Author Topic: รัฐฟลอริด้ายกให้งูเหลือมpythonเป็นผู้ล่าอันดับ1แทนจระเข้ฟลอริด้าในบึงEverglades  (Read 21700 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
งูหลามพม่า เขมือบเหยื่อในฟลอริด้าแทบเกลี้ยง :police: :police: :police: :police:
            จากการสำรวจสัตว์ทั้งหลายในเขตอุทยานแห่งชาติเอเวอเกลด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกาโดย มิเชล ดอร์เคส นักนิเวศวิทยาของวิทยาลัยดาวิดสัน ใน นอร์ทแคโรไรนา พบ แรคคูน , opossum ,กวาง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆแม้กระทั่งนกและตะโขงกลายเป็นอาหารอยู่ในกระเพาะของงูหลาม

 คงไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปที่จะพบงูหลามพม่าขนาด 10 – 16 ฟุต ได้โดยทั่วไปในเขตอุทยานแห่งชาติเอเวอเกลด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา หากย้อนไปเมื่อประมาณ 15-20ปี ที่มีการนำงูชนิดนี้เข้าไปในอเมริกา เจ้าหน้าที่อุทยานเชื่อว่าจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นส่งผลให้มีการนำงูหลามเข้ามาปล่อยในเขตอุทยานจนปัจจุบันมีการขยายพันธุ์จนพบได้ทั่วไป

             ในปัจจุบันนี้ นักนิเวศวิทยาได้สำรวจจำนวนประชากรของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพบว่ามีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับการขยายตัวของประชากรงูหลามเมื่อ 20 ปีก่อนหน้านี้และด้วยขนาดพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 6,000 ตารางกิโลเมตร ของอุทยานแห่งชาติเอเวอเกลดจึงต้องใช้ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก 11 มหาวิทยาลัยเข้าไปสำรวจจำนวนประชากรของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นับตั่งแต่ปี 2003 – 2010 เพื่อเปรียบเทียบจำนวนประชากรของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในปี 1990s ก่อนที่จะมีการแพร่กระจายของงูหลามพบว่า จำนวนของแรคคูนและopossumลดลงไป 98% ,กวางหางขาวลดลงไป 94% และแมวป่าลดลงไป 87% และไม่พบกระต่ายและสุนัขจิ้งจอกเลย

             การขาดผู้ล่าในห่วงโซ่อาหารจากการหายตัวไปของเหล่าบรรดาสัตว์ผู้ล่าอื่นๆและการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วของงูหลามพม่าเป็นปัญหาที่นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจุบัน งูหลามพม่ามีการพัฒนาความสามารถในการเข้าไปสู่เขตน้ำเค็ม และอพยพไปได้ไกลขึ้นจนถึงชายฝั่งสุดเขตของอุทยานดังกล่าวแล้ว

ศูนย์ข่าววิทยาศาสตร์ อพวช. รายงาน12 กุมภาพันธ์2555

ที่มาข่าว: http://www.sciencenews.org/view/generic/id/338028/title/Predatory_pythons_shift_Everglades_ecology

Tag : python, ecology,mammal, Burmese Python, งูหลามพม่า,งูหลาม,ระบบนิเวศ,นิเวศวิทยา,



ความนิยมเลี้ยงงูในหมู่ชาวอเมริกันในกลางทศวรรษที่ 90 นั้นได้เปลี่ยนไปในทางเเย่อย่างควบคุมไม่ได้เมื่อ เจ้าของงูเหลือมยาว 6เมตรเหล่านี้ได้เริ่มปล่อยพวกมันเข้าป่าเพราะมีขนาดใหญ่เกินไปที่จะใส่ในตู้ได้ เป็นโชคดีของงูเหลือม (เเต่โชคร้ายของสัตว์ท้องถิ่น) ที่มันสามารถเอาตัวรอดเองได้ไม่เหมือนสัตว์เลี้ยงทั่วไป ซึ่งมันก็ได้เเพร่พันธุ์ไปมากมาย โดยเฉพาะในเขต Everglades ที่มันเป็นสัตว์ที่ทำอันตรายให้ทั้งคนเเละสัตว์ท้องถิ่นใกล้สูญพันธุ์เเถวนั้น เช่น Key Largo wood rats, Round-tailed muskrats หรือเเม้เเต่อัลลิเกเตอร์เจ้าถิ่น ถึงเเม้ว่างูเหลือมจำนวนถึง 1,300ตัวจะถูกเอาออกไปจากเขต Everglades เเล้ว เเต่มันก็ยังเเพร่พันธุ์เกินจำนวนอยู่ซึ่งอาจจะทำให้การเลี้ยงงูเหลือมเป็นสัตว์เลี้ยงต้องถูกห้ามไป




