Author Topic: พุทธมหายานบางนิกายมีบางอย่างจากศาสนาโซโรอัสเตอร์ จริงเหรอ  (Read 36021 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline laichazeng

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 361
  • จิตพิสัย 24
ตอบคุณTroyทรอย
ขอบคุณที่อ่านกระทู้นะครับและถ้าคุณTroyอ่านกระทู้และข้อมูลแล้วได้ข้อคิดอะไรเกี่ยวกับศาสนาและปรัชญาก็ช่วยบอกให้คนในเวปวัดเราได้ทราบด้วยนะครับเพราะปรัชญาและศาสนาเป็นเรื่องที่แลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นได้เรื่อยเรื่อยครับ ข้อมูลเกี่ยวกับโซโรอัสเตอร์และพวกข่านผมก็หาจากเวปอื่นทั่วทั่วไปครับเวปอื่นมีข้อมูลหลายปีน่าสนใจอ่านมากมายครับ ขอบคุณก่อนนะครับTroy
« Last Edit: December 06, 2016, 12:29:33 AM by laichazeng »

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
เอามาให้อ่านกันนะครับ เกี่ยวกับตำนานโซโรอัสเตอร์และตำนานพระพรหมสร้างโลกนะครับ

ตำนานเก่าแก่ของชาวเปอร์เซียก็เขียนไว้ว่า ศาสดาพยากรณ์นามว่า \" โซโรอัสเตอร์ \" แห่งเปอร์เซีย เมื่อครั้งยังเป็นทารกอยุ่นั้น ถุกกษัตริย์นิมรัดแห่งกรุงบาบิโลเนียจับโยนใส่กองไฟ แต่น่าอัศจรรย์ที่กองไฟดับมอดลงและเถ้าถ่านก็กลายเป็นดอกกุหลาบแทน ทารกน้อยจึงนอนหลับสบายท่ามกลางกลิ่นหอมจรุงใจของดอกกุหลาบนานาพันธุ์ ซึ่งชาวเปอร์เซียโบราณได้วาดภาพให้ดอกกุหลาบที่รองรับทารกร้อยเป็นเหมือนพรมอันอ่อนนุ่ม ด้วยเหตุดังกล่าว พรมของเปอร์เซียจึงมักมีรูปดอกกุหลาบปักเป็นลวดลายอยู่ด้วย
           
ชาวเปอร์เซียอีกนั่นแหละได้ให้ข้อคิดว่า ถ้านำเอาเครื่องเทศสมุนไพรหายากนานาชนิดมาวางปะปนกับดอกกุหลาบ แล้วให้นกไนติงเกลบินเข้าหา มันจะบินเข้าหาดอกกุหลาบเท่านั้น นกไนติงเกลจึงมีปรากฏปักบนพรมเปอร์เซียด้วย
           
ทางด้านศาสนาฮินดูมีตำนานเกี่ยว ดอกกุหลาบว่า เมื่อครั้งพระพรหมทรงสร้างโลก พระองค์มีพระประสงค์จะมอบสิ่งที่สวยงามประเสริฐสุดแก่แม่ลักษมี ปรากฏว่าในสิ่งสวยงามประเสริฐนั้น พระพรหมทรงเลือกดอกกุหลาบมอบให้แด่พระมเหสีของพระองค์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าดอกกุหลาบเป็นของสูง

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
ผมขอนำเอาเรื่องประวัติจีนที่ทำลายพุทธในจีนมาให้อ่านกันนะครับ อ้างจากhttps://pantip.com/topic/36626915 มีสาระย่อย่อตามหัวข้อกระทู้ดังนี้คือ
จากประวัติศาสตร์จีน ได้มีการพยายามทำลายล้างพระพุทธศาสนาหลายครั้งหลายครา  ในบางครั้งแค่สร้างกระแส  ในบางครั้งทำให้การบวชเป็นไปได้ยาก 

จักรรพรรดิ ไท่อู่ตี้ (ราชวงศ์เหนือใต้)

