Author Topic: สัตว์ยิ้มสวยแต่หายากมากเรื่องโลมาพันธ์จีนและปลาโลมาพันธ์อิรวดีในไทยและแม่น้ำโขง  (Read 11623 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ปลาโลมาพันธ์จีนมี2แบบคือแบบหัวบาตรหลังเรียบและแบบแยงซีเกียง

แยงซีเกียงลำน้ำใหญ่อันดับหนึ่งของทวีปเอเชียและอันดับสามของโลก ในลำน้ำที่มีความยาวราว 6,300 กิโลเมตร ไหลผ่านเขตต่างๆในประเทศจีนกว่า 10 มณฑล แห่งนี้ มีโลมาสองชนิด ได้แก่ โลมาหัวบาตรหลังเรียบ (Finless porpoise, ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Neophocaena phocaenoides) และโลมาไป๋จี้ หรือ “โลมาแยงซีแกง” (Yangtze River dolphin ชื่อวิทยาศาสตร์ Lipotes vexillifer) โดยทั้งสองชนิดจัดเป็นโลมาหายาก
       
       สำหรับโลมาไป๋จี้ตัวเดียวที่หลงเหลืออยู่ในโลก ชื่อ “ฉีฉี” ที่สถาบันชลชีววิทยาแห่งอู่ฮั่นเลี้ยงไว้ ได้ตายไปในปีพ.ศ.2545 ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 นักวิทยาศาสตร์จากองค์กรต่างๆทั่วโลกได้จับมือกันตั้งทีมออกค้นหาโลมาไป๋จี้ตลอดลำน้ำ แต่ก็ไม่พบแม้แต่ร่องรอย จึงได้ประกาศให้โลมาไป๋จี้ที่อาศัยในลุ่มน้ำแยงซีเกียงนานกว่า 20 ล้านปีเป็น "สัตว์ป่าที่น่าจะสูญพันธุ์แล้ว" (หากไม่พบภายใน 50 ปีถือว่าสูญพันธุ์) แต่หลายฝ่ายก็เชื่อว่าไป๋จี้ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว
       
       ออกัสต์ ฟลูเกอร์ ผู้อำนวยการของ baiji.org องค์กรอนุรักษ์โลมาแม่น้ำแยงซีเกียงองค์กรอนุรักษ์โลมาในลุ่มน้ำแยงซีเกียงหนึ่งในผู้นำการค้นหาไป๋จี้ สรุปว่า "เรายอมรับว่าไป๋จี้สูญพันธุ์ไปแล้ว มันเป็นโศกนาฏกรรมและเป็นการสูญเสียไม่เพียงเฉพาะจีนเท่านั้นแต่เป็นโลกทั้งมวล"
       
       ส่วนโลมาหัวบาตรฯที่ยังหลงเหลือให้ชาวโลกได้เห็น จากการประเมินพบว่าปัจจุบันเหลือเพียงพันกว่าตัวเท่านั้น โดยในแต่ละปีๆ จำนวนโลมาชนิดนี้ลดลงอย่างรวดเร็วในอัตรา 5-10 เปอร์เซนต์
       
       การที่โลมาหัวบาตรฯตายเป็นฝูงในช่วงเวลาสั้นๆเช่นนี้ นับเป็นเรื่องผิดปกติ สีว์ ย่าผิงผู้อำนวยการคณะกรรมการอนุรักษ์โลมาในเย่วหยังกล่าวว่าเขาไม่อยากคิดมากไปกว่านี้เลย เพราะมันเป็นเพียงซากโลมาฯ 12 ตัว ที่พบเท่านั้น จากประสบการณ์ เราจะไม่พบโลมาที่ตายทั้งหมด เนื่องจากมีซากโลมาที่จมอยู่ หรือลอยไป หรือไม่ก็สูญหายไป จากการวิเคราะห์ หากพบซากโลมา 1 ตัว แสดงว่ามีโลมาตาย 4 ตัว แม้ตัวเลขดังกล่าวไม่อาจพิสูจน์ยืนยัน แต่ความเป็นไปแอบแฝงก็มีมากกว่า!
       
       หวัง เค่อสยง นักวิจัยของสำนักชลชีววิทยาฯเปิดเผยว่า ปัจจุบันสภาพแวดล้อมแหล่งที่อยู่อาศัยของโลมาหัวบาตรฯเสื่อมโทรมลงมาก ทั้งการคมนาคมทางเรือ การทำเหมืองทราย การทำประมงที่ผิดกฎหมายอย่างเช่นการช้ไฟฟ้าแรงสูงช็อตปลา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรวดเร็ว มลพิษทางน้ำและอื่นๆ
       
