Author Topic: แจ้งความ นศ.วาดพระอุลตร้าแมน ชี้! บ่อนทำลายศรัทธา  (Read 9621 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
แจ้งความ นศ.วาดพระอุลตร้าแมน ชี้! บ่อนทำลายศรัทธา ข่าวอ้างจากhttps://www.thaiquote.org/content/226060

กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน แจ้งความ นักศึกษาวาดรูปพระอุลตร้าแมน ชี้! ทำลายสิ่งที่ชาวพุทธศรัทธาทั้งชาติ ลั่น! เอาผิด”อ.เฉลิมชัย-ทนายเดชา”เชื่อมีเบื้องหลัง ไม่คิดสงสารเด็ก

สืบเนื่องจากกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จ.นครราชสีมา สร้างผลงานวาดภาพศิลปะพระพุทธรูปอุลตร้าแมน แล้วนำมาแสดงในงานเต๊อะเติ๋น ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัด เมื่อวันที่ 3-11 ก.ย. ที่ผ่านมา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่าไม่เหมาะสม เป็นการลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธศาสนา โดยมีอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงรายและทนายเดชา ที่ออกมาให้กำลังใจ ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน นำโดย ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ ทนายพงศ์นรินทร์ อมรรัตนา และคณะ ได้เดินทางเข้าไปยื่นหนังสือต่อ ผู้บังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนักศึกษาที่วาดภาพพระพุทธรูปอุลตร้าแมนโดย ดร.จรูญ บอกว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการลบหลู่พระพุทธศาสนา ในลักษณะการล้อเลียนพระพุทธเจ้าในรูปของอุลตร้าแมน ผู้วาดย่อมทราบดีว่า พระพุทธรูปหรือภาพของพระพุทธเจ้านั้น เป็นที่เคารพสักการบูชาของชาวพุทธทั่วประเทศกว่า 60 ล้านคน เป็นการทำให้ศรัทธาของประชาชนมัวหมอง มาทำให้สิ่งที่พวกเราเคารพสักการะบูชาต้องแปดเปื้อน โดยมองว่าไม่ใช่ศิลปะ และคำกล่าวที่ว่าขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนนั้น ดร.จรูญ บอกว่า เป็นเพียงข้ออ้าง ข้อแก้ตัวเท่านั้น ส่วนตัวยังเชื่อว่าเรื่องนี้ผิดแน่นอน

ดร.จรูญ กล่าวอีกว่า วันนี้มาแจ้งความเอาผิดต่อบุคคลทั้ง 5 ในข้อหาตามกฎหมายมาตรา 206 “ผู้ใดกระทําด้วยประการใดๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด” ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 “รัฐพึงต้องมีมาตรการกลไกป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใดฯ” ซึ่งการวาดภาพพระพุทธรูปลักษณะเป็นพระพุทธชินราช ในลวดลายอุนตร้าแมนล้อมด้วยเกศแก้วดังกล่าว เป็นภาพที่ใครเห็นก็รู้ได้ว่าเป็นพระพุทธเจ้า จึงเป็นการกระทำที่ทำลายมรดกชาติ ทำร้ายย่ำยีจิตใจของชาวพุทธทั้งประเทศ เพราะพระพุทธรูปเป็นที่ศรัทธาของชาวพุทธทุกคน อีกทั้งพุทธศาสนา ยังเป็นเบื้องหลังหนึ่งที่ทำให้มีชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยกว่า 3 ล้านล้านรายต่อปี หากนักท่องเที่ยวเข้ามาพบเห็นรูปแบบนี้ ก็จะถูกมองว่าไม่ดี

