Author Topic: เข้าสิบแล้วตกศูนย์..สำคัญนัก. สิบหมายถึงอะไร?  (Read 28358 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline ขมิ้นเหลือง

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 224
  • จิตพิสัย 6
เข้าสิบแล้วตกศูนย์..สำคัญนัก. สิบหมายถึงอะไร?

ช่วยอธิบายเรื่องสิบและศูนย์หน่อยครับ

Offline nut33

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 359
  • จิตพิสัย 54
  • Gender: Male
  • http://www.dhammakaya.tv
"เห็นสิบแล้วเห็นศุนย์ เป็นเค้ามูลสืบกันมา"
"เที่ยงแท้แน่นักหนา ตั้งอนิจจาเป็นอาจิณ"
"จุติแล้วปฏิสนธิ ย่อมเวียนวนอยู่ทั้งสิ้น"
"สังขาราไม่ยืนยิน ราคีสิ้นเป็นตัวมา"

(เสริม)
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เว็บไซด์เพื่อเผยแพ่ร www.dhammakaya.biz และ www.dhammakaya.tv
https://drive.google.com/drive/folders/0B5reTWVk2cAZYlA3UVl5NFhPcTghttp://mediafire.com/dhammakayahttp://youtube.com/user/sopanut33

Offline ขมิ้นเหลือง

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 224
  • จิตพิสัย 6
ใครจะช่วยอธิบายความข้อนี้ได้บ้างหนอ...?

คุยกันฉันมิตรเถิดครับ...

Offline Tboon

  • Newbie
  • *
  • Posts: 4
  • จิตพิสัย 0
บริเวณเหนือสะดือขึ้นมาสองนิ้วนั้น ตามตำรานวดแผนไทยถือเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทั้งสิบ เรียกว่า เส้นสิบ หรือ เส้นประธานสิบก็ได้ หมอนวดตามหลักวิชาสมัยก่อนจะต้องเรียนรู้ให้รู้จักทางเดินของเส้นทั้งสิบนี้ เพื่อวินิจฉัยอาการปวดตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายของคนไข้ว่าเกิดจากความผิดปกติของเส้นใดบ้าง การรักษาด้วยการนวดจึงจะได้ผลดี ดังนั้นคำว่า เข้าสิบ จึงน่าจะหมายถึง การเข้าสู่จุดศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ที่อยู่เหนือสะดือขึ้นมาสองนิ้วมือนั้นเอง ถ้ากำหนดถูกส่วนก็ตกศูนย์ เข้ากลางของกลางต่อไปครับ...

Offline boonyen072

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 58
  • จิตพิสัย 7
10  10   10  10  10  10
เลข 10 นีี้ดีหนักหนา
10 ตุลา ไปร่วมหล่อหลวงปู่กันนะครับ

Offline karissa

  • Newbie
  • *
  • Posts: 7
  • จิตพิสัย 0
คุณขมิ้นเหลืองค่ะ

กลับทัพเถิดค่ะ
สิ่งที่คุณถาม  หลวงพ่อ ตอบไว้หมดแล้ว............

ขอบารมีพระต้นธาตุต้นธรรม์  ทั้งพระนิพพานฝ่ายปราบและ ฝ่ายโปรด  ได้ชี้ทางให้ท่าน  ได้  เห็น แ ละ เป็น "ธรรมกาย"
ขออย่าไ ด้เป็น  "ธรรมกลาย" เลย  สาธู๊......

Offline ขมิ้นเหลือง

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 224
  • จิตพิสัย 6
ลีลายังคงเดิมนะครับ  ใครออกจากวัดแปลว่าโดนมารระเบิด  แต่ความจริงแล้วเขาเรียกว่าเพราะตาสว่างต่างหากครับ 

ทำไมทางวัดพระธรรมกายจึงคิดว่าตนเองวิเศษกว่าใครเพื่อน  วัดหลวงพ่อสด  วัดปากน้ำ  และศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำมีมากมาย  ไม่เห็นท่านคิดอยากใหญ่อย่างนี้เลย  ผมอยู่ในกองทัพของหลวงพ่อวัดปากน้ำอยู่แล้ว  และจะไม่ออกไปจากกองทัพหลวงพ่อวัดปากน้ำอย่างแน่นอน  ดังนั้นถ้าจะให้ผมไม่อยู่กับธรรมกลายพันุธ์ผมไม่ไปแน่ครับ  เพราะผมรู้ค่าของวิชชาธรรมกายดี  ผมรู้ว่าที่ไหนวิชชาเพี้ยน  เอาแต่หลอกคนอื่น 