       ถ้าสภาพแวดล้อมดังกล่าวยังไม่ดีขึ้น โลมาหัวบาตรฯ ก็คงมีชะตากรรมเช่นเดียวกับไป๋จี้ และรอยยิ้มอันแสนน่ารักน่าพิศวงที่แม่ธรรมชาติรังสรรค์ให้แก่โลมาพวกนี้ ก็จะสูญสิ้นไปจากโลก.
--------------------------------------------------------------
รอยยิ้มของโลมาพันธ์จีนแบบหัวบาตรหลังเรียบ
----------------------------------------------------------
ความน่ารักของโลมาแบบแยงซีเกียงที่ค้นหาไม่พบในแม่น้ำแล้วปัจจุบันนี้และเขื่อนสามผาของจีนเป็นอันตรายต่อโลมาแบบนี้ด้วย

--------------------------------------------------

« Last Edit: August 20, 2015, 10:41:36 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ข่าวปลาโลมาพันธ์อิรวดีหรือแบบหัวบาตรมีครีบในไทยและในแม่น้ำโขง



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - พบโลมาอิรวดีเพศเมีย อายุประมาณ 15 ปี ตายเพิ่มอีก 1 ตัว เป็นตัวที่ 3 ของเดือนนี้ และตัวที่ 6 ในรอบปี สาเหตุมาจากการติดอวนปลาบึกของชาวประมง นักวิชาการเผยประชากรโลมาอิรวดีเหลือแค่ 20-30 ตัว ซึ่งอยู่ในขั้นวิกฤตที่จะสูญพันธุ์
       
       วันนี้ (25 เม.ย.2555) นายอุทัย ยอดจันทร์ ประธานชมรมอนุรักษ์โลมาอิราวดีบ้านแหลมหาด ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากนายประเวศย์ บางพงศ์ เครือข่ายชมรมอนุรักษ์โลมาอิราวดีว่า พบโลมาอิรวดีลอยตายอยู่ในทะเลสาบสงขลา ห่างชายฝั่งพื้นที่ อ.กระแสสินธิ์ ประมาณ 8 กิโลเมตร จึงนำเรือออกไปลากซากโลมากลับเข้าฝั่ง พร้อมกับประสานไปยัง เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง มาทำการตรวจสอบ
       
       จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า เป็นโลมาเพศเมีย ความยาวประมาณ 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 170 กิโลกรัม อายุประมาณ 15 ปี ตายมาแล้วประมาณ 3 วัน ที่บริเวณหัว พบร่องรอยการติดอวนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเครื่องมือการทำประมงจับปลาบึกในทะเลสาบสงขลา สำหรับการตายของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตัวนี้เป็นตัวที่ 6 ในรอบปีนี้ และเป็นตัวที่ 3 เฉพาะเดือนนี้เดือนเดียว
       
       นายณรงค์ สอเหรบ นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กล่าวว่า สถานการณ์โลมาอิรวดีอยู่ในขั้นวิกฤต และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หากชาวประมงจำนวนกว่า 20 ราย ที่ใช้อวนขนาดใหญ่วางอวนจับปลาบึกในทะเลสาบสงขลา บริเวณที่ใกล้กับแหล่งอาศัยของฝูงโลมาอิรวดี ไม่มีจิตสำนึกที่จะช่วยกันอนุรักษ์โลมาอิรวดีให้คงอยู่คู่กับทะเลสาบสงขลา ในอนาคตอันใกล้นี้ ก็จะไม่มีโลมาอิรวดีเหลือให้คนรุ่นหลังพบเห็นในทะเลสาบสงขลาอีกต่อไป ซึ่งหมายถึงการสูญพันธุ์ของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา
       
       เจ้าหน้าที่พยายามสื่อให้ชาวประมงรอบๆ ทะเลสาบสงขลาทั้งในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.พัทลุง ได้ทราบถึงประโยชน์ของโลมาอิรวดี และช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้อยู่คู่กับทะเลสาบสงขลาเพื่อให้ลูกหลานได้ศึกษาต่อไปในอนาคต ขณะนี้ โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาไม่เกิน 20-30 ตัวเท่านั้น
-----------------------------------------------------
น่าห่วง! โลมาอิรวดีเหลือไม่ถึง 100 ตัว
 
ปีพ.ศ.2555กองทุนสัตว์ป่าโลก (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) เผยว่า โลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงเสี่ยงสูญพันธุ์ เพราะขณะนี้เหลือเพียง 85 ตัว และลูกโลมามีอัตราการรอดชีวิตต่ำมาก

โลมาอิรวดีอาศัยอยู่ในลำน้ำโขงช่วงเมืองกระแจะของกัมพูชากับน้ำตกคอนพะเพ็งของลาวเป็นระยะทาง 190 กิโลเมตร ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟระบุว่า อนาคตของโลมาอิรวดีน่าเป็นห่วงมาก ลำพังขนาดของมันก็ไม่ได้โตเกินมนุษย์ และยังต้องตายลงเพราะอุปกรณ์การประมงโดยเฉพาะอวนลอยและการลอบจับปลาด้วยการใช้ระเบิด วางยาและช็อตไฟฟ้า โลมาอิรวดีโตเต็มวัยตายลงเรื่อย ๆ ขณะที่ลูกโลมามีอัตราการรอดชีวิตต่ำมากทำให้ทดแทนกันไม่ทัน

ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟคาดว่า จำนวนโลมาอิรวดีบริเวณชายแดนลาว-กัมพูชาอาจเหลือเพียง 7-8 ตัวทั้งที่สองประเทศมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ประเภทนี้ ทางกลุ่มเรียกร้องให้กัมพูชากำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อคุ้มครองโลมาอิรวดีและห้ามการใช้อวนลอยในบริเวณที่มีโลมาอาศัยอยู่ หนทางเดียวที่จะอนุรักษ์ไม่ให้สัตว์ชนิดนี้สูญพันธุ์คือการดำเนินการร่วมกัน
---------------------------------------------------------------------------
ความสวยงามของโลมาอิรวดีหรือแบบหัวบาตรมีครีบ

« Last Edit: November 18, 2016, 11:58:41 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ภาพน้ำตาซึม!! แม่โลมาตะเกียกตะกายยื้อชีวิตลูกน้อยจากเวปผู้จัดการหรือmanager.co.th นะครับ

เดลิเมล์ - นักท่องเที่ยวที่กำลังล่องเรือชมโลมาในจีน ถึงกับน้ำตาซึมเมื่อได้เห็นภาพโลมาตัวหนึ่งกำลังตะเกียกตะกายแบกลูกที่ตายแล้วให้ลอยอยู่เหนือผิวทะเล ด้วยหวังว่าจะสามารถยื้อชีวิตลูกน้อย สัญชาตญาณของผู้เป็นแม่ที่แม้แต่มนุษย์ยังต้องอาย
       
       ภาพน่าประทับใจที่ถูกเผยแพร่บนโลกอินเทอร์เน็ตนี้ถูกถ่ายไว้ได้โดยเหล่านักท่องเที่ยวที่กำลังล่องเรือในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง แหล่งล่องเรือชมปลาโลมาที่รู้จักกันเป็นอย่างดี
       
       ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า แม่โลมาดันซากของลูกน้อยครั้งแล้วครั้งเล่าให้โผล่พ้นผิวน้ำ เพื่อหวังว่าลูกจะได้หายใจ ขณะที่มันพยายามพาลูกน้อยออกห่างจากฝั่งและมุ่งหน้าสู่ทะเลน้ำลึก

พบเห็นรอบแผลเหวอะหวะอยู่ทั่วท้องของลูกโลมา จึงสันนิษฐานว่ามันอาจตายเพราะชนเข้ากับใบพัดเรือ และตลกร้ายก็คืออาจเป็นหนึ่งในเรือที่พานักท่องเที่ยวมาชมมันหลายเที่ยวในแต่ละวันนี่แหละที่เป็นผู้ฆ่ามันเสียเอง
       
       เหล่านักวิจัยสังเกตพบว่า โลมามักแบกหรือผลักลูกของมันที่ตายตั้งแต่แรกคลอดหรือตายตั้งแต่ยังเล็กๆ ในความพยายามกู้ชีวิตพวกมัน นอกจากนี้ โลมายังแสดงอาการโศกเศร้าและบางตัวจะไม่ยอมหนีห่างจากลูกน้อยที่ตายแล้วเป็นเวลาหลายวัน
       
       อาการโศกเศร้าในอาณาจักรสัตว์ สามารถพบเห็นทั้งในวาฬ ช้าง ชิมแปนซี และกอริลลา เช่นเดียวกับโลมา ขณะที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญยังอึกอักที่จะสนับสนุนความเชื่อที่ว่าสัตว์มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์ พฤติกรรมที่แสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยโลมาก็รับรู้ถึงการตายของโลมาด้วยกัน

โจอัน กอนซัลโว นักวิจัยจากสถาบันเทธีส รีเสิร์ช เคยสังเกตพบเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันที่แม่โลมาแบกลูกที่ตายแล้วไว้บนหลังเมื่อปี 2006 และบอกว่าที่เห็นแม่โลมาแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ อาจเป็นเพราะมันยังยอมรับการตายของลูกน้อยไม่ได้
       
       หนึ่งปีต่อมา เขาก็เห็นฝูงโลมาพยายามช่วยลูกโลมาตัวหนึ่งที่กำลังใกล้ตายด้วยการแบกลูกโลมาขึ้นสู่ผิวน้ำและว่ายไปรอบๆตัวที่ป่วยในรูปแบบที่กระวนกระวายและไม่มีจุดหมาย
       
       เขาบอกว่า “ข้อสมมติฐานของผมคือพวกมันคอยอยู่เคียงข้างและให้การสนับสนุนตัวที่ป่วย และพอมันตาย โลมาตัวที่เหลือก็เสร็จสิ้นหน้าที่ ในกรณีนี้พวกมันคงคิดว่าท้ายที่สุดแล้วความตายก็มาถึง พวกมันจึงเตรียมใจมาก่อน”
       