« Last Edit: August 14, 2012, 10:20:33 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ฮือฮา! พบงูหลามยักษ์ยาวเกือบ 5.2 เมตรที่ฟลอริดา ชี้ตัวใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ในสหรัฐและฟลอริด้า

เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฟลอริดาของสหรัฐฯ เผยพบงูหลามพม่าขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกสถิติไว้ ถูกจับขึ้นมาจากเขตอุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์ ทางใต้ของมลรัฐฟลอริดา โดยเจ้างูยักษ์ตัวนี้ซึ่งได้ตายลงหลังถูกจับ มีความยาวถึง 5.18 เมตร และมีน้ำหนัก 74 กิโลกรัม นอกจากนั้นยังพบว่ามันกำลังเตรียมให้กำเนิดลูก เพราะพบไข่มากถึง 87 ใบเรียงรายอยู่ภายในท้องของมันซึ่งอาจถือเป็นสถิติใหม่อีกเช่นเดียวกัน
       
       ทีมนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การค้นพบงูหลามขนาดมหึมาเช่นนี้ในเอเวอร์เกลดส์ เป็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่า เจ้าสัตว์ต่างถิ่นซึ่งมีแหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชนิดนี้ สามารถปรับตัวและดำรงชีวิตแพร่ขยายเผ่าพันธุ์ได้เป็นอย่างดีในพื้นที่ชุ่มน้ำทางตอนใต้ของฟลอริดา และถือเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ส่งผลให้ประชากรสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในเอเวอร์เกลดส์ลดจำนวนลง จนสร้างปัญหาต่อระบบนิเวศในพื้นที่
       
       ทั้งนี้ มีข้อมูลว่า หลังจากการตรวจสอบซากของมันโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ จะมีการนำเจ้างูยักษ์ตัวนี้ไปตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยฟลอริดานาน 5 ปี ก่อนจะส่งมันกลับคืนให้กับอุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์ต่อไป



ปัจจุบันนี้ทางรัฐฟลอริด้าต้องพึ่งพาการฝึกสุนัขบีเกิลไพธอนพีท(python pete beagle)เพื่อช่วยดมกลิ่นตามหางูเหลือมไพธอนตัวไหญ่ไหญ่ที่มีประมาณ5000ตัว

Python Pete !!!!!

--------------------------------------------------------------------------------

Am watching NBC Nightly news and the story about snake hunters is on. Python Pete the beagle is being trained to seek out pythons in the everglades. The snakes are becoming a huge problem as owners are dumping them into the everglades because they grow to big sometimes eating things twice their size  .....

rut roh pythons ....it's Python Pete better slither away and hide !!!
----------------------------------------------------------------------------------------------------

« Last Edit: January 29, 2016, 01:20:43 AM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
เกาะกวมเจอปัญหานิเวศน์วิทยาเรื่องงูต้นไม้สีน้ำตาลเพราะในอดีตเกาะกวมไม่เคยมีงูกินนกพื้นเมืองเกาะกวม
---------------------------------------------
รอยเตอร์ /23กพ2556จากเวปผู้จัดการ - เจ้าหน้าที่ป่าไม้กวมประกาศสงครามต่อต้านงูต้นไม้สีน้ำตาล (brown tree snake) ที่รุกรานเข้าไปยังดินแดนในแถบแปซิฟิกของสหรัฐฯ แห่งนี้ ด้วยการโปรยซากลูกหนูที่ถูกยัดด้วยยาแก้ปวดธรรมดาทั่วไป ซึ่งจะเป็นพิษต่อสัตว์ผู้รุกรานเหล่านั้นได้
       