ครองราชย์มาระยะหนึ่ง ด้วยว่าได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาที่เป็นลัทธิเต๋า ว่าเศรษฐกิจตกต่ำในตอนนี้  เพราะมีคนบวชเป็นจำนวนมาก  จึงไม่มีแรงงาน และทหาร และอ้างว่าพระดื่มสุรา ทำตัวไม่เหมาะสม  ทำให้มีกฏหมายทำลายวัดพุทธและจับสึกพระ  โดยใครไม่ลาสิกขา ก็จะประหาร  ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 989 (ค.ศ. 446 ) พระจึงหนีเข้าป่า  ในอาณาจักรจึงไม่มีพระเหลืออยู่เลยการปฏิบัติการการทำลายสงฆ์ 
ดำเนินไปไม่ถึง 7 ปี ในปี พ.ศ. 995 (ค.ศ. 452) จักรพรรดิไท่อู่ตี้ก็ถูกฆาตรกรรม

จักรพรรดิ อู่ซ่วนตี้  ( เป่ยโจว ในราชวงศ์เหนือใต้ )

จักรพรรดิมีความศรัทธาในลัทธิขงจื้ออย่างคลั่งไคล้ เงินในท้องพระคลังก็เหลือน้อย  ในปี พ.ศ. 1117 (ค.ศ. 574) ได้รับคำแนะนำให้ทำลายวัด ทำลายพระพุทธรูป เพื่อหลอมละลายนำทองคำและทองแดงที่ได้มาทำเหรียญกษาปณ์  ได้จับสึกพระ 3.000.000 รูป ยึดวัด 40.000 วัด  แม้พระจำนวน 500 มาชุมนุมหน้าราชวังอย่างสงบ ก็ไม่มีผล  จักรพรรดิ ครองราชย์ ไม่ถึง 7 ปี ก็สวรรคต

จักรพรรดิอู่จง (ราชวงศ์ถัง)

จักรพรรดิหลงไหลในหยางกุ้ยเฟยมาก และเลื่อมใสลัทธิเต๋า  ซึ่งในตอนนี้ประชากรจีนมีราว 16 ล้านคน  ได้รับคำแนะนำว่าลัทธิเต๋าเป็นศาสนาประจำชาติ ควรจะทำลายศาสนาอื่นให้หมดสิ้น  วัดพุทธ 46.000 วัด พระ 260,000 รูป ถูกทำลายและจับสึก คัมภีร์ถูกเผาทิ้ง พระพุทธรูปถูกหลอม  มาเป็นเงินอีแปะ ทรัพย์สินของวัดถูกริบเข้าคลัง  จักรพรรดิองค์นี้มีอายุเพียง 32 พรรษา ครองราชย์ ได้แค่ 6 ปี ก็สิ้นพระชนม์ พ.ศ. 1383-1389 (ค.ศ. 840-846)

จักรพรรดิโจวซื่อจง (ยุค 5 ราชวงศ์)

จักรพรรดิมีความนับถือในลัทธิเต๋ามาก  ได้ถูกยุยงอีกเช่นกันให้ทำลายพระพุทธศาสนา  มีนโยบายว่าห้ามสร้างวัดโดยพลกาล  ทองแดงและทองสำริดต้องเวนคืนกลับเข้าท้องพระคลัง  ใครครอบครองมี
โทษหนัก  พระพุทธรูปจึงถูกยึดไปหมด  เพื่อนำไปทำเหรียญ  ปรากฏว่าที่เมืองเฉินโจว มีพระพุทธรูป
ที่ชื่อต้าเป่ย ซึ่งแข็งแรง และเพราะความศักดิ์สิทธ์ ไม่มีใครกล้าทำลาย พระองค์ไปด้วยตนเองเอาขวานทุมที่พระพักตร์และหน้าอกขององค์พระ  ประชาชนตกใจมาก ไม่นานจักรพรรดิสวรรคตด้วยโรคมะเร็งที่หน้าอก  ทำให้ครองราชย์ได้เพียงแค่ 5 ปี ในระหว่างปี พ.ศ.1497-1502 954-959

เรามาร่วมกันเชิดชูและบำรุงพระพุทธศาสนากันเถอะ!!!

