Author Topic: จากเวปพลังจิตมีเพลงซิลด์วิธอะคิส(sealed with a kiss)  (Read 10782 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
 8)เนื้อเพลงมีสาระดีในทางโลก ผมจึงนำมาลงให้ฟังโดยฟังอย่างมีสติมีธรรมในพุทธศาสนากันนะครับ

~* SEALED WITH A KISS *~


Though we've got to say good-bye
For the summer
Darling, I promise you this
I'll send you all my love
Everyday in a letter
Sealed with a kiss


Yes it's gonna be cold, lonely summer
But I'll fill the emptiness
I'll send you all my dreams
Everyday in a letter
Sealed with a kiss


I'll see you in the sunlight
I'll hear your voice everywhere
I'll run to tenderly hold you
But, Darlin' you won't be there


I don't wanna say good-bye
For the summer
Knowing the love we'll miss
Let us make a pledge
To meet in September
 And seal it with a kiss


Sealed with a kiss
Sealed with a kiss
Sealed with a kiss



*******
แปลไทยดังนี้
แม้ว่าเราได้บอกลาเมื่อในหน้าร้อน
ที่รัก ฉันสัญญา
ฉันจะส่งความรักไปในจดหมาย
และปิดซองนั้นด้วยรอยจูบของฉัน
ฉันว่ามันคงเป็นหน้าร้อนที่หนาวเหน็บและเดียวดาย
ฉันรู้สึกว่างเปล่า
ฉันจะส่งความรักไปในจดหมาย
และปิดซองนั้นด้วยรอยจูบของฉัน


ฉันจะมองเห็นเธอท่ามกลางแสงตะวัน
ฉันจะยินเสียงเธอในทุกหนแห่ง
ฉันจะรั้งเธอไว้อย่างอ่อนโยน
แต่ที่รัก เธอไม่ได้อยู่ตรงนั้น


ไม่ได้อยากจะบอกลากันในหน้าร้อนนี้เลย
ก็รู้ว่ารักเราได้จบลง
สัญญากันสิว่าเราจะได้พบกันใหม่ในเดือนกันยายน
และให้สัญญาไว้ด้วยรอยจูบ
ฉันว่ามันคงเป็นหน้าร้อนที่หนาวเหน็บและเดียวดาย
ฉันรู้สึกว่างเปล่า
ฉันจะส่งความรักไปในจดหมาย
และปิดซองนั้นด้วยรอยจูบของฉัน


**********
http://board.palungjit.com/f190/**sealed-with-a-kiss**-126704.html :D :D :D


« Last Edit: October 18, 2012, 11:27:10 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
 :laugh: :laugh: :laugh:
ผมขอนำเพลงสาระดีดีเกี่ยวกับเดือนตุลาคมมาให้อ่านนะครับ มีเนื้อหาเพลงและคำแปล จากแหล่งอื่นอื่นนะครับ

ศิลปิน : Dolores O'Riordan
อัลบั้ม : Are You Listening?
เพลง : October


เนื้อหาเพลงoctoberหรือตุลาคม
October, October    ตุลาคม ตุลาคม
The summer is over   ฤดูร้อนจบลง
I'm going through changes  ฉันกำลังสู่การเปลี่ยนผ่าน
I see you again  ฉันเห็นคุณ อีกครั้ง
It's so thought provoking    มันช่างยั่วประสาทเสียจริง
Emotion evoking   ปลุกความรู้สึก
I can't turn around   ฉันไม่สามารถหันกลับไป
I don't want to pretend   ฉันไม่ต้องการเสแสร้ง
You stand in my way    คุณขวางทางของฉัน
With nothing to say   ด้วยไร้คำกล่าวใด
You think you're the world   คุณคิดว่า คุณคือโลก-- รึ
I'm so lost without you   ฉันช่างสูญเสียพ่ายแพ้เมื่อไร้คุณ
I'm sorry my friend    ขอโทษว่ะ เพื่อน -
This is not the end   นี่ไม่ใช่จุดจบ
I'll do it without you   ฉันจะทำต่อไปโดยไม่มีคุณ
I'll do it again   ฉันจะทำมันอีก
October, October   ตุลาคม ตุลาคม
The summer is over   ฤดูร้อนจบลง
I'm moving in circles    ฉันเคลื่อนไหวในวังวน
I'm trying to come in   ฉันพยายามจะเข้าไป
It's my evolution   นี่เป็นการพัฒนาของฉัน
The only solution   เพียงแค่ทางออกของปัญหา
The torment it's all that   ทั้งหมดก็คือความทรมาน
I'm holding within   ฉันจัดการมันไว้
You stand in my way    เธอขวางทางของฉัน
With nothing to say   ด้วยไร้คำกล่าวใด

