Author Topic: เคสใหม่ จากพันธ์ทิพย์ อยู่ดีดีเปลี่ยนรักศาสนาพระเจ้า  (Read 15789 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline laichazeng

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 370
  • จิตพิสัย 24
อ่านแล้วอยากให้ทุกท่านลองแสดงความเห็นดูนะครับและมีใครพอช่วยออกความเห็นให้เขาในพันทิพย์ห้องศาสนาได้หรือไม่////ผมอ่านดูแล้ว เห็นว่าการปฏิเสธการเวียนว่ายตายเกิดเพราะเชื่อในพลังพระเจ้า เป็นความเห็นหลงทางครับ เพราะกรรมของตนไม่มีใครหรือพระเจ้าลบล้างให้ได้พันล้านเปอร์เซ็นต์และผมไม่อยากให้ใครตายอย่างโง่เขลาเบาความทั้งที่อยู่ไกล้สังคมพุทธที่ดีที่สุดแล้วคือไทย และทั้งที่ตนเองก็รู้ว่าพระพุทธเจ้าทรงรู้เรื่องบาปทั้งปวงอยู่มากกว่าศาสนาใดเสียอีก สำหรับผมอยากให้ครอบครัวเขาลองใช้หลักธรรมกายค่อยค่อยแก้ใขแฟนดู แต่โพสในพันทิพย์ไม่ได้เพราะผมไม่คิดอยากสมัครหลายเวปนะครับ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แฟนเข้าไปเป็นคริสเตียนโดยไม่ได้ปรึกษามาก่อน      

แฟนเข้าไปเป็นคริสเตียนโดยไม่ได้ปรึกษามาก่อน ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนที่มีศรัทธามากในพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใส่บาตร การทำบุญหรือการการทำบุญหาพ่อแม่พี่น้อง งานบุญต่างๆเธอจะขาดไม่ได้
เริ่มเรื่องจากพี่สาวลูกพี่ลูกน้องของเราไปศรัทธาในพระคริสต์และมาชักชวน แรกๆพวกเราก็เฉยๆไม่มีอะไร เธอให้ความช่วยเหลือแก่พวกเราในด้านต่างๆโดยเฉพาะเงินทอง แต่เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา เราได้ไปร่วมกิจกรรมตามคำเชิญ ไม่คิดว่าแฟนจะเข้าไปรับเชื่อเลย
จากนั้นก็เลยตามเลย เธอบอกว่าลองดู วันอังคาร วันศุกร์ ตอนค่ำเธอไปโบสถ์ วันอาทิตย์ต้องทำอาหารหรือขนมไปโบสถ์ กว่าจะกลับก็เย็น ทั้งที่เธอทำงานจันทร์ถึงเสาร์ ผ่านมาเกือบสองเดือน ผมบอกกับเธอว่าเธอไม่มีเวลาให้ครอบครัวเลย ทั้งที่เธอทำงานจันทร์ถึงเสาร์ก็เหนื่อยแล้ว
      เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเธอบอกว่าจะไปเข้าพิธีบัพติสมา อยากให้ไปถ่ายรูปให้ด้วย เราบอกเธอว่า เธอไม่มีเวลาให้ครอบครัวเลยนะ แล้วเราก็คุยกับเธอเป็นเรื่องเป็นราวเป็นครั้งแรก
    ต้องยอมรับว่าตอนแรกเราไม่ได้คิดอะไรเลย คิดว่าเป็นความสบายใจของเธอเลยปล่อยเลยตามเลย เคยติงเธอว่าหนังสือที่มี(หนังสือเกี่ยวกับพุทธ)อ่านหมดรึยัง เธอบอกว่า อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ โดยเฉพาะ หนังสือเสียดายคนตายไม่ได้อ่าน ซึ่งได้มา5ปีแล้ว ยอมรับว่าตัวเองก็เพิ่งอ่าน
และรู้สึกว่านี่คือการบอกเล่าแนวทางพุทธที่แท้
    เมื่อก่อนเราและเธอเคยพูดถึงเรื่องพระเจ้าหรือลัทธิอื่นๆว่าเป็นเรื่องงมงาย เธอยังมีนิทานเรื่องขอบคุณพระเจ้ามาเล่าให้ลูกๆฟัง ซึ่งเป็นเรื่องโจ๊ก แต่ตอนนี้เธอนับถือพระเจ้ามากๆ
    เราถามเธอว่า เคยคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหรือเปล่า เธอบอกอย่างมั่นใจว่าคิดไว้แล้ว
(ยอมรับว่าหลังจากที่เธอไปรับเชื่อเราก็ศึกษาทั้งพุทธทั้งคริสต์มากขึ้น ที่เธอบอกว่ามั่นใจคงมีคนคอยตอบคำถามสำเร็จรูปไว้ให้เธอแล้ว)เราเห็นผลกระทบทีจะตามมาหลายอย่าง อย่างน้อยๆก็ตัวเธอที่จะดำรงชีวิตในสังคม วัฒนธรรม และประเพณีร่วมกับคนอื่นๆ ได้อย่างจำกัดหรือไม่
เพราะว่าการดำเนินชีวิตประจำวันของเธอก็ยังจะต้องติดต่อสัมพันธ์กับ พุทธศาสนิกชนอีกมาก เช่น ยังมีพ่อ - แม่เป็นพุทธ ยังมีครูบาอาจารย์ที่ยังเป็นพุทธ ต้องกราบไหว้อีก  ยังมีผู้ร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา ยังมีลูกค้า ยังมีเพื่อนบ้าน ที่จะต้องวิสาสะ  คบหาค้าสมาคม  ยังต้องสื่อสารพึ่งพาอาศัย ยังต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ มิตรสัมพันธ์ในวาระต่างๆ เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย และพิธีกรรมต่างๆ และการแสดงออกต่างๆ ตามประเพณีนิยม เช่น งานศพ งานบุญ งานพิธีต่างๆ เช่นสงกรานต์ ลอยกระทง งานฉลองปีใหม่ต่างๆ
  กราบเท้าครูบาอาจารย์ไม่ได้สนิทใจ ยืนตรงเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ในโรงภาพยนตร์ไม่สนิทใจ จะไปงานศพก็ทำอิหลักอิเหลื่อ
คุยกันล่าสุดวันนี้เธอบอกว่าเธอไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกแล้วหลังพิธีบัพติสมา เราพูดไม่ออกเลย ถามเธอว่ารู้จักหลวงปู่.... หลวงพ่อ... ดังๆที่บ้านเธอมั้ย(เธอคนจังหวัดหนองคาย) เลยบอกว่าท่านคงไม่รู้วิธีเหมือนเธอเลยต้องไปลำบากลำบนค่อนชีวิต จึงจะพบทางหลุดพ้น เธอบอกแต่เพียงว่าไม่สามารถทำได้อย่างท่าน ก็เลยไม่รู้จะบอกว่าอย่างไร จนปัญญาจริงๆ
   เธอลืมหมดแล้ว...สุดท้าย ถ้าให้เธอเลือกระหว่างครอบครัวกับพระเจ้าคิดว่าเธอต้องเลือกพระเจ้าแน่ๆ ลูกๆไม่มีใครเห็นด้วย มองว่างมงายด้วยซ้ำ แต่ไม่มีใครกล้าพูด เธอยังเข้าใจว่าเราขัดขวางไม่ให้ลูกไปกับแนวทางทางของเธอ ทั้งๆที่เราไม่เคยพูดกับลูกเลย เขาเห็นและมีความคิดของเขาเอง
ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ได้พูดครับ