       งูต้นไม้สีน้ำตาล ซึ่งเชื่อว่าถูกนำเข้าไปยังกวมด้วยความบังเอิญโดยกองทัพเรือของสหรัฐฯ เมื่อช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 กลายเป็นหายนะใหญ่ที่ทำให้จำนวนประชากรนกพื้นเมืองบนเกาะแห่งนี้ลดลงอย่างมาก     
        เจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นกังวลมาหลายปีว่า งูเหล่านั้นซึ่งไม่ใช่สัตว์นักล่าตามธรรมชาติบนเกาะกวม อาจแพร่กระจายไปถึงเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกอื่นๆ โดยเฉพาะฮาวาย ที่อยู่ห่างออกไปราว 6,400 กิโลเมตรทางตะวันออกได้ และจะยิ่งสร้างความเสียหายรุนแรงมากขึ้น
       
       “กวมกำลังอยู่ในสถานการณ์พิเศษมาก” วิลเลียม พิตต์ นักชีววิทยาสัตว์ป่าแห่งศูนย์วิจัยสัตว์ป่าตามธรรมชาติของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ในฮาวายกล่าว และว่า “ไม่มีที่อื่นในโลกแล้วที่มีปัญหาเรื่องงูเหมือนกับกวม”
       
       โครงการนี้ตั้งเป้าว่าจะเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม หรือเมษายน โดยการใช้เฮลิคอปเตอร์โปรยซากลูกหนูที่ตายแล้วไปตามพื้นที่ป่าต่างๆ ซึ่งงูต้นไม้สีน้ำตาลน่าจะซุกตัวอยู่เป็นจำนวนมาก
       
       สำหรับที่หมายแรกนั้นจะเป็นบริเวณใกล้เคียงกับฐานทัพอากาศแอนเดอร์สัน ซึ่งล้อมรอบด้วยป่าทึบ และถูกมองว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่กระจายของงูเหล่านั้น โดยอาจเลื้อยขึ้นไปซ่อนตัวตามเครื่องบิน ที่จะบินออกไปยังต่างพื้นที่
       
       พิตต์ระบุว่า ลูกหนูแต่ละตัวจะถูกยัดสารอะซีตามีโนเฟน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในยาเม็ดไทลินอล และยาบรรเทาอาการปวดอื่นๆ ไว้ในปาก โดยตัวยานี้จะเป็นพิษต่องูต้นไม้สีน้ำตาล แต่จะไม่เป็นอันตรายกับสัตว์อื่นๆ ส่วนใหญ่
       
       เขายังย้ำว่า เป้าหมายของการโจมตีทางอากาศ ด้วยหนูร่วม 2,000 ตัวนี้ ไม่ใช่เพื่อกำจัด แต่เพื่อลดทอน และควบคุมจำนวนประชากรงูดังกล่าวบนเกาะกวม


Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
เต่าและลิงในธรรมชาติอันเป็นทุกข์โหดร้ายถ้าประมาทในพื้นที่ป่าดงดิบต่างต่างของทวีปอเมริกา

-นาทีคับขัน! เผยภาพเต่าถูกอนาคอนด้ารัด แต่รอดเพราะติดกระดอง

          เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน2555ที่ผ่านมา เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ เปิดเผยภาพเหตุการณ์สุดระทึก เมื่ออนาคอนด้าตัวหนึ่ง ได้พยายามรัดเต่าน้อยตัวหนึ่งให้ตาย แต่ไม่อาจทำได้เพราะติดกระดองเต่า

          ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวถ่ายได้โดยนายช็อง มิเชล ลาบาห์ ช่างภาพชาวฝรั่งเศสวัย 61 ปี ระหว่างที่เขาได้เดินทางไปดูชีวิตสัตว์ในแถบลอส ลาโนส ของเวเนซุเอลา ซึ่งในวันนั้นเขาได้สังเกตเห็นอนาคอนด้าตัวหนึ่งกำลังพยายามเลื้อยรัดเต่าน้อยตัวหนึ่งอยู่ จึงหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเหตุการณ์นี้ไว้ทันที โดยอนาคอนด้าตัวนี้ได้ขดตัวรัดเต่าน้อยอยู่หลายนาที แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะเต่าน้อยมีกระดองหนา ส่วนเจ้าเต่าน้อยตัวนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้พยายามตะเกียกตะกายเอาตัวรอดแต่อย่างใด