You think you're the world   คุณคิดว่า คุณคือโลก-- รึ

I'm so lost without you   ฉันช่างสูญเสียพ่ายแพ้เมื่อไร้คุณ

I'm sorry my friend    ขอโทษว่ะ เพื่อน -
This is not the end  นี่ไม่ใช่จุดจบ

I'll do it without you   ฉันจะทำต่อไปโดยไม่มีคุณ

 I'll do it again    ฉันจะทำมันอีก


You stand in my way
You've nothing to say
You think you're the world
I'm so lost without you I'm sorry my friend
This is not the end
I'll do it without you
I'll do it again
Don't stand in my way
With nothing to say
 And think you're the world
I'm so lost without you I'm sorry my friend
This is not the end
I'll do it without you I'll do it again


« Last Edit: December 12, 2012, 11:27:55 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29

-------------------------------------------------
วันนี้เป็นวันที่6 พฤศจิกายน 2555หรือtuesday 6th  november 2012 A D เป็นวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ระหว่างบารัค โอบามาและมิท รอมนี่ย์และเป็นวันที่สหรัฐอเมริกากำลังผ่านพ้นพายุร้ายsandyแซนดี้ที่ได้ทำความเสียหายให้แก่สหรัฐอเมริกามากพอควรในเดือนพฤศจิกายนนี้ผมจึงขอเสนอเพลง november rain(โนเวมเบอร์เรน) จากวง GUN'N ROSE  มาให้อ่านกันนะครับ ก็เป็นเพลงที่อ่านแล้วมีสาระพอควรนะครับ ผมคัดลอกมาจากเวปอื่นอื่นนะครับดังนี้
ส่วนเพลงช้าที่ฮึมฮัมหอนบ่อยที่สุดคือเอนทรี่ล่าสุดนี้

 “สายฝนเดือนสิบเอ็ดหรือnovember rain(โนเวมเบอร์เรน)”