เรื่องปราบมารนะอย่าได้คิดว่าคนอื่นเขาทำไม่ได้ซีครับ  พวกคุณต่างหากที่คิดว่าทุกอย่างต้องที่วัดพระธรรมกาย  คุณไม่เคยให้ความสำคัญกับที่อื่นเลย  เพราะถูกเขาล้างสมองว่ามีดีที่เดียวเท่านั้น  ผมเองก็เคยผ่านเรื่องพวกนี้  ผมจึงไปหาความรู้จริงทางวิชชาธรรมกาย  ทั้งวัดหลวงพ่อสด  วัดปากน้ำ  และอื่นๆ ก็ได้ความตรงกันว่าสำนักอื่นเขาไม่คิดอยากใหญ่แบบวัดพระธรรมกาย  และสำนักอื่นเขาของจริง  ไม่ใช่ราคาคุย  ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ


ผมรู้จักคนที่เห็นคุณค่าของวิชชาธรรมกายมากมายหลายท่าน  แต่ละท่านต่อให้คุณเอาเงินล้านไปหลอกล่อให้เขามาร่วมกับคุณเขาก็ไม่ไปเพราะเขาทราบว่าอะไรจริงอะไรเท็จครับผม...


ขอให้ตาสว่างและเห็นธรรมกายของแท้  และเข้าถึงธาตุธรรมภาคขาว  ภาคปราบ  ภาคกุศลธัมมาอย่างแท้จริงนะครับ  ถึงแม้ชาตินี้คุณจะหลงไปบ้างก็หวังว่า  บารมีของหลวงพ่อวัดปากน้ำจะช่วยคุณให้ตาสว่างได้ในชาติต่อๆ ไป 


เอาใจช่วยนะครับ  ขอให้ใช้ัีัญญาให้มาก  ศรัทธาเพียงแค่คอยประคอง  แล้วคุณจะเข้าถึงวิชชาธรรมกายที่แท้จริงครับ...

Offline ขมิ้นเหลือง

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 224
  • จิตพิสัย 6
คำถามที่ผมถามนี้  คุณkarissaจะไม่ลองตอบดูสักหน่อยหรือครับ  เห็นเอาแต่มาโฆษณาสรรพคุณ  ก็ลองสาธิตความรู้ของฝ่ายประชาสัมพันธ์ดูหน่อยซีครับ


เชิญตอบครับ...

Offline karissa

  • Newbie
  • *
  • Posts: 7
  • จิตพิสัย 0
คุณขมิ้นเหลืองต้องสั่งสม ขันติบารมีให้มากกว่านี้ค่ะ

อยากรู้ ก็ส่งมาที่ karissa072@gmail.com ค่ะ
คนอื่นจะได้ไม่ต้องไม่สบายใจ เพราะอารมณ์โกรธค่ะ


Offline ขมิ้นเหลือง

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 224
  • จิตพิสัย 6
ดีแล้วครับคุณ karissa คิดได้ก็ดีแล้ว  ผมเองไม่ได้โกรธคุณเลย  คนอื่นๆ ที่เขาอ่านก็ไม่ได้โกรธคุณ  เพียงแต่เขาเห็นว่าเราสองคนคุยกันแบบอวดกันไปมา  คุณเองก็มีศรัทธาอยากอวด  ผมเองก็ไม่ต้องการฟังอะไรที่มันดูเวอร์เกินจริง 


ถ้าคุณไม่ตั้งกระทู้ให้ดูยิ่งใหญ่เกินไป  เพียงการหล่อรูปหลวงพ่ดวัดปากน้ำจะหล่อด้วยสัมฤทธิ  เงิน  ทองเหลือง ทองคำ ฯลฯ  ผมว่าไม่มีใครเขาว่าอะไรเลย  ก็จะอนุโมทนากันไป  ส่วนใครจะไปร่วมหรือไม่ร่วมก็ไม่มีใครว่าอะไร  ไม่ใช่ต้องมาพูดว่า  หลวงพ่อตามกลับทัพ  ทัพที่ว่าคือทัพวัดพระธรรมกาย  แล้วก็จะระดมคนปราบมาร  แถมยังเขียนอีกว่าใครเป็นลูกในไส้หลวงพ่อ  คำว่าไส้นี่มันกำกวมจะพูดให้กำกวมทำไม 


