Author Topic: ชาวโลกทุกศาสนาสนใจอนาคตของเมืองเยรูซาเลมจะเป็นอย่างไร?  (Read 18315 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ทรัมป์ ผู้พลิกประวัติศาสตร์เยรูซาเลมโดยนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
 อ้างจากhttps://www.thairath.co.th/news/foreign/1150467

พุธวันนี้ ขออนุญาตรับใช้ประวัติย่อนครเยรูซาเลมกันต่อครับ เมื่อวานผมรับใช้ว่าเยรูซาเลมสร้างเมื่อใดไม่ปรากฏชัด แล้วก็ไม่ทราบว่าใครสร้าง เพียงแต่กะประมาณกันว่า น่าจะสร้างเมื่อ 4.5 พันปีก่อน และทราบกันแต่เพียงว่าเมื่อ 3 พันปีที่แล้ว กษัตริย์ยิวที่มีชื่อว่าเดวิดยึดเยรูซาเลมได้ พระราชโอรสของกษัตริย์เดวิด พระนามว่ากษัตริย์โซโลมอน ขึ้นครองราชย์ในกรุงเยรูซาเลม 973 ปีก่อนคริสตกาล พอกษัตริย์โซโลมอนสิ้นพระชนม์ ชาวยิว 12 เผ่าพันธุ์ก็แตกแยกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมี 10 เผ่าทางเหนือแยกไปตั้งอาณาจักรที่เรียกว่าอิสราเอล มีเมืองหลวงชื่อซามารีย์กลุ่มสองเป็นพวกทางใต้ 2 เผ่าพันธุ์ เรียกอาณาจักรของตนเองว่ายูดาห์ ใช้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวง

พอทะเลาะกันแล้ว พวกยิวก็อ่อนแอลงมาก 722 ปีก่อนคริสตกาลก็ถูกชาวอัสซีเรียยึดครอง และ 587 ปีก่อนคริสตกาล ชาวบาบิโลเนียภายใต้การนำของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ยึดเยรูซาเลมได้ จึงทำลายพระวิหารและนำชาวยิวไปเป็นทาสในบาบิโลน

ชาวยิวต้องทรมานอยู่ในอาณาจักรของบาบิโลเนีย (ในอิรักปัจจุบัน) กระทั่ง 538 ก่อนคริสตกาล พระเจ้าไซรัสมหาราชของเปอร์เซียตีจักรวรรดิบาบิโลเนียได้ ชาวยิวได้รับการปลดปล่อย แคว้นยูดาห์ของยิวตกอยู่ภายใต้การปกครองของเปอร์เซีย พวกยิวที่ได้รับการปลดปล่อยก็กลับสู่เยรูซาเลม และปฏิสังขรณ์พระวิหาร (ที่สร้างในสมัยกษัตริย์โซโลมอน) ขึ้นมาใหม่อีกหน

332 ปีก่อนคริสต์ศักราช พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชยึดเยรูซาเลม ทำให้พวกยิวตกอยู่ภายใต้อำนาจของมาซิโดเนีย 73 ปีก่อนคริสตกาล พวกโรมันยึดเยรูซาเลมได้วุฒิสมาชิกชาวโรมันคนหนึ่งชื่อเฮโรดมาเป็นข้าหลวงปกครองยูดาห์ ตอนหลังเฮโรดได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์เฮโรดที่ 1 ท่านที่ศึกษาเรื่องราวของพระเยซูในเยรูซาเลมก็จะได้ยินชื่อ พระเจ้าเฮโรดมหาราชอยู่บ่อยครั้ง

พระเยซูประสูติได้ไม่นาน พระเจ้าเฮโรดก็เสด็จสวรรคต แคว้นยูเดีย (ซึ่งมียูดาห์เป็นดินแดนส่วนหนึ่ง) ก็ถูกแบ่งเป็น 4 ส่วน โรมันก็ยังส่งข้าหลวงมาดูแล พวกยิวพยายามก่อกบฏหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ใน ค.ศ.66 ชาวยิวก็ก่อกบฏอีก คราวนี้ถูกปราบและถูกสังหารหมู่เป็นจำนวนมาก จักรพรรดิติตุสสั่งให้ทำลายเยรูซาเลมและพระวิหาร ส่วนชาวยิวที่ไม่ถูกสังหารหมู่ก็ถูกต้อนไปเป็นเชลยที่กรุงโรม และครั้งนี้นี่เองครับ ที่ทำให้ชาวยิวต้องกระจัดพลัดพรายไปในทวีปยุโรป