 เคยเถียงกับเพื่อนคนนึงที่ชอบเพลงนี้เหมือนกัน ในเรื่องความหมายของเพลง เถียงไปเถียงมาก็ไม่มีข้อสรุป เพราะหนังหนึ่งเรื่อง คนสองคนดูอาจตีความได้แตกต่างกัน แต่ด้วยความที่ชอบเพลงนี้มาก จึงพยายามค้นหาความหมายที่แท้จริงของเพลงจากทุกช่องทางเท่าที่มี แต่ก็หาไม่เจออยู่ดี เหมือนคนแต่งตั้งใจจะให้ตีความกันเอง (แล้วจะเล่าทำไม:-)
มีที่ใกล้เคียงที่สุด (แปลจาก www.mygnrforum.com) Axl Rose นักร้องนำ Guns N’ Roses และเป็นผู้เขียนเพลงนี้ เคยให้สัมภาษณ์ (อย่างไม่เป็นทางการ) ถึงแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงนี้ว่า ทำไมต้องเป็นฝนเดือนพฤศจิกายน? ทำไมไม่เป็นฝนเดือนกันยายน ตุลาคม หรือเดือนอื่นๆ เพราะเดือนพฤศจิกายนที่บ้านเกิดเขา Indiana, USA กำลังเข้าสู่หน้าหนาว ซึ่งปกติจะหนาวมาก และหากมีฝนตกลงมาในเดือนนี้ อากาศอาจจะร้อน เปียกชื้น และก็หนาวสุดๆภายในวันเดียว สภาพอากาศจะแปรปรวนจนส่งผลกระทบถึงจิตใจคนได้ (อะไรมันจะขนาดน๊าน)
คนที่อยู่คนเดียวจะรู้สึกสับสน อ้างว้าง อยากมีใครสักคนเคียงข้าง คนที่มีคู่อยู่แล้ว ก็กลับจะอยากอยู่คนเดียว อยากมีเวลาส่วนตัว คู่รักที่ห่างไกลกัน ก็จะมีโอกาสเลิกกันสูงมากในเดือนนี้ ฯลฯ แต่ที่สุดแล้วเดือนนี้ก็จะต้องมีวันสิ้นสุด เหมือนกับทุกเดือน ทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป ซึ่งถ้าวิเคราะห์เพลงแบบบรรทัดต่อบรรทัดแล้ว ก็จะได้อารมณ์สับสน ครบทุกรส แน่นอนเหตุการณ์เกิดในเดือนพฤศจิกายน โดยเริ่มจากเขารู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียเธอไป ไม่ใช่เป็นเพราะมือที่ 3 4 5... แต่เป็นเพราะเธอเกิดปมในใจบางอย่าง อยากที่จะมีเวลาส่วนตัว อยากยืนหยัดได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีเขา สร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นเขาเอาไว้ ซึ่งตัวเขาก็พยายามจะบอกกับเธอให้คิดดีๆ ก่อน
มันอาจเป็นเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นที่เธอรู้สึกแบบนี้ (ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็รู้สึกเกิดปมในใจบางอย่างขึ้นมาเหมือนกัน แต่เขาก็เข้าใจสัจธรรมดีว่าจิตใจของคนเรามันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา)

และท้ายที่สุด เนื้อเพลงก็ไม่ได้บรรยายถึงจุดจบตัวละคร แต่พยายามนำเสนอไปในทิศทางที่ว่า ที่เราสับสน แปรปรวน รวนเรน่ะ มันเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เพราะความจริงแล้วทุกคนต้องการใครซักคนที่อยู่เคียงข้างกัน ไม่มีใครที่อยากจะอยู่คนเดียว
November Rain(โนเวมเบอร์เรน) ----by Guns N’ Roses

When I look into your eyes
I can see a love restrained
But darlin' when I hold you
Don't you know I feel the same

'Cause nothin' lasts forever
And we both know hearts can change
And it's hard to hold a candle
In the cold November rain

We've been through this such a long long time
Just tryin' to kill the pain

But lovers always come and lovers always go
An no one's really sure who's lettin' go today
Walking away

If we could take the time to lay it on the line
I could rest my head
Just knowin' that you were mine
All mine
So if you want to love me
then darlin' don't refrain
Or I'll just end up walkin'
In the cold November rain

Do you need some time... on your own
Do you need some time... all alone
Everybody needs some time... on their own
Don't you know you need some time... all alone

I know it's hard to keep an open heart
When even friends seem out to harm you
But if you could heal a broken heart
Wouldn't time be out to charm you

Sometimes I need some time... on my
own
Sometimes I need some time... all alone
Everybody needs some time... on their own
Don't you know you need some time... all alone

And when your fears subside
And shadows still remain
I know that you can love me
When there's no one left to blame

So never mind the darkness
We still can find a way
'Cause nothin' lasts forever
Even cold November rain

 You're not the only one
You're not the only one

(X-3) Don't ya think that you need somebody
Don't ya think that you need someone
Everybody needs somebody
You're not the only one
You're not the only one

 Don't ya think that you need somebody
Don't ya think that you need someone
Everybody needs somebody…

แปลไทยได้ว่า
เมื่อฉันได้เห็นแววตาของเธอ
ฉันรู้สึกได้ถึงความรักที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว
แต่ที่รัก เมื่อใดที่ฉันโอบกอดเธอ
เธอไม่รู้เลยหรือว่า ฉันก็รู้สึกเช่นเดียวกัน


เพราะไม่มีสิ่งใดจะอยู่ยั้งยืนยงตลอดกาล

และเราต่างก็รู้ว่าจิตใจคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้

และมันยากที่จะหาทางออกของความร้าวราน

ในสายฝนของเดือนพฤศจิกายนอันเหน็บหนาว


เราสองคนต่างประคองรักกันไปให้ได้เนิ่นนาน

พยายามลบเลือนความร้าวรานที่เกิดขึ้น

แต่ความรักย่อมมีเข้ามาและจากไปเสมอ

และไม่มีใครรู้จริงๆว่า ใครจะเป็นฝ่ายถูกทอดทิ้ง

ใครจะเลือกเดินจากไป


หากเราใช้เวลาซักนิด

เปิดใจคุยกันอย่างตรงไปตรงมา

ฉันคงโล่งใจ เพราะรู้ว่าเธอยังเป็นของฉันอยู่

ทั้งตัวและหัวใจ


ฉะนั้นหากเธอยังอยากจะรักฉันต่อไป
สุดที่รัก...ได้โปรดอย่าเล่นตัวนักเลย

เพราะฉันอาจจะเป็นฝ่ายที่เดินจากไป

ในสายฝนของเดือนพฤศจิกายนอันเหน็บหนาว


เธอต้องการบางเวลาที่จะยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง...?
เธอต้องการบางเวลาที่จะอยู่เพียงลำพัง...?

ทุกๆคนนั้น ต่างต้องการเวลา

ที่จะได้เป็นตัวของตัวเอง

โดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ

เธอไม่รู้หรือว่าบางเวลาเท่านั้น

ที่เธออยากจะอยู่เพียงลำพัง


ฉันรู้ว่ามันยากที่จะเปิดใจยอมรับ
เมื่อคนส่วนใหญ่

ต่างพากันรอดูความรักของเธอล่มสลาย

แต่ถ้าเธอสามารถเยียวยาหัวใจที่แตกสลายนี้ได้
มันก็จะเป็นช่วงเวลาที่ประทับใจมิใช่หรือ?


บางเวลา...

ฉันก็ต้องการที่จะยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง

โดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ
บางเวลา ฉันก็ต้องการอยู่เพียงลำพัง

บางเวลาเท่านั้นที่ใครๆ ก็อยากจะมีโลกส่วนตัว
เธอไม่รู้หรือว่าบางเวลาเท่านั้น

ที่เธออยากจะอยู่เพียงลำพัง


และเมื่อความกลัวของเธอจางหาย
และแม้ว่ายังคงมีเงามืดบดบังอยู่

ฉันรู้ว่าเธอยังจะรักฉันได้
ถึงแม้จะมีอุปสรรคจากปัจจัยภายนอกมากมาย


ฉะนั้น อย่าหวั่นใจกับความมืดมน
เรายังคงสามารถหาหนทางได้

เพราะไม่มีสิ่งใดสามารถ

ดำรงคงอยู่ได้ชั่วนิจนิรันดร
แม้แต่สายฝน…

ของเดือนพฤศจิกายนอันเหน็บหนาวก็ตาม


เธอไม่คิดหรือว่า เธอต้องการใครซักคน
เธอไม่คิดหรือว่า เธอต้องการใครบางคน
ทุกๆคนนั้นต้องการใครซักคน
ไม่ใช่เธอเพียงคนเดียวที่ต้องการเช่นนั้น


ไม่ใช่เธอคนเดียว!!