       อนึ่งโลมา เป็นสัตว์สังคมและขึ้นชื่อด้านความฉลาดเฉลียวอย่างมาก
« Last Edit: August 20, 2015, 10:44:23 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
เมื่อเดือนมีนาคมพศ.2558 กระทรวงการเกษตรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน(MOA)และกองทุนสัตว์ป่าโลกหรือwwfและหน่วยงานต่างต่างได้ร่วมกันเคลือนย้ายโลมาจีนหัวบาตรหลังเรียบกลุ่มเล็กเล็กกลุ่มแรกจากทะเลสาบโป๋หยางไกล้แม่น้ำแยงซีเกียงไปสถานที่แห่งใหม่แถวมณฑลหูหนานและหูเป่ยที่คุมเข้มเรื่องสภาพแวดล้อมมากเพื่อให้โลมาหัวบาตรหลังเรียบมีโอกาสแพร่พันธ์ในสถานที่แห่งไหม่ได้ต่อไป
MOA launches ex situ conservation of endangered finless porpoises by http://english.agri.gov.cn/news/dqnf/201503/t20150330_25291.htm

MOA launched the ex situ conservation of the endangered Yangtze River's finless porpoises in central China Hubei Province on March 27, 2015, in collaboration with the Ministry of Environment Protection, Chinese Academy of Sciences and provincial governments of Hubei, Hunan and Jiangxi.
 
Yangtze River’s finless porpoise is the only aquatic mammal living in inland waters in China. It is one of the indicator species for biodiversity in the Yangtze River and the health status of the Yangtze River eco-environment. The habitat for the finless porpoise has been constantly deteriorating with dramatic decrease in its population due to increasing human activities. At present, the total number of finless porpoises is less than 1,000. Therefore its conservation allows of no delay.

This time, eight porpoises are relocated from Poyang Lake of Jiangxi Province to the conservation area of Hewangmiao. In the winter of 2015, additional 4 finless porpoises will be introduced from the water of Tianezhou. At the same time, the release of wild fishes for population enhancement was also conducted to improve the biological resources in the reserve and supply sufficient food for the finless porpoises after relocation.
------------------------------------------------------
ข่าวจากพีเพิลเดลีแห่งจีนเมื่อวันที่6 มีนาคม 2559หรือ2016มีว่า ที่มณฑลอันฮุย เมืองอันชิง ได้เริ่มมีการฝังไอดีชิพ(ID chip)ไห้แก่โลมาหัวบาตรหลังเรียบในแม่น้ำแยงซีเกียงเพื่อช่วยติดตามดูแลปลาโลมาในแม่น้ำแยงซีเกียงได้ดีขึ้น
Yangtze River Finless Porpoise Gets ID  by http://en.people.cn/n3/2016/0308/c90882-9026883.html

Researchers examine a finless porpoise and inject an ID chip into it in Anqing City, East ‪China‬’s Anhui Province, March 6, 2016. Experts injected ID chips into six finless porpoises, which are threatened by overfishing, pollution and ship movement at the Yangtze River, to better monitor their growth. One finless porpoise born in June 2015 weighed 19.5 kilograms now.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
เมื่อเอ๋ยถึง ปลาโลมา  ทุกคนคงนึกถึงสัตว์ทะเลที่มีความน่ารัก เฉลียวฉลาด  สามารถปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ฝึกสอนได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่ว  และที่สำคัญเป็นสัตว์น้ำที่ไม่ดุร้ายชอบช่วยเหลือคนที่พลัดตกลงไปในน้ำทะเล
       
ใช่แล้วครับ กิตติศัพท์ที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นลักษณะนิสัยแลความสามารถพิเศษของเจ้าโลมาซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสัตว์น้ำผู้น่ารักตัวนี้กันโดยคร่าวๆนะครับ
       
ปลาโลมา  เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  มีจำนวนรวมทั้งสิน 43 ชนิด  แยกออกเป็น 3 วงศ์  คือ วงศ์ Delphinidae  ได้แก่ ปลาโลมาที่พบชุกชุมทั่วไป  เรียกว่า  Dolphin  มีจำนวนชนิดมากที่สุดถึง 32 ชนิด  , วงศ์ Phocoenidac  ได้แก่ปลาโลมาขนาดเล็ก  เรียกว่า  Porpoise มีจำนวน 6 ชนิด และสุดท้ายวงศ์ Platanistldae ได้แก่ปลาโลมาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืด มีจำนวนทั้งสิน 5 ชนิด
       
ในประเทศไทยมีปลาโลมาอย่างน้อยที่สุด 15 ชนิด ที่พบอาศัยอยู่ในน่านน้ำไทยทั้งในมหาสมุทรอินเดียและอ่าวไทย  โดยชนิดที่พบชุกชุมคือ ปลาโลมาหัวขวดธรรมดา  ปลาโลมาหัวขวดปากสั้น  และปลาโลมาหัวบาตรครีบหลัง
       