          ช็อง มิเชล ลาบาห์ เล่าว่า "วันนั้นผมกำลังมองหาอะไรแปลก ๆ เพื่อเก็บภาพ แล้วก็สังเกตเห็นอนาคอนด้ารัดเต่า มันพยายามอย่างมากที่จะรัดเต่าให้แน่น แต่ปรากฏว่ากระดองของเต่าหนาเกินไป มันไม่แตกง่าย ๆ ผมทึ่งกับเหตุการณ์นี้มาก มันเป็นอะไรที่ผมไม่เคยเห็นเลย อย่างไรก็ตาม พอผมถ่ายรูปได้สักพัก ก็ตระหนักว่าเจ้าเต่ากำลังอยู่ในภาวะคับขัน และอาจจะไม่รอดได้ ผมเลยวางกล้องเข้าไปช่วยมัน ด้วยการโยนหินหนักลงไปในน้ำ เพื่อให้อนาคอนด้าแตกตื่นและหนีไปในที่สุด"
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-“งูโบอากินลิงฮาวเลอร์ลิงที่มีเสียงดังไกลที่สุดในกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม”

ภาพงูโบอากินลิงฮาวเลอร์ผู้เคราะห์ร้าย (Erika Patrícia Quintino / American Journal of Primatology)
จาก http://www.manager.co.th/science/viewnews.aspx?NewsID=9560000107260

ในปีพศ.2556นักวิทย์ตื่นเต้นกับการได้เห็นสัตว์ตระกูลไพรเมทอย่างลิงถูงนักล่าอย่างงูกินต่อหน้าต่อตาเป็นครั้งแรก เพราะเห็นเหตุการ์ณเช่นนี้ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนักในธรรมชาติ เนื่องจากลิงมักอยู่รวมฝูงและคอยระแวดระวังให้แก่กัน ทว่าเจ้าลิงเคราะห์ร้ายกลับปลีกตัวจากฝูงและถูกงูที่ซุ่มรอเหยื่อเป็นเดือนๆ ฉกไปกิน
       
       เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ได้เห็นภาพงูโบอาคอนสติคเตอร์ (boa constrictor) เข้าจู่โจมและกินลิงฮาวเลอร์ (howler monkey) ซึ่งไลฟ์ไซน์อ้างการศึกษาที่รายงานในวารสารไพรเมทส์ (Primates) ว่า การพบครั้งนี้เป็นเรื่องควรแก่การพิจารณาเพราะรายงานเกี่ยวกับสัตว์ไพรเมทถูกนักล่ากินนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นค่อนข้างน้อย ซึ่งงานวิจัยนี้นำโดย จูลิโอ บิคคา-มาร์คส (Júlio Bicca-Marques) และ อีริกา ควินติโน (Erika Quintino) จากมหาวิทยาลัยคาธอลิคแห่งองค์สันตะปาปาริโอกรันเดโดซุล (Pontifical Catholic University of Rio Grande do Sul) ในบราซิล    
             ด้านพอล การ์เบอร์ (Paul Garber) นักไพรเมทวิทยาจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ (University of Illinois) ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้ ให้ความเห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าว อาจทำให้เราต้องกลับมาคิดกันใหม่ว่าไพรเมทเหล่านี้ถูกล่าเป็นเหยื่ออย่างง่ายดายได้อย่างไร ทั้งนี้ สัตว์ไพรเมทและลิงถูกล่าได้เป็นบางครั้งโดยงู สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ และสัตว์ในกลุ่มแมวใหญ่ แต่การได้พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวในธรรมชาติไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก
       
