากหลวงพ่อเสริมชัยเรื่องวิชชาธรรมกายครับและแม่ชีรัมภา โพธิ์คำฉาย ก็รู้จักอาจารย์ใหญ่สายตรงวิชชาธรรมกายทุกท่านครับ  ;D ;D
5

ก่อนจะตอบคำถาม ต้องเข้าใจองค์ความรู้ตรงกันก่อน

ยุคที่ภาคขาวปกครองนั้น ก็มีกายมนุษย์สุดหยาบ กลาง สุดละเอียด อยู่แล้ว ถึงพระนิพพานเป็น

แต่เวลาแก่ ก็จะแก่เป็นเพชรเป็นพลอย เข้าพระนิพพานทั้งกายเนื้อไปเลย

*************

ฉนั้น การอ้างความรู้ที่ว่า มีการสร้างกายมนุษย์ขึ้นมาสู้นั้น จึงไม่ถูกต้อง

*************

กายมนุษย์ มีอยู่แล้ว และกายนี้ เอาไว้สู้กับภาคดำ ในยุคที่ภาคมารรุกคืบเข้ามาปกครองภาคขาว ในประเด็นที่ว่า เวลาทำวิชชารบกันในที่สุดละเอียด เวลาโดนระเบิดแล้ว กว่าจะตั้งหลักได้ใหม่ มันรบไม่ทันเขา หากมีกายมนุษย์หยาบช่วยไว้ ก็ตั้งธาตุตั้งธรรมกันใหม่ง่ายขึ้น

ในยุคที่ภพสาม ถูกภาคมารปัดปิด ได้ตัดขาดองค์ความรู้ในหลักวิชชา ต้นธาตุจึงถอยพืดกำเนิดธาตุธรรมเดิมลงมาเพื่อทำวิชชาปราบมารในกายมนุษย์ และสอนวิชชาภาคปราบนี้แล

*************

คำว่า "กายมหาบุรุษ" ไม่มีพูดกันในหลักวิชชาฝ่ายวัดปากน้ำ แต่มีพูดกันในสำนักคลองสามในยุคลูกศิษย์

กายมนุษย์สุดละเอียด ที่จะคล้ายกายมหาบุรุษ ก็มีความเป็นไปได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

แต่ไม่ใช่ ปฐมกายมนุษย์ยุคแรก ดังที่ในเวปนั้นเข้าใจ

*************

หลักวิชชาในสายพระ พูดถึงแต่ "กายมนุษย์พิเศษ" โดยมีอ้างอิงในตำรามรรคผลพิสดาร ควรให้ความสำคัญกับกายมนุษย์พิเศษ นี้ มากกว่าคำว่า กายมหาบุรุษ นะครับ

6
พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสตอบว่า

ควรแล้วท่านจะสงสัย ความสงสัยของท่านเกิดขึ้นแล้วในเหตุควรสงสัยจริง

ท่านอย่าได้ถือโดยได้ฟังตามกันมา

อย่าได้ถือโดยลำดับสืบ ๆ กันมา

อย่าได้ถือโดยความตื่นว่าได้ยินอย่างนี้ๆ

อย่าได้ถือโดยอ้างตำรา

อย่าได้ถือโดยเหตุนึกเดาเอา

อย่าได้ถือโดยนัยคือคาดคะเน

อย่าได้ถือโดยความตรึกตามอาการ

อย่าได้ถือโดยชอบใจว่า ต้องกันลัทธิของตน

อย่าได้ถือโดยเชื่อว่า ผู้พูดสมควรจะเชื่อได้

อย่าได้ถือโดยความนับถือว่า สมณะผู้นี้เป็นครูของเรา

เมื่อใดท่านรู้ด้วยตนนั่นแลว่า ธรรมเหล่านี้ เป็นอกุศล

ธรรมเหล่านี้มีโทษ

ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้ติเตียน

ธรรมเหล่านี้ ใครประพฤติให้เต็มที่แล้ว

เป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์ เป็นไปเพื่อทุกข์ ดังนี้

ท่านควรละธรรมเหล่านั้นเสีย เมื่อนั้น....
7
ผมได้อ่านเรื่อง ปฐมเหตุ-ปฐมธาตุจากเว็บด้านล่างนี้
https://www.meditation101.org/16643179/9-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1