ลักษณะของปลาโลมาประเภท Dolphin แตกต่างจากปลาโลมาประเภท Porpoise คือพวก Dolphin มีปากยืนยาวออกมาดูคล้ายขวด  ครีบหลังรูปสามเหลี่ยม  ฟันแต่ละซี่มีลักษณะกลมและแหลม แต่พวกPorpoise ไม่มีปากยื่นยาวออกมา  ครีบหลังเป็นสามเหลี่ยมเตี้ยๆ ฟันแต่ละซี่แบน  ทางด้านข้างดูคล้ายใบเสียมขุดดิน
       
สีสันบนลำตัวของปลาโลมาแต่ละสายพันธ์จะแตกต่างไปตามชนิด  โดยทั่วไปจะมีสีลำตัวเรียบเป็นสีเดียวโดยตลอด  มีสีดำทั้งด้านหลังใต้ท้องสีขาว  อุปนิสัยของปลาโลมาชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงในบริเวณทะเลลึกไกลจากฝั่ง  อาจจะอยู่รวมกันมากเป็นจำนวนนับพันตัว  ในฝูงปลาโลมาส่วนใหญ่มักมีตัวผู้เพียงตัวเดียวอยู่ร่วมกับตัวเมียและลูกอ่อนหลายตัว  แต่บางครั้งก็พบฝูงปลาโลมาที่มีเฉพาะตัวผู้อายุน้อยทั้งฝูง...
อ้างอิงจากhttp://www.namsongkram.com/2015/06/blog-post_18.html

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ข่าวจากจีนว่าโลมาหัวบาตรหลังเรียบแห่งแม่น้ำแยงซีเกียงในจีนนั้นที่ถูกจับเลี้ยงไว้ในกรงน้ำที่ควบคุมคุณภาพน้ำและอาหารในกรงได้และได้รับชื่อประจำตัวโลมาว่าอีอีนั้นได้ให้กำเนิดลูกโลมาหัวบาตรหลังเรียบแห่งแยงซีเกียงตัวแรกสำเร็จเป็นครั้งแรกแล้วเมื่อวันที่22 พฤษภาคม พศ.2559หรือ2016นี่เองโดยลูกโลมาอยู่ในสภาพปลอดภัยรอเติบโตในกรงต่อไปในบริเวณเทียนอีโจว
First Caged Yangtze Finless Porpoise Gives Birth to a Newborn in Tian-E-Zhou Reserve
“E E”, a female Yangtze finless porpoise, gave birth to a newborn at 3: 30 a.m. on May 22nd, 2016, in a floating net cage located in the Tian-E-Zhou Baiji National Natural Reserve, proving to be the first successful breeding of caged Yangtze finless porpoises in natural waters. 

The 10-year-old new Mom “E E” was rescued during the ice disaster in 2008, and then transferred to net cage in Tian-E-Zhou Reserve. “E E” was pregnant in 2013 and 2014 respectively, but both failed due to a series of environmental factors. Fortunately, on May 11st last year, the staff in the reserve estimated that “E E” was probably pregnant again according to her serum progesterone tests results. On June 28th, her pregnancy was further confirmed by ultrasound imaging.

The staff in Tian-E-Zhou Reserve, together with researchers from Institute of Hydrobiology of the Chinese Academy of Sciences (IHB), has taken all kinds of measures, including nutrition formulation, water temperature regulation, water quality improvement to ensure her successful pregnancy and childbirth. With joint efforts, her first new baby was born after more than one year.

On the early morning of the May 22nd, the fetus’ tail fin was able to be seen out of “E E’s” vagina. Two hours and 10 minutes later, the new baby swam out of the water surface for its first breath. “E E” is a first-time mother, but she is very kind and experienced. She began to look after her new baby right after the childbirth. Since the new baby had no sense of direction at first, “E E” tried to lift her baby and helped it swim and breathe normally. One hour later, the calf could swim with its mom smoothly. At 8:30 a.m. the staff observed a clear breast feeding behavior. According to the staff in Tian-E-Zhou reserve, the mother and the calf were both doing well until now.

HAO Yujiang, PhD at IHB said “E E” and her baby have gone through three critical periods: delivery, nurturing and nursing. The baby will grow stronger, so does its survival ability. However, the new baby will face a special challenge within one week after its birth -- the “molting” period. Besides, if the water quality is not good enough, the calf is likely to be at risk of skin infections. Three months later, the breast-fed calf will turn to eat some fish, its digestive system will face another challenge.

