Author Topic: ปฏิจจสมุปบาท กายในกาย จิตดวงสุดท้าย ชนกกรรม  (Read 6922 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline สิบศูนย์

  • Newbie
  • *
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 8
เคยศึกษาเรื่องปฏิจจสมุปบาทมาก่อน แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ไม่เห็นความต่อเนื่อง จนมาเจอหลวงป๋า ท่านบอกว่า มันเกิดทุกขณะจิต เพราะนามรูปภายในจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
และนี่ก็เป็นคำตอบใช่มั๊ยครับว่า ทำไมจิตดวงสุดท้ายจึงสำคัญ จึงเป็นตัวชี้วัดว่าเราจะไปเกิดในภพภูมิไหนต่อไป เพราะนามรูปสุดท้ายจะเป็นตัวไปเกิดใช่มั๊ยครับ

Offline BunRaksa

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 95
  • จิตพิสัย 32
  • Gender: Male
ขอแสดงความเห็น และใช้ภาษาธรรมดาๆ ...

ในเมื่อเราๆ ไม่มีตาทิพย์ที่จะมองเห็นใจของตัวเอง และของคนอื่น แต่..เรารับรู้ได้ว่า... "ใจของเราผ่องใส ปลอดโปร่ง เป็นสุข หรือ ขุ่นมัว มืดมน วิตกกังวล ฯลฯ เป็นทุกข์" อารมณ์เหล่านี้ มีทุกวันๆ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ไม่คงที่ รวมๆแล้ว สุขๆ ทุกข์ๆ ใจเป็นทุกข์มากกว่าสุข

เมื่อตื่นเช้าเราสวดมนต์ ใจเราเป็นสุข (ได้คิดพูดทำความดี) หน้าตามนุษย์ ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดถึงของทิพย์...กายในกายผ่องใส ภพที่รองรับกายในกาย จะเป็นสุขคติภพ มนุษย์ เทพ พรหม ฯลฯ (ตามแต่ความบริสุทธิผ่องใส)

พอเดินทางไปที่ทำงาน เพื่อนที่ทำงานพาลด่าเราเสียหาย ใจเรามีความโกรธ โมโห ใจคิดว่า... มันด่ากู มันว่าให้กู กูจะไม่ยอม แล้วพูดออกไปด้วยคำกยาบคาย ต่อด้วยชกต่อยกัน (ได้คิดพูดทำชั่วๆ) หน้าตามนุษย์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เปลี่ยนแล้ว... หน้าบึ้ง ตาเหลือก ตามแต่อาการกายชั่วๆจะเป็นไป  มาพูดถึงของทิพย์บ้าง.. กายในกายที่สวยงามผ่องใสที่ได้มาตอนสวดมนต์ เปลี่ยนวั๊บเลย... ซอมซ่อ เศร้าหมอง ถ้าทำชั่วๆทุกวันๆ เป็นอาจิณ (จิตใจรุ่มร้อน อาฆาต พยาบาท จองเวร) กายในกายเป็นเปรต สัตว์นรก อสรุกาย ฯลฯ (ตามกรรม) และภพภูมิที่เป็นทุกคติภพตามกรรม

...."เมื่อตาย" กายมนุษย์หมดลม ...นี่ละจิตใจปัจจุบันมีอารมณ์ สถาวะ สุขหรือทุกข์ยังไง? กายในกาย ภพภูมิ ที่จิตใจเราครองอยู่นั้น "มันเกิดและมีรองรับรออยู่แล้ว" เป็นสภาพปัจจุบันนั้นเลย

จึงเป็นข้อดี...ถ้ากายมนุษย์ยังไม่ตาย เรายังสามารถแก้ไขตัวเองได้ อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแก้ไขโจรองคุลีมาล เป็นต้น คับ

พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ใสๆ

สิทธิ

Offline สิบศูนย์

  • Newbie
  • *
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 8

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร

จิตสุดท้าย เป็นคำพูดแบบง่ายๆ

ถ้าตามภาษาอภิธรรม ต้องใช้คำว่า จุติจิต = จิตเคลื่อน(ตาย จิตเก่าดับ จิตดวงสุดท้ายในชาติปัจจุบัน) ปฏิสนธิจิต = จิตเกิด(ใหม่)

แต่อย่าสับสนกับ จริมกจิต = จิดสุดท้าย ... ก่อนดับสนิทไม่เหลืออะไร เพราะเหตุดับ ผลที่รอเป็นอโหสิกรรม ... จริมกจิตนี้ คือจิตดวงสุดท้าย สำหรับพระอรหันต์ ที่ดับขันธปรินิพพาน เท่านั้น

เซิรจ์กูเกิ้ลศึกษาเพิ่มเติมคร่าวๆก็ได้นะครับ เรื่อง จุติจิต ปฏิสนธิจิต จริมกจิต

.....

ตามหลักที่พระพุทธเจ้าค้นพบ ดวงจิตดับ แล้วเกิดดวงจิตใหม่ขึ้นทันที สืบเนื่อง ต่อเนื่องกันไป ด้วยอำนาจแห่งเหตุส่วนเกิด(ปฏิจจสมุปปาทธัมม) และเหตุส่วนดับ(ปฏิจจสมุปปันนธัมม) ตราบใดที่ตังมีเชื้อ คือ ตัณหา เป็นเหตุ เป็นยางเหนียว ที่ยังไม่หมด ก็จะเกิดดับๆๆสืบเนื่องกันต่อไปเรื่อยๆ

และหากถึงคราวที่ จุติจิต เกิดขึ้น ก็เป็นอันว่า ปัจจุบันชาติ กำลังดับสิ้นลงพร้อมนามรูป ... ปฏิสนธิจิต จะเกิดขึ้นใหม่ทันที พร้อมนามรูปใหม่ ในภพภูมิชาติใหม่

คุณภาพของ จุติจิต ปัจจุบันขณะนั้นแหละ ที่จะนำไปเกิดในภพภูมิต่างๆ นั่นคือ ต่อให้ทำความดีมามาก ก่อนตาย ดันไปนึกเรื่องไม่ดีเข้า ก็ไปสู่ภพภูมิที่ไม่ดี ถึงไปไม่ดี แต่มีบุญช่วยเกื้อหนุน ต่อให้ลงนรก ก็ลงไม่นาน ฉะนั้น สร้างบุญบารมีไว้ สะสมเป็นเสบียง จะได้สบายใจ

และอย่าประมาท คนเราตายวันตายพรุ่งไม่รู้ที่ ต้องรีบฝึกจิต สำรวมจิต เอาไว้ตั้งแต่บัดนี้ ให้ชำนาญ ขณะจุติจิตเกิดขึ้น จะได้ควบคุมได้ และปรากฏแต่จุติจิตที่เต็มไปด้วยกุศล

สำนวนวิชชาธรรมกายนิดหน่อย ... ทุกขณะจิตที่เกิดดับ จะปรากฏทั้งดวงและกายในกาย นับไม่ถ้วน วิชชาธรรมกาย จึงสามารถเห็นได้ และจะไม่ยึดติดแม้ซักนิดเดียว แลเห็นไตรลักษณ์ ปฏิจจสมุปบาทได้ตลอดเวลา ... ด้วยพระญาณแห่งพระธรรมกาย และการดับหยาบไปหาละเอียดๆๆๆ อยู่เสมอ

ขณะที่คนเรา กำลังยินดี หรือยินร้าย ด้วยการกระทบกันของอายตนะภายในและภายนอก เช่น ร้อนจัง สวยจัง อร่อยจังฮู้ ... โกรธนรกแตก หรือปีติว่า เป็นบุญจริงๆน้าา ... จิตก็เกิดดับอยู่ตลอด และยังไม่พอ จิตยังสะสมปรุงเป็น ภพ ชาติ ชรา มรณะ ทุกขะ โสกะ ปริเทวะ เอาไว้ล่วงหน้า รอเราไปเสวยผล ( โห เตรียมรอไว้ล่วงหน้าซักกี่แสนล้านโกฏิกัปป์ภพชาติกันหล่ะเนี้ย เฮ้อ เพลีย )

ผู้เจริญวิชชาธรรมกาย ก็สามารถเก็บเหตุ เก็บผล เหล่านี้ได้ เก็บภพเก็บชาติเก็บเหตุในเหตุ ไปจนถึงต้นๆเหตุได้ (เก็บมันเข้าไปจนกว่าภพชาติจะหมด จนกว่าเหตุคือตัณหาจะหมด ) พิจารณาอริยสัจ ๔ เก็บเหตุดวงบาป เก็บดวงเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทับทวีบุญศักดิ์สิทธิ์ ดวงไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย ขึ้นมาแทนที่ ... เรียกว่า อาสวักขยญาณเบื้องสูง หรือวิชชาสะสางธาตุธรรม หรือ วิชชารบ นั่นเอง ย่อมให้ผลที่มีอานุภาพมาก แกผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อมรรค ผล นิพพาน หากท่านเข้าถึงรู้เห็นและเป็น ทำได้ และเข้าใจอย่างถ่องแท้

ดังนี้แล


Offline BunRaksa

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 95
  • จิตพิสัย 32
  • Gender: Male
ของเก่ายังไม่หาย...ของใหม่มาอีกละ เหนื่อยจริงชีวิต ความเป็นอยู่... (ภพ 3;)
สิทธิ

Offline สิบศูนย์

  • Newbie
  • *
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 8
สาธุ สาธุ สาธุ ครับคุณต้นไม้เมตตา

Offline สิบศูนย์

  • Newbie
  • *
  • Posts: 27
  • จิตพิสัย 8
สำหรับพระอรหันต์ คือท่านเก็บภพชาติหมดแล้ว หรือว่าไม่จำเป็นครับ เพียงแต่ไม่ให้เกิดภพชาติใหม่ก็พอ

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
สำหรับพระอรหันต์ คือท่านเก็บภพชาติหมดแล้ว หรือว่าไม่จำเป็นครับ เพียงแต่ไม่ให้เกิดภพชาติใหม่ก็พอ

ท่านเก็บเหตุ คือกิเลสสังโยชน์ได้หมดสิ้นแล้ว สิ้นเชื้อที่จะนำไปปฏิสนธิได้อีกต่อไป

ส่วนการเก็บภพชาติ เป็นวิชชารบ ภาคปราบ ในแนวทางของวิชชาธรรมกาย มิใช่แค่เก็บภพชาติที่ปรุงรอไว้ แต่ยังเก็บหมดทั้งสัตว์โลก ขันธโลก โอกาสโลก

Offline องครักษ์พุทธภูมิ

  • Newbie
  • *
  • Posts: 1
  • จิตพิสัย 0
สาธุครับ  ได้ความรู้เยอะเลย ฮ่าๆ  :laugh:
ชอบมากครับ...โดยเฉพาะ เรื่องปฏิจจสมุปปาท.  เป็นปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

ผมแน่ใจว่ารู้มากจากที่ไหน แต่ผมจำได้ว่า.
....พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ทรงค้นองธรรมของปฏิจจสมุปปาทได้ แต่ไม่เท่ากัน
เช่น พระโคตมสัมมาสัมพุทธเจ้า เรานี้ ค้นได้ 12องค์

ผมอยากจะรู้ว่า. พระศรีอาริยเมตไตยในยุคหน้านี้จะ ค้นได้กี่องค์กันน่าาา
และการที่ พระพุทธเจ้า จะค้นองค์แห่งปฏิจจสมุปปาทได้เยอะๆเนี่ย. จะมีผลต่อการโปรดสัตว์ได้ง่าย ได้เยอะ หรือดีขึ้น อย่างไรครับ. จะเกี่ยวกันรึป่าวนะครับ

...วงเล็บว่า...ไม่ต้องตอบก็ได้นะครับ. ผมเองเปนคนที่ชอบตั้งคำถามและสังสัย  บางทีดูเหมือนจะเป็นการเยอะเกินไป  นะขอรับ ฮ่าๆ


สาธุ  สวัสดีครับ
ปล. ผมเปนเด็กใหม่ของบอร์ดเพิ่งสมัครเดวนี้เองครับ. ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
แต่ผมรู้จักวัดหลวงพ่อสดและวิชชาธรรมกายมาตั้งแต่เกิดแล้ว ล่ะครับ
  #เพิ่งได้เจอหมู่คณะ ยินดีและดีใจที่ได้เจอกันนะครับ#