Author Topic: อยากทราบเรื่องนี้ครับ ทุกท่านมากตอบได้ครับ ไม่หนัก  (Read 20662 times)

0 Members and 2 Guests are viewing this topic.

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 595
  • จิตพิสัย 29
พระสารีบุตรอีกเช่นกัน ที่บอกว่า ขันธ์5สูญญะ  นิพพานเป็นปรมะสูญญะ ขันธ์5เป็นอนัตตา นิพพานเป็นปรมัฏฐ์ ฟังพูดมันก็คล้องจองกันดี ไม่น่าจะตรงข้ามกันเลย จริงไหมครับ ผมคิดว่าท่าน ป อ ปยุตโตคิดแบบนี้
แต่ผมเองผมคิดว่า มันตรงข้ามกันอยู่แล้วและผมคิดว่า เหตุที่พระสารีบุตรบอกว่านิพพานเป็นปรมัฏฐ์นั้น เพราะว่าท่านพระสารีบุตรต้องการใช้คำค้างไว้ก่อนเพื่อรอพระพุทธเจ้าตรัสคำตรงข้ามตรงตรงให้ชัดเจนเองก่อน เพราะพระสารีบุตรรอจนนิพพานก่อนพระพุทธเจ้า คำนั้นคือนิพพานเป็นปรมัฏฐ์จึงกลายเป็นคำค้างไว้ก่อนเช่นเดิม  แม้ว่าพระสารีบุตรไม่อยากทำค้างไว้ก็ตามแต่ท่านพระสารีบุตรก็ไม่อาจจำแนกเกินขอบเขตพุทธพจน์ศาสดาเป็นเด้ดขาดครับ
ท่านอื่นทุกท่านคิดเห็นอย่างไรครับ สุญญะ  ปรมสูญญะ  ลัทธิสุญญตาวาทะวาที นัตถิตา อัตถิตา  ลัทธิอัตตาวาทะวาที ลัทธิอนัตตาวาทะวาที ลัทธิกรรมวาที เหมือนหรือแตกต่างกันมากแค่ไหนครับ ดูคล้องจองกันนะครับ

« Last Edit: August 24, 2009, 07:08:49 PM by yesterday »

Offline Ozone

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 102
  • จิตพิสัย 4
ขอโทษนะครับ...ผมว่าศึกษาและปฏิบัติตามภูมิดีกว่าครับ ถ้าจะพิจารณาธรรมก็ทำในส่วนที่พอไหวก่อน

เมื่อเราก้าวหน้าขั้นหนึ่ง ก็รู้แจ้งมากขึ้นส่วนหนึ่ง
การนำเสนอในสิ่งที่เกินกำลังสติปัญญา (ในขณะนี้) หรือพยายามอธิบายสิ่งที่เรายังไม่รู้

ถ้าเป็นการนำคำสอนครูบาอาจารย์ที่ท่านถึงแล้วมาบอก เราก็ได้แต่พูดตาม แต่ยังไม่เข้าใจอย่างท่านว่าอรรถนั้นลึกซึ้งเพียงใด
หรือถ้า พยายามอธิบายด้วยการศึกษาของตน ก็เกรงว่าจะกลายเป็นตาบอดคลำช้างไป

ป.ล.ไม่ได้เจตนาตำหนิหรือให้เกิดความรู้สึกไม่ดีนะครับ แต่ผมเห็นว่า คุยกันต่อไปให้มากกว่านี้ ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ในพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ไม่มีพระสาวกรูปใดมีปัญญามากไปกว่าพระสารีบุตรอีกแล้วล่ะครับ
พระพุทธเจ้าทรงเคยถามปัญหาในภูมิธรรมระดับพระอริยสาวกเบื้องขวา ต่อพุทธบริษัททั้งปวง ไม่มีใครตอบได้เลยเว้นแต่พระสารีบุตร
พระสารีบุตรเปรียบเทียบว่า ปัญญาในการตอบปัญหาของท่านนั้น ให้นำเม็ดทรายในมหาสมุทรทั้ง ๔ มานับเป็นคะแนน
ยังหมดก่อนความสามารถในการตอบปัญหาของท่านเสียอีก ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่สามารถตอบคำถามที่เป็นภูมิธรรมของพระพุทธเจ้าได้

ดังนั้นการที่เราเอาปัญญาธรรมของเรา ไปพิจารณาปัญญาธรรมของพระสารีบุตรท่าน คง...(ไม่รู้จะบรรยายยังไง)...หรอกครับ
อุปสรรค ก็เหมือนกับกำแพง กำแพงไม่ใช่ประตูจะได้เดินเข้าได้ง่ายๆ บางคนอาจจะเดินอ้้อม อาจจะปีนข้าม หรือพังมันเข้าไปเลย แต่ถ้าเดินหนีไปทางอื่นชีวิตนี้ก็มีทางตันเพิ่มอีกทางหนึ่งแล้ว