« Last Edit: July 01, 2010, 03:34:10 AM by laichazeng »

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
น่าจะเป็นพระเจ้าชาวคริตส์ สายโปรแตสแตน ครับ

เพราะเข้าใช้คำว่ารับบัพพติมา ไม่ได้ใช้คำว่าศีลล้างบาป

สายโปรแตสแตนนี่กำลังเผยแผ่ไปได้อย่างรวดเร็วครับ

เพราะใช้แนว โฆษณาชวนเชื่อ

ก็มีแต่คนที่ไม่ใช่สติปัญญาให้ดีๆนี่แหละครับ อะไรๆก้เชื่อ เหมือนเวลาเขาโฆษณาขายสินค้าขายตรง คนเหล่านี้ก็มักเชื่อ

ก็ไม่แตกต่างไปจากชาวพุทธ ที่ชอบเชื่อผู้ตั้งตนเป็นอาจารย์ขมังเวทย์ต่างๆนั่นแหละครับ เบาปัญญาพอกัน

........

แต่กลยุทธ์ที่เขาใช้คือ

การโฆษณาชวนเชื่อ 

การใช้ความอ่อนแอบางช่วงเวลาของมนุษย์เป็นตัวดึงเข้าหาศรัทธา

การจัดตั้งองค์กรณ์ที่ดี มีประสิทธิภาพ มีตัวอย่าง มีเครือข่ายที่ดี

ใช้บุคคลากรเป็น ดารา คนรุ่นใหม่ ที่ดูดี น่าเชื่อถือ และทันสมัย

การเสี่ยงกับวิธีการอธิษฐาน เพื่อแลกกับการเปลี่ยนศาสนา ถ้าขอพระเจ้าแล้ว เกิดสำเร็จตามนั้น (ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากคนพุทธที่ชอบไปไหว้ศาลเจ้า ศาลเพียงตา เพื่อบนบานสานกล่าว)

การพยายามพูดให้ศาสนาตนเองดูดี และมีความสำคัญ เช่นพยายามพูดว่า พระเจ้ารักท่าน จึงประทานพระเยซูบังเกิดมาเพื่อลงมาล้างบาปให้ท่าน การตายของท่าน ตายเพื่อความรักมนุษย์ และโลหิตของท่านชำระล้างบาปให้มนุษย์แล้ว (ซึ่งมันก็เป็นเพียงศาสนาปรัมปรา ที่มีการบูชายัญล้างบาปด้วยชีวิต ซึ่งเป็นเพียงความเชื่อพื้นๆ ดักดาน โบราณ)