Now the new baby is enjoying this mysterious world, and meanwhile facing various threats from this unknown world. The new life represents the hope of Yangtze finless porpoise population. Wish this new baby and all the Yangtze finless porpoises a good future.
« Last Edit: November 20, 2016, 01:28:28 AM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ข่าวโลมาสีชมพูบ้างนะครับ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พศ.2558หรือคศ.2015ที่ผ่านมาว่า สมาคมอนุรักษ์โลมาฮ่องกง ออกมาเตือนรัฐบาลฮ่องกงระบุว่า การดำเนินแผนการขยายสนามบินนานาชาติฮ่องกง บนเกาะเช็คแลปก๊ก ทางตะวันตกของฮ่องกง นั้นอาจทำให้โลมาขาวจีน หรือ โลมาสีชมพู ซึ่งกำลังมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆในขณะนี้ หมดไปจากน่านน้ำของฮ่องกง

นายซามูเอล หุง ประธานสมาคมอนุรักษ์โลมาฮ่องกง ที่มักจะออกไปสำรวจจำนวนประชากรโลมา 2 ครั้งต่อสัปดาห์ระบุว่า หากโครงการขยายสนามบินดังกล่าวเริ่มต้นดำเนินการ โครงการดังกล่าวจะมีส่วนกระตุ้นทำให้โลมาสีชมพูต้องหายไปจากน่านน้ำของฮ่องกงอย่างถาวร

นายหุงระบุต่อว่า ปัจจุบันโลมาสีชมพูเหลืออยู่ในน่านน้ำฮ่องกงเพียง 60 ตัวเท่านั้น โดยการลดจำนวนลงดังกล่าวเป็นผลมาจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น โครงการสร้างสะพานความยาว 50 กิโลเมตรที่เชื่อมระหว่างจูไห่และมาเก๊าและฮ่องกง(HONGKONG-ZHUHAI-MACAU BRIDGE) การทำประมงในปริมาณที่มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนเรือโดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ทั้งนี้โลมาขาวจีน รู้จักกันดีในนามโลมาสีชมพู เป็นมาสคอตอย่างเป็นทางการของฮ่องกงในพิธีที่อังกฤษส่งมอบเกาะฮ่องกงให้กลับสู่การปกครองของจีน เมื่อปี 2540 ขณะที่โลมาสีชมพูสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชมโลมาในพื้นที่เกาะลันเตา ตอนเหนือของฮ่องกงได้เป็นจำนวนมาก

--------------------------------------
ลักษณะของโลมาสีชมพูคือเมื่อแรกเกิดจะมีสีดำจนถึงวัยเด็ก จะมีสีเทา จนถึงวัยรุ่น เริ่มจะมีจุดสีเทาปนชมพูเกิดขึ้นและจนถึงวัยผู้ใหญ่ จะเป็นสีขาวออกชมพู และจุดสีเทาชมพูจะหายไป

โลมาสีชมพูยิ่งมีอายุมากจะมีสีสว่างขึ้น จนถึงเป็นสีชมพู สีชมพูนี้ไม่ได้มาจากเซลเม็ดสี แต่มาจากสีของหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะที่อุณหภูมิของร่างกายสูงเกินไป

พฤติกรรมโดยทั่วไป ชอบอยู่บริเวณชายฝั่ง หรือบริเวณที่มีความลึกไม่เกิน 20 เมตร บริเวณที่โลมาอาศัยอยู่มักจะพบว่า ชายฝั่งทะเลนั้นจะมีป่าชายเลนอยู่ด้วยเสมอๆ  แต่จะต้องอยู่ในบริเวณน้ำตื้นเท่านั้น  โลมาสายพันธุ์นี้ชอบอาศัยประจำที่หรือมีการย้ายที่อพยพน้อยมากและอาศัยไม่ห่างจากชายฝั่งเกินระยะ 1 กิโลเมตร ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้โดยง่าย โดยมักจะพบเห็นตั้งแต่ตอนเช้า จะอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 10 ตัว ว่ายน้ำช้า ประมาณ 4.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะดำน้ำประมาณ 40-60 วินาที ก่อนจะโผล่ขึ้นมาหายใจ  บางครั้งมีพฤติกรรมดุร้าย โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ล่าเข้ามา

นอกจากที่ทะเลขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราชของไทยแล้ว เรายังสามารถชมความน่ารักของโลมาสีชมพูได้ที่ จ.จันทบุรี ของไทยหรือที่บริเวณอ่าวฮ่องกง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีโลมาสีชมพูจำนวนมากที่สุด เกือบร้อยตัว
« Last Edit: November 19, 2016, 12:31:27 AM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ข่าวโลมาอิรวดีแม่น้ำโขงบ้างนะครับ
WWF ประกาศโลมาแม่น้ำโขงสูญพันธุ์โดยปริยายแล้วในประเทศลาว คาด 1 ในสาเหตุหลักการเสียชีวิตคือ อวนลอย
               เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (3 พ.ย.2559) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ในประเทศลาว ได้ประกาศว่า โลมาแม่น้ำโขง หรือ โลมาอิรวดี ได้สูญพันธุ์ไปโดยปริยายแล้วจากประเทศลาว

               โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ทีมสำรวจขององค์กร WWF ในประเทศลาวและกัมพูชาได้ดำเนินการสำรวจเหล่าโลมาและยืนยันแล้วถึงจำนวนโลมาที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในหาดโอจือเตียล (O Cheuteal) ที่อยู่ระหว่างทางตอนใต้ของประเทศลาวและทางตอนเหนือของประเทศกัมพูชา ว่ามีจำนวนลดลงถึงร้อยละ 50 ในปี 2016

               ทีมสำรวจรายงานว่า ปัจจุบันโลมากลุ่มนี้ลดลงจนเหลือเพียง 3 ตัว จากช่วงต้นปี 2016 ที่มี 6 ตัว จึงมีความหวังเหลือเพียงน้อยนิด ที่จะแก้ไขสถานการณ์ให้กลับมาดังเดิม เพราะโลมาที่มีเพียงเท่านี้คงไม่สามารถอยู่รอดได้ (สืบสายพันธุ์ต่อไปได้) หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์สรายงานโดยอ้างอิงจากผลการสำรวจ

                Amphone Phommachak ผู้ประสานงานในพื้นที่ทางตอนใต้ของลาวขององค์กร WWF ได้กล่าวว่า การใช้เครื่องมืออวนลอย (gillnet) โดยเฉพาะอวนลอยที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยมนุษย์ถูกคาดว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของโลมา
------------------
ข่าวโลมาอิรวดีจากกัมพูชาก็มีคือข่าวเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2559-ในแต่ละปีชาวกัมพูชาและนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายแสนคนจะไปเยือนเมืองกระตีริมฝั่งแม่น้ำโขงของกัมพูชาเพื่อชมความน่ารักของโลมาอิรวดีที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า โลมาอิรวดีหรือโลมาหัวบาตรมีครีบหลังที่มีนิสัยขี้อายและใบหน้าของโลมาที่มีลักษณะยิ้มแย้มจนได้รับฉายาว่า รอยยิ้มแห่งแม่น้ำโขงนี้ กำลังใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว โลมาอิรวดีนั้น มีความสามารถพิเศษในการปรับตัวให้อยู่ในน้ำจืดได้ จึงอยู่ตามชายฝั่งของประเทศในแถบเอเชียอาคเนย์และในเขตทีมีผู้อยู่อาศัยเบาบางในแม่น้ำอิระวดีของเมียนมาร์ แม่น้ำมหากัมในบอร์เนียวของอินโดนีเซียและ แม่น้ำโขง โดยเฉพาะในแม่น้ำโขงนั้นอยู่อาศัยในช่วงระหว่างเมืองกระตีไปจนถึงน้ำตกโคนพระเพ็งซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของลาว จากการสำรวจล่าสุดของกองทุนสัตว์ป่าโลก หรือ WWF โลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงกำลังใกล้จะสูญพันธุ์เต็มทีแล้ว ปัจจุบันมีเพียง 80 ตัวเทียบกับเมื่อสิบปีที่แล้วมีถึง 127 ตัว ที่เมืองกระตีนี้ให้ความสำคัญกับโลมาอิรวดีมาก มีสัญลักษณ์ของโลมาอิรวดีทั้งในแบบรูปปั้นและตามโรงแรมหรือกระทั่งในบาร์คาราโอเกะ เมื่อปี 2557 รัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศเขตคุ้มครองโลมาถึง 180 กิโลเมตรตามแนวแม่น้ำโขง ห้ามชาวประมงใช้อวนลอยและการชอร์ตไฟฟ้า จับปลาเด็ดขาด แต่ชาวประมงส่วนมากยังละเลยและใช้อุปกรณ์ที่ขัดต่อกฎหมายกันต่อไปและยังพบโลมาอิรวดีติดอวนตายจนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้ว

ซก คุน ชาวประมงเขมรอายุ 36 ปี ผู้จับปลามาตั้งแต่อายุ 10 ขวบบอกว่าโลมาอิรวดีไม่ได้สูญพันธุ์เพราะคนอย่างเดียว ภัยแล้งก็เช่นกัน เพราะภัยแล้งทำให้แม่น้ำโขงมีระดับต่ำสุดในรอบ 100 ปี เพราะปลาที่จับได้มีขนาดเล็กลงและจับได้น้อยลง เมื่อปลาในแม่น้ำมีน้อยลง คนก็หากินลำบาก โลมาอิรวดีก็หากินลำบากด้วยเหมือนกันเพราะโลมาอิรวดีกินปลาจำนวนมาก นอกจากโครงการสร้างเขื่อนซัมบอร์ก็ยังพบว่าเป็นอันตรายต่อโลมาอิรวดีอย่างมากเพราะเป็นถิ่นที่อยู่ของโลมาอิรวดีซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงสิ่งแวดล้อมของกัมพูชาเมื่อถูกถามถึงการสร้างเขื่อนซัมบอร์ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อโลมาอิรวดี ก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด.-สำนักข่าวไทย