โดยเขาเขียนเล่าถึงการเกิดขึ้นของกายมนุษย์ไว้ว่า

"ภาคขาวก็มาดำริว่า ภาคดำเขาเตรียมการมานาน มีกำลังมาก การจะสู้กับภาคดำให้มีประสิทธิภาพ จะต้องสร้างกายมนุษย์ขึ้นมา (ปกติสู้กันด้วยกายที่เป็นทิพย์เป็นธรรม) จึงสร้างกายมนุษย์ขึ้นมา มีลักษณะมหาบุรุษ คล้ายกายพระพุทธเจ้า มีความละเอียดอ่อน คล้ายๆ กับประภัสสราพรหมที่มาอยู่บนโลกมนุษย์ คือกึ่งหยาบกึ่งละเอียด แล้วภาคขาวก็อาศัยกายมนุษย์นั้นปะทะสู้รบกับฝ่ายดำ ก็ได้ผลดีเป็นอันมาก เพราะปกติ ถ้ากายที่เป็นทิพย์เป็นธรรมสู้กัน หากเสียท่าโดนปะทะดับ ก็จะดับสิ้นไปได้ง่าย ไม่เหมือนกายที่หยาบ ถ้าเสียท่า ดับในญาณ แต่กายมนุษย์นั้นก็ยังมีชีวิตอยู่ สามารถต่อญาณกลับเข้าไปใหม่ และสู้กันต่อไปได้"

ตามที่ผมเข้าใจ คือ ปฐมกายมนุษย์ยุคแรกเริ่มเลยคือมีลักษณะมหาบุรุษเหมือนกันหมดเลยใช่มั้ยครับ ?
8
ประวัติชีวิตของนายแครี มัลลิสหรือKary Mullisผู้คิดเรื่องเทคนิคPCRที่ทำให้เพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมDNAได้อันมีประโยชน์ต่อชีววิทยาโมเลกุลและการแพทย์อย่างมาก อ้างเนื้อหาจากhttps://www.facebook.com/biologybeyondnature/posts/d41d8cd9/1352008018295108/มีเนื้อหาคือ

Biology Beyond Nature: ชีววิทยาเหนือธรรมชาติ
13 สิงหาคม 2019 ·
คนในวงการชีววิทยา... คงไม่มีใครไม่รู้จัก PCR

PCR (Polymerase Chain Reaction) เป็นเทคนิคการก็อบปี้ชิ้นส่วนดีเอ็นเอที่เราสนใจในหลอดทดลอง เราสามารถเลือกได้ตามใจว่าจะก็อบปี้ดีเอ็นเอส่วนไหน ยาวแค่ไหน แถมใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ดีเอ็นเอเป็นพันล้านก็อบปี้จากต้นฉบับแค่ชิ้นเดียว PCR เป็นเทคนิคสามัญประจำแล็บชีวโมเลกุลแทบทุกแห่งบนโลกนี้ เปรียบเหมือนเครื่องถ่ายเอกสารที่แทบทุกออฟฟิตต้องมีติดไว้ ดีเอ็นเอที่ก็อบปี้มาได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว แถมต้นทุนก็ถูกสามารถนำเอาไปใช้ได้หลากหลาย ตั้งแต่งานพันธุวิศวกรรม วินิจฉัยโรคติดเชื้อ ตรวจความผิดปกติพันธุกรรม พิสูจน์บุคคลทางนิติเวช ทดสอบสายพันธุ์พืช สัตว์ จุลินทรีย์ ฯลฯ

PCR ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1983 โดยนักชีวเคมีสุดเกรียนนามว่า Kary Mullis

Mullis เป็นลูกชาวไร่จากมลรัฐ North Carolina สหรัฐอเมริกา เรียบจบเอกด้านชีวเคมีจาก UC Berkeley ในปี 1972 หลังจากนั้นก็เปลี่ยนงานไปเรื่อยตั้งแต่เป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ เป็นนักวิจัย เปิดร้านเบเกอรี่ ฯลฯ ก่อนจะมาลงเอยที่ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญดีเอ็นเอของบริษัทไบโอเทคชื่อ Cetus Corporation ที่บริษัทแห่งนี้ Mullis ในวัย 39 ปีได้คิดค้นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกที่เรียกว่า PCR

Mullis เคยเล่าว่าเค้าปิ๊งไอเดียนี้ขึ้นมาตอนขับรถไปกับแฟนกลางดึกคืนหนึ่งว่าเราน่าจะสามารถใช้ดีเอ็นเอสายเดี่ยวสั้นๆ (primers) หนึ่งคู่ ร่วมกับเอนไซม์ (DNA polymerase) ในการเลียนแบบการก็อบปี้ดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตในหลอดทดลองโดยไม่ต้องอาศัยเซลล์จริงๆให้ยุ่งยาก บริษัท Cetus พอได้ยินไอเดียนี้เข้าก็ตื่นเต้นมาก ยอมให้ Mullis ยุติงานอื่นๆทุกอย่างเพื่อมาทุ่มเทกับโปรเจกนี้ หลังจากลองผิดลองถูกอยู่หลายเดือน Mullis ก็ทำ PCR สำเร็จครั้งแรกของโลกกลางเดือนธันวาคม 1983 เปเปอร์งานวิจัยนี้กลับถูกวารสารชั้นนำอย่าง Science และ Nature ปฏิเสธการตีพิมพ์ กว่าเปเปอร์จะออกเป็นทางการ (ในวารสาร Method of Enzymology) ก็ปาเข้าไปเกือบสี่ปีหลังจากนั้น

PCR เวอร์ชั่นที่ Mullis คิดค้นขึ้นมีข้อจำกัดสำคัญคือเอนไซม์ที่ใช้ก็อบปีดีเอ็นเอไวต่อความร้อน แต่ละรอบของการทำ PCR ต้องปรับอุณหภูมิขึ้นลง สูงสุดถึงกว่า 90 C เพื่อแยกสายดีเอ็นเอ ดังนั้นเอนไซม์ก็จะเสื่อมสภาพไปด้วยทำให้คนทำ PCR สมัยโน้นต้องลำบากคอยเปิดหลอดทดลองมาหยอดเอนไซม์เพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ แถมสมัยโน้นยังไม่มีเครื่อง thermal cycler สำหรับปรับอุณหภูมิขึ้นลงอัตโนมัติเป็นรอบๆ ดังนั้นวิธีทำ PCR ก็คือเอาหลอดทดลองใส่เอนไซม์ ใส่ดีเอ็นเอ ใส่ primer แล้วก็เอาไปจุ่มในหม้อน้ำร้อน (heat bath) ที่อุณหภูมิต่างๆกัน เวียนไปแบบนี้ทีละรอบๆ

ปัญหานี้ถูกแก้ไขโดยทีมวิจัยจาก Cetus Corporation ที่คิดเอาเอนไซม์ก็อบปี้ดีเอ็นเอเวอร์ชั่นทนร้อนที่แยกจากแบคเรียที่อาศัยในน้ำพุร้อนมาใช้ (แบคทีเรียThermophilus aquaticus ~ ชื่อย่อว่า “Taq” ) ดังนั้นเราจึงสามารถเติมสารทุกอย่างครบจบทีเดียวในหลอด PCR ไม่ต้องมาคอยหยอดอะไรทีหลังอีก และเมื่อใช้ร่วมกับเครื่อง thermal cycler ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นช่วงปี 1986 เลยทำให้ PCR ง่าย/เร็ว/ถูก กว่าเดิมมากจนแทบทุกแล็บชีวโมเลกุลในโลกสามารถนำไปใช้ได้

