Author Topic: จดหมายประวัติศาสตร์ จาก หลวงปู่เทสก์  (Read 20069 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
พระราชนิโรธรังสีคัมภีร์ปัญญาวิศิษฐ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)

ศิษย์ชั้นผู้ใหญ่ ในสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ อาจารย์ใหญ่แห่งพระป่ากัมมัฏฐาน สายพุทโธ



Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
และรูปนี้ที่อยู่บนกุฏิเจ้าคุณหลวงป๋า ซึ่งท่านชมว่าเป็นภาพที่แลดูเมตตาอย่างหาที่เปรียบได้ยาก


Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร

และนี้คือจดหมายประวัติศาสตร์ ที่ยืนยันถึงสามัญญผลที่เจ้าคุณหลวงปู่เทสก์ และเจ้าคุณหลวงป๋า ต่างเข้าถึงตรงกัน


ตัดต่อข้อมูลรูปมาจากหนังสือ อริยสัจ ๔ ลักษณะและอาการแทงตลอดทำเป็น E-book โดยคุณ centerway

ทราบมาว่า หลวงปู่เทสก์ ท่านกล่าวขณะที่หลวงป๋าไปกราบนมัสการท่านในกุฏิ มีใจความประมาณว่า

"ของผม(การเข้าถึง)มันเป็นภาคปฏิบัติ ไม่เหมือนของท่านที่มีภาคทฤษฎีประกอบด้วย เพราะผมไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องปริยัติ หลักวิชชาการที่ท่านบรรยายมา ทำให้ผมมั่นใจและแจ่มแจ้งในสิ่งที่ผมเข้าถึงมากยิ่งนัก"
« Last Edit: October 11, 2011, 11:15:01 PM by ต้นไม้เมตตา »

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
ประวัติหลวงปู่เทสก์

ปฐมวัย บรรพชาและอุปสมบท
 
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี (พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์) กำเนิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2445 (ปีขาล) ในครอบครัวชาวนา เป็นบุตรของนายอุตส่าห์ นางครั่ง บ้านนาสีดา ตำบลกลางใหญ่ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
 
เมื่ออายุ 18 ปี มีโอกาสติดตาม พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ออกธุดงค์ และบรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดบ้านเค็งใหญ่ โดยมีพระอาจารย์ลุย เป็นอุปัชฌาย์ ต่อมาไป ศึกษาธรรมที่วัดสุทัศนาราม เมืองอุบล และเรียนหนังสือที่วัดศรีทอง จนกระทั่งวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ได้อุปสมบท ณ พัทสีมาวัดสุทัศนาราม โดยมีพระมหารัฐเป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาปิ่น ปัญญาพโล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ต่อมาได้ออกธุดงคไปกับพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ได้มีโอกาสวาสนากราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่บ้านค้อ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ทำให้มีกำลังจิต กำลังใจในการปฏิบัติธรรมบำเพ็ญความเพียรอย่างยิ่ง

จาริกธุดงค์
 
ครั้งสมัยที่ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตไปพำนักทางภาคเหนือ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ได้จาริกธุดงค์กับพระอาจารย์อ่อนสีไปกราบท่านอาจารย์ใหญ่ที่ป่าเมี่ยง ดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่ และได้ปฏิบัติธรรมในภาคเหนือ ถิ่นมูเซอร์ และมาโปรดสาธุชนบริเวณจังหวัดลำพูน จนกลับมาภาคอีสาน พำนักที่วัดอรัญญวาสี ท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ปี พ.ศ. 2492 ไปเยี่ยมหลวงปู่มั่นที่อาพาธ ที่วัดบ้านหนองผือ นาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร จนกระทั่งท่านพระอาจารย์ใหญ่ละสังขาร ต่อมาปี พ.ศ. 2493 ท่านไปจำพรรษาที่จังหวัดภูเก็ตและเผยแผ่ศาสนธรรมในภาคใต้ร่วมกับหมู่คณะ โดยพำนักที่ภูเก็ต พังงา และกระบี่ นานถึง 15 ปี ก่อนกลับมาพักจำพรรษาที่ถ้ำขาม จังหวัดสกลนคร ปีต่อมาจาริกมาที่วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บรรยากาศดีเหมาะแก่การเจริญธรรมสัมมาปฏิบัติ
 
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เป็นสมณะผู้สมบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตรอันงดงามยิ่ง เป็นผู้นำศรัทธาในการอบรมสั่งสอนธรรมและนำสร้างศาสนสถานเพื่อการจรรโลงพระพุทธศาสนาหลายแห่งในถิ่นแถบอีสาน เป็นปูชนียาจารย์ของชนทุกระดับชั้น

มรณภาพ
 
ในปัจฉิมวัยท่านไปพำนักที่วัดถ้ำขาม และละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2537 เวลาประมาณ 21.45 น สิริรวมอายุได้ 93 ปี 71 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานน้ำหลวงสรงศพและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานหีบทองทึบ และทรงรับงานบำเพ็ญกุศลอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ พิธีพระราชทานเพลิงศพ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี จัดขึ้นที่วัดหินหมากเป้ง นับเป็นงานพระราชทานเพลิงศพพระเถราจารย์ครั้งประวัติศาสตร์[/size]

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
พระธาตุหลวงปู่เทสก์



อัฐิธาตุของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี กำลังแปรสภาพเป็นแก้ว ตรงบริเวณปลาย



อัฐิธาตุหลวงปู่เทสก์กำลังแปรสภาพคล้ายหยก



อัฐิธาตุหลวงปู่เทสก์ำกำลังแปรสภาพเป็นพระธาตุ

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
คำสอน

"ชีวิตและเลือดเนื้อตลอดถึงข้อวัตร ที่หลวงปู่ทำอยู่ทั้งหมด ขอมอบบูชาพระรัตนตรัยเหมือนกับบุคคลเด็ดดอกไม้บูชาพระฉะนั้น"

ยาวิเศษของพระพุทธเจ้า

โรคอีกชนิดหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นที่ใจ เมื่อ เกิดขึ้นในใจของใครแล้ว จะต้องป่วยถึงกับความตายหรือเจียนตาย ไม่แพ้กับโรคที่เกิดขึ้นที่กาย โรคที่ว่านี้ได้แก่ ราคะ โทสะ โมหะ หรือโลภ โกรธ หลง เป็นต้น เป็นโรคเรื้อรังรักษาหายได้ยาก แม้แพทย์ชั้นเยี่ยมในโลกนี้ก็อาจมีโรคที่ว่านี้ประจำอยู่ในตัวทุกๆคน ไม่มากก็น้อย
 
ราคะ คือความใคร่ทำให้จิตใจกระสับกระส่าย กระหายในอารมณ์ที่ตนใคร่ จึงไม่สบาย ชื่อว่าเป็นโรคราคะ ต้องสงเคราะห์เพื่อให้บรรเทาเบาบางด้วยการให้ตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นชิมรส กายสัมผัสแตะต้องของที่น่ารักใคร่พอใจ ที่เรียกว่ากามคุณ ๕ เป็นการสงเคราะห์โรคราคะ
 
โลภะ ความอยากได้ไม่มีขอบเขต อันเป็นเหตุให้จิตเดือดร้อน ในความไม่อิ่มไม่พอ มีมากมีน้อยก็ยังพร่องอยู่เสมอ จึงชื่อว่าเป็นโรคโลภะ ต้องสงเคราะห์ให้บรรเทาเบาบางด้วยการให้วัตถุสิ่งของที่โรคต้องการ มีเงินทองข้าวของเป็นต้น
 
โกรธ ความคิดประทุษร้ายบุคคลหรือวัตถุที่ตนไม่พึงพอใจ เพื่อให้บุคคลหรือวัตถุนั้นฉิบหาย เมื่อทำลายตามประสงค์แล้วโกรธก็ค่อยบรรเทาเบาบางลง ฉะนั้น การผ่อนปรนตามจึงเป็นการสงเคราะห์โรคโกรธหรือโรคโทสะ 
 
โมหะ ความไม่รู้จักผิด ไม่รู้จักถูก ดีหรือชั่ว สิ่งที่ควรหรือไม่ควร ต้องอาศัยดวงประทีปคือปัญญา ถ้ามีการพิเคราะห์หรือวิจารณญาณก็จะเป็นเครื่องบรรเทาเบาบางลงไปได้ ฉะนั้น การตรึกตรองหาเหตุผลในสิ่งนั้นๆก็ดี หรือผู้ฉลาดให้คำแนะนำตักเตือนก็ดี จึงเป็นวิธีสงเคราะห์โรคโมหะอย่างหนึ่ง
 
    โรคราคะ และ โรคโมหะ ถ้าหากเกิดขึ้นในจิตใจของมนุษย์คนเราแต่พอประมาณ และสงเคราะห์สมควรแก่สภาวะของตนๆแล้ว กลายเป็นโรคก่อตัวสร้างโลกอันนี้ให้เป็นปึกแผ่นแน่นหนา ยังโลกอันนี้ให้เจริญถาวรไปยืนนาน
 
โรคโกรธ เป็นโรคร้อนและน่ากลัวมาก หากเกิดขึ้นในจิตใจของใครแล้ว ถ้าพอประมาณนำไปใช้ในกิจการที่พอเหมาะพอสม ก็จะยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเกิดขึ้นอย่างรุนแรงแล้ว ก็จะนำความฉิบหายมาให้ทั้งแก่ตนและบุคคลอื่น หรือส่วนรวมอย่างมากมาย
 
โรคโมหะ เป็นโรคที่มืดมาก ถ่วงความเจริญก้าวหน้าทั้งแก่ตนและคนอื่น
 
 โรคทั้งหลายที่บรรยายมาแล้วนั้น ถ้าเป็นมากจนผิดปกติธรรมดา เขาเรียกกันว่า “บ้า” ดังเราเคยได้ยินเขาพูด กันเสมอๆว่า คนนั้นบ้ากาม คนโน้นบ้าโลภ คนนี้บ้าโกรธบ้าหลง เป็นต้น ตกลงว่าหากเป็นถึงขั้นเป็นบ้าแล้วหมดหวัง แก้ไขยาก...
 
      พระพุทธเจ้าของเรา พระองค์เป็นแพทย์ผู้วิเศษ ใช้ธรรมโอสถเป็นยารักษาโรคที่เกิดขึ้นในจิตใจให้หายได้อย่างเด็ดขาด หายแล้วไม่กลับเกิดอีก ถึงอมตะดับทุกข์ร้อนถอนอาลัยไม่กังวล เพราะพระองค์ทรงรู้แจ้งในตำแหน่งที่มาของโรคใจได้ทุกประการ และวางยาวิเศษอันได้นามสมัญญาว่า “มรรค ๘ หรือ ศีล สมาธิ ปัญญา” ให้เหมาะกับโรคนั้นๆ
 
 อนึ่ง เพื่อสะดวกแก่การรักษาโรคนั้นๆ โดยเฉพาะ ท่านได้จัดยาไว้เป็นพิเศษเพื่อรักษาโรคนั้นๆ โดยเฉพาะ มีดังนี้ คือ
 
    โรคราคะ ทำให้จิตใจน้อมเอนเอียงไปในความกำหนัด รักใคร่ ไม่ว่าจะเห็นรูปด้วยตา ฟังเสียงด้วยหู เป็นต้น ย่อมเห็นเป็นของน่ารักใคร่ น่าพอใจ ทำให้เกิดความกำหนัดยินดีไปทั้งนั้น ท่านให้ใช้ยาคือ อสุภะ เห็นเป็นของ ปฏิกูลน่าพึงเกลียด หรือเป็นเหตุก่อให้เกิดทุกข์ เป็นต้น
 
   โรคโลภะ เมื่อความทะยานอยากได้ไม่รู้จักพอ เพราะไม่เห็นคุณค่าแห่งความแจกจ่ายแบ่งปันให้แก่คนอื่น ฉะนั้นท่านจึงสอนให้รักษาด้วย การให้ทาน เมื่อทำทานไปแล้ว ผู้ที่ได้รับทานจะแสดงความขอบใจและดีใจ อาจทำการอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งตอบแทนจนเป็นที่พอใจ แล้วจะเห็นคุณของการทำทานอันล้นค่า หรือเห็นสมบัติทั้งหลายในโลกนี้มิใช่ของตนคนเดียว แต่เป็นของสาธารณะ เพียงเปลี่ยนมือกันใช้เท่านั้น ตายแล้วทุกคนต้องทอดทิ้งไว้ในโลกนี้ด้วยกันทั้งหมด ไม่มีใครเอาติดตัวไปด้วย นอกจากบาปและบุญเท่านั้น
 
  โรคโกรธ   คิดแต่แง่ทำลายหมายแต่โทษความผิดของผู้อื่น โดยมิได้ทวนทบคิดถึงความดีมีประโยชน์ของเขาบ้าง ความชั่วหรือความผิดมีนิดเดียวก็สร้างให้มากทวีขึ้น หรือแม้ความชั่วความผิดของคนอื่นเขาไม่มีเสียเลย แต่เราไปสร้างขึ้นเองด้วยความไม่พอใจของเรา จึงเป็นโรคที่ร้ายแรงมาก    อาจสร้างนรกไว้บนสวรรค์ก็ได้ เป็นการทำ ความเดือดร้อนให้แก่คนอื่นโดยเฉพาะ ท่านจึงสอนให้วางยาเย็นคือ ความเมตตา ปรารถนาให้คนอื่นมีความสุข
 
 จง เห็นโทษในการทำความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น   ทุกคนเกิดมามีกิเลสประจำตัวอยู่แล้วไม่มากก็น้อย และทุกคนก็เกลียดทุกข์ ปรารถนาสุขด้วยกันทั้งนั้น จึงประกอบแต่สิ่งที่เห็นว่าดีถูกต้อง อันจะนำความสุขมาให้ แต่เพราะกิเลสยังมีประจำใจอยู่    จึงอาจมีผิดบ้างบางกรณี
 
 ฉะนั้น หากจะโกรธใครคนอื่น จงคิดถึงเจตนาของเขา หรือประมวลความผิดความชั่วของเขาเท่าที่เราจะประมวลได้ แล้วเอามาลบความดีของเขาเท่าที่เราจะประมวลได้เหมือนกัน ถ้าหากความดีของเขายังเหลือ เป็นอันใช้ได้ อย่าพึงโกรธเขาก่อนเลย แล้วก็อย่าลืมเอาความผิดหรือความชั่วของเรา มาลบความดีของเราอีกด้วย ว่าจะได้ผลลัพธ์อย่างไร
 
    โรคโมหะ ความคิดผิด เห็นผิด เป็นเหตุให้กระทำผิด พูดผิดจากความจริง โดยเห็นผิดเป็นถูก เห็นดีเป็นชั่ว เป็นต้น อันเป็นเหตุให้กิจการนั้นๆ ไม่สำเร็จลุล่วงไปได้เท่าที่ควร เหมือนกับปลาติดอวนหรือนกติดข่าย มีแต่จะนำความฉิบหายมาให้แก่ตนส่วนเดียว ต้องรักษาด้วยยา คือ   สุตะ หมั่นได้ยินได้ฟังและไต่ถามตริตรองบ่อยๆ
 
       นอกจากยาแต่ละขนานที่ท่านจัดไว้สำหรับบำบัดโรคแต่ละประเภทดังกล่าวมาแล้ว ท่านยังได้ให้ยาเพื่อบำบัดโรคนานาชนิดและโรคที่อาจแทรกแซงมากอย่าง อันได้แก่พระกัมมัฏฐาน ๔๐
 
 ใจเป็นนามธรรม โรคที่เกิดขึ้นก็เป็นนามธรรม ฉะนั้น พระพุทธเจ้าทรงฉลาดในนามธรรมอย่างเยี่ยม จึงทรงรู้จักและทรงจัดยาคือ ธรรมโอสถ อันเป็นนามธรรมไว้ รักษาให้ถูกต้องและหายได้อย่างเด็ดขาด หายแล้วกลับไม่ได้มาเกิดอีกต่อไป
 
  พระพุทธเจ้าและพระ อรหันต์ทั้งหลาย ท่านหายจากโรคทางใจด้วยยาวิเศษดังกล่าวมาแล้ว ท่านมองดูพวกเราผู้กำลังมีโรคกำเริบอยู่ด้วยความเมตตากรุณา จึงได้ประทานยาและตำรารักษาไว้ให้พวกเราเพื่อจะได้นำมาใช้ต่อไป

 

   (จากส่วนหนึ่งของการแสดงธรรม ณ วัดเจริญสมณกิจ จ.ภูเก็ต วันที่ ๒๖ กันยายน  ๒๕๐๖)
 
   (จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 108 พฤศจิกายน 2552    โดยหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย)

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
บุญในพุทธศาสนา หมดไม่เป็น

ผู้ทำบุญโดยส่วนมาก ๙๙ เปอร์เซ็นต์
เพื่ออุทิศแก่ผู้มีพระคุณทั้งหลายมีบิดามารดาเป็นต้น

ชาวพุทธมีดีตรงนี้แหละ พุทธศาสนาสอนให้รู้จักบุญคุณของผู้ที่มีพระคุณทั้งหลาย
แล้วทำดีเพื่อสนองพระคุณของท่านเหล่านั้น
ถ้าไม่รู้จักบุญคุณของผู้มีพระคุณแล้ว คนเราก็จะกลายเป็นเดรัจฉานไปหมด

การทำความดี คือ บุญกุศลนี้ย่อมทำสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์
ไม่ทำสิ่งที่เป็นโทษแก่ตนและคนอื่น ทำในที่เปิดเผย
ไม่ทำในที่ลับด้วยและทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เหมือนกับคนที่ทำความชั่ว

ทำความชั่วนั้นทำด้วยความเศร้าหมองไม่ผ่องใสและก็ทำในที่ลับไม่เปิดเผยด้วย
ทั้งไม่อุทิศส่วนบาปนั้นให้แก่ผู้มีพระคุณทั้งหลาย
ถึงแม้อุทิศให้แก่ใครก็ไม่มีใครอยากรับ เพราะเป็นของเศร้าหมอง

ทำบุญให้แก่ผู้มีพระคุณที่ตายไปแล้วนี้
จงทำด้วยของบริสุทธิ์อย่าไปฆ่าเป็ด ไก่
ฆ่าวัว ฆ่าควายมาทำ จะบาปหนักเข้าไปอีก
ทำเล็กๆ น้อยๆ ด้วยใจผ่องใสบริสุทธิ์

เป็นต้นว่าตักบาตรถวายอาหารพระสงฆ์ บุญก็มากเอง
บุญมิใช่เกิดเพราะไทยทานมากๆ
แต่เกิดขึ้นจากใจเลื่อมใสศรัทธาต่างหาก

เปรียบเหมือนเทียนที่เรามีอยู่แล้วไปขอต่อจากคนอื่น
เทียนของคนอื่นก็ไม่ดับ ของเราก็ได้ไฟสว่างมา

เหตุนั้นบุญในพุทธศาสนาจึงหมดไม่เป็น
คนมากี่ร้อย กี่พันเอาหัวใจของตนมาตักตวงเอาบุญในพุทธศาสนานี้
ก็ไม่มีหมดบุญยังเต็มเปี่ยมอยู่ตามเดิม

ถ้าทำด้วยความเลื่อมใสแล้ว
วัตถุทานมีน้อยก็กลายเป็นของมากเอง

Offline mr.surin

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 715
  • จิตพิสัย 118

และนี้คือจดหมายประวัติศาสตร์ ที่ยืนยันถึงสามัญญผลที่เจ้าคุณหลวงปู่เทสก์ และเจ้าคุณหลวงป๋า ต่างเข้าถึงตรงกัน

ทราบมาว่า หลวงปู่เทสก์ ท่านกล่าวขณะที่หลวงป๋าไปกราบนมัสการท่านในกุฏิ มีใจความประมาณว่า

"ของผม(การเข้าถึง)มันเป็นภาคปฏิบัติ ไม่เหมือนของท่านที่มีภาคทฤษฎีประกอบด้วย เพราะผมไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องปริยัติ หลักวิชชาการที่ท่านบรรยายมา ทำให้ผมมั่นใจและแจ่มแจ้งในสิ่งที่ผมเข้าถึงมากยิ่งนัก"

อนุโมทนาครับ คุณต้นไม้เมตตา

ทราบมาว่า หลวงป๋า ได้พาคณะพระภิกษุจากวัดหลวงพ่อสด
เดินทางไปกราบนมัสการ หลวงปู่เทสก์ ที่วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย

เเละได้ ฉันภัตตาหารในบาตร ตามธรรมเนียมของพระกรรมฐานสายพระป่า
ร่วมกับคณะสงฆ์วัดหินหมากเป้ง ด้วยความอิ่มเอิบเบิกบานในธรรม  _/\_

ขอให้โลกนี้จงมีเเต่...ความดีงาม
ขอให้สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลาย...จงหมดไป
ด้วยอานุภาพของ
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

Offline หลับอยู่

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 207
  • จิตพิสัย 6
  • Gender: Male

Offline charal

  • Newbie
  • *
  • Posts: 12
  • จิตพิสัย -1

และนี้คือจดหมายประวัติศาสตร์ ที่ยืนยันถึงสามัญญผลที่เจ้าคุณหลวงปู่เทสก์ และเจ้าคุณหลวงป๋า ต่างเข้าถึงตรงกัน


ตัดต่อข้อมูลรูปมาจากหนังสือ อริยสัจ ๔ ลักษณะและอาการแทงตลอดทำเป็น E-book โดยคุณ centerway

ทราบมาว่า หลวงปู่เทสก์ ท่านกล่าวขณะที่หลวงป๋าไปกราบนมัสการท่านในกุฏิ มีใจความประมาณว่า

"ของผม(การเข้าถึง)มันเป็นภาคปฏิบัติ ไม่เหมือนของท่านที่มีภาคทฤษฎีประกอบด้วย เพราะผมไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องปริยัติ หลักวิชชาการที่ท่านบรรยายมา ทำให้ผมมั่นใจและแจ่มแจ้งในสิ่งที่ผมเข้าถึงมากยิ่งนัก"


       ครูบาอาจารย์ทุกท่านไม่ว่าจะสายไหนจะปฎิบัติหรือจะภาวนาอย่างไรหากทุกท่านปฎิบัติได้อย่างถูกต้องและได้เข้าถึงธรรมอย่างแท้จริงแล้ว    ทุกท่านจะไม่มีการมาว่ามาตำหนิวิธีการปฎิบัติภาวนาของใครสายไหนทั้งนั้น   มีแต่จะมุทิตาอนุโมทนากัน    ส่วนพวกลูกศิษย์สาวกระดับล่าง ๆ ที่รู้จริงบ้างไม่จริงบ้างนี่แหละที่ชอบปากยื่นปากยาวว่าสำนักนั้นค่อนสำนักนี้เรื่อยเปื่อยไป    โดยเฉพาะธรรมกายจะถูกโจมตีจากพวกที่รู้ไม่จริงนี้มากที่สุด     

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
จดหมายจากหลวงปู่เทศก์ แก้ไขไฟล์ที่หายไป

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร

แถมให้เรื่องธรรมธาตุ คือพระนิพพานธาตุ นั่นเอง จากหลวงปู่สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี

คือว่าคนในยุคนี้ ชอบพูดถึงแต่บริบทของ สุญญตา อนัตตา แต่ละเลยพุทธพจน์ที่ตรัสถึง อสังขตธาตุ อสังขตธรรม ว่าพระนิพพานก็คือธรรมธาตุ อันพ้นไปจากการปรุงแต่

พอหลวงปู่สดเราพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเลยเป็นกระแสของผู้ที่ไม่คุ้นเคย แค่อยากจะบอกว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือ ขรัวโต พรหมรังสี ท่านก็แสดงไว้เช่นกัน