       เหตุที่เราไม่เห็นสัตว์ไพรเมทถูกล่าบ่อยๆ นั้น การ์เบอร์อธิบายว่า เป็นเพราะไพรเมทอาศัยอยู่เป็นฝูง ซึ่งสมาชิกแต่ละตัวจะค่อยระแวดระวังภัยคุกคาม และตรวจจับทิศของนักล่า อีกทั้งไพรเมทยังมีสายตาที่ดี ซึ่งช่วยให้สัตว์กลุ่มนี้เห็นสัตว์ที่จะเข้าจู่โจมได้ และยังเป็นไปได้ว่าการที่มีนักวิทยาศาสตร์เข้าไปเฝ้าสังเกตไพรเมทเป็นการช่วยไล่ผู้ล่าออกไปไกลๆ
       
       ทว่าในบางครั้งการปกป้องของกลุ่มอาจไม่เพียงพอ ดังเช่นในกรณีนี้ที่เกิดขึ้นที่แม่น้ำอะเมซอนทางตะวันตกของบราซิล นักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นลิงฮาวเลอร์แดงปูรุส (Purús red howler monkey) หรือ อาลาวอัตตาปูรูเอ็นซิส (Alouatta puruensis) เพศเมียที่โตเต็มวัย ปีนป่ายห่างออกไปจากฝูงลิง 5 ตัว และมีลิงตัวเมียที่โตแล้วตัวอื่นๆ คอยติดตามอยู่ในป่าฝน แต่ไม่มีสัญญาณเตือนงูโบอาที่ซ่อนตัวอยู่ก็เข้าจู่โจมลิงตัวนั้น ใช้กล้ามเนื้อบีบรัดลิงเคราะห์ร้าย
       
       งูโบอาคอนสตริคเตอร์ผู้ล่าหมอบและเฝ้ารอเหยื่ออยู่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่างูชนิดนี้จะซุ่มซ่อนตัวโดยไม่ไหวติ่งได้นานเป็นเดือนๆ แต่ปกติแล้วงูดังกล่าวจะจะกินเหยื่อที่มีขนาดเล็กกว่าลิง อย่างสัตว์ฟันแทะและนกตัวเล็กๆ ส่วนลิงฮาวเลอร์ตัวเมียที่โตเต็มที่จะหนักได้ถึง 6 กิโลกรัม โดยอ้างตามสหพันธ์นานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature: IUCN) ทั้งนี้ งูจะกินสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ด้วยการขยายกรามที่เชื่อมกับเอ็นยึดติด โดยที่กรามไม่ย้ายตำแหน่ง ซึ่งค่อนข้างจะขัดแย้งกับความเข้าใจผิดทั่วๆ ไป
       
       หลังงูเข้าจู่โจมแล้วฝูงของเหยื่อเคราะห์ร้ายก็ตรงเข้าทำร้ายงู และระดมทุบตีอยู่หลายครั้ง แต่เมื่องูไม่แสดงอาการสะทกสะท้าน ลิงตัวอื่นๆ ก็ถอนกำลังออกมา แล้วมองดูเหตุการณ์อันน่าสยดสยอง ซึ่ง 76 นาทีหลังจากบีบรัดลิงจนตาย งูโบอาก็เริ่มกินลิงฮาวเลอร์ทางหัวก่อน และภาพงูกินลิงนี้กลายเป็นภาพปกของวารสารอเมริกันเจอร์นัลออกไพรมาโทโลจี (American Journal of Primatology) ที่การ์เบอร์เป็นบรรณาธิการบริหาร
        “บางทีลิงตัวนั้นอาจไม่ถูกกิน หากอยู่ใกล้ฝูง ซึ่งการเป็นลิงผู้โดดเดี่ยวนั้นไม่ดีเลย” การ์เบอร์ให้ความเห็น
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-กัดไม่เข้า! จระเข้แทะกระดองเต่าอยู่ 15 นาที สุดท้ายยอมปล่อย

เผยภาพอันน่าตื่นตาของจระเข้ที่พยายามกัดกระดองเต่าให้แตก นานถึง 15 นาที แต่ก็ต้องยอมแพ้ต่อกระดองแข็ง ๆ ของเต่าที่มันไม่สามารถทำลายได้ และจำต้องปล่อยเหยื่อของมันให้เป็นอิสระในที่สุด

            เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า แพทริก แคสเทิลเบอร์รี่ ช่างภาพสัตว์ป่า ชาวอเมริกัน วัย 51 ปี สามารถถ่ายภาพที่น่าอัศจรรย์ของจระเข้ที่กำลังพยายามกัดกระดองของเต่าให้แตกอยู่ในบึงน้ำโอกีเฟโนกี ในจอร์เจีย สหรัฐฯ ไว้ได้ ซึ่งเป็นที่น่าตื่นตามาก เมื่อจระเข้พันธุ์ เซาท์อเมริกัน ขนาดยาว 6 ฟุตตัวนั้น พยายามกัดกระดองของเต่า นอร์เทิร์น ริเวอร์ คูเทอร์ อยู่นานถึง 15 นาที ด้วยแรงกัดแรงกด 1,315 กิโลกรัม ก่อนจะยอมแพ้ต่อกระดองแข็ง ๆ นั้น และจำต้องปล่อยเต่าตัวนั้นเป็นอิสระในที่สุด

            โดยแพทริก เผยว่า เขาเห็นภาพนี้ในขณะที่กำลังถ่ายภาพนกกระสาที่อยู่ในบึง ซึ่งในครั้งแรกเขาเองก็คิดว่าจระเข้คงจะกินเต่าตัวนั้นได้ในที่สุด แต่แล้วเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นจระเข้คายเต่าตัวนั้นออกมา หลังจากนั้นเขาได้เดินไปดูเต่าตัวนั้นและก็พบว่ามันยังมีชีวิตอยู่ จึงได้พลิกตัวมันขึ้น ก่อนที่เต่าจะตะกายลงน้ำไปในที่สุด

            ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีงานวิจัยมากมายที่บ่งชี้ว่ากระดองของเต่านั้นมีความแข็งแรงคงทนขนาดไหน และยังมีนักวิชาการจำนวนมากที่พยายามจะพัฒนาและออกแบบเพื่อนำกระดองเต่ามาประยุกต์ใช้เป็นเสื้อเกราะของมนุษย์อีกด้วย

            นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า ความแข็งแกร่งของกระดองนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของสัตว์ และรูปทรงของกระดองเต่าก็ทำให้มันมีความแข็งแกร่งมากขึ้น แต่ถึงแม้ว่ากระดองแข็ง ๆ ที่ทำจากกระดูกและหุ้มด้วยสิ่งที่มีลักษณะเหมือนเขาสัตว์ จะช่วยป้องกันเต่าพวกนั้นจาการถูกน่าล่าและสัตว์ขนาดใหญ่จับกินได้ แต่พวกมันก็อาจจะไม่รอดหากตกอยู่ในปากของฉลามเสือ ซึ่งแข็งแกร่งจนสามารถกัดกระดองของเต่าทุกขนาดจนแตกได้ ทั้งยังมีนักล่าชนิดอื่น ๆ ที่ยังสามารถแทะรอบ ๆ พื้นผิวนุ่ม ๆ ของกระดองเพื่อดึงเต่าออกมาได้เช่นกัน
--------------------------------------------------------------------------------
   
« Last Edit: February 12, 2014, 09:46:00 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
เขตบึงเอเวอร์เกลดส์(everglades) ฟลอริดา มีสัตว์เจ้าถิ่นใหญ่ คือ จระเข้ มดคันไฟ (fire ants) และงูเหลือมพม่า (Burmese python).
งูเหลือมพม่าใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนพื้นดิน หรือต้นไม้ [ businessinsider ]

จุดอ่อน (คล้ายงูส่วนใหญ่) คือ ออกลูกเป็นตัว และใช้เวลากกไข่นาน

ช่วงกกไข่เป็นช่วงที่งูเคลื่อนไหวน้อย หวงไข่ เป็นเป้านิ่งนานหลายเดือน

ทำให้ฝูงมดคันไฟป่า (ขนาดฝูงมักจะใหญ่เป็นเมตรๆ) ชอบโจมตี

.ถ้าแม่งูหนีทัน, มดคันไฟจะกินไข่

ถ้าแม่งูหนีไม่ทัน, ฝูงมดจะกินทั้งงูและไข่

ทำให้ประชากรงูเหลือมพม่าเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก

ผู้เชี่ยวชาญสังเกตว่า ฟลอริดา (ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ) มีอนาคอนดาเพิ่มขึ้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมา.