แล้วที่แปลกคุณไม่ตอบอะไรผมเลย  อันที่จริงกระทู้นี้คุณตอบได้  ตอบแบบสบายๆ ตามความรู้ของคุณ  คุณก็เลือกที่จะไม่กล้าตอบ  ไม่เป็นไรผมจะส่งคำถามทั้งหมดไปที่ E-mail ที่คุณให้  หวังว่าคุณคงจะตอบให้เกิดความชัดเจนได้ 


คุณต้องพิจารณาตนเองด้วยว่าศรัทธามากไปหรือเปล่า  กระทู้นี้ความจริงตอบได้  เพราะว่าไม่ใช่กระทู้ที่คุณตั้งขึ้นซึ่งกระทู้นั้นคุณสร้างความขัดแย้งในข้อมูลของคุณขึ้นมาเอง  และคุณก็ไม่รับผิดชอบที่จะแก้ข้อสงสัยใดๆ   ทำไมจะตอบไม่ได้ล่ะครับ  ถ้าคุณตอบคำถามกระทู้นี้ได้  ผมจะได้ยอมรับในความรู้ของคุณ  อะไรที่ไม่เข้าใจกันก็จะได้กระจ่างขึ้น  ผมเองรับฟังเหตุผลอยู่แล้ว  แต่ถ้าคุณจะอ้างเหตุอื่นเพื่อเลี่ยงที่จะไม่ตอบก็สุดแต่คุณนะครับ



ผมขอคำตอบคุณผ่าน e-mail ก็แล้วกัน  หวังว่าครั้งนี้คงตอบนะครับ
 

Offline Cool-peet

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 297
  • จิตพิสัย 9
  • Gender: Male
  • ...หยุด เป็นตัวสำเร็จ...
เข้าสิบแล้วเห็นศูนย์

ไปหาฟังเสียงหลวงพ่อสด พูดเอาเองแล้วกัน ท่านอธิบายได้ดีที่สุด เพราะคำนี้ท่านพูดไว้เอง
ขอบารมีพระต้นธาตุ พระจักรพรรดิภาคผู้เลี้ยง ...

Offline Cool-peet

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 297
  • จิตพิสัย 9
  • Gender: Male
  • ...หยุด เป็นตัวสำเร็จ...
พอดีผมไปเจอมา

ท่านเจ้าคณะอำเภอบางคนที จ.สมุทรสงคราม นบุคคลยุคต้นวิชชาธรรมกาย นำคำกลอนเรื่อง เข้าสิบแล้วเห็นศูนย์ มาพูดให้ฟัง

กดไปชมเลยครับ

>>> http://www.dmc.tv/programs/Phramongkolthepmuni/files/511008_PhraKruSamutkawe04.wmv <<<
ขอบารมีพระต้นธาตุ พระจักรพรรดิภาคผู้เลี้ยง ...

Offline ขมิ้นเหลือง

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 224
  • จิตพิสัย 6
อืม...ช่วงนี้ทางวัดพระธรรกมายโปรโมทเว็ปตนเองกันน่าดูนะครับ  ไปโปรโมทที่เว็ปพันธุ์ทิพย์บ้างซีครับ


เอาล่ะ  ผมเฉลยเรื่องเข้าสิบแล้วตกศูนย์ในภาคปฏิบัติ  ดังนี้นะครับ




"เห็นสิบ แล้วเห็นศูนย์"

ประโยคนี้จะว่าไปแล้วเป็นเคล็ดลับความสำเร็จ คือเป็นเคล็ดลับของภาคปฏิบัติให้ถึงของจริงเชียวนะครับ

ขออนุญาตใช้ความรู้เท่าที่มีลองอธิบายดูนะครับ

เมื่อเราพิจารณาประโยคนี้ "เห็นสิบ แล้วเห็นศูนย์" เราต้องทราบก่อนว่า สิบ คืออะไร แล้ว ศูนย์ คืออะไร