« Last Edit: November 06, 2012, 08:03:14 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
เดือนธันวาคมปีพศ2555นี้ ประชาชนทั่วโลกต่างให้ความตื่นตัวกับวันสิ้นโลกตามปฏิทินมายัน ผมเลยขอบอกว่าในทางพุทธศาสนานั้นปีพศ2555ยังไม่ใช่ปีที่มีวันสิ้นโลกอย่างแน่นอน ผมขอนำเพลงที่น่าอ่านในเดือนธันวาคมนี้มาให้อ่านกันนะครับ เป็นการจบกระทู้นี้นะครับชื่อว่าเพลงธันวาคมของฉันหรือmy december (มายดีเซมเบอร์)ของLINKINPARK เพลงนี้น่าจะทำให้เกิดอาการค้นหาตัวเองในเดือนธันวาคมของทุกปีไปตลอดกาลได้นะครับลืมวันสิ้นโลกไปเลยอีกนานแสนนาน :angel: :angel: :angel:

เนื้อเพลง My December(มายดีเซมเบอร์)โดยศิลปิน: Linkin Park

This is my December
This is my time of the year
This is my December
This is all so clear
This is my December
This is my snow covered home
This is my December
This is me alone

And I
Just wish that
I didn't feel
Like there was
Something I missed
And I
Take back all
The things I said
To make you
Feel like that
And I
Just wish that
I didn't feel
Like there was
Something I missed
And I
Take back all the
Things I said to you

And I give it all away
Just to have somewhere
To go to
Give it all away
To have someone
To come home to

This is my December
These are my snow covered dreams
This is me pretending
This is all I need

And I
Just wish that
I didn't feel
Like there was
Something I missed
And I
Take back all
The things I said
To make you feel like that
And I
Just wish that
I didn't feel
Like there was
Something I missed
And I
Take back all the things
I said to you

And I give it all away
Just to have
Somewhere to go to
Give it all away
To have someone
To come home to

This is my December
This is my time of the year
This is my December
This is all so clear

And I give it all away
Just to have somewhere
To go to
Give it all away
To have someone
To come home to
----------------------------------
แปลไทยได้(นำมาจากเวปอื่นอื่นนะครับ)ดังนี้
แปลเนื้อเพลง My December(มายดีเซมเบอร์)
ธันวานี้หนา เวลาแห่งปี
ธันวานี้ฤาโสภาแจ่มใส
ธันวานี้หนา หิมะปกคลุมทั่วนิวาสถานไป
ธันวานี้ไซร้ ใยฉันจึงเอกา

ฉันเพียงปรารถนา ไม่อยากรู้สึกประหนึ่งว่าพลาดพลั้งไปในบางสิ่ง
ปรารถนาเป็นที่ยิ่ง หวนย้อนในบางสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกเช่นนั้น
ก็แค่ปรารถนา ไม่อยากรู้สึกประหนึ่งว่าพลาดพลั้งไปในบางสิ่ง
อยากให้มันย้อนคืนกลับยิ่ง ในสิ่งนั้นที่ฉันพูดกับคุณไป

และฉันก็เผยความจริงออกไป ขอแค่ที่ไหนสักแห่ง
ที่ไหนสักแห่ง ที่จะแสดงให้เห็น
ที่ที่จะมีใครสักคน ที่อยากกลับไปพบเจอ

ธันวาของฉัน หิมะที่ฉันมีมันปกคลุมฝันพร่า
นี่คือสิ่งที่ฉันแสร้งว่า นี่คือสิ่งที่ฉันปรารถนา

ฉันเพียงปรารถนา ไม่อยากรู้สึกประหนึ่งว่าพลาดพลั้งไปในบางสิ่ง
ปรารถนาเป็นที่ยิ่ง หวนย้อนในบางสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกเช่นนั้น
ก็แค่ปรารถนา ไม่อยากรู้สึกประหนึ่งว่าพลาดพลั้งไปในบางสิ่ง
อยากให้มันย้อนคืนกลับยิ่ง ในสิ่งนั้นที่ฉันพูดกับคุณไป

และฉันก็เผยความจริงออกไป ขอแค่ที่ไหนสักแห่ง
ที่ไหนสักแห่ง ที่จะแสดงให้เห็น
ที่ที่จะมีใครสักคน ที่อยากกลับไปพบเจอ