อนาคอนดาตัวใหญ่กว่างูเหลือมพม่าประมาณ​ 50%

อาศัยในน้ำเกือบตลอดเวลา ทำให้มดคันไฟเจ้าถิ่นรบกวนได้ยาก

อนาคอนดาออกลูกด้วยวิธีพิเศษ เรียกว่า 'ovoviviparity (โอโววิวิพาริที)'

= ออกลูกเป็นไข่ แต่เก็บไข่ไว้ ให้ฟักในตัวแม่ ก่อนออกไปสู่โลกกว้าง

.ทีนี้ถ้าไข่ฟองใดไม่พัฒนา ไม่รีบฟักเป็นตัว หรือคลอดออกมาแล้วตาย

จะกลายเป็นอาหารคุณแม่ทันที

อนาคอนดาคล้ายงูเหลือมชนิดอื่นๆ คือ

กินสัตว์ใหญ่กว่าได้ โดยการถอดข้อขากรรไกร

ทำให้ขากรรไกรหลุดออกจากกัน ปากใหญ่ขึ้นได้
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า อนาคอนดาและงูเหลือมฆ่าสัตว์โดยวิธีต่อไปนี้
(1).รัดให้กระดูกหัก ข้อเคลื่อน หรือขาดอากาศหายใจ

(2).กดให้สัตว์จมน้ำ

.อนาคอนดาและงูเหลือมมีกล้ามเนื้อที่มีสารจับออกซิเจน (myoglobin / ไมโอโกลบิน) สูง ทำให้ออกแรงได้นาน ไม่หมดแรงง่ายๆ

วิธีรัดที่งูใช้ คือ
(1).รัดไม่แรงนัก ตอนสัตว์หายใจเข้า

(2).รัดให้แรงขึ้น ตอนสัตว์หายใจออก

ทำอย่างนี้ไม่กี่รอบ สัตว์ที่ถูกรัดส่วนใหญ่จะหมดเรี่ยวหมดแรง หรือสลบไปจากการขาดอากาศหายใจ
----------------------------------------------------------------------------------------------------
พื้นที่เซาธ์ ฟลอริดากำลังถูกยึดเป็นตัวประกันโดยมฤตยูสายพันธุ์ใหม่ นั่นคืองูหลามแอฟริกา งูมรณะนักรัดเหยื่อขนาดยักษ์พันธุ์นี้เป็นหนึ่งในงูชนิดที่ก้าวร้าวที่สุดในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเลี้ยงไว้ในบ้าน หรืออยู่ในธรรมชาติ งูหลามแอฟริกาถือเป็นสัตว์อันตรายที่มีประวัติทำร้ายและฆ่าคนมาแล้วมากมาย ที่สำคัญตอนนี้มีงูหลามแอฟริกาหลุดออกมาเพ่นพ่านในฟลอริดาเสียด้วย ทำให้คน สัตว์พื้นเมืองและระบบนิเวศตกอยู่ในความเสี่ยงไปตามๆ กัน ปัจจุบัน งูหลามแอฟริกาถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่เฉพาะทางตะวันตกของรัฐฟลอริดา ถ้ามีวันใดที่งูหลามพวกนี้หลุดรอดเข้าไปในเขตเอเวอร์เกลด แล้วก็ผสมพันธุ์กับงูหลามสายพันธุ์พื้นเมือง ลูกที่ออกมามีโอกาสเป็นอภิมหางูลูกผสมสายพันธุ์กินคนที่น่ากลัวเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ใน รัฐฟลอริดากำลังหาทางหยุดยั้งงูเอเลียนเพชฌฆาตพวกนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสายเกินไปหรือเปล่า
ภูมิประเทศที่สวยงามทำให้ฟลอริดาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์มหาภัยมากมาย ที่สามารถมีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมหฤโหดได้ อย่างเช่น งูหลามแอฟริกา ที่โตเต็มที่อาจมีความยาวถึง 20 ฟุต งูหลามแอฟริกาเป็นนักล่าที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพที่สุดชนิดหนึ่งในธรรมชาติ งูชนิดนี้ใช้กำลังกล้ามเนื้อในการฆ่าเหยื่อ ฟันที่แหลมคมของมันใช้จับเหยื่อเพื่อให้มันใช้ลำตัวที่แข็งแรงค่อยๆ รัดบีบร่างเหยื่อจนเสียชีวิต แม้งูหลามแอฟริกาจะไม่มีต่อมพิษ แต่มันก็สามารถกัดเหยื่อจนเนื้อเยื่อเป็นแผลฉกรรจ์ เมนูของมันมีตั้งแต่กวางหางขาว จระเข้ และบางกรณีก็รวมถึงมนุษย์ด้วย