"สิบ" คือฐานที่ 6 อยู่ระดับเดียวกับสะดือของเรา โดยสมมติว่ามีเส้นด้าย 2 เส้น เส้นที่ 1 สมมติว่าแทงจากสะดือทะลุหลัง ให้เส้นด้ายขึงตึง อีกเส้นหสึ่งสมมติว่าแทงจากสีข้างขวาทะลุสีข้างซ้าย ให้เส้นด้ายขึงตึง ตรงจุดตัดของเส้นได้ทั้งสอง หรือที่หลวงพ่อวัดปากน้ำเรียกว่า "กลางกั๊ก" นั่นแหละเรียกว่า "สิบ"


"ศูนย์" คือฐานที่ 7 หรือศูนย์กลางกาย โดยอยู่เหนือสะดือขึ้นมา 2 นิ้วมือ(ตัวเราเอง) คืออยู่เหนือฐานที่ 6 ขึ้นมาประมาณ 2 นิ้วมือ(ตัวเราเอง) โดยอยู่ในท้องของเรา นี่เรียกว่า "ศูนย์" ครับ


หลวงพ่อกล่าวไว้ชัดแล้วครับ เห็นสิบแล้วจึงเห็นศูนย์ หมายความว่า เมื่อใจนิ่งได้ถูกส่วน ใจจะเข้า "สิบ" แล้วจึงจะตก "ศูนย์" ทุกครั้งไป แสดงว่า ใจเราเมื่อครั้งเราเริ่มทำใจหยุดใจนิ่งได้ถูกส่วน ใจจะทำงานสองจังหวะ คือเข้าสิบแล้วตกศูนย์เสมอ แต่แรกเมื่อทำได้ เรามักสังเกตไม่ทัน ต่อไปเมื่อฝึกจนคล่องแล้ว อาการอย่างนี้เราจะทราบได้เอง


โอ้..เรื่องความสำคัญนั้น มหาศาลทีเดียว เพราะนี่เป็นทางมรรคทางผลทีเดียว ถ้าไม่เข้าทางนี้ล่ะก็เป็นไม่เห็นของจริงกันล่ะ ท่านกล่าวว่า "ผิดศูนย์ผิดทางไม่เข้ากลางออกนอก" นี่เรียกว่าเข้าป่าเข้าดงรกชักไปเลย ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันกันล่ะ ถ้าไม่เดินให้ถูกศูนย์ก็ไม่ถูกทาง




"เห็นสิบแล้วเห็นศูนย์ เป็นเค้ามูลสืบกันมา
เที่ยงแท้แน่หนักหนา ตั้งอนิจจาเป็นอาจิณ
จุติแล้วปฏิสนธิ ย่อมเวียนวนอยู่ทั้งสิ้น
สังขาราไม่ยืนยิน ราคีสิ้นเป็นตัวมา"


ชัดเจนครับว่า
เห็นสิบ แล้วจึงเห็นศูนย์
คือเห็นดวงใสฐานที่ 6 ก่อน แล้วจึงเห็นจะเห็นดวงธรรมที่ศูนย์
นี่คือหลักเกณฑ์
เป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ฝึกฝนครับ

คำว่าศูนย์ คือศูนย์กลางกาย
ศูนย์กลางกายมีที่เดียวนะครับ คือที่ฐานที่ 7
ดังนั้น ไม่มีคำว่า ศูนย์กลางกายฐานที่ 6 และศูนย์กลางกายฐานที่ 7
ค้นตำราดูได้ครับ ว่าไม่มีคำว่าศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ในสารบบ
จะค้นข้อมูลมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อบรรลุธรรมใหม่ ๆ ไปจนถึงรุ่น 3 ดวงธรรม รุ่น 5 กาย สุดท้ายมาถึงรุ่น 18 กาย 6 ดวงธรรม ก็ไม่มีกล่าวเอาไว้
มีแต่ที่หลวงพ่อสอนเอาไว้ว่า "สิบ" และ "ศูนย์" นี้เท่านั้น
นอกจากนั้น หลวงพ่อยังเรียกว่า เป็น "ดวงเครื่อง" เสียอีกแน่ะ
ไม่คุ้นหูใช่ไหมครับ
อันนี้ อย่าว่ากันนะครับ ผมไม่ได้กล่าวปักปรำว่าใครสอนผิดถูกไปจากตำรับตำรา
แต่ผมเอาเรื่องความรู้ที่ศึกษามา มาชี้แจงให้ทราบ
อย่าว่ากันเลยนะครับกัลยาณมิตรที่เคารพ