--------------------------
ข่าวโลมาอิรวดีจากทะเลสาปสงขลาและพัทลุงปีพศ.2559ซึ่งโลมาอิรวดีนั้นพ่นน้ำได้และภาคใต้ของไทยก็สามารถพบปลาพะยูนได้ด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพัทลุง และ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวงพัทลุง-สงขลา พร้อมพวก ได้ใช้เรือหางยาวเดินทางไปยังบริเวณลับห้า ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง กับ ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา เพื่อพิจารณาปรับปรุงพัฒนาให้เป็นบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของฝูงโลมาอิรวดี ที่มีเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย และพันธุ์สัตว์น้ำชนิดต่างๆ อย่างชุกชุม ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดพัทลุงต่อไป

          ก่อนหน้านี้พื้นที่ดังกล่าว ทางเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวงพัทลุง-สงขลา เครือข่ายอนุรักษ์โลมาอิรวดีใน จ.พัทลุง และ จ.สงขลา และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลี่ยม จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันจัดสร้างสำนักงานเขตห้ามล่าฯ ชั่วคราว และจัดสร้างซั้งบ้านปลาขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งที่อยู่ อาศัยของพันธุ์สัตว์น้ำ และให้เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงโลมาอิรวดี

          ต่อมาได้ถูกกลุ่มชาวประมงทั้งใน จ.พัทลุง และ จ.สงขลา นำเครื่องมือประมงไปลักลอบจับสัตว์น้ำในบริเวณดังกล่าว จนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของฝูงโลมาอิรวดี จังหวัดฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

          ในเบื้องต้นทางจังหวัดฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันกำหนดพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำบริเวณลับห้าจำนวน 5,000 ไร่ โดยมีการวางทุ่นเพื่อกำหนดเขตอนุรักษ์ให้เห็นอย่างชัดเจน พร้อมทั้งประสานขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ทั้งใน จ.พัทลุง จ.สงขลา ห้ามเข้าไปจับสัตว์น้ำในบริเวณดังกล่าวโดยเด็ดขาด

          หลังจากนั้นทางจังหวัดก็จะได้เร่งพัฒนาปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริเวณดังกล่าวให้สวยงาม หลังจากนั้นก็จะได้ประกาศเชิญชวนให้นักท่องเที่ยว ทั้งในและต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาเที่ยวชมฝูงโลมาอิรวดีในบริเวณดังกล่าวต่อไป

          หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวงพัทลุง-สงขลา กล่าวว่า สำหรับซั้งปลาหรือ บ้านปลาที่จัดสร้างขึ้น ได้กันพื้นที่ในทะเลสาบสงขลา บริเวณลับสี่ จัดสร้างบ้านปลาจำนวน 300 หลัง กำหนดระยะเวลา แล้วเสร็จ 3 ปี ในแต่ละหลังห่างกันประมาณ 50 เมตร โดยเป็นจุดที่มีน้ำลึกประมาณ 3 เมตร อยู่ระหว่างรอยต่อ หมู่ 10 ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง และ หมู่ 6 ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของโลมาอิรวดี

          "ซั้งปลา จะเป็นที่แหล่งอาศัยที่สำคัญของโลมาอิรวดี และจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพัทลุงอีกด้วย"และโลมาอิรวดีไม่เพียงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองบัญชีที่ 1 ของอนุสัญญา ไซเตส โดยจัดให้อยู่ในสถานะสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์ นอกจากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับโลมาอิรวดีน้ำจืดในทะเลหลวงไว้เป็นสัตว์ป่าในพระบรมราชินูปถัมภ์ตามประกาศของจังหวัดพัทลุงเมื่อวันที่3 ตุลาคม2544

          สำหรับโลมาอิรวดี หรือโลมาหัวบาตร รูปร่างหน้าตาคล้ายโลมาทั่วไป แต่มีลักษณะเด่น คือ หัวที่มนกลมคล้ายบาตรพระ ลำตัวสีเทาเข้ม แต่บางตัวอาจมีสีอ่อนกว่า ตามีขนาดเล็ก ปากอยู่ด้านล่าง ครีบข้างลำตัว แผ่กว้างเป็นรูปสามเหลี่ยม ครีบบนมีขนาดเล็กมาก มีรูปทรงแบนและบางคล้ายเคียว มีขนาดประมาณ 180-275 เซนติเมตร พบครั้งแรกที่แม่น้ำอิรวดีในประเทศพม่า ปัจจุบันในน้ำจืด สามารถพบได้ 5 แห่ง คือ ทะเลสาบชิลิก้า ประเทศอินเดีย แม่น้ำโขง, ทะเลสาบสงขลา-พัทลุง, แม่น้ำมหาคามประเทศอินโดนีเซีย และปากแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
ขอขอบคุณภาพ - ข่าว จากเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
« Last Edit: November 20, 2016, 01:25:41 AM by yesterday »