ดร.จรูญ กล่าวต่อ สำหรับทนายเดชา และ อ.เฉลิมชัย ที่ออกมาพูดให้กำลังใจและระบุว่าการวาดภาพเช่นนี้เป็นความคิดสร้างสรรค์ แม้จะภาพดังกล่าวจะถูกมองเป็นงานศิลปะแต่ไม่นับเป็นความคิดสร้างสรรค์ หากจะเป็นการทำลายในรูปแบบศิลปะ เพราะงานศิลปะจะต้องมีแต่ผู้คนแซ่ซ้องสรรเสริญ แต่กลับกันภาพนี้มีแต่คนตำหนิทั่วประเทศ ถึงจะไม่ใช่พุทธรูปจริงๆ แต่เป็นเพียงภาพวาดสมมุติ แต่สิ่งนี้เป็นสื่อสัญลักษณ์ ตัวแทนของพระพุทธเจ้า แม้อุลตร้าแมนจะมีแนวคิดจากพุทธรูป แต่นั่นก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น จึงมองว่าคำพูดของบุคคลทั้งสอง จะเป็นการส่งเสริมกระทำความผิด อนาคตอาจจะมีคนทำแบบนี้ได้อีก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คำสอนที่พระพุทธองค์ทรงสอนว่าไม่ให้ยึดติดกับวัตถุมองว่าอย่างไร ดร.จรูญ บอกว่า มุมมองของตัวเองพระพุทธศาสนาสอนให้ยึดติด ให้สิ่งสักการะเหล่านี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อที่จะนำไปสู่สวรรค์ เปิดประตูไปสู่นิพพาน พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนว่าไม่ให้ยึดติด หรือให้ปล่อยวาง เป็นคำสอนที่ผิด หากสอนให้ปล่อยวางจริง ดร.จรูญ ย้อนถามกลับผู้สื่อข่าวว่า แล้วเงิน บ้าน ก็ต้องปล่อยวางไปทั้งหมดไม่ต้องเอาอะไรสักอย่าง ไม่ต้องทำงาน คำสอนแบบนี้มันไม่ใช่ ยืนยันว่า ไม่สงสารเด็ก เพราะเรื่องนี้ผิดแน่นอน

นอกจากนี้ ดร.จรูญ กล่าวอีกว่า พระพุทธรูป หรือภาพวาดของพระพุทธเจ้านั้นได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 และกฎหมายอาญา มาตรา 206 ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาพุทธ และยังได้ยื่นเรื่องดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 4 คน ความผิดตามมาตรา 83, 85, 86 ในฐานเป็นผู้ร่วมกันกระทำความผิด หรือโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้ผู้นั้นกระทำผิดต่อไป ด้วยการออกมารับรองว่าผู้ทำไม่ผิด และให้กำลังใจทำต่อไป

สำหรับผู้ที่มีรายชื่อที่นำมายื่นดำเนินคดีรวมทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย น.ส.ศุภรัตน์ ชัยจังหรีด ผู้วาดภาพและผู้กระทำความผิด, นายวีรยุทธ (ไม่ทราบนามสกุล) อาจารย์ที่ปรึกษาและเป็นผู้ช่วยเหลือในการกระทำความผิด, น.ส.ปพิชญา ณ นครพนม ผู้อำนวยการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ให้สถานในการกระทำความผิด, นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ผู้โฆษณาหรือประกาศให้การสนับสนุนผู้กระทำความผิด, ทนายเดชา กิติวิทยานันท์ ทนายความ ผู้โฆษณาหรือประกาศให้การสนับสนุนผู้กระทำความผิด

“เด็กคนเดียวไม่น่าจะทำได้ เพราะต้องใช้เงินที่จะนำภาพไปจัดแสดงในห้างสรรพสินค้าได้ ทั้งนี้ แม้ว่าเด็กจะออกมาขอโทษแล้ว แต่สิ่งกระทำได้เกิดไปแล้ว หากถามว่าถ้าต้องการปกป้องพุทธศาสนาแต่จะไม่ปกป้องเด็กนั้น เราจะปกป้องคนผิดหรือให้การสนับสนุนไม่ได้”ดร.จรูญ กล่าวทิ้งท้าย

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
1-ผมอ่านข่าวเรื่องนักศึกษาจังหวัดนครราชสีมาวาดภาพพระพุทธรูปสวมชุดอุลตร้าแมนข่าวนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าเป็นการไม่เหมาะสมเลยที่จะวาดรูปแบบนี้ตั้งหลายรูปเพราะพระพุทธรูปเป็นเจดีย์อย่างหนึ่งในการเป็นตัวแทนการนึกถึงความดีที่สุดยอดของพระพุทธเจ้าผู้ทรงใช้แต่สบงจีวรสังฆาฏิห่มกายเท่านั้นโดยเฉพาะและพระพุทธเจ้าท่านความจริงมีฤทธิ์เดชอำนาจแห่งพระพุทธเจ้าในโลกจริงเหนือกว่าฤทธิ์เดชของอุลตร้าแมนที่เป็นเพียงเรื่องปั้นแต่งแนวฮีโร่การ์ตูนละครเท่านั้น ดังนั้นพระพุทธรูปที่ห่มกายด้วยสบงจีวรสังฆาฏิจึงใช้รำลึกถึงฤทธิ์เดชอำนาจความดีของพระพุทธเจ้าที่เหนือกว่าการให้พระพุทธรูปห่มสวมชุดการ์ตูนละครฮีโร่ใดใดทั้งสิ้น และผมคิดว่านักศึกษาวาดพระพุทธรูปสวมชุดอุลตร้าแมนแบบนี้ก็สื่อได้แค่ว่าพระพุทธเจ้ามีฤทธิ์เดชให้รำลึกพอพอกับฤทธิ์เดชของอุลตร้าแมนเท่านั้นเองแสดงว่านักศึกษาที่วาดภาพนี้ไม่ได้เข้าใจความดีที่สุดยอดอันเหนือกว่าตัวการ์ตูนอุลตร้าแมนของพระพุทธเจ้าเลย