เอ้า เข้าเรื่องต่อ



จังหวะแรกเราจะเห็นดวงใสที่ "สิบ" ก่อน
อธิบายให้ชัดอีกหน่อย คือ
จังหวะนี้ยังเห็นเป็นนิมิตอยู่นะครับ
จะเป็นอุคคหนิมิต หรือปฏิภาคนิตก็ตามที คือเปลี่ยนสี ย่อ ขยายได้
แต่พอใจหยุด นิ่ง แน่น หนักเข้าไปอีก ใจก็ตกศูนย์ คือที่ เข้าสู่ฐานที่ 7
พอตกศูนย์เข้าเท่านั้น ก็จะเห็นดวงปฐมมรรคขึ้น เป็นดวงกลมโตเท่าฟองไข่แดงของไก่ ขาวใสบริสุทธิ์
ขั้นตอนนี้ ไม่ใช่นิมิตแล้ว
ดวงปฐมมรรคที่เห็น มีขนาดที่แน่นอน สีขาว และใส ไม่มีแปรเปลี่ยน
ดวงนี้เรียกดวงธรรมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
เป็นของจริง สัมผัสได้ เที่ยงแท้ และแน่นอน (คนละเรื่องกับอัตตา-อนัตตานะครับ)
และการเห็นนี้ คือการเห็นรอบตัว
คือเห็นทั้งซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง-ล่าง-บน-นอก-ใน
เห็นพร้อมกันไปหมด
นอกจากเห็นแล้ว ยังสัมผัสได้อีกด้วยว่า สภาวะความหยุดนิ่งของใจเมื่ออยู่ที่ ศูนย์นั้นเป็นอย่างไร
เพราะ "ใจ" คือ เห็น-จำ-คิด-รู้ นั้นไปรวมอยู่ที่ศูนย์ทั้งหมด
ดังนั้น เราจึงรู้สึกได้ด้วย เมื่อเอาใจไปหยุดอยู่ที่ศูนย์

ถ้าเราไม่เข้าใจเรื่อง สิบ และศูนย์
เมื่อเราเห็นดวงนิมิตที่สิบ เราก็อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ว่า นั่น เราเห็นธรรมแล้ว
แล้วเราก็พอใจอยู่อย่างนั้น เราไม่หยุด นิ่ง แน่น ต่อไป
แปลว่า เราพลาดแล้ว ประโยชน์ไม่เกิดแล้ว
และที่สำคัญ
ถ้ายังไม่เข้าศูนย์ มารเขาก็หลอกรู้ลวงญาณได้เรื่อยไป โดยอาศัยนิมิตนั้น
เราอาจเห็นกายธรรมหรือเห็นนิมิตหมายไปต่าง ๆ นานา
สุดท้ายใจเราก็ออกนอกศูนย์
แล้วมัวไปพอใจอยู่แต่นิมิตนั้น มันก็เรียบร้อยโรงเรียนมารเท่านั้นเอง

ถ้าไม่เห็นสิบ เราก็ไม่มีทางเห็นศูนย์
เรื่องนี้ จะเป็นเรื่องของการเห็นดวงธรรมนอกตัวครับ

Offline ขมิ้นเหลือง

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 224
  • จิตพิสัย 6
ขอบคุณนะครับ  ถือเสียว่าเราปรับความเข้าใจกัน

ถ้ายังไงผมจะเข้าไปโพสต์กระทู้ใน DMC บ้างคงไม่ว่ากันนะครับ

ผมแปลกใจอยู่เรื่องเดียวว่า  เวลาท่านได้รับการวิจารณ์จากคนอื่นๆ ในเรื่องเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายท่านจะไม่พอใจคนวิจารณ์อย่างยิ่ง  และมองเขาในแง่ร้าย  เอาเถิดครับ  ผมจะพยายามพูดเพราะๆ นะครับ  ผมทราบว่าท่านชอบฟังคำพูดเพราะๆ ผมจะพยายามครับ

ผมเรียนให้ทราบชัดเจนแล้วนะครับ  ว่าผมก็เป็นคนนึงที่เข้าวัดพระธรรมกายมาก่อน  พอรู้พอทราบความเป็นมาบ้าง  ก็อดที่จะวิจารณ์ไม่ได้  แต่ผมก็ลืมไปว่า  น้ำกำลังเชี่ยวดันเอาเรือเข้าไปขวาง  ก็จะเจอความไม่พอใจอย่างยิ่ง  แล้วก็มองผมในแง่ร้ายทันที

เรียนชัดๆ อย่างนี้นะครับ  ผมไม่ปรารถนาให้ท่านโกรธเคืองเลย  ถ้าอยากให้พุทธบุตรเป็นหนึ่งเดียวกัน  ก็ขอให้ค่อยๆ คุยกันนะครับ  เจอมุกแรงมาแรงไปก็ฟิวส์ขาดกันเสียแล้ว  ถ้ายังไงท่องวิชชาไว้ครับ  ให้ใจหยุด  ใจนิ่งไว้ 


ผมยังยินดีที่จะพูดคุยกันคุณbaankvee ในประเด็นวิชชาธรรมกายอยู่นะครับ  ถ้าจะเข้ามาคุยกันก็ยินดี  เพียงแต่เอาความเป็นวัดนั้นวัดนี้วางลงก่อน  คุยกันแบบไม่ต้องคิดว่ามาจากที่ไหน  คุยกันเฉพาะความรู้โดยไม่ต้องไปถือเขาถือเรา  ดีไหมล่ะครับ

