Author Topic: สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นเป็นอนัตตาและสิ่งใดเป็นธรรมสิ่งนั้นเป็นอนัตตา  (Read 6013 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นเป็นอนัตตาและสิ่งใดเป็นธรรมสิ่งนั้นเป็นอนัตตา

ข้อความนี้ถ้าจะเติมให้ชัดเจนก็คือ สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นเป็นอนัตตา-สิ่งใดเป็นอนัตตาสิ่งนั้นเป็นธรรม-จากนั้นจึงจะได้ว่าสิ่งใดเป็นธรรมสิ่งนั้นเป็นอนัตตา  นี่จึงเป็นข้อความที่ชัดเจนของสิ่งใดเป็นธรรมสิ่งนั้นเป็นอนัตตาซึ่งพระไตรปิฏกบอกชัดเจนว่ามีแต่สังขารธรรมเท่านั้นทำความสัมพันธ์แบบนี้ได้ตรงตรง

และไม่มีเด็ดขาดที่พระอริยเจ้าจะบอกตรงตรงได้ว่าสิ่งใดเป็นบรมสุขสิ่งนั้นเป็นอนัตตาเพื่อบอกได้ว่าสิ่งใดเป็นอนัตตาสิ่งนั้นเป็นธรรมและสิ่งใดเป็นธรรมสิ่งนั้นเป็นอนัตตา พระอริยเจ้าไม่เคยบอกความสัมพันธ์แบบนี้ว่ามีจริงอย่างแน่นอนในพระไตรปิฏกเถรวาทแท้ครับ

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ผมขอนำข้อความอุปปาทสูตรตามแนวพุทธทาสและท่านปยุตโตมาให้ดูกันนะครับ
--------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 8   
๑๒๖. ไตรลักษณ์มีอยู่แล้วโดยปกติ   
 "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ตาม ธาตุ, ความตั้งอยู่แห่งธรรม, ทำนองแห่งธรรมอันนั้น
ก็ตั้งอยู่แล้ว คือข้อที่ว่า สังขาร (สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่ง)ทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ (ทนอยู่ไม่ได้) ธรรม
(ทั้งสิ่งมีปัจจัยปรุงแต่ง และไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง) ทั้งปวงไม่ใช่ตัวตน ตถาคตตรัสรู้เข้าใจทำนองธรรมนั้น ครั้นตรัสรู้แล้ว
เข้าใจชัดแล้ว ก็บอก, แสดง, บัญญัติ, ตั้งไว้, เปิดเผย, แจกแจง, ทำให้ง่ายถึงข้อที่ว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง สังขาร
ทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งปวงไม่ใช่ตัวตน."
ติกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๐/๓๖๘
จากคุณ : chiwat   เขียนเมื่อ : วันแรงงาน 55 06:27:07
---------------------------------------------------------------------------------------------------- 
ข้อความอุปปาทสูตรนี้ ถ้าใครแปลแบบนี้พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่สามารถรับรองยืนยันความจริงให้ได้ว่าการให้คำว่าธรรมคือสิ่งมีปัจจัยปรุงแต่งและสิ่งไม่มีปัจจัยปรุงแต่งทั้งปวงเป็นอนัตตาหรือไม่ใช่ตัวตน เป็นสิ่งมีจริง เพราะอะไร?? ก็เพราะว่าก่อนที่พระพุทธเจ้าตรัสอุปปาทสูตรและกำลังตรัสและหลังจากตรัสอุปปาทสูตรแล้ว พระพุทธเจ้าก็ไม่สามารถบอกตรงตรงเพื่อรับรองยืนยันความจริงตลอดกาลได้ว่าสิ่งไม่มีปัจจัยปรุงแต่งเป็นอนัตตาหรือไม่ใช่ตัวตนนั่นเอง ใครแปลแบบนี้พระพุทธเจ้าไม่รับรองความจริงให้แน่นอนครับและการที่พระพุทธเจ้าไม่สามารถบอกตรงตรงได้ตลอดกาลว่าสิ่งไม่มีปัจจัยปรุงแต่งหรืออสังขตธรรมเป็นอนัตตาหรือไม่ใช่ตัวตนนี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้ทฤษฏีแผนภาพความคิดของพระสงฆ์สามยุคของคุณไล่ฉาเจิงสามารถนำมาอธิบายพุทธพจน์สามประโยคในอุปปาทสูตรได้ถูกต้องมากที่สุดครับ
ผมคิดว่าลองอ่านเรื่องแผนภาพความคิดของพระสงฆ์สามยุคของคุณไล่ฉาเจิงดูนะครับเพื่อเข้าใจอุปปาทสูตรได้ถูกต้องมากขึ้นอีกตามพระพุทธเจ้าคือ
http://www.dhammakaya.org/forum/index.php/topic,984.0.html
และความคิดเห็นของไล่ฉาเจิงในกระทู้ทุกท่านคิดว่าข้อความนี้ควรอธิบายอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดอุจเฉททิฏฐิ คือ
http://www.dhammakaya.org/forum/index.php/topic,1003.0.html
« Last Edit: May 02, 2012, 02:30:08 AM by yesterday »