Cr. นักวิชาการอิสระ...พระพุทธศาสนาในประเทศจีน

ขอบคุณข้อมูลจาก
หนังสือพระพุทธศาสนาในจีน ของพระมหาดาวสยาม  วชิรปัญโญ
และ https://zh.wikipedia.org/wiki/三武灭佛
---------------------------------------------
ส่วนตัวผมคิดว่าคนจีนสมัยโบราณตั้งแต่ล่างสุดจนถึงบนสุดต่างก็ยังมีความเชื่อสับสนในพุทธศาสนามากแม้ในยุคปัจจุบันคนจีนทุกฐานะก็ยังไม่ได้เข้าใจพุทธศาสนาและหายสับสนในความเชื่อต่างต่างเลย ดังนั้นการทำลายพุทธศาสนาในจีนแบบไร้ขีดจำกัดมันมีโอกาสเกิดได้เรื่อยเรื่อยเมื่อฝ่ายความเชื่อสับสนได้มีอำนาจปกครองจีน ซึ่งมันเป็นธรรมดาตามโลกที่ยังมีกิเลสกันนั่นแหละครับและพระมหายานจีนก็วางระบบให้ดีกว่าระบบพระสันตปาปาแห่งกรุงโรมไม่ได้มันก็ยิ่งสับสนในการรักษาพุทธในจีน เอาง่ายง่าย แม้แต่บูเช็คเทียนยอดหญิงราชวงศ์ถังและผู้สถาปนาราชวงศ์โจวสั้นสั้นในช่วงราชวงศ์ถังได้สำเร็จและไป๋จีอวี่มหากวีแห่งราชวงศ์ถังยังเข้าใจพุทธศาสนาไม่ค่อยจะตรงกันเลยนะครับและบูเชคเทียนตอนแก่ยิ่งห่างไกลจากพุทธมากขึ้นไปอีกตามกิเลสของบูเชคเทียนเอง

สำหรับไทยเรา เรามีพระที่เก่งทั้งปริยัติ และพระที่เก่งปฏิบัติธรรมทั้งสมถะวิปัสสนาจริง ช่วยกันรักษาพระไตรปิฏกเถรวาทให้เข้มแข็งได้สืบต่อกันมา และคนไทยเคารพในเรื่องกฏแห่งกรรมข้ามภพข้ามชาติอย่างดีและเชื่อเรื่องทศชาติชาดกของพระพุทธเจ้าอย่างมั่นใจอันเป็นส่วนหนึ่งในสัมมาทิฏฐิ ก็เลยทำให้คนไทยสามารถรักษาพุทธได้ดีกว่าจีนและคนไทยโบราณน่าจะสับสนในเรื่องพุทธศาสนาน้อยกว่าจีนโบราณด้วย

ผมคิดส่วนตัวว่านิพพานเป็นอัตตาแท้หรือธรรมกายที่บรรลุอรหัตตผลแล้วแน่นอนตามวิชชาธรรมกายของพระพุทธเจ้าที่หลวงพ่อสดประกาศธรรมอย่างเข้มแข็งซึ่งนี่ทำให้เข้าใจพระไตรปิฏกเถรวาทได้ลึกซึ้งกว่าพวกที่เชื่อว่านิพพานเป็นอนัตตา และตอนนี้วิชชาธรรมกายก็อธิบายเรื่องพระไตรปิฏกเถรวาทได้ดีกว่าเสมอมาและ ผมก็ยังไม่เห็นใครอธิบายพระไตรปิฏกได้ดีกว่าวิชชาธรรมกายเลยด้วยนะครับ เท่าที่อ่านมาจากหลายหลายแห่งหลายหลายปีที่ผ่านมา