นี่คือธันวา...นี่คือเวลาแห่งปีของฉัน


 :angel: :angel: :angel: :angel: :angel:
« Last Edit: December 12, 2012, 11:23:53 PM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ขอแสดงความเสียใจกับฟิลิปปินส์ที่เจอพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงมากสุดในปี2013 หรือ พศ2556ในเดือนพฤศจิกายน จากข่าวที่ว่าไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนขณะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 สร้างความเสียหายให้ตอนกลางของประเทศหมู่เกาะฟิลิปปินส์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์ตอนนี้นี่เป็นผลจากภาวะธรรมชาติโลกร้อนสะสมมา :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'(

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
วันนี้ผมขอนำเพลงชื่อว่าเยสเทอเดย์ วันมอร์หรือ"Yesterday Once More",เขียนโดย Richard Carpenter และ John Bettis, เป็นเพลงฮิตของ The Carpenters ในปี 1973 จากอัลบั้ม Now & Then.ทั้งที่จริงแล้วเคยถูกบันทึกเสียงมาก่อนตั้งแต่ปี 1960เป็นซิงเกิลฮิตอันดับที่ 71 ของ Cash Box, เมื่อ 2  มิถุนายน แต่พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 เมื่อ 4 สิงหาคมในปีนั้นเอง สุดยอดศิลปินสองพี่น้องชาวอเมริกัน Richard & Karen Carpenters(ริชาร์ดและแคเรน คาร์เพนเทอร์) ผู้สร้างผลงานเพลงได้อมตะคลาสสิคที่สุดตลอดยุค 70's  ในยุคนั้นวงของเขาถูกจัดให้เป็นศิลปินที่ขายดีที่ที่สุดแห่งยุค ซิงเกิลของพวกเขาขายได้มากกว่าล้านแผ่นจน เกือบทุกคนต้องฮัมเพลง Yesterday Once More ได้ ไม่ว่าจะร้องได้ทั้งเพลง หรือฮัมได้บางท่อน ก็ตาม

เนื้อเพลงเยสเทอเดย์วันมอร์หรือ yesterday once more(เมื่อวานย้อนกลับมาหาอีกครั้งหนึ่ง)
When I was young
เมื่อครั้งฉันยังเด็ก
I’d listened to the radio
ฉันได้ฟังเพลงจากวิทยุอยู่เสมอ
Waitin’ for my favorite songs
รอคอยฟังเพลงที่โปรดปราน
When they played I’d sing along
เมื่อใดที่เพลงนั้นดังขึ้นมา ฉันก็จะร้องเพลงคลอตามไปด้วย
It made me smile
มันทำให้ฉันยิ้มได้
Those were such happy times
นั่นเป็นเวลาที่แสนสุข
And not so long ago
แล้วเมื่อไม่นานมานี้
How I wondered where they’d gone
ฉันสงสัยเหลือเกินว่าบทเพลงเหล่านั้นจางหายไปหนใด
But they’re back again
แต่แล้วพวกมันได้กลับมาอีกครั้ง     
Just like a long lost friend
เปรียบดั่งเพื่อนเก่าที่จากกันไปแสนนาน 