2-ถ้าเราเข้าใจความพอใจของพระพุทธเจ้า เราจะรู้ว่าพระพุทธเจ้าท่านชอบแต่การใช้สบงจีวรสังฆาฏิห่มกายเท่านั้น แม้พระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปสวรรค์และพรหมโลกหรือไปดูนรกชั้นใดใดท่านก็ชอบใช้แต่สบงจีวรสังฆาฏิเท่านั้นและเมื่อพระพุทธเจ้าทรงเข้าปรินิพพาน พระพุทธเจ้าท่านก็ชอบแต่ห่มกายด้วยสบงจีวรสังฆาฏิเท่านั้นตอนเข้าปรินิพพานเพื่อถึงนิพพานอันเป็นอมตะแท้นิรันดร คนบูชาพระพุทธเจ้าสูงสุดเหนือชีวิตไม่กล้าใช้ชุดอื่นอื่นที่คิดตามกิเลสของตัวเองแน่มาห่มกายของพระพุทธรูปอันเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้าเพราะคนบูชาพระพุทธเจ้าสูงสุดนั้นรู้แน่แก่ใจว่ามันฝืนความชอบการห่มกายของพระพุทธเจ้าอย่างแรงเลย และแม้แต่พระอนุรุทธิ์อรหันตะมหาเถระผู้เลิศด้วยทิพยจักษุยังต้องห่มกายด้วยสบงจีวรสังฆาฏิเท่านั้นจึงทำให้ใช้อำนาจแห่งทิพยจักษุตามดูลีลาปรินิพพานของพระพุทธเจ้าได้ ถ้าพระอนุรุทธิ์ใส่ชุดแบบชาวบ้านที่เป็นฮีโร่ของแคว้นสักกะในยุคนั้น พระอนุรุทธิ์จะไม่สามารถตามดูลีลาปรินิพพานของพระพุทธเจ้าด้วยทิพยจักษุของพระอนุรุทธิ์เองได้เลยเพราะกรรมจากการห่มกายไม่ถูกต้องตามพระพุทธเจ้าจะบังอำนาจทิพยจักษุนั่นเอง

3-ถ้านักศึกษาและครูอาจารย์ทางวิชากศิลปกรรมจะวาดภาพพระพุทธเจ้าและพระพุทธรูปกับอุลตร้าแมน ผมคิดว่าน่าจะมีแนวทางที่ดีกว่านี้คือวาดพระพุทธเจ้าและพระพุทธรูปใส่สบงจีวรสังฆาฏิตามปกติแต่โบราณแล้ววาดรูปหน้าคนที่เป็นชาวบ้านทั่วไปปกติสมัยปัจจุบันนี้หลายหลายคนสวมใส่ชุดอุลตร้าแมนเข้ามากราบไหว้พระพุทธรูปจะดีกว่าและจะวาดฮีโร่อุลตร้าแมนครบทั้งหัวทั้งตัวมาร่วมกราบไหว้พระพุทธรูปกับชาวบ้านด้วยก็ได้ แต่ต้องแสดงในภาพวาดด้วยว่าฮีโร่อุลตร้าแมนเป็นเพียงสิ่งสมมติที่อยู่ในละครการ์ตูนหนังแนวฮีโร่สมัยนี้เท่านั้นด้วยการวาดภาพภาพชาวบ้านสมัยปัจจุบันนี้กำลังดูหนังอุลตร้าแมนในจอทีวีด้วยแล้วให้อุลตร้าแมนค่อยค่อยออกมาจากจอทีวีหรือหนังสือการ์ตูนเพื่อมากราบไหว้พระพุทธรูป อันนี้น่าจะเป็นการวาดภาพที่ดีกว่าและใช้กับผนังโบสถ์วัดเพื่อสื่อถึงยุคสมัยที่วาดภาพนี้ได้ด้วย
ผมคิดว่ากลุ่มนักศึกษาที่วาดภาพพระพุทธรูปสวมชุดอุลตร้าแมนตามข่าวนี้นั้นกำลังทำบาปสะสมในใจให้แก่ตัวเองผ่านโมหะหรือความหลงทางจากอารมณ์ศิลปินของตัวเองเองอย่างไม่รู้ตัว  ถ้ายังดันทุรังว่าไม่ยอมทำลายภาพวาดเพื่อแก้ใขทำภาพวาดให้ดีกว่านี้ นักศึกษาที่วาดภาพนี้ก็กำลังเหมือนกำถ่านเพลิงร้อนจัดอย่างไม่รู้ตัวไปจนแก่ตายแล้วถ่านเพลิงนั้นจะให้ผลหลังตาย และแม้แต่คนสนับสนุนภาพนี้และคนซื้อภาพพระพุทธรูปสวมชุดอุลตร้าแมนนี้ด้วยความชอบศิลปกรรมจนไม่อยากทำลายภาพวาดนั้นต่อหน้าสังคมพุทธอย่างเปิดเผยก็กำลังกำถ่านเพลิงเพิ่มอีกคนอย่างไม่รู้ตัวด้วย