Mullis ได้รางวัลโนเบลในปี 1993 (คู่กับ Micheal Smith ผู้คิดค้นเทคนิค site-directed mutagenesis) บริษัท Cetus Corporation ให้โบนัส 10,000 เหรียญแก่ Mullis และต่อมาก็ขายสิทธิบัตรเทคโนโลยี PCR ให้แก่บริษัท Roche ยักษ์ใหญ่ในวงการเภสัชกรรมและไบโอเทคด้วยมูลค่าถึง $300 ล้านเหรียญสหรัฐ Mullis มักจะเคลมบ่อยๆว่า PCR เป็นผลงานของเค้าเต็มๆ ขณะที่เพื่อนร่วมงานหลายคนที่ Cetus อ้างว่า Mullis มีแค่ไอเดียที่ต่อยอดมาจากงานเก่าๆ ขณะที่คนทำ PCR สำเร็จจริงๆคือทีมงานนักวิจัยท่านๆอื่นของ Cetus

Mullis ลาออกจาก Cetus ตั้งแต่ปี 1986 หลังจากนั้นก็ไปเป็นนักวิจัย ผู้ก่อตั้ง และที่ปรึกษาบริษัทไบโอเทคอีกหลายบริษัท รวมทั้งบริษัทขายเพชรพลอยบรรจุชิ้นส่วนดีเอ็นเอจากดาราผู้ล่วงลับอย่างเอลวิส เพรสลีย์ และ มาริลีน มอนโร ฯลฯ ในวงการนักวิจัยหลายคนยกให้ Mullis เป็นหนึ่งในตัวประหลาดทั้งแนวคิดและการใช้ชีวิต Mullis ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าเขาใช้ยาหลอนประสาท (LSD) เป็นประจำและมันช่วยให้สมองโล่งคิดอะไรสร้างสรรค์หลุดกรอบ เขาเป็นหนึ่งในนักวิจัยที่ไม่เชื่อว่าหลุมโอโซน (ozone hole) และสภาวะโลกร้อน (global warming) เป็นเรื่องจริงแต่เป็นเพียงการสมคบคิดระหว่างนักสิ่งแวดล้อมและรัฐบาล เขาไม่เชื่อว่าโรคเอดส์เกิดจากเชื้อHIVเป็นเพียงเรื่องกุขึ้นของนักวิจัยฉ้อฉล ครั้งนึงเขาเคยทำเซอร์ไพรซ์ก่อนขึ้นเลกเช่อร์หอประชุมใหญ่เรื่องงาน PCR ที่ได้โนเบลไพรซ์ด้วยการประกาศว่า ผมจะไม่พูดเรื่อง PCR แต่จะพูดเรื่องHIV แล้วก็เอาสไลดที่มีแต่รูปโป๊เปลือยขึ้นมาโชว์แล้วเคลมว่า “มันคือศิลปะ” นอกจากนี้เขายังเป็นนักวิทย์ดีกรีโนเบลเพียงคนเดียวที่เคยแจ้งความว่าได้พบกับมนุษย์ต่างดาวอีกด้วย Mullis เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “Dancing Naked in the Mind Field” รวบรวมเรื่องประหลาดๆจากประสบการณ์ส่วนตัวเหล่านี้ ใครสนใจไปหาอ่านกันได้
----------------------------------------

แครี มัลลิสหรือKary Mullisเกิดเมื่อ28ธันวาคม พศ.2487หรือคศ.1944 และเขาได้ตายเมื่อวันที่7สิงหาคม พศ.2562หรือคศ.2019 ก่อนที่โรคไวรัสCovid-19ทำให้คนป่วยตอนปลายปีคศ.2019หรือเดือนธันวาคมปีคศ.2019


9
การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่...1 เดือนคาดกระทบเศรษฐกิจจีนปี 63 ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านหยวน อ้างข่าวจากhttps://www.dokbiaonline.com/post/coronavirusมีข่าวว่า
สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ยังคงส่อเค้าความรุนแรงต่อเนื่อง นำมาซึ่งมาตรการสูงสุดของทางการจีนเพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคคาบเกี่ยวกับช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวจีนมีการเดินทางท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ต่อเศรษฐกิจจีนเบื้องต้นในกรอบระยะเวลา 1 เดือน อาจสูงถึง 3 แสนล้านหยวน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 0.3 ของ GDP จีนทั้งปี ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2563 อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 5.5-5.9 โดยมีผลกระทบหลักๆ ผ่านทางภาคค้าปลีก ภาคขนส่ง และภาคบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคและการท่องเที่ยว