ค.ศ.132-135 จักรพรรดิเอเดรียนสร้างนครเยรูซาเลมขึ้นมาใหม่ตามแบบเมืองโรมัน และตั้งชื่อเมืองนี้ว่าเอลียา กาปีโตลียา ตั้งแต่นั้นมาชาวยิวถูกห้ามเข้าเมืองอย่างเด็ดขาด ยิวคนไหนเข้าไปแล้วถูกจับได้ ก็จะถูกประหารชีวิต

ค.ศ.330 จักรพรรดิคอนสแดนตินที่ 1 มหาราชเปลี่ยนเยรูซาเลมเป็นเมืองของศาสนาคริสต์ และให้อยู่ภายใต้ดินแดนของอาณาจักรไบแซนไทน์ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ค.ศ.614 ชาวเปอร์เซียก็เข้ายึดครองเยรูซาเลมและทำลายศาสนสถานต่างๆ

ค.ศ.636 ชาวอาหรับยึดเยรูซาเลมได้และปกครองเมืองนี้มาอีก 500 ปี จนกระทั่ง ค.ศ.1099 พวกคริสเตียนครูเสดยึดเยรูซาเลมได้ ตั้งแต่นั้นมา เยรูซาเลมก็เป็นเป้าหมายของสงครามครูเสด ถูกผลัดเปลี่ยนกันปกครองโดยมุสลิมและคริสเตียน กระทั่ง ค.ศ.1187 เซาะลาฮุดดิน แม่ทัพมุสลิมเข้าตีและยึดเยรูซาเลมได้

ทุกวันนี้ สถานะของเยรูซาเลมยังเป็นประเด็นร่วมกันในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ค.ศ.1948 สงครามอาหรับ-อิสราเอล ทำให้อิสราเอลยึดเยรูซาเลมตะวันตก ส่วนเยรูซาเลมตะวันออกถูกปกครองโดยจอร์แดน กระทั่งเกิดสงครามหกวันเมื่อ ค.ศ.1967 อิสราเอลก็ยึดเยรูซาเลมตะวันออกได้ และเอาเยรูซาเลมทั้งหมดเป็นเมืองหลวงของตนเอง ย้ายหน่วยงานราชการไปตั้งที่เมืองนี้ รวมทั้งรัฐสภา ทำเนียบนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดี ที่ตั้งศาลสูง

นานาชาติไม่ยอมรับเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ไม่มีสถานทูตประเทศอื่นไปตั้งในเมืองนี้

ค.ศ.2017 นายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สหรัฐฯ ประกาศรับรองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล.

-----------------------------------------
รูปนี้อ้างจากhttps://israelforever.org/history/idf_paratroopers_kotel_1967/

------------------------------------------------------------------

และมีข้อความจากอินเตอร์เนตบอกว่าBarack Obama visited the Western Wall when he was a presidential candidate in 2008; George W. Bush visited the site in 1998, years before becoming president; Bill Clinton visited the wall after leaving office; and George H.W. Bush visited the wall as well, though not while in office.

Although Trump was the not the first president to visit the Western Wall, he was the first sitting president to do so.


Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ผมคิดว่าชาวโลกทุกศาสนาสนใจอนาคตของเมืองเยรูซาเลมเพราะคนทุกศาสนาทั่วโลกยังคงชอบท่องเที่ยวไปชมเมืองเยรูซาเลมกันมากมายอีกยาวนาน
-------------------------------------
ข่าวจากประเทศโมร็อกโกว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสแห่งวาติกันโรมันคาธอลิกออกประกาศร่วมกับกษัตริย์โมร็อกโกผู้นับถืออิสลามเรื่องเมืองเยรูซาเลมว่าเมืองเยรูซาเลมเป็นสัญลักษณ์การมีร่วมกันแห่งสันติภาพของชาวคริสต์และชาวมุสลิมอิสลามและชาวยิวเมื่อวันที่30มีนาคม2019หรือRABAT (Reuters) - Pope Francis and Morocco’s King Mohammed VI called on Saturday for the protection of Jerusalem’s multi-religious character, saying the city’s sacred sites must be accessible to worshippers of all faiths. ข่าวนี้อ้างจาก https://www.reuters.com/article/us-pope-morocco-jerusalem/pope-moroccos-king-say-jerusalem-must-be-open-to-all-faiths-idUSKCN1RB0IK
------------------------------------------------------------------------------
ข่าวจากทางคริสต์ออร์ธอดอกซ์รัสเซียว่าสมเด็จพระสังฆราชคิริลแห่งมอสโกและรัสเซียทั้งหมดผู้นำคริสต์แบบระดับวาติกันออร์ธอดอกซ์และผู้ร่วมทำสันติภาพระหว่างคริสต์อาร์เมเนียและมุสลิมอารเซอไบจันในเรื่องความขัดแย้งคาราบัคนั้นได้พบกับผู้นำปาเลสไตน์เมื่อวันที่14กุมภาพันธ์2018และสมเด็จพระสังฆราชคิริลได้บอกแก่ผู้นำปาเลสไตน์ว่าเยรูซาเล็มอยู่ในฐานะพิเศษที่ต้องรักษาถนอมไว้ต่อไปหรือHis Holiness, Patriarch Kirill of Moscow and All Russia, met with Mahmoud Abbas, President of the State of Palestine and Palestinian National Authority on February 14, 2018. During the meeting, His Holiness, Patriarch Kirill, delivered a speech, in which he stated that the special status of Jerusalem should be preserved.

“I am convinced that the key to peace in the land of Biblical history lies in the settlement of relations between Palestine and Israel. We are deeply convinced that solid peace should be achieved by negotiations with regard for the lawful interests of the parties, bearing in mind that the special status of Jerusalem should be preserved,” he mentioned
  ข่าวนี้อ้างจาก http://www.pravmir.com/patriarch-kirill-favors-preserving-jerusalems-special-status/
-------------------------------------------------
ข่าวจากShipan Kumar Basu หรือนายสีพัน กุมาร บาซู ประธานคณะกรรมการต่อสู้แห่งฮินดูโลกได้ออกความเห็นว่านายกรัฐมนตรีนเรนทราโมดี(Narendra Modi)แห่งอินเดียควรจะยอมรับเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลจะให้ผลดีแก่อินเดียมากกว่าหรือShipan Kumar Basu, the president of the World Hindu Struggle Committee, noted that the Organization of the Islamic Conference recently condemned Moldova for announcing plans to relocate its embassy to Jerusalem. He noted that among the countries which is a member of the Organization of Islamic Conference is Bangladesh. According to him, it is greatly hypocritical for 57 Muslim countries who are members of the Organization of Islamic Conference to condemn Moldova for recognizing Jerusalem as Israel’s capital and to condemn Myanmar for mistreating Rohingya Muslims while having absolutely nothing to say about the plight of Hindus in Bangladesh and inside refugee camps in India: “The international community has nothing to say about the 30 million Hindus oppressed presently in Bangladesh or the 50.5 million Bangladeshi Hindus living as refugees in India. This raises the question: Do world leaders really work for the benefit of minorities and the oppressed or are they working in favor of radical Islam?”

Basu believes that one of the best ways Modi can stand up to this hypocrisy is by recognizing Jerusalem as Israel’s capital and moving the Indian Embassy to the holy city. This should not be a hard decision for Modi. Israel is one of India’s post important Middle Eastern allies
 ข่าวนี้อ้างจาก https://www.israelhayom.com/opinions/india-should-recognize-jerusalem-as-israels-capital/
« Last Edit: November 13, 2019, 02:08:23 AM by yesterday »