All the songs I loved so well
บทเพลงทั้งหลายฉันหลงใหลอย่างยิ่ง     

Every sha-la-la-la
ทุกๅ ชา-ลา-ลา-ลา
Every wo-wo-wo
ทุกๅ โว-โว-โว
Still shines
ทุกเสียงเหล่านั้นยังคงก้องกังวาล
Every shing-a-ling-a-ling
ทุกๆ ชิง-อะ-ลิง-อะ-ลิง
That they’re starting to sing’s
ซึ่งกำลังจะขับขาน
So fine
ทุกเสียงเหล่านั้นยังคงไพเราะยิ่งนัก
When they get to the part
และบทเพลงบรรเลงมาถึงท่อนนั้น
Where he’s breakin’ her heart               
ช่วงที่เขากำลังหักอกเธอคนนั้น
It can really make me cry
มันช่างแสนเศร้าจนทำให้ฉันร้องไห้
Just like before
ดั่งเช่นที่เคยเป็นในครั้งเก่า
It’s yesterday once more
วันวานเหล่านั้นได้หวนคืนมาอีกครั้ง
Lookin’ back on how it was
มองย้อนกลับไปว่าเป็นอย่างไร
In years gone by
ในหลายปีที่ผ่านมา
And the good times that I had
ในช่วงเวลาที่ดีที่ฉันนั้นเคยมีเมื่อก่อน
Makes today seem rather sad
ทำให้วันนี้ดูจะเศร้าไปหน่อย
So much has changed
เพราะหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมากมาย
It was songs of love that
     มันเป็นบทเพลงรักอันแสนเศร้า   
I would sing to then
     ซึ่งฉันได้ร้องเพลงคลอ     
And I’d memorize each word
และฉันได้จดจำในทุกคำของบทเพลง

Those old melodies
ทำนองเพลงเก่าๆ เหล่านั้น

Still sound so good to me
มันยังคงแสนไพเราะยิ่งนักสำหรับฉัน

As they melt the years away
ดั่งเวลานานหลายปีของฉันนั้นหายไป

Every sha-la-la-la
ทุกๅ ชา-ลา-ลา-ลา
Every wo-wo-wo
ทุกๅ โว-โว-โว
Still shines
ทุกเสียงเหล่านั้นยังคงก้องกังวาล
Every shing-a-ling-a-ling
ทุกๆ ชิง-อะ-ลิง-อะ-ลิง
That they’re starting to sing’s
 ซึ่งกำลังจะขับขาน                                       
So fine         
ทุกเสียงเหล่านั้นยังคงงดงาม
All my best memories
ในทุกๆ ความทรงจำที่ดีที่สุดของฉัน
Come back clearly to me
ได้หวนคืนมาชัดเจนอีกครั้ง
Some can even make me cry
บางสิ่งก็ทำให้ฉันแทบร้องไห้
Just like before
ดั่งเช่นที่เคยเป็นในครั้งเก่า
It’s yesterday once more
วันวานเหล่านั้นได้หวนคืนมาอีกครั้ง 
-----------------------------------------------
ริชาร์ดและแคเรน คาร์เพนเทอร์(richard and karen carpenter)ทั้งสองได้ถือกำเนิดคลอดออกมาดูโลกที่โรงพยาบาลในเมืองนิวฮาเวน(new haven)แห่งรัฐคอนเนคทิคัต(state of Connecticut)ซึ่งโรงพยาบาลนั้นชื่อปัจจุบันว่าเยล-นิวฮาเวน ฮอสพิทอล(yale-new haven hospitalหรือynhh)ในอำนาจดูแลของมหาวิทยาเยล(yale university)และเมืองนิวฮาเวนนี้ก็อยู่ห่างจากเมืองมอนโรแห่งรัฐคอนเนคทิคัต(monroe in state of Connecticut)ประมาณ23กิโลเมตรถึง26กิโลเมตรเท่านั้นเองใช้เวลาขับรถจากเมืองนิวฮาเวนไปเมืองมอนโรได้เพียงแค่เวลาประมาณ40นาทีก็ถึงเมืองมอนโรแล้วซึ่งเมืองมอนโรนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ของหลอนของต้องคำสาปทั่วสหรัฐอเมริกาชื่อว่าพิพิธภัณฑ์ออคคัลท์ของเอดและลอร์เรน วอร์เรน(ed and lorraine warren  occult museum)โดยเอดและลอร์เรน วอร์เรนเป็นนักปีศาจวิทยาแบบคริสเตียนได้ตั้งพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นเมื่อวันที่1 มกราคม1952โดยพิพิธภัณฑ์นี้มีตุ๊กตาของหลอน(haunted doll)อันน่าหวาดกลัวชื่อว่าAnnabelleหรือแอนนาเบลล์อันโด่งดังในหมู่ชาวคริสต์ทั่วโลกแต่คนทั่วไปก็ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์นี้ได้ครับ