4-มีชาวบ้านที่ชอบภาพวาดตามข่าวนี้บอกว่าพระพุทธเจ้าสอนว่า”ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น” ผมคิดส่วนตัวว่าพระพุทธเจ้าสอนว่าธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นก็หมายถึงพระพุทธเจ้าสอนว่าสังขารทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นเท่านั้นเองอันนี้พระพุทธเจ้าสอนแก่คนที่ยังมีกิเลสอยู่ ถ้าเราดูเหตุการณ์ที่สอนแบบนี้ด้วยนะครับ และผมคิดว่าเราต้องเข้าใจโลกแห่งความจริงหลังยุคพุทธกาลด้วยนะครับว่าคนที่ยังมีกิเลสอยู่นั้นก็ยังมีพวกย่อยอย่างน้อย2พวกคือพวกที่1เป็นแบบพวกเกิดหลังยุคพุทธกาลและยึดติดพระไตรปิฏกบอกพุทธพจน์คำสอนพระพุทธเจ้าว่าธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นแล้วไม่ค่อยอยากทำวัตถุบูชามากมายให้ยึดติดเพิ่มด้วยพวกแรกนี้ถ้าในอนาคตกาลมีบุญได้ไปเกิดในยุคพุทธกาลของพระพุทธเจ้าองค์จริงองค์ใดก็ตามพวกเขาย่อมเข้าใจคำสอนเรื่องการไม่ยึดมั่นถือมั่นในสังขารธรรมได้ดีขึ้นจากการพบเจอและฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าองค์จริงต่อหน้ากันตรงตรงในยุคพุทธกาลเลยและพวกที่2เป็นแบบพวกยึดติดวัตถุบูชาและยึดติดพระพุทธรูปที่สร้างภายหลังยุคพุทธกาล พวกที่สองนี้จะยึดติดพระพุทธรูปไปเรื่อยเรื่อยแม้มีพระไตรปิฏกบอกพุทธพจน์สอนเรื่องธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นก็รับฟังอยู่เสมอก็ตาม พวกที่สองนี้ตั้งเป้าหมายในใจว่าเมื่อได้เจอพระพุทธเจ้าองค์จริงองค์ใดในอนาคตพวกเขาจะเลิกยึดติดและเลิกยึดมั่นถือมั่นพระพุทธรูปได้ทันทีเพื่อให้พวกเขาเข้าใจคำสอนเรื่องการไม่ยึดมั่นถือมั่นในสังขารธรรมได้ดีขึ้นจากการพบเจอและฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าองค์จริงต่อหน้ากันตรงตรงในยุคพุทธกาลเลย  เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าพวกที่ยังมีกิเลสอยู่และเกิดหลังยุคพุทธกาลทั้ง2พวกนี้ล้วนก็อยากเจอพระพุทธเจ้าองค์จริงองค์ใดในอนาคตพอพอกันและเมื่อเจอพระพุทธเจ้าองค์จริงองค์ใดในอนาคตแล้วก็จะปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่องธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นได้พอพอกัน ดังนั้นยุคหลังพุทธกาลจากข่าวเรื่องพระพุทธรูปอุลตร้าแมนนี้พวกที่1นี้ไม่ควรใช้เรื่องธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นมาข่มพวกที่2เลยเพราะพวกที่2จะปกป้องลักษณะพระพุทธรูปตามแบบโบราณเอาไว้เพื่อรอคอยการเจอพระพุทธเจ้าองค์จริงในอนาคตกาลด้วยตัวเองเองเมื่อเจอพระพุทธเจ้าองค์จริงในอนาคตกาลจริงแล้วจะเลิกยึดติดและเลิกยึดมั่นถือมั่นพระพุทธรูปไปเองทันที
พวกที่2นี้หรือพวกยึดติดพระพุทธรูปจะเป็นพวกที่มีความสำคัญต่อพุทธศาสนาหลังยุคพุทธกาลได้ดีมากและดีกว่าพวกที่1ในเรื่องการปกป้องพระพุทธรูปและพุทธศาสนสถานและพุทธศาสนวัตถุต่างต่างและกฎหมายพุทธและการเมืองพุทธและประเทศพุทธช่วงหลังยุคพุทธกาล ถ้าพวกเราชาวพุทธรู้จักการร่วมมือกันให้เข้มแข็งในการปกป้องสังคมพุทธทุกด้านนะครับ

ผมคิดว่าพระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปโปรดสัตว์บนสวรรค์ในสมัยพุทธกาล พวกเทวดาก็เห็นพระพุทธเจ้าสวมแต่สบงจีวรสังฆาฏิเท่านั้นพวกเทวดาจึงยอมกราบไหว้พระพุทธเจ้าได้  ดังนั้นภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนแล้วมีภาพเทวดาไหว้ด้วยนั้นน่าจะผิดจากความจริงเรื่องเทวดาด้วยในสมัยพุทธกาลมากเลยนะครับและขอนอกเรื่องคือความเป็นอรหัตตผลของพระเอตทัคคะผู้เลิศด้านการทรงจีวรเก่าเก่าก็ยังอยู่ในนิพพานนะครับเช่นพระโมฆราชผู้เลิศด้านการทรงจีวรเก่าก็อยู่ในนิพพานนะครับและพระนางกีสาโคตมีผู้เลิศด้านการทรงจีวรเก่าก็อยู่ในนิพพานนะครับ

ผมคิดว่าการยึดติดการลงโทษเรื่องภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนนี้น่าจะดีต่อการยึดติดการปกป้องพุทธศาสนาระดับจังหวัดแลระดับประเทศโดยรวมเพราะมีการลงโทษด้วยน่าจะทำให้ศาสนาอื่นไม่กล้าใช้ภาพวาดและภาพการ์ตูนมาบั่นทอนความเชื่อเรื่องกรรม และนรกและสวรรค์และพรหมและนิพพานที่ถูกต้องของชาวพุทธ

เรามาลองคิดดูถึงผลกระทบง่ายง่ายเบื้องต้นก่อนนะครับคือถ้าสังคมไทยพุทธยอมให้มีภาพวาดพระพุทธรุปสวมชุดอุลตร้าแมนได้แล้วมันก็จะเกิดสิทธิตามมาคือเราย่อมยอมให้พระสงฆ์ผู้ตามพระพุทธเจ้าสามารถสวมชุดอุลตร้าแมนได้ด้วยเช่นเรายอมให้วาดภาพรูปหล่อหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตสวมชุดอุลตร้าแมนได้และเรายอมให้วาดภาพรูปหล่อหลวงพ่อโต พรหมรังสีสวมชุดอุลตร้าแมนได้และเรายอมให้วาดภาพพระสงฆ์ที่ยูเนสโก้ยกย่องสวมชุดอุลตร้าแมนได้และเรายอมให้วาดภาพพระพยอม กัลยาโณ สวมชุดอุลตร้าแมนได้และเรายอมให้วาดภาพพระสงฆ์ในมหาเถรสมาคมสวมชุดอุลตร้าแมนได้ และเรายอมให้วาดภาพรูปหล่อหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน สวมชุดอุลตร้าแมนได้  เป็นต้น สังคมไทยพุทธยอมรับสภาพแบบนี้ในอนาคตได้ไหมครับ
« Last Edit: September 15, 2019, 03:46:39 AM by yesterday »

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 108
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
ผมเห็นว่าไม่สมควร แต่ว่า แค่ตักเตือนกัน ก็พอ ไม่ต้องฟ้องร้อง หรือด่า จองเวร

ฝ่าย นักศึกษา ก็ออกมาขอโทษผ่านการแถลงข่าว ก็เพียงพอ

ทราบว่า เจตนาเขาไม่ได้อกุศล แต่แค่ไม่เหมาะสม

ถ้าผมเป็นครูเขา ผมก็ไม่ยอมให้วาดหรอก

*****

แต่ถ้าเป็นกรณี ลบหลู่ที่แรงกว่านี้ เช่น ทำท่าร่วมเพศ หรือเหยียบพระพุทธรูป หรือรูปวาด ด้วยเจตนาลบหลู่ อกุศล ผมว่า ควรแจ้งความได้ครับ

*****

ประเทศไทย เป็นรัฐกึ่งศาสนา  ไม่ได้เป็นรัฐศาสนามาแต่ต้น ฉนั้น จะใช้กฎหมายควบคุมทุกอย่าง ไม่ได้แล้ว

*****

ยิ่งยุคนี้ กระแสเสรีนิยม มาแรง ทุกอย่าง ต้องเน้นความเสมอภาค สิทธิเสรีภาพ

แต่ผมย้ำว่า ต้องมาพร้อม ความเหมาะสม และประเพณีอันดีงาม ไม่ใช่เสรีสุดโต่งตามๆกระแส

*****

ผมคิดว่า ถ้ากลชุ่มชาวพุทธ แสดงออกกันอย่างสุขุมกว่านี้ แล้วฝากตักเตือน ว่าไม่เหมาะสม คนจะฟังและไม่กล้าวาดรูปแนวๆนี้ออกมาอีก เพราะสังคมจะตรีตราโทษเองครับ

*****

แต่ตอนนี้ กลุ่มลุงๆ ชาวพุทธ ทำพังหมดแล้วครับ ออกตัวแรงไป ไม่สุขุมเอาซะเลย มีแต่กระแสตีกลับซะมากครับ

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
สาธุครับ คุณต้นไม้เมตตา  :D :D :D  ผมคิดว่ากลุ่มชาวพุทธคงต้องทำอะไรต่อไปให้มีความรอบคอบมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ และผมขอนำเอาเนื้อหาของดร.บรรจบ บรรณรุจิจากfbBanjob Bannaruji - บ้านบรรณรุจิ@bannaruji.homeหรือhttps://www.facebook.com/bannaruji.home/มาให้อ่านย้อนหลังนะครับ ดังนี้

วิจัย ๒๒
สัมภาษณ์...ภาพวาด อุลตราแมน
ปลุกสำนึกได้ทุกฝ่าย
ใช้ "สติ-สัมปชัญญะ" ให้มาก
ที่ต้องระวังคือการใช้กระแสหาประโยชน์
แล้วคนเขียนกับคนประท้วงจะกลายเป็นโง่ทั้งคู่
+×÷+×÷

@ รู้สึกอย่างไรกับการประท้วงภาพวาดที่ชาวพุทธและองค์กรพุทธฝ่ายต่างๆทำ ?

มองดูคนวาดกับคนประท้วงแล้วก็เป็นพุทธด้วยกัน จึงมองว่า ทุกฝ่ายกำลังทำตามหน้าที่

@ ทำอย่างไร ?

มองไปที่คนวาดก่อน เธอคือนักศึกษาเชื่อว่าเป็นชาวพุทธ เห็นรูปร่างหน้าตาตามข่าวเมื่อตอนที่อาจารย์พาไปกราบท่านเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาแล้ว น่าจะไม่ใช่คนจิตใจร้ายอะไร จึงคงต้องยกประเด็นว่า "เธอมีเจตนาไม่ดีออกไปก่อน"
แล้วจึงค่อยศึกษาถึงสถานการณ์ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เธอสร้างภาพพระพุทธเจ้าออกมาในรูปอุลตราแมน คือยอดมนุษย์

อุลตราแมนทำหน้าที่ช่วยมนุษย์ช่วยโลก ความเก่งความดีของเขาประทับใจเด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กประถม ตั้งแต่ป.๑ ถึง ป.๔ ประทับใจกับบทบาทของอุลตราแมนมาก

ผมเพิ่งมารู้ตอนมาเป็นกรรมการปฏิรูปการเรียนการสอนวิชาพระพุทธศาสนาว่าบทบาทของอุลตราแมนในหนังการ์ตูนมีอิทธิต่อเด็กๆของเรามาก ดังนั้นในการสร้างกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ active learning ซึ่งมีสติสมาธิเป็นฐาน กิจกรรมที่ ๑ ที่มีวัตถุประสงค์ต้องการสอนให้เด็กๆเข้าถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า จึงตกลงว่า จะให้เด็กค้นหาฮีโร่ของเขาเอง แล้ววาดเป็นภาพส่งครู ในการฝึกทดสอบการใช้กิจกรรม เด็กๆที่เชิญมาให้เป็นตัวทดสอบกิจกรรมนี้ทุกคนตกลงวาดรูปฮีโร่ของเขาเป็น อุลตราแมน บ้าง สไปเดอร์แมนบ้าง แต่หลายคนมีพิเศษคือเพิ่มรูปพ่อแม่หรือปู่ย่าตายของเขาลงไปด้วยแล้วส่งครู

คุณครูที่ทำกิจกรรมก็ใช้จุดนี้แหละบอกเด็กว่า ที่นักเรียนวาดมาคือฮีโร่ของนักเรียน ทีนี้ลองมาดูฮีโร่ของครูบ้าง แล้วคุณครูท่านก็ชูภาพวาดภาพหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะ แล้วถามเด็กว่า นี่คือใคร ?
"พระพุทธเจ้า" เด็กตอบพร้อมกัน แล้วคุณครูท่านก็ใช้จุดนี้แหละ บอกเด็กว่า นี่คือ
"ฮีโร่ของครู"
แล้วจากนั้น การเรียนการสอนเรื่องพระพุทธเจ้าก็ดำเนินต่อไปจนหมดเวลา เด็กเรียนอย่างมีความสุข คุณครูที่สอนก็เป็นที่รักของเด็ก

ผมไม่รู้ว่านักศึกษาคนที่วาดภาพนี้ออกมา เธอคิดอย่างไร ? ต้องการเสนออะไร ? แต่ด้วยที่เธอเป็นนักศึกษาคณะครุศาสตร์ ซึ่งจบแล้วส่วนใหญ่ก็ไปเป็นครู ผมจึงมองในแง่ดีก่อนว่า เธอจะน่าจะคิดเชิงบวกจึงสร้างงานนี้ออกมา ดีไม่ดีที่เราคิดเราคุยและทำกันในคณะกรรมการปฏิรูปอาจจะมีอิทธิพลถึงเธอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ขอชมว่า เธอพยายามทำหน้าที่ของนักศึกษาครูในการเสนอความสำคัญของพระพุทธเจ้า แต่อาจจะเร็วไปสังคมตั้งรับไม่ทัน จนเกิดปฏิกิริยาตีกลับอย่างที่เห็น ซึ่งเชื่อว่าครูบาอาจารย์ของเธอก็คงช่วยเธอแก้ไขอยู่

@แล้วคนที่ประท้วงเล่าทำหน้าที่อย่างไร ?

ต้องเข้าใจว่า ท่านเหล่านี้คือกลุ่มคนที่ช่วยระวังภัยพระพุทธศาสนาให้เรา ไม่ว่าจะเป็น กรณ์ มีดี หัวหน้าพรรคแผ่นดินธรรม ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ ผู้นำกลุ่มพลังแผ่นดิน ตั้งแต่แต่เมื่อ ๔ ปีก่อนต่างยอมเสี่ยงยอมเหนื่อยออกนำหน้าต่อสู้และเฝ้าระวังภัยจากต่างศาสนาที่กำลังรุกคืบพระพุทธศาสนาในบ้านเรา ดังนั้นนิสัยของการเฝ้าระวังจึงยังคงอยู่ การออกมาต่อต้านของท่านเหล่านั้นก็คงด้วยเจตนาดีเช่นกัน จึงไม่อยากให้สังคมนำเรื่องนี้ไปแยกกล่าวหาท่านเหล่านี้ว่ายึดติด แต่อยากให้มองภูมิหลังการทำงานที่ผ่านมาของบุคคลเหล่านั้นด้วย

@ ยังมีคนอื่นอีกไหมที่เกี่ยวข้อง ?

คำถามนี้ดี อยากให้ดูตอนนี้ว่า ภาพนี้มีการประมูลราคาได้สูงถึง ๖๐๐,๐๐๐ บาท แสดงว่ามีการทำธุรกิจกับภาพนี้ด้วย จึงน่าตั้งข้อสังเกตว่า
วิวาทะที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับรูปภาพนี้เกิดเอง ?
หรือว่า
มีการสร้างกระแส ?
หรือว่า
มีการโหนกระแสแล้วปั่นให้ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นเรื่องที่จบไม่ลง อย่างที่กำลังเป็นอยู่ ?

ซึ่งถ้าเรื่องสร้างกระแสมีจริง การโหนกระแสมีจริง ก็ต้องดูกันต่อไปว่า
ใครคือคนได้ประโยชน์แท้จริง ?

เชื่อว่า คงไม่ใช่นักศึกษา เพราะเธอคงไม่มีสติปัญญาสร้างสถานการณ์ได้แยบยลขณะนั้น คนสร้างงานศิลปะ กับ คนเขียนหนังสืออย่างผม คงคล้ายกัน คือคิดอยากสร้างงานอยากเขียนหนังสือ เป็นการแสดงความรู้ที่ตนเองรู้ออกมา คิดไม่ออกหรอกว่าจะไปทำยังไงให้ขายดี คิดได้แต่ว่า ทำอย่างไรหนอจะพิมพ์ได้ แม้ได้ค่าเขียนเล็กๆน้อยๆก็เอา

แล้วใครล่ะ สร้างกระแส หรือจับกระแสไปสร้าง ? คนนี้น่าสนใจ มองไปที่คนคนนี้กันดีกว่า

@อยากฝากอะไรให้คิดบ้าง ?

ชาวพุทธเราทะเลาะกันมาหลายเรื่องแล้ว แต่ละเรื่องก็เป็นการทะเลาะกันเอง สาเหตุที่ทำให้ทะเลาะก็มีแค่ ๒ เรื่อง คือ ความเห็นต่างกัน กับ การกระทำตามที่เห็นต่างกัน ภาษาพระท่านว่า ขาด ทิฏฐิสามัญญะตา (ความเห็นเสมอกัน) และขาดสีลัพพะตะสามัญญะตา (ศีลและวัตรปฏืบัติเสมอกัน)
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาไหนที่แตกแยกกันเป็นนิกายเป็นกลุ่มก็เพราะต่าง ๒ ต่างนี้แหละ ยังประเทศชาติจะแตกก็เพราะต่าง ๒ ต่างนี้เช่นกัน

ดังนั้น สรุปแล้ว ละครมี ๓ ตัว คือ นักศึกษาเจ้าของภาพ คนประท้วง และคนปั่นกระแส และเชื่อว่า ละครตัวที่ ๓ นี้ได้ประโยชน์เต็มๆอยากเตือนผู้ประท้วง อย่าระดมประท้วงจนไปเข้าทางคนปั่นกระแส

นี่ทราบว่า สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะร่วมขบวนการประท้วงแจ้งโทษเอาผิดเด็กด้วย ถ้าทำจริงก็น่าหัวร่อ (ถ้าไม่ก็ยินดีด้วย) เพราะเรื่องเป็นตายของพระพุทธศาสนามีตั้งเยอะ แต่กลับไม่สนใจ มาสนใจกับเด็กไม่มีทางสู้

แต่ผมว่า ถ้าคนประท้วงและสำนักจะทำต่อ การระดมทุนช่วยเด็กตอนขึ้นศาลก็น่าจะเกิด ละเชื่อว่าจะได้มากด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คิดดูให้ดี ใครจะเป็นเครื่องมือใคร

ดีไม่ดี ฝ่ายประท้วงนั้นนั้นแหละจะกลายเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายปั่นกระแสได้เงินเข้ากระเป๋าแบบง่ายๆ

@ มีอะไรทิ้งท้าย

อยากให้นึกถึงโอวาทของท่านเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาที่ท่านบอกนักศึกษาว่า ไม่ผิดหรอก เป็นความคิดอิสระ
และผมก็อยากบอกว่า
ถ้าคนเขียนกับคนประท้วงมีเจตนาอย่างที่ผมว่ามา ก็ไม่ผิดหรอกที่คิดแสดงออก แต่ความเหมาะสมต่างหากเป็นเรื่องที่ต้องใคร่ครวญ

นิสสัมมะ กะระณัง เสยโย
ใคร่ครวญก่อนทำประเสริฐ

พระพุทธเจ้าสอนไว้ น่าเชื่อนะ คำสอนนี้คนปั่นกระแสก็ปฏิบัติตามได้

+×÷=
ณัฐาสินี แพรวา สัมภาษณ์
ทุ้ย มโหระทึก บันทึก