 มองไปข้างหน้า สถานการณ์การแพร่ระบาดของของเชื้อไวรัส 2019 Novel Coronavirus (n-CoV) ทั้งในจีนเองและนอกประเทศจีน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยหากสถานการณ์ยื้ดเยื้อจะส่งผลให้เศรษฐกิจจีนเผชิญความเสี่ยงด้านลบเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางการจีนในช่วงที่ผ่านพ้นการแพร่ระบาดของโรคเพื่อชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจซึ่งยังมีความไม่แน่นอน ท่ามกลางความสามารถในการใช้เครื่องมือทางการคลังของทางการจีนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับที่จำกัด

---------------------------------------------------------------
WHO ตั้งชื่อทางการไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ "COVID-19"
 อ้างข่าวจากhttps://news.thaipbs.or.th/content/288861มีข่าวว่า

องค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งชื่อใหม่อย่างเป็นทางการให้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ว่า "COVID-19" ส่วนวัคซีนที่จะใช้รับมือกับการระบาดจะพร้อมนำมาใช้ได้ภายใน 18 เดือน

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก แถลงตั้งชื่อใหม่อย่างเป็นทางการให้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ว่า "COVID-19" โดยคำว่า CO ย่อมาจาก Corona คำว่า VI ย่อมาจาก Virus คำว่า D ย่อมาจาก Disease และตัวเลข 19 มาจากปีที่ไวรัสตัวนี้เริ่มระบาดครั้งแรก

ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า การตั้งชื่อใหม่ให้กับไวรัสเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและหลีกเลี่ยงการอ้างอิงสภาพภูมิศาสตร์ สายพันธุ์สัตว์ หรือกลุ่มคนตามหลักเกณฑ์การตั้งชื่อ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดรอยมลทินกับกลุ่มคนหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นการกำหนดรูปแบบมาตรฐานที่ใช้ในการระบาดของไวรัสชนิดนี้ในอนาคต

ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกตั้งชื่อชั่วคราวให้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ว่า "กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน 2019-nCoV" ขณะที่คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีนตั้งชื่อชั่วคราวให้กับไวรัสว่า "novel coronavirus pneumonia" หรือ NCP

ระหว่างการแถลง ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกยังระบุว่า การระบาดของไวรัส COVID-19 เป็นภัยร้ายแรงต่อโลก ขณะที่วัคซีนที่จะใช้รับมือการระบาดจะนำมาใช้ได้ภายในอีก 18 เดือน

10
ทะลุ! 1,700 อัปเดตทั่วโลก ‘COVID-19’ เสียชีวิตแล้ว 1,170 คน ป่วยกว่า 70,000 คน อ้างข่าวจากhttps://www.77kaoded.com/content/1315770มีข่าวว่า
ปักกิ่ง – จีนรายงานจำนวนผู้ป่วย โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ที่ได้รับการยืนยัน รักษาจนหายดีและออกจากโรงพยาบาลได้ รวมอยู่ที่ 10,844 คน เมื่อนับถึงสิ้นวันอาทิตย์ (16 ก.พ.)

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) รายงาน เฉพาะวันอาทิตย์ (16 ก.พ.) มีผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาจนหายดี และออกจากโรงพยาบาลได้ 1,425 คน รวมแล้วอยู่ที่ 10,844 คน

เฉพาะจีนแผ่นดินใหญ่ มีผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 1,765 คน และผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันผลรวมอยู่ที่ 70,450 คน กระจายตัวอยู่ในภูมิภาคระดับมณฑล 31 มณฑลของจีน

ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกรวมอยู่ที่ 1,770 คน และผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันผลรวมอยู่ที่ 71,230 ราย

สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสฯ ที่ได้รับการยืนยันผล ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ไต้หวัน และมาเก๊า เท่าเดิมที่ 57, 20 และ 10 คนตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ไต้หวันพบผู้ป่วยติดเชื้อเสียชีวิตแล้ว 1 คน นับเป็นผู้เสียชีวิตนอกจีนคนที่ 5

ส่วนจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อนอกจีน มีราว 780 คน ใน 28 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ฮ่องกง มาเก๊าไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ เวียดนาม มาเลเซีย เนปาล ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย แคนาดา เยอรมนี กัมพูชาสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ศรีลังกา ฟินแลนด์ อิตาลี ฟิลิปปินส์ อินเดีย รัสเซีย อังกฤษ สวีเดน สเปน เบลเยี่ยม ไทย และอียิปต์

โดยญี่ปุ่น มียอดผู้ป่วยมากสุดนอกประเทศจีน พุ่งขึ้นเป็น 416 คน ตามด้วย สิงคโปร์เพิ่มเป็น เพิ่มเป็น 75 คน ฮ่องกง 57 คน ไทย 34 คน และเกาหลีใต้เพิ่มเป็น 30 คน

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตรายแรกของไต้หวัน จากไวรัสโควิด-19 เป็นชายวัย 61 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ ซึ่งไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ลูกค้าที่มาใช้บริการรถแท็กซี่ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน จากฮ่องกง มาเก๊า และแผ่นดินใหญ่ นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 5 นอกจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้ตายมีประวัติป่วยด้วยโรคเบาหวานและตับอักเสบบีอยู่ก่อนแล้ว แพทย์ตรวจพบสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวของเขาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย

---------------------------------------------------------------------

ผมไล่ฉาเจิงหรือlaichazengก็ขอส่งข้อความให้ชาวจีนตอนนี้ที่กำลังหาทางรักษาโรคไวรัสCovid-19ด้วยครับว่า中国加油!武汉加油!家族加油!มีคำอ่านภาษาไทย(ภาษาอังกฤษ)คือว่าจงกั๋ว เจียโหยว( Zhongguo jia you )และหวู่ฮั่น เจียโหยว(Wuhan jia you)และเจียจู๋ เจียโหยว (Jiazu jia you)และมีคำแปลภาษาไทย(ภาษาอังกฤษ)คือประเทศจีน สู้สู้!( China, stay strong!)และอู่ฮั่น สู้สู้ !(Wuhan, stay strong!)และวงศ์ตระกูล สู้สู้! (Family, stay strong!)

ผมคิดส่วนตัวว่า ชาวจีนทุกแซ่ทั่วประเทศจีนและทั่วโลกคงอยากเห็นทางการจีนที่ปัจจุบันมีคอมพิวเตอร์ที่รวดเร็วมากน่าจะทำการประมวลผลออกข่าวเพิ่มอีกตารางว่ายอดรวมผู้ติดเชื้อชาวจีนในจีนแผ่นดินไหญ่นั้นรวมเจ็ดหมื่นกว่าคนตอนนี้นั้นมีแซ่ใดมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดและมีกี่แซ่ตอนนี้ที่มีผู้ติดเชื้อและแซ่ละกี่คนจากยอดรวมผู้ติดเชื้อครับ  นี่จะทำให้ชาวจีนทั่วโลกทุกแซ่รักกันมากยิ่งขึ้นและผู้ติดเชื้อมีกำลังใจที่อยากหายจากการติดเชื้อมากขึ้นจากการรู้ว่าคนแซ่เดียวกันนั้นตอนนี้มีจำนวนเท่าใดที่ติดเชื้อด้วยกันครับ และทางการจีนควรให้ผู้รักษาศาลบรรพชนต้นตระกูลแซ่ระดับประเทศมาเยี่ยมผู้ติดเชื้อด้วยครับ  เป็นการเพิ่มกำลังใจอีกทางตามวัฒนธรรมจีนใหม่ครับ ผมเขียนแบบนี้คงใช้ได้นะครับ
-----------------------------------------------------------------------------

Pages: [1] 2 3 ... 10