Offline laichazeng

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 361
  • จิตพิสัย 24
ผมไล่ฉาเจิงหรือพิทยานันตญาณปรีชาผู้เคารพหลวงพ่อสดวัดปากน้ำและพระราชพรหมและหลวงพ่อเสริมชัยอย่างมั่นคงมาตั้งแต่วัยรุ่นนานมาแล้วเคยแสดงความคิดเห็นเรื่องธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตาและเรื่องนิพพานบางมุม ที่บอร์ดวัดหลวงพ่อสดมานานแล้วสมัยบอร์ดเก่าถึงวันนี้  วันนี้จะลองออกความคิดเห็นเรื่องกลอนเรื่องเห็นสิบแล้วเห็นศูนย์ของหลวงพ่อสดอีกทีเป็นการพัฒนาความเข้าในของกลอนของหลวงพ่อสดให้ถูกต้องมากยิ่งกว่าเก่าที่ผมเคยลองบ้างเล็กน้อย ดังนี้ จากกลอนคือ“เห็นสิบแล้วเห็นศุนย์ เป็นเค้ามูลสืบกันมา"
"เที่ยงแท้แน่นักหนา ตั้งอนิจจาเป็นอาจิณ"
"จุติแล้วปฏิสนธิ ย่อมเวียนวนอยู่ทั้งสิ้น"
"สังขาราไม่ยืนยิน ราคีสิ้นเป็นตัวมา"
ครั้งนี้ผมมีความคิดเห็นใหม่ดังนี้อธิบายคือเห็นสิบแล้วเห็นศุนย์ ผมคิดว่าหลวงพ่อสดและคนโบราณยุคตัวเลขน่าจะหมายถึงว่าสิบคือเลข10แยกเป็น1(หนึ่ง)และ0(ศูนย์)มาเขียนต่อกันชี้ให้เห็นความหมายประกอบถึงศูนย์กลางกายที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับหนึ่งประจำกาย นั่นก็คือศูนย์กลางกายฐานที่7ที่มีประจำกายของสัตว์โลกทั้งปวงนั่นเอง ศูนย์กลางกายฐานที่7ตามที่หลวงพ่อสดบอกคือเส้นทางของจิตตามธาตุธรรมเดิมของสัตว์โลกเลยทีเดียวเป็นทางสายกลางเอกจริงโดยแท้เพื่อให้เห็นแจ้งในวิชชาของพระพุทธเจ้า  และคำว่าแล้วเห็นศูนย์ หมายถึง เห็นศูนย์กลางดวงธรรมประจำดวงธรรมแต่ละดวงในแต่ละกายนั่นเองไม่มีสิ้นสุด  ดังนั้น เห็นสิบแล้วเห็นศูนย์ จึงหมายถึง จิตเป็นสมาธิจนใจได้สัมผัสเห็นศูนย์กลางกายประจำกายที่สำคัญที่สุดอันดับหนึ่งของแต่ละกายคือศูนย์กลางกายฐานที่7ประจำกายแต่ละกายนั่นเอง แล้วจึงเห็นศูนย์คือจิตเห็นศูนย์กลางดวงธรรมต่างๆประจำดวงธรรมต่างๆตั้งแต่ดวงปฐมมรรคในแต่ละกายไปไม่มีที่สุด   และคำว่าเป็นเค้ามูลสืบเนื่องกันมา น่าจะหมายถึง ศูนย์กลางกายฐานที่7ประจำกายซึ่งสำคัญที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของจิตและธาตุธรรมนั้น เป็นเค้ามูลของเส้นทางการไปมาตามกรรมระหว่างสามโลกนั่นเองสืบเนื่องกันมาในหมู่กลุ่มของผู้ทำสมาธิถูกต้องตามพระพุทธเจ้า และคำว่าเที่ยงแท้แน่นักหนา ตั้งอนิจจาเป็นอาจิณ" น่าจะหมายถึง เส้นทางไปมา ตาม กรรมระหว่างสามโลกนั้นแน่นอนมันเป็นอนิจจังไม่เที่ยงตลอดกาลเพราะจุติแล้วปฏิสนธิ ย่อมเวียนวนอยู่ทั้งสิ้น""สังขาราไม่ยืนยิน ราคีสิ้นเป็นตัวมา" น่าจะหมายถึงเพราะเส้นทางไปมาตามกรรมระหว่างสามโลกนั้น จิตที่เป็นสังขารธรรมจะเวียนวนอยู่แต่กับการจุติกายในภพอื่นและปฏิสนธิกายในภพมนุษย์คนเป็นเวลานับไม่ได้และจิตที่เป็นสังขารธรรมจะเกิดดับเรื่อยไปตามอำนาจกิเลสอวิชชาที่มีกิเลสราคะอันละเอียดอนุสัยเป้นตัวนำการปรุงแต่งมาเรื่อยตลอดเวลาโดยจิตที่มีอวิชชาไม่มีทางรู้เท่าทันอำนาจกิเลสราคะได้โดยง่าย................นี่แหละที่ผมอธิบาย และเรื่อง เข้าสิบแล้วตกศูนย์ก็คือจิตเข้าสู่ถึงศูนย์กลางกายที่สำคัญที่สุดอันดับ1ในแต่ละกายคือศูนย์กลางกายฐานที่7แล้วจิตย่อมตกศูนย์คือ จิตย่อมเข้าถึงการดึงดูดของศูนย์กลางดวงธรรมประจำดวงธรรมต่างๆที่มีในแต่ละกายอันมีดวงปฐมมรรคเป็นต้นไปได้อย่างแน่นอน...............อีกนัยหนึ่งคำว่าเห็นสิบแล้วเห็นศูนย์   นั้นอาจจะหมายถึง สิบคือ1+0หรือ๑+0หรือปฐม+รูปดวงกลมนั้น  ผมว่านั่นก็คือดวงปฐมมรรคในศูนย์กลางกายฐานที่7เลยก็อาจเป็นได้แล้วเห็นศูนย์  ก็คือย่อมเห็นจุดศูนย์กลางของดวงปฐมมรรคได้ นั่นเอง   แต่ถ้าแปลแบบนี้จะแคบเกินไปอย่างมากหมายเอาแต่ดวงปฐมมรรคเท่านั้นเป้นเบื้องต้น  หลวงพ่อสดท่านคงไม่หมายแต่ดวงปฐมมรรคหรอกครับเนื่องจากเจาะจงแคบเกินไป....
ความเห็นของผมไล่ฉาเจิงนี้   สรุปว่า หลวงพ่อสดไม่ได้หมายถึงศูนย์กลางกายฐานที่หกและฐานที่เจ็ด หรือเส้นหมอนวดโบราณอย่างแน่นอน  หลวงพ่อสดท่านเน้นแต่ตำแน่งศูนย์กลางกายฐานที่7เท่านั้นเป็นเอกายนมรรคไม่ว่าจะเป็นเลขสิบหรือเลขศูนย์ ..........สายการุณและสายวัดปทุมหรือสายใดก็ดี อ่านแล้วคงจะเข้าใจอย่างเหมาะสมนะครับ