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
สาธุครับคุณ ozone ที่ให้คำแนะนำ

ซึ่งกระผมเอง และคุณ yesterday ก็เข้าใจเรื่องนี้ดีว่าแค่ระดับครูบาอาจารย์เรายังไม่อาจเอื้อม ยิ่งเรื่องพระอริยเจ้ายิ่งสูงไปใหญ่

จึงดำเนินเรื่องเสวนาธรรมด้วยความระวังและเคารพที่สุดแล้วครับ

ซึ่งกระทู้นี้มุ่งเสวนาธรรมมากกว่าที่จะมีเจตนาไปเป็นอย่างอื่นครับ

และพยายามหาจุดอ่อน แล้วอุดรอยรั่วเหล่านั้นครับ

เช่นเดียวกับในแวดวงธรรมกาย สมัยหลวงปู่ ใช้คำว่า ภพนิพพาน และ อัตตาวิมุตติ เป็นต้น ซึ่งเสี่ยงต่อคนจะโจมตีในภายหลัง (มีรายละเอียดมากมาย)

หลวงป๋าเรานี่แหละครับร่วมกับหลวงพ่อเจ้าคุณวีระ จึงพยายามอุดรอยรั่วทั้งหลายให้เป็นประโยชน์ที่สุดครับ


การเสวนาธรรมในกระทู้นี้ก็เช่นกันครับ ไม่ได้มีเจตนาในทางที่ไม่ดี หรืออวดภูมิอวดรู้อะไรกันเลยครับ(เพราะพวกเราภูมิธรรมน้อย)

เรื่องปฏิบัติก็พยายามสม่ำเสมอครับ

และควบคู่กันไปกับปริยัติครับ สำหรับบางท่านที่เพลิดเพลินในธรรม แต่สำหรับบางท่านอาจฟุ้งซ่านได้นะครับ ถ้าใครไม่มีปัญหาก็ร่วมเสวนากันได้ครับ

จึงเสวนามาเพื่อให้สบายใจกันครับ
« Last Edit: August 26, 2009, 07:24:11 PM by ต้นไม้เมตตา »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 595
  • จิตพิสัย 29
คุณozone พูดได้ถูกใจผมในวันนี้ครับ..............มันทำให้คุณต้นไม้เมตตาได้หายเหนื่อยไปด้วยเนื่องจากคุณต้นไม้เมตตากำลังพยายามหารายละเอียดมากมายเพื่อใช้อ้างอิงในการตอบคำถามในหลายกระทู้ของทุกคนอยู่ครับ..........ส่วนตัวผม ผมเกิดความคิดเห็นทันสมัยที่สุดของผมมาตั้งแต่วันที่20 มกราคม 2552ที่ผ่านมาครับว่า ทางแห่งความแตกฉานของพระสารีบุตรจริงจริง ถ้าท่านอัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้าจะแบ่งข้อย่อยอย่างยิบยับย่อยในย่อยไปเรื่อยเรื่อย ก็สามารถแบ่งข้อย่อยได้มากมายไม่สิ้นสุด ใช้เวลาหลายอสงไขยก็แบ่งข้อย่อยในข้อย่อยได้เรื่อยเรื่อยไม่มีที่สุดในเรื่องของธรรมชาติครับ ที่สำคัญคือในวันที่20มกราคม 2552ผมได้ไหว้พระธาตุของพระพุทธเจ้าและรูปหลวงปุ่มั่นและรูปหลวงพ่อสดครับแล้ว
laichazengก็เขียนอีเมล์ส่วนตัวมาบอกผมว่าที่ผมถามเรื่องนิพพานเป็นปรมัฏฐ์นั้นเป็นการส่วนตัวกับlaichazengและ lai cha zengได้ตอบกับผมในวันที่20 มกราคม 2552 เป็นการส่วนตัวว่าขันธ์5หรือ สังขตะเป็นอนัตตา นิพพานหรืออสังขตะเป็นปรมัฏฐ์ พระสารีบุตรแสดงนิพพานเป็นปรมัฏฐ์เป็นประโยคที่แยกจากและไม่รวมเข้าในประโยคที่เป็นอนัตตาชัดเจน   ดังนั้นข้อย่อยของนิพพานหรืออสังขตะก็มีข้อย่อยที่เป็นสภาพอสังขตะเช่นกันก็คือสภาพความไม่แปรปรวนเป็นต้นย่อมเป็นปรมัฏฐ์ด้วย lai cha zeng ยังบอกต่อว่า ดูพระไตรปิฏกเถรวาทอีกทีซิ  พระสารีบุตรเคยบอกว่า สภาพดับแห่งนิโรธ เป็นอนัตตา (หรือคือประโยคที่เป็นที่แสดงอนัตตา)และสภาพดับแห่งนิโรธ มีข้อย่อยที่ว่าสภาพความไม่แปรปรวนหรือสภาพอสังขตะเป็นต้นด้วย ดังนั้นข้อย่อยของสภาพแห่งนิโรธที่ว่าสภาพอสังขตะนั้น ย่อมเป็นปรมัฏฐ์ด้วยด้วยโดยปริยาย  เมื่อเป้นปรมัฏฐ์ แล้ว ก็ทำให้ ส่วนปรมัฏฐ์ไม่ต้อง
เอาเข้าเหมาไปรวมในประโยคที่เป็นที่แสดงอนัตตาชัดเจน..ทุกกรณี...นี่คือหลักการความคิดเห็นส่วนตัวของไล่ ฉา เจิง อีกอันหนึ่งที่บอกผมเป็นการส่วนตัวครับ แต่ผมขออภัยต่อไล่ฉาเจิงที่วันนี้ขอนำเอามาบอกคนในเวปนี้ด้วยเจตนาดีเพราะไล่ฉาเจิงก็อยุ่ในเวปนี้และแนะนำผมมาในเวปนี้เช่นกัน คงไม่ได้ทำให้ท่านไล่ฉาเจิงขายหน้าแน่นอน และยังทำให้ท่านไล่ฉาเจิงพยายามพัฒนาความคิดเห็นให้ดีขึ้นด้วยครับ ทำให้กระทู้ผมมีความคิดเห็นของท่านไล่ฉาเจิงด้วยครับ จะทำให้เพิ่มความหลากหลายมากขึ้นในการคิด
และลืมไป หลวงพ่อสด-หลวงพ่อเล็ก-หลวงพ่อวีระ-หลวงพ่อเสริมชัยยังยืนยันตามพระพุทธเจ้าว่าอสังขตะเป็นอนัตตาไม่มีจริงครับเพราะ หลักการเป็นอนัตตามีหลักเดียวเท่านั้นตามที่พระพุทธเจ้าบอกไว้คือสิ่งใดไม่เที่ยง ทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา อันนี้ผมก็เชื่อเต็มที่ครับว่าจริงสุดสุดสุดเลยขอแสดงไว้ด้วย
หวังว่าทุกท่านจะช่วยกันต่อยอดความคิดของทุกท่านนะครับให้สร้างสรรค์และมีประโยชน์ต่อเวปนี้และสายหลวงพ่อสดต่อไป

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 595
  • จิตพิสัย 29
ขอเรียนถามท่านlai cha zeng ว่า
 ท่านไล่ฉาเจิง รู้จัก ท่าน LAI  LIAN  YING ผู้เป็นภรรยาของท่านหงซิ่วฉวน ราชาสวรรค์ของอาณาจักรสวรรค์สันติสุขหรือ
ไท่ผิงเทียนกั๋ว หรือเปล่าครับ  ถามเล่นเล่นนะครับ ไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องค้นหามาตอบก็ได้ครับเพราะอดีตไท่ผิงมันจบไปแล้ว เพราะผมเคยอ่านประวัติไท่ผิงเทียนกว๋อมานานแล้ว ฝากถามในเวปนี้นะครับ
« Last Edit: December 06, 2016, 12:10:38 AM by yesterday »

Offline laichazeng

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 370
  • จิตพิสัย 24
คุณyesterday ไม่เป็นไรหรอกครับ ถือว่าผมเข้ามาอ่านแล้วนะครับ ทำใจสบายสบายครับ
« Last Edit: December 06, 2016, 12:27:45 AM by laichazeng »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 595
  • จิตพิสัย 29
มาแจ้งข่าวให้ชาววัดสายวิชชาธรรมกายทราบโดยทั่วกันนะครับว่าท่านเจ้าคุณ ป อ ปยุตโตหรือพระพรหมคุณาภรณ์(ป อ ปยุตโต) ตอนนี้ท่านได้รับพระสมณศักดิ์ว่าสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาณอดุลสุนทรนายก ปาพจนดิลก วรานุศาสน์ อารยางกูรพิลาสนามานุกรม คัมภีรญาณอุดมวิศิษฏ์ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดญาณเวศกวัน จังหวัดนครปฐม มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ ๑๐ รูปหรือเขียนแบบทั่วไปว่าสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์( ป อ ปยุตโต)แล้วนะครับ 
« Last Edit: December 06, 2016, 12:39:36 AM by yesterday »