Author Topic: บางความคิดเห็นในกระทู้พันทิพย์เรื่องอนัตตาฯที่ทำให้ตกนรกได้ง่ายมาก  (Read 6467 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ขอนำเอากระทู้จากพันทิพย์คือ  http://pantip.com/topic/30130268  มาให้อ่านนะครับและมีบางความคิดเห็นในกระทู้บอกว่า
ยิ้มๆ......................สนทนามาทั้งยาว มีทิฏฐิ ความเห็นกันต่างๆ นาๆ เป็นธรรมดา

    นิพพานนั้นมีจริง ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้  ไม่ใช่ไม่มี หรือสาปสูญ หรือเป็นสิ่งที่ไม่มี

    และพระพุทธเจ้าได้ตรัสทำนองนี้ไว้ว่า 

    แม้แต่พระนิพพาน ก็ไม่พึงยิดมั่นถือมั่น

     ซึ่ง ไม่ยึดมั่นถือมั่น หรือไม่เป็นตัวเป็นตนของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา  นั้นแหละเป็นคูณลักษณะ ที่เรียกว่า "อนัตตา" นั้นเอง.

      และการที่จะบรรลุหรือตรัสรู้ "นิพพาน" นั้น ต้องปฏิบัติตามธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วให้ปรากฏให้แจ้งด้วยปัญญาอย่างยิ่ง
 
     แต่เมื่อนำมากล่าวโดยบัญญัติโดยสมมุติบัญญัติ  นิพพาน เป็น อนัตตา ตามคุณลักษณะ ดังที่ผมได้กล่าวไว้  ซึ่งสามารถเทียบกับบัญญัติทั่วไปได้ดังนี้

       หิน กับ เพชร  มีคุณลักษณะ เป็นของ "แข็ง"  แต่ หิน กับ เพชร นั้น ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ไม่ใช่อย่างเดียวกัน   

    เมื่อ "ของแข็ง" อุปมาดังคำว่า "อนัตตา"  ที่กล่าวถึงคุณลักษณะ  ก็จะได้ว่า

    สังขตธรรม กับ อสังขตธรรม  มีคุณลักษณะ เป็น "อนัตตา"   แต่ สังขตธรรม กับ อสังขตธรรม ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ไม่เป็นอย่างเดียวกัน

   ซึี่ง สังขตธรรม นั้นประกอบไปด้วยคุณลักษณะ 3 ประการรวมกัน คือไตรลักษณะ ได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
   
   เพียงแต่ นิพพาน มีคุณลักษณะเดียว คือ  อนัตตา


   จาก... พระพุทธเจ้าได้ตรัสทำนองนี้ไว้ว่า 
--------------------
    แม้แต่พระนิพพาน ก็ไม่พึงยิดมั่นถือมั่น
-------------------

     ซึ่ง ไม่ยึดมั่นถือมั่น หรือไม่เป็นตัวเป็นตนของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา  นั้นแหละเป็นคูณลักษณะ ที่เรียกว่า "อนัตตา" นั้นเอง.

ตอบกลับ 0 0  P_vicha
17 ชั่วโมงที่แล้ว
ร่วมแสดงความรู้สึก: ถูกใจ 0 ขำกลิ้ง 0 หลงรัก 0 ซึ้ง 0 สยอง 0 ทึ่ง 0
ความคิดเห็นที่ 17-1 ซึ่ง ไม่ยึดมั่นถือมั่น หรือไม่เป็นตัวเป็นตนของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา  นั้นแหละเป็นคูณลักษณะ ที่เรียกว่า "อนัตตา" นั้นเอง

***********************************************************\\\\\\\\\****************************

« Last Edit: February 11, 2013, 04:00:24 AM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
จากความคิดเห็นนี้ ทำให้รู้ว่าน่าจะเป็นความคิดเห็นที่ยังไม่ตรงกับความจริงนะครับเพราะว่าความจริงข้อหนึ่งคือหินและเพชรล้วนเป็นสังขตธรรมเท่านั้นจะมาเป็นแนวอธิบายความตรงข้ามกันของสังขตธรรมและอสังขตธรรมไม่ได้เลย และความจริงข้อสองคือพระพุทธเจ้าท่านอาจจะบอกว่า นิพพานโดยความเป็นนิพพาน ตถาคตไม่ยึดมั่น...ทำนองนี้นะครับผมลืมแล้วว่าพระพุทธเจ้าบอกข้อความจริงเป็นอย่างไรลองค้นจากพระไตรปิฏกได้นะครับ แต่พระพุทธเจ้าบอกไม่ได้บอกตรงตรงชัดเจนว่า นิพพานเป็นอนัตตา ด้วย ดังนั้นการไปต่อเติมความไม่ยึดมั่นด้วยการบอกว่านิพพานเป็นอนัตตาด้วย มันผิดแนวทางพระพุทธเจ้าแล้วนะครับ แนวทางพระพุทธเจ้ามีแต่บอกพุทธพจน์ว่าสังขารเท่านั้นไม่ควรยึดมั่นว่าเป็นตัวตนของเราและสังขารเป็นอนัตตาด้วยเท่านั้นนั่นเอง  และการที่พระพุทธเจ้าไม่สามารถตรัสตรงตรงชัดเจนได้ตลอดกาลนิรันดรเลยว่านิพพานเป็นอนัตตา ผมคิดเห็นว่า นิพพานที่เที่ยงจริงและบรมสุขจริงย่อมต้องเป็นอนัตตาไม่มีจริงแท้นั่นเองและเพื่อยืนยันให้แผนภาพความคิดของพระสงฆ์3ยุคที่ท่านไล่ฉาเจิง(laichazeng)บอกไว้นั้นเป็นการอธิบายพุทธพจน์ได้จริงถูกต้องเรื่องธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตานั่นเอง ลองศึกษากันดูได้เรื่อยเรื่อยนะครับ

« Last Edit: August 23, 2013, 09:14:16 PM by yesterday »

Offline ISP

  • Newbie
  • *
  • Posts: 17
  • จิตพิสัย 0
55  จะไปเอาอะไรมากกับเวปนี้ล่ะครับ
ที่ว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา  หมายถึง  สังขตธรรมเท่านั้นครับ  ไม่เกี่ยวกับอสังขตธรรม