เขาพยายามนำหลักคำสอนมาเรียบเรียงเป็นคำพูดให้เข้าใจง่าย ร่วมสมัย ซึ่งต่างจากพุทธเรา ซึ่งมักพูดแต่เรื่องสูงๆ ยืดยาว ก็คนมีหลายจริตไงครับ บางคนเขาชอบอะไรที่แบบ ย่อยง่าย เข้าใจง่ายๆ เขาสามารถสัมผัสได้จริงจากชีวิตปัจจุบัน ก็มีส่วนทำให้บางคนชอบไปในทางนั้น.......

ว่างๆจะเข้ามาเพิ่มเติมครับ

Offline laichazeng

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 370
  • จิตพิสัย 24
 :D :D   thank you sir คุณต้นไม้เมตตา เคสต้องมีให้เรียนรู้กันครับ   ขออย่าให้คุณต้นไม้เมตตาหรือทุกท่านลืมตอบคำถามจากลิงค์กระทู้เวปวัดเราข้างล่างด้วยนะครับแม้จะมีบางท่านได้แซงคิวแสดงความเห็นไปก่อน แต่ก็แค่ความเห็นส่วนตัวของแต่ละคนเท่านั้นเองครับ แล้วผู้อ่านจะได้ความรู้และแยกแยะเองครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------
http://www.dhammakaya.org/forum/index.php?topic=478.0
« Last Edit: July 02, 2010, 03:13:38 AM by laichazeng »

Offline charal

  • Newbie
  • *
  • Posts: 12
  • จิตพิสัย -1
น่าจะเป็นพระเจ้าชาวคริตส์ สายโปรแตสแตน ครับ

เพราะเข้าใช้คำว่ารับบัพพติมา ไม่ได้ใช้คำว่าศีลล้างบาป

สายโปรแตสแตนนี่กำลังเผยแผ่ไปได้อย่างรวดเร็วครับ

เพราะใช้แนว โฆษณาชวนเชื่อ

ก็มีแต่คนที่ไม่ใช่สติปัญญาให้ดีๆนี่แหละครับ อะไรๆก้เชื่อ เหมือนเวลาเขาโฆษณาขายสินค้าขายตรง คนเหล่านี้ก็มักเชื่อ

ก็ไม่แตกต่างไปจากชาวพุทธ ที่ชอบเชื่อผู้ตั้งตนเป็นอาจารย์ขมังเวทย์ต่างๆนั่นแหละครับ เบาปัญญาพอกัน

........

แต่กลยุทธ์ที่เขาใช้คือ

การโฆษณาชวนเชื่อ 

การใช้ความอ่อนแอบางช่วงเวลาของมนุษย์เป็นตัวดึงเข้าหาศรัทธา

การจัดตั้งองค์กรณ์ที่ดี มีประสิทธิภาพ มีตัวอย่าง มีเครือข่ายที่ดี

ใช้บุคคลากรเป็น ดารา คนรุ่นใหม่ ที่ดูดี น่าเชื่อถือ และทันสมัย

การเสี่ยงกับวิธีการอธิษฐาน เพื่อแลกกับการเปลี่ยนศาสนา ถ้าขอพระเจ้าแล้ว เกิดสำเร็จตามนั้น (ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากคนพุทธที่ชอบไปไหว้ศาลเจ้า ศาลเพียงตา เพื่อบนบานสานกล่าว)

การพยายามพูดให้ศาสนาตนเองดูดี และมีความสำคัญ เช่นพยายามพูดว่า พระเจ้ารักท่าน จึงประทานพระเยซูบังเกิดมาเพื่อลงมาล้างบาปให้ท่าน การตายของท่าน ตายเพื่อความรักมนุษย์ และโลหิตของท่านชำระล้างบาปให้มนุษย์แล้ว (ซึ่งมันก็เป็นเพียงศาสนาปรัมปรา ที่มีการบูชายัญล้างบาปด้วยชีวิต ซึ่งเป็นเพียงความเชื่อพื้นๆ ดักดาน โบราณ)

เขาพยายามนำหลักคำสอนมาเรียบเรียงเป็นคำพูดให้เข้าใจง่าย ร่วมสมัย ซึ่งต่างจากพุทธเรา ซึ่งมักพูดแต่เรื่องสูงๆ ยืดยาว ก็คนมีหลายจริตไงครับ บางคนเขาชอบอะไรที่แบบ ย่อยง่าย เข้าใจง่ายๆ เขาสามารถสัมผัสได้จริงจากชีวิตปัจจุบัน ก็มีส่วนทำให้บางคนชอบไปในทางนั้น.......

ว่างๆจะเข้ามาเพิ่มเติมