Author Topic: การถือ (กำ) กายสิทธิ์ในมือขณะเจริญภาวนา  (Read 8120 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline สิบศูนย์

  • Newbie
  • *
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 8
การเจริญภาวนาทุกครั้ง เราควรกำพระ ดวงแก้ว หรือกายสิทธิ์ไว้ในมือด้วยมั๊ยครับ

ผมเคยอ่านพระธรรมเทศนาเรื่องพระของขวัญของหลวงปู่สด ความว่า
"..เมื่อเราได้ของขวัญแล้ว ให้ตั้งใจแน่แน่ว หยิบของขวัญนั้นด้วยมือของตน แก้ห่อของขวัญออก หยิบด้วยมือของตนแล้ว มาดู ให้จำของขวัญนั้นแม่นยำแน่นอน ไม่ฟั่นเฟือน ไม่หลงไหล จำได้แน่นอนแม่นยำดีแล้ว ให้น้อมเข้าไปในกลางตัว.."

ก็พาลเข้าใจไปเองว่า ต้องถือไว้ในมือด้วย แต่พอมาอ่านอีกครั้งชักไม่แน่ใจ อีกอย่างผมเคยได้ยินว่า แม่ชีที่ทำวิชชาในโรงงาน ก็จะถือดวงแก้วไว้ในมือขณะเจริญวิชชาด้วยใช่มั๊ยครับ

การกำกายสิทธิ์ในมือขณะเจริญภาวนา มีผลต่างกับไม่กำยังไงครับ


Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร

ต่างพอสมควรเลยครับ หากเป็นไปได้ ควรนำมาวางบนมือ หรือเอาสายสิญจน์ คล้องให้เชื่อมถึงกันได้ยิ่งดี

แต่ถ้าไม่สะดวก ก็ไม่ต้องก็ได้

เพราะเหตุไร เพราะเมื่อสัมผัสกับกายเนื้อ ก็ย่อมเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพางค์กายทั้งหมด เมื่อในที่สุดละเอียดใส ของที่เนื่องด้วยกายก็เชื่อมถึงกันดีมาก


ในมรรคผลพิสดารก็กล่าวถึงการถือดวงแก้วไว้ในมือบ้างเล็กน้อย

ส่วนใครนั่งสมาธิกับหลวงป๋า ก็คงเห็นท่านถือดวงแก้วกายสิทธิ์ไว้ในมือเป็นภาพที่คุ้นตาขณะนั่งสมาธิ

Offline สิบศูนย์

  • Newbie
  • *
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 8
สาธุ ๆ ครับ
ผมก็ติดเอาพระมากำไว้ในมือในขณะเจริญภาวนาเหมือนกันครับ
พระบางองค์รู้สึกได้เลยว่า กำไว้แล้วจิตรวมได้เร็วมากครับ

Offline สิบศูนย์

  • Newbie
  • *
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 8
แล้วจำเป็นมั๊ยครับว่าต้องนึกนิมิตเป็นพระหรือกายสิทธิ์ที่ถืออยู่
การนึกพระหรือกายสิทธิ์ในมือเป็นนิมิตจะทำให้มีผลมากกว่าการไปนึกนิมิตเป็นอย่างอื่นมั๊ยครับ หรือว่า ไม่เกี่ยวกัน

เช่น ถ้าผมกำพระ แล้วนึกถึงพระองค์นั้นเป็นนิมิต กับ ไปนึกเป็นดวงแก้ว (ดวงไหนก็ไม่รู้) เป็นนิมิต อย่างนี้ส่งผลต่างกันมั๊ยครับ

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
หากพระเครื่องที่เราถูกจริต นั่นยิ่งดี เพราะนึกได้ง่าย อายตนะดึงดูดดีมากครับ

แต่หากถือพระเครื่ององค์นั้น แต่ไพล่ไปนึกองค์อื่นๆ หรือดวงแก้ว ก็ยังดีอยู่นั่นเอง(เป็นตัวช่วยที่ดีอยู่ดี) อยู่ที่ใจตอนนั้นว่า มันถูกจริตจะนึกถึงอะไรเป็นสำคัญ

Offline สิบศูนย์

  • Newbie
  • *
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 8
สาธุ ขอบครับ
ขอถามอีกคำถามครับ ถ้ากายสิทธิ์ควรเนื่องด้วยกาย เพราะฉะนั้นผมแขวนไว้ที่คอก็คงให้ผลเหมือนกำไว้ในมือหรือเปล่าครับ

Offline BunRaksa

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 95
  • จิตพิสัย 32
  • Gender: Male
ผมขอร่วมแสดงความเห็นด้วยนะครับ...อาศัยประสบการณ์ทางโลกและจากการปฏิบัติธรรม... ก็เล่าๆสู่กันฟังนะครับ

"อายตนะ" คิดดีๆนี่สำคัญมากนะครับสำหรับผม "อายตนะ" แปลตรงๆ ที่เชื่อมต่อ เครื่องติดต่อ.. พิจารณาเบื้องต้นก่อน กายมนุษย์เราก็เอารูป เสียง กลิ่น รส การสัมผัส  "เชื่อมต่อไปยังจิตใจ" ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย, ตาเราเลือบไปมองเห็นรูปร่าง ธรรมารมณ์มันก็เกิดที่ใจ(ปรุงแต่ง) เสียงเข้าหูไป ธรรมารมณ์ก็เกิดที่ใจแล้ว  การสัมผัสก็เช่นกันครับ...ก็เป็นที่เชื่อมต่อ หรือเครื่องติดต่อเข้าไปยังใจเราได้

....ผมเคยประสบการณ์ ทั้งกายมองเห็น การสัมผัส และการมีไว้ในครอบครอง พระพุทธรูปสีดำ (จำไม่ได้ว่าเคยโพสต์ไว้ในกระทู้ไหน?) พระเพื่อนได้พระพุทธรูปที่ทำจากวัดอื่น สีดำด้าน ชื่อว่า "หลวงพ่อดำ" ตามประสาของผมที่ไม่รู้สีสาอะไรมาก รับพระไว้แล้ววางบนหลังตู้เล็ก  ....ภายในวันนั้นละครับ จู่ๆผมก็เกิดการป่วย ไข้ ไม่สบายขึ้นมาทันที หน้ามืด วิงเวียน จะเป็นลมล้มคว่ำ ทั้งอ๊วกทั้งถ่ายทั้งวันจนหมดไส้หมดพุงหลายต่อหลายรอบ (ในใจลืมเรื่องรับพระพุทธรูปดำ)  เดินไม่ไหวต้องมานอนเจริญภาวนา ทั้งเนื้อทั้งตัวหมุนเป็นวงกลมทรมานมาก ไม่เคยเป็นอาการแบบนี้ (เดือดร้อนไปถึงกายสิทธิของผมด้วย) คิดขึ้นได้ประมาทไป รับของไม่ทันคิด....

แก้ไขแล้ว จึงนำพระพุทธรูปออกนอกห้อง ทำเป็นสีขาว... ตอนค่ำมีงานจะต้องไปรายงานหลวงป๋าที่กุฏิ 9 (กุฏิหลังเดิม ตอนนั้นยังไม่ได้สร้างกุฏิหลังใหม่) ยังไม่ทันได้พูดจาเรื่องงานเลย หลวงป๋าก็พูดลอยขึ้นมา "พระพุทธรูปดำระวังไว้ให้ดี มันเอาตายเลยนะน่ะ..."(ท่านพูดไปด้วยท่านก็ช่วยไปด้วย ช่วยลูกๆหลานๆ)  ผมก็เงียบ ยิ้มแหย่ๆๆ เป็นอันว่ารู้กัน เกิดอะไรขึ้น...

.....กรณีหลวงพ่อภาวนาฯ (พระราชพรหมเถร) ผมก็เคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกันท่านมา สมัยที่หลวงพ่อวัดปากน้ำยังอยู่ ท่านยังเป็นพระหนุ่มๆ ซุกซนเที่ยวขุดหากายสิทธิ จนตัวท่านเองต้องท้องบวม (สมัยนั้นกายสิทธิเป็นที่ต้องการเพื่อช่วยในการเจริญภาวนาและอย่างอื่น)...

สรุปว่า "อายตนะ" มีผลถึงจิตใจครับ ไม่ว่า ตาจะดู หูฟัง ฯลฯ กายสัมผัสมีผลต่อกายใจ ต่อการเจริญภาวนาอย่างมากครับ เมื่อจิตใจเราระลึกถึง (อาราธนา) คุณพระศรีรัตนะตรัย คุณพระอุปัชฌาย์ครูอาจารย์  คุณมารดาบิดา ระลึกถึงบุญบ่อยๆเนื่อง การเอากายใจเข้าไปใกล้คนดีมีศีล-มีธรรม ใจเราก็เป็นบุญเป็นกุศล แช่มชื่น เบิกบาน ผ่องใสไปด้วยครับ....การมี การระลึกถึง การจับดวงแก้ว ก็เช่นเดียวกัน

....ในทางตรงกันข้าม การอยู่ร่วมกับคนพาล ก็เดือนร้อนเหมือนกันครับ ถึงเราไม่พูดไม่คุย ไม่สัมผัส ไม่กินไม่ดื่มด้วย ไม่ช้าไม่นานคนพาล (จิตมาร) เขาจหาเรื่องให้เราเดือดร้อนไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่งละครับ  พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสสอน "มงคลสูตร" บาทของพระคาถาแรกเลยว่า "อเสวนา จ พาลานํฯ "  คือให้กาย วาจา ใจ ห่างจากธาตุธรรมของมารก่อน เพราะการอยู่ร่วมกันคนพาลมีแต่ความเดือดร้อน..ครับ
« Last Edit: August 10, 2015, 12:44:22 PM by BunRaksa »
สิทธิ

Offline สิบศูนย์

  • Newbie
  • *
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 8