Author Topic: ครูบาจอมเมืองนำพุทธแห่งสิบสองปันนาจีนจากข้อมูลหลายแห่งครับ  (Read 12076 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
พุทธศาสนาในระบบคอมมิวนิสต์อย่างจีน เข้าถือว่า นั้นคือระบบวัฒนธรรมหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้นำทางพุทธศาสนาจะเอาศาสนาให้รอดต้องอาศัยวัฒนธรรมนำหน้า กรณี มจร.พะเยา ไปทำข้อตกลงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาเหมือนกันกัน ต้องใช้คำว่า "ข้อตกลงแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม" ไม่ใช้คำว่า "ข้อตกลงทางพุทธศาสนา" เพราะขัดกับระเบียบ ข้อบังคับของราชการของจีน

     เมื่อผู้เขียนได้พบกับพระคำต๋อม กนฺตสีโล ผู้ซึ่งเดินทางมาจากวัดบ้านฟ้า ตำบลเมืองฮำ อำเภอเมืองเชียงรุ้ง จังหวัดสิบสองปันนา มณฑลยูนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ผู้เขียนได้ชวยคุยถึงตำบลเมืองฮำที่เคยไปนอนและไปเยี่ยมเยือนหลายครั้ง

     เมืองฮำเป็นเมืองที่ทางการจีนได้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเอาไว้อย่างดี ทั้งสภาพบ้านเรือน สถาปัตยกรรม ตลอดถึงวิถีชีวิต ที่เมื่อใครไปเมืองสิบสองปันนาแล้วมักไม่พลาดในการไปเยี่ยมเยือน ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักท่องเที่ยว เป็นชุมชนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปในหมู่บ้าน เรียกง่าย ๆ ว่าชื้อบัตรแล้วให้เดินชมตั้งแต่หัวบ้านถึงท้ายบ้าน ซึ่งในหมู่บ้านมีทั้งอาหารการกิน ของที่ระลึก โฮมสเตย์ ฯลฯ ทุกอย่างแล้วแต่จะสรรหา

     ดังนั้น ในอำเภอเชียงรุ้ง จะประกอบไปด้วยตำบลต่าง ๆ แต่ทางโน้นเขาเรียก "เมือง"  และถ้าจะเทียบแล้วพระพุทธศาสนาในระดับตำบล (เมือง) ต่าง ๆ ของอำเภอเมืองเชียงรุ่งแล้ว พระพุทธศาสนาในตำบลเมืองฮำ และตำบลเมืองโลง จะรักษารูปแบบดังเดิมไว้ดีกว่าตัวอำเภอเมืองเชียงรุ้งอย่างมากทีเดียว  ในทัศนะผู้เขียนมาจากสาเหตุ ๓ ประการคือ

     ๑.ตัวตำบลเมืองฮำ ทางรัฐบาลท้องถิ่นได้อนุรักษ์ ทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเก็บเงินค่าเข้าไปเยี่ยมชุมชนที่เดียวเที่ยวได้ทั้งตำบล

     ๒.ตัวอำเภอเชียงรุ้งเป็นชุมชนเมือง เป็นย่านเศรษฐกิจ มีผู้คนเข้ามามากโดยเฉพาะคนจีนเข้ามาทำมาหากินมาก และทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นเลือนหาย และถูกกลืนไปในที่สุด (ประเด็นนี้น่าสนใจคือ คนสิบสองปันนาก็เรียกคนส่วนอื่นบนแผ่นดินใหญ่ว่าคนจีน,  คนที่บ้านนาใหม่ ก็เรียกคนหลวงพระบางว่าคนลาว, เหมือนคนล้านนาเรียกกลุ่มคนนอกพื้นที่ ๘ จังหวัดตอนบนว่าคนไทย โดยเรียกตัวเองว่าคนเมือง)