ถึงกระนั้นงูหลามแอฟริกาก็ไม่ใช่งูเพชฌฆาตชนิดแรกที่มีถิ่นอาศัยในเขตเซาธ์ฟลอริดา เพราะบริเวณแถบนั้นมีงูหลามสายพันธุ์พื้นเมืองของเอเชียอาคเนย์เพ่นพ่านเป็นขาใหญ่อยู่ก่อนแล้วหลายทศวรรษ
 
ถ้างูหลามสองชนิดนี้เกิดผสมพันธุ์กันขึ้นมา ก็มีความเป็นไปได้ที่ลูกที่ออกมาจะเป็นอภิมหางูหลามลูกครึ่ง ที่มีรูปร่างหน้าตาแบบที่ชาวบ้านร้านตลาดย่านเซาธ์ฟลอริดาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน และกลายเป็นภัยคุกคามชนิดใหม่ในรูปของเครื่องจักรสังหารมีชีวิตที่ผสานขนาดมหึมาของงูหลามเอเชียเข้ากับนิสัยดุร้ายของงูหลามแอฟริกา
 

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
การจัดงานเพื่อล่างูหลามและงูเหลือมเพื่อลดจำนวนงูในบึงเอเวอเกลด รัฐฟลอริด้าได้เริ่มขึ้นแล้วปีนี้ปี2016หรือ2559โดยการจัดงานเริ่มระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์นะครับ
 
จากข่าวการจัดงานล่างูหลาม(python)และงูเหลือมBOA)ในบึงเอเวอเกลดเพื่อฟื้นฟูชีวิตชีวาสดใสให้แก่บึงเอเวอเกลด รัฐฟลอริด้า ครั้งก่อนปี2013หรือ2556 เราสรุปข่าวได้ว่าในการจัดงานล่างูครั้งนั้นในรัฐฟลอริด้าได้มีผู้สนใจร่วมล่างูประมาณ1500ถึง1600คนแต่จับงูได้จริงเพียงประมาณ68ตัวเท่านั้นและบางคนจับงู1ตัวต้องใช้เวลาถึง7วัน(In 2013 the last python challenge, three years ago, 1,600 people took part, but they caught just 68 snakes. Researchers say there are tens of thousands of Burmese pythons in the Everglades. Catching them isn't easy. Finding them is even harder. Veteran snake hunter Bill Booth says in the last python challenge, his team hunted seven days before finding their first snake. They ended up taking second place.)

และผู้ชนะการล่างูครั้งก่อนในปี2013นั้นคือนายรูเบน รามิเรซ(ruben ramirez)โดยนายรูเบน รามิเรซได้รางวัลล่างูประเภทล่างูได้มากที่สุดคือ18ตัวและรางวัลล่างูได้งูตัวไหญ่สุดสำหรับงานนั้นคือขนาด3.4เมตร(Ruben Ramirez, founder of the company Florida Python Hunters, won two prizes in the competition: First place for the most snakes captured—18—and second place for the largest python, which he said was close to 11 feet (3.4 meters) long. The biggest Burmese python caught in Florida, nabbed in 2012, measured 17.7 feet (5.4 meters).)