นี่ภาพตุ๊กตาสุดหลอนชื่อแอนนาเบลล์และนางลอร์เรน วอร์เรนคนถือตุ๊กตาแอนนาเบลล์นั่นเอง
« Last Edit: July 07, 2016, 01:30:50 AM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ผมขอนำเพลงชื่อcarry on till tomorrow(แคร์รี่ ออน ทิลล์ ทูมอร์โร่ว หรือเดินทางต่อไปให้ถึงวันพรุ่งนี้)ของวงBAD FINGER(แบด ฟิงเกอร์)มาให้อ่านกันนะครับเพราะเนื้อหาเพลงดีมากมีสาระครับ ผมนำมากจากเวปอื่นนะครับ
เพลงชื่อcarry on till tomorrow(แคร์รี่ ออน ทิลล์ ทูมอร์โร่ว หรือ เดินทางต่อไปให้ถึงวันพรุ่งนี้)
โดยวงBAD FINGER(แบด ฟิงเกอร์)

In younger days, I told myself my life would be my own
เมื่อตอนเป็นเด็ก ฉันบอกตัวเองว่า ฉันขอลิขิตชีวิตเอง
And I'd leave the place where sunshine never shone
และแล้ว ก็เดินจากที่ที่ชีวิตฉันไม่มีใครเห็นความสำคัญ
(ที่ที่หมดหวัง เหมือนแสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง)
For my life's too short for waiting when I see the rising sun
เพราะชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าที่รอ เมื่อฉันเห็นดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นตรงเส้นขอบฟ้า

Then I know again that I must carry on
ก็เป็นการย้ำเตือนว่า ฉันต้องเดินต่อไป
Carry on till tomorow, there's no reason to look back
เดินต่อไปให้ถึงพรุ่งนี้, ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะหันหลังกลับไปมองอดีต
Carry on, carry on, carry on
จงเดินต่อไป

Beyond the shadows of the clouds and onward to the sky
เบื้องหลัง เงามืดของเมฆครึ้ม มีท้องฟ้าอยู่ไกลโพ้น
Carry on till I find the rainbow's end
จงเดินต่อไปจนพบปลายสายรุ้ง
For my life's too short for waiting when I see the rising sun
เพราะชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าที่รอ เมื่อฉันเห็นดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นตรงเส้นขอบฟ้า

Then I know again that I must carry on
Carry on till tomorow, there's no reason to look back
Carry on, carry on, carry on

Drifting on the wings of freedom, leave this stormy day
โบยบินพร้อมปีกแห่งเสรีภาพ ทิ้งวันที่เลวร้ายไว้เบื้องหลัง
And we'll ride to tomorrow's golden fields
เราจะโลดแล่นไปยังทุ่งหญ้าสีทองอร่าม
For my life's too short for waiting when I see the rising sun
เพราะชีวิตนํ้นสั้นเกินกว่าที่จะรอ เมื่อฉันเห็นดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นตรงเส้นขอบฟ้า

Then I know again that I must carry on
เป็นการย้ำเตือนว่า ฉันต้องเดินต่อไป
Carry on, carry on, carry on
เดินต่อไป
And when the heavy journey's done, I'll rest my weary head
เมื่อการเดินทางอันแสนจะเหน็ดเหนื่อยได้สิ้นสุดลง ฉันจะได้เอนกายพักใจที่เหนื่อยล้า

For the world and it's colours will be mine
เพราะโลกและความสวยงามจะเป็นของฉัน
For my life's too short for waiting when I see the setting sun
เมื่อฉันเห็นลำแสงของอาทิตย์ที่กำลังจะตกอยู่ที่ปลายขอบฟ้า

Then I know again that I must carry on
Carry on till tomorow, there's no reason to look back
Carry on, carry on, carry on


« Last Edit: August 28, 2016, 12:19:51 AM by yesterday »