ผมเชื่อส่วนตัวอีกว่าโลกยุคนี้พระสงฆ์และเณรจับต้องเงินได้อย่างโปร่งใสย่อมจะนำมาซึ่งพระบริหารและตรวจสอบงานของพระในโลกปัจจุบันและอนาคตได้อย่างโปร่งใสและตรงทางดียิ่งขึ้นแน่นอนเพื่อสังคมพุทธศาสนาภายใต้สัมมาทิฏฐิเป็นตัวนำ  ดังนั้นผมคิดว่าชาวพุทธต้องสนับสนุนพระให้มากกว่าสำนักพุทธฯและยังไงพระเก่งสมถะวิปัสสนาจริงย่อมมีความดีต่อโลกอนาคตมากกว่านักกฏหมายทางโลกที่เคร่งครัด  ถ้าสำนักพุทธฯกลัวเรื่องพระถือเงินตรงตรง ชาวพุทธที่คิดดีต่ออนาคตของพระก็ต้องไม่กลัวเรื่องส่งเสริมพระที่มีสัมมาทิฏฐิถือเงินตรงตรง นี่แหละชาวพุทธที่จะนำพาชาวพุทธข้ามแม่น้ำทุกสายได้อย่างสบายใจ ผมคิดส่วนตัวแบบนี้นะครับเพราะช่วงนี้มีข่าวพระสงฆ์ออกมาบ่อยบ่อยนะครับ

Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 593
  • จิตพิสัย 29
มีข่าวว่าชาวเคิร์ดที่อยากออกจากอิสลามในประเทศอิรักได้ทำพิธีกรรมโบราณของเคิร์ดเองเพื่อหันไปนับถือและเชิดชูศรัทธาศาสนาโซโรอัสเตอร์กันมากยิ่งขึ้นหรือIn a ceremony at an ancient, ruined temple in northern Iraq, Faiza Fuad joined a growing number of Kurds who are leaving Islam to embrace the faith of their ancestors -- Zoroastrianism. เนื้อหานี้อ้างจากข่าวต่างประเทศคือ
Iraqi Kurds Turn To Zoroastrianism As Faith, Identity Entwine
By Qassim Khidhir when10/22/19 AT 9:52 PMอ้างข่าวจาก https://www.ibtimes.com/iraqi-kurds-turn-zoroastrianism-faith-identity-entwine-2851588
ผมขอตัดเนื้อหาข่าวย่อว่าIn a ceremony at an ancient, ruined temple in northern Iraq, Faiza Fuad joined a growing number of Kurds who are leaving Islam to embrace the faith of their ancestors -- Zoroastrianism.
Years of violence by the Islamic State jihadist group have left many disillusioned with Islam, while a much longer history of state oppression has pushed some in Iraq's autonomous Kurdish region to see the millennia-old religion as a way of reasserting their identity.
"After Kurds witnessed the brutality of IS, many started to rethink their faith," said Asrawan Qadrok, the faith's top priest in Iraq's autonomous Kurdish region.......

และตัดเนื้อหาข่าวย่ออีกว่า"During (late dictator) Saddam Hussein's rule, my father practiced Zoroastrianism but kept it secret from the state, our neighbours and relatives," said Awat Tayib, who represents the faith at the regional government's ministry of religious affairs.
In 2014, IS jihadists captured swathes of northern Iraq, carrying out what may have constituted a genocide against another minority, the Yazidis.
The extremists imposed a violent version of Islamic law and sparking a three-year war that eventually left their self-proclaimed "caliphate" in tatters and the region in ruins.
"Many think IS values are very odd in contrast with Kurdish values and traditions, so some have decided to abandon their faith," high priest Qadrok said, adding that he performs ceremonies every week to welcome new converts.
The religion only gained official recognition by regional authorities in 2015, but since then, three new temples have opened -- although Tayib said the state has yet to build a cemetery for followers of the religion.
For some in the autonomous region, which overwhelmingly voted for independence in a 2017 referendum bid, turning to Zoroastrianism is a way for a stateless people to assert regional identity in defiance of Baghdad.
Tayib, the only female religious representative in the autonomous government, said Kurdish society is becoming more tolerant towards Zoroastrians.
AFP accompanied the high priest and his assistants to Islamic Friday prayers organised to condemn a Turkish military incursion into Kurdish parts of northern Syria.
As the Zoroastrian religious men arrived, they were surrounded by Muslims welcoming them and asking for selfies.
Islam is still by far the main religion in the Iraqi Kurdistan, while there are no official figures on Zoroastrians.
"The Zoroastrians are our brothers, not our enemies: our enemies are the ones who are killing us, such as (Turkish President Recep Tayyip) Erdogan," said Islamic cleric Mullah Saman, who welcomed the Zoroastrians.
Azad Saeed Mohammad, the head of Yasna, a body which promotes Zoroastrianism in Kurdistan, said Kurds "need to have their own religion just like other nations in the Middle East in order to save themselves from aggression and invaders".
"We need to use our ancient religion to revive our identity and build the nation," he said.
Copyright AFP. All rights reserved.
รูปจาก https://bharatabharati.wordpress.com 
------------------
นอกจากนี้ยังมีเรื่องน่าสนใจในเขตปกครองของเคิร์ดแห่งอิรักคือมีศาสนาของชาวยาซิดิ(YazidiหรือYezidi)ด้วย เรียกว่าศาสนายาซิดิ ซึ่งศาสนายาซิดิจะมาจากศาสนาของชาวเมโสโปเตเมียโบราณ(ส่วนนี้ทำให้ยาซิดิคล้ายฮินดูมากแต่ก็ไม่ใช่ฮินดูและไม่ได้มาจากฮินดูด้วยในเรื่องการมีนกยูงและการมีงูประดับวิหารเพียงแต่งูในแนวฮินดูก็คือนาคาหรือนาคะนั่นเอง)และศาสนายาซิดิยังได้รับอิทธิพลจากศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามและศาสนายูดายและอาจมีศาสนาโซโรอัสเตอร์ด้วย เรื่องนี้ อ้างจากข้อมูลจากhttps://www.quora.com/Are-Yazidi-tradition-and-culture-similar-to-those-of-HindusมีคำตอบของJish Jilson, knows Malayalam Answered Aug 3, 2019คือYazidis are a Kurmanji Kurdish ethnoreligious group inhabiting mainly Northern regions of Iraq.
And no, Yazidism have no relations with Hindus. Yazidism is a syncretic Abrahamic monotheistic religion with it's origin in the ancient Mesopotamian religion with strong influences of Christianity, Islam, Judaism and propably Zoroastrianism.
So most of the so called 'Hindu' rituals in Yazidism is related to it's ancient mesopotamian origin.
Yazidis believe in only one God who created the whole world and also the angels. The chief angel of Yazidism is Melek Taus (Tawus Melek-)Peacock angel…………..

และสารานุกรมบริตานิกาปีคศ.1986 (Encyclopædia Britannica in1986) ยังบอกว่าศาสนาของชาวยาซิดิยังได้รับอิทธิพลจากศาสนาโซโรอัสเตอร์และศาสนามาณีกีหรือศาสนามานี(Manichaeism)อันเป็นศาสนาที่เคยแพร่หลายในจีนโบราณที่เกี่ยวข้องกับพรรคลัทธิเม้งก่าในจีนโบราณด้วยนั่นเองหรือThe Encyclopaedia Britannica 1986' explains : "The Yazidi religion is a syncretic combination of Zoroastrian, Manichaean, Jewish, Nestorian Christian and Islamic elements. The Yazidi themselves are thought to be descended from supporters of the Umayyad Caliph Yazid 1. They themselves believe that they are created quite separately from the rest of mankind, not even being descended from Adam….อ้างจาก http://parsizoroastrianism.com/Tenets/deen33f.html
« Last Edit: November 13, 2019, 02:02:14 AM by yesterday »