     ๓.ตัวอำเภอเชียงรุ้งเป็นแหล่งท่องเที่ยว เมื่อมีนักท่องเที่ยวหลายชาติ กิริยามารยาทของคนกลุ่มต่าง ๆ ก็ต่างกัน ซ้ำร้ายคนท้องถิ่นเองก็มีรสนิยม หรือตามกระแสของคนมาใหม่ หลายอย่างหายไป เช่น ทรงผม การแต่งกาย แม้แต่ภาษาพูดก็หาย ไม่ต้องพูดถึงภาษาเขียน ที่ต่างไปจากของเดิม ได้ข่าวว่าทางการจีนต้องการให้มีระบบการเขียนที่เหมือนกัน จึงมีการปรับรูปทรงของตัวอักษรบางตัว และให้มีการเขียนอยู่ในบรรทัดเดียวกัน (ซึ่งความจริงอักษรไตก็มีลักษณะเหมือนอักษรล้านนาและอักษรไทยที่สามารเขียนได้ทั้งข้างหน้า ข้างหลัง ข้างบน ข้างล่าง มีตัวสะกดเยอะเยอะไปหมด) นี้เป็นความจำยอมทางด้านวัฒนธรรม แม้จะใช้ชื่อว่าเป็น "เขตปกครองตนเอง" ก็ตาม

          ดังนั้น คนไตลื้อในเชียงรุ้งจึงถูกจีนครอบงำทั้งหมด ครูบาจอมเมือง ผู้นำสงฆ์แห่งสิบสองปันนา (สถานะเทียบเท่าสมเด็จพระสังฆราชจีน-สายเถรวาท) ได้ประกาศว่า "การจะสู้กับจีนคอมมิวนิสต์นั้นต้องสู้ด้วยวัฒนธรรมไตลื้อเท่านั้น"

     เรื่องแรก ที่ท่านทำคือการปฏิรูปพุทธศาสนาในสิบสองปันนาอย่างใหญ่หลวง ทั้งรูปแบบ และเนื้อหา และไม่ต้องสงสัยว่ารูปแบบและเนื้อหานั้นจะมาจากไหน ถ้าไม่ใช่ของไทย จากการที่ท่านเข้ามาศึกษาจากสำนักพระพุทธบาทตากผ้าจังหวัดลำพูน อีกส่วนหนึ่งท่านได้ส่งลูกศิษย์ให้ไปศึกษาในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของไทย เช่น เรียนที่ มจร.จังหวัดพะเยา, มจร.วังน้อย-จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, เรียนหนังสือที่จังหวัดลำพูน, เรียนบาลีที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ-กรุงเทพฯ เป็นต้น

      เรื่องที่สอง ท่านได้รณรงค์ให้มีการใช้อักษรไตลื้อ เมื่อเดินไปในตัวเมืองสิบสองปันนา มักจะเห็นตัวอักษรไตลื้อเขียนอยู่บนอักษรจีนเสมอ เช่น ข้างรถของราชการ ป้ายวัด ป้ายสถานศึกษา ป้ายที่ทำการของรัฐ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นอิทธิพลของครูบาจอมเมืองทั้งสิ้น เนื่องจากท่านเป็นพระคอมมิวนิสต์ที่ต้องเข้าไปประชุมพรรคตลอดเวลา และมีตำแหน่งในพรรคอยู่ไม่น้อย

     เรื่องที่สาม ด้านศีลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีต่าง ๆ ตลอดจนถึงสถาปัตยกรรม ท่านได้มีนโยบายรื้อ-ฟื้นของเก่าขึ้นมาอย่างจริงจัง (บางอย่างท่านรื้อสร้างใหม่แม้จะเป็นของเก่า บางอย่างท่านฟื้นขึ้นมาแม้ว่าจะเป็นของใหม่) อันนี้สำคัญจะนำเสนอในโอกาสต่อไป

     ส่วนพระที่เป็นกำลังของท่าน ซึ่งเป็นพระรุ่นแรกที่ท่านปั้นมากับมือมีอยู่ ๓ รูป ซึ่งเมื่อพิจารณาพระที่มีหัวก้าวหน้าในสิบสองปันนาขณะนี้มีอยู่ ๔ รูป รายละเอียด ดังนี้

     ๑.ครูบาหลวงจอมเมือง เดิมชื่อว่า จอม แต่เมื่อญาติโยมและทางรัฐบาลปกครองตนเองแห่งสิบสองปันนาทำพิธียกย่อง ให้เป็น "ครูบาหลวง" จึงได้ชื่อว่า "ครูบาหลวงจอม" ส่วนคำว่าเมืองอันนี้ถามแต่ละท่านที่เป็นลูกศิษย์และคนใกล้ชิดกลับไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน อันนี้แปลกอยู่มาก ท่านมีสถานภาพเทียบเท่าสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายนิกายเถรวาท ปกครองดูแลคณะสงฆ์สิบสองปันนาและมณฑลยูนานทั้งหมด

     ๒.ครูบาคำถิ่น เดิมชื่อว่า คำ เป็นคนบ้านถิ่น คนจึงนิยมเรียก ครูบาคำถิ่น เนื่องจากชื่อคำซ้ำกันมาก และไม่มีการใช้นามสกุลสำหรับคนสิบสองปันนา  ท่านรับผิดชอบงานรองมาจากครูบาหลวงจอมเมือง มีสถานเทียบเท่ารองครูบาหลวงจอมเมือง แต่นิสัยส่วนตัวท่านชอบปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน

     ณ ปัจจุบันท่านไปตั้งสำนักวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่วัดบ้านถิ่น อันเป็นวัดบ้านเกิดของท่าน โดยมีการริเริ่มงานขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาในหลายประการซึ่งมีแนวปฏิบัติมาจากเมืองไทยแทบทั้งสิ้น เช่น การบวชภาคฤดูร้อน ซึ่งจุดนี้น่าคิดว่าคนจีนบวชเป็นจำนวนมาก แต่คนไตลื้อกับมองอีกมิติหนึ่งว่าอายุมากแล้ว แก่แล้วไม่นิยมอย่างคนจีน แต่กลับนิยมบวชมาตั้งแต่เด็กมากกว่า วัฒนธรรมเหมือนไทยล้านนา (บวชลูกแก้ว) ณ วัดบ้านเกิดของใครของมัน

     ในปี ๒๕๕๔ นี้เอง ที่ทางสิบสองปันนาได้มีการฟื้นฟูวันวิสาขบูชาขึ้นมา โดยมีพิธีกรรมต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ไหว้พระสวดมนต์ เทศนาธรรม ปฏิบัติธรรม เวียนเทียน การให้ทาน นัยว่าเพื่อให้เป็นต้นแบบให้กับวัดต่าง ๆ ในสิบสองปันนา มาศึกษาดูงานแล้วนำไปทำต่อ

     ๓.พระมหาแสง เป็นพระหนุ่มที่เข้ามาศึกษาในเมืองไทย จนได้เปรียญ แล้วกลับไปเป็นกำลังให้กับครูบาหลวงจอมเมือง ปัจจุบันถูกส่งให้ไปอยู่ที่คุณหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนาน เพื่อไปรับผิดชอบดูแลการศึกษาสงฆ์ที่นั้น ซึ่งภาระนั้นต้องดูแลการศึกษาให้กับพระนิกายเถรวาท นิกายมหายาน และพระสายธิเบต ที่มาเรียนร่วมกัน

     ๔.พระแสง เป็นพระที่มีความคล่องตัวในการติดต่อประสานงาน ซึ่งครูบาหลวงจอมเมืองมักมอบหมายให้ดูแลแขกบ้านแขกเมืองที่มาติดต่อและทำภารกิจที่สิบสองปันนา ซึ่งการทำงานของท่านทำให้ทีมงานของผู้เขียนประทับใจมาแล้วหลายครั้ง

     ดังนั้น เราจะเห็นว่าพระคอมมิวนิสต์เหล่านี้ ได้จุดประกาศฝัน เพื่อผลักดันพระพุทธศาสนา ให้มีความเจริญก้าวหน้า อันจะเป็นมาลาสำหรับชีวิต เพื่อเปลี่ยนวิธีคิดของคนอีกหลาย ๆ คนต่อไป
บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย มหาศรีบรรดร

..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/442565
« Last Edit: February 21, 2016, 01:07:07 AM by yesterday »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
พิธีการยกสมณศักดิ์พระสมเด็จสังฆราช
และพระครูบาวัดป่าเชต์มหาราชฐานสิบสองพันนา
ที่ อำเภอเมืองเชียงรุ่ง จังหวัดสิบสองพันนาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559
ยกพระครูบาหลวงจอมเมืองเป็นพระสมเด็จสังฆราช
ยกสวาทิขันคำ ทุพิง ทุมหาแสง ทุแสง และทุคำถิ่นเป็นพระครูบา.
----------
พิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชสิบสองปันนา 西双版纳傣族自治州 ครูบาหลวงจอมเมือง วณฺณสิริ(พระปัญญารังษี) เจ้าอาวาสวัดป่าเซต์มหาราชฐานสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน พุทธสมาคมแห่งสิบสองปันนา และพิธีสรงน้ำยกยอครูบา จำนวน ๕ รูป
วันศุกร์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ณ วัดป่าเซต์มหาราชฐานสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน
(Wat Pajie Maharajatan Sipsong Panna (Zong Fe Si) No.28, Baji Road, Jinghong City, Xishuangbanna, Yunnan Province, P.R. China. 666100.)



2016年2月19日上午,南传佛教帕松列和帕祜巴升座庆典法会在西双版纳州景洪市隆重举行。中国佛教协会学诚会长、副会长永信法师、觉醒法师、妙江法师、胡雪峰喇嘛、东宝·仲巴呼图克图活佛、诏等傣法师、刘威秘书长,中共云南省委统战部部长黄毅,国家宗教事务局蒋坚永副局长、国家宗教事务局一司巡视员裴飙,中国佛教文化研究所所长楼宇烈等,以及来自13个国家的大德法师、专家学者及佛教四众弟子数千人出席并参加了此次活动。
 
  上午8时30分许,西双版纳总佛寺隆重举行南传佛教帕松列和帕祜巴升座庆典法会。本次升座共有6位长老,中国佛教协会副会长、云南省佛教协会副会长、西双版纳总佛寺住持祜巴龙庄勐晋升为帕松列龙庄勐,西双版纳傣族自治州佛教协会理事莎滴康坦晋升为帕祜巴康坦,云南佛学院南传佛教部教务处主任、景洪市佛教协会副会长都玛哈香晋升为帕祜巴玛哈香,西双版纳佛教协会副会长都香晋升为帕祜巴香,西双版纳傣族自治州佛教协会理事都炳晋升为帕祜巴炳,中国佛教协会副秘书长、云南省佛教协会副会长都罕听晋升为帕祜巴罕听。升座法会上,来自汉传佛教、藏传佛教和南传佛教的三大语系大德法师共同为法会诵经祈福并滴水回向。学诚会长、云南省佛教协会会长刀述仁居士等分别向帕松列龙庄勐以及5位新晋帕祜巴颁发证书并合影留念。法会期间,中国佛教协会学诚会长、国家宗教事务局蒋坚永副局长分别致辞。
 
  学诚会长代表中国佛教协会向祜巴龙庄勐晋升为帕松列龙庄勐,向西滴看堂、玛哈香、都香、都炳、都罕听晋升为帕祜巴表示热烈的祝贺。他说,云南省是全国唯一一个三大语系佛教共存、共发展的地区,汉语系、藏语系和巴利语系佛教相互尊重,和睦相处,共同发展,是云南民族团结的典范。就南传上部座佛教的健康发展,学诚会长提出了三点希望:一是加强人才建设,针对僧人数量减少、空寺现象增多、佛寺教育萎缩、高素质僧才匮乏等现象,积极制定南传佛教人才培养方案,推动建设中国巴利语系佛学院,继续选送优秀学僧到东南亚、南亚佛教大学留学深造,以及采取在云南举办讲经交流会等多层次、多渠道的办法,从整体上提高南传佛教教职人员的综合素质;二是组织力量开展南传上座部佛教典籍的编译整理工作,将其系统地转化为民众可理解和掌握的文字,并在南传佛教地区推广使用;三是推进南传佛教各项事业的健康发展,充分发挥南传佛教在保持当地文化传统、促进社会和谐、增进民族团结、维护边疆稳定以及促进与东南亚、南亚佛教国家友好交流等方面的重要作用。
http://www.chinabuddhism.com.cn/xw/yw1/2016-02-19/10314.html
« Last Edit: February 21, 2016, 01:06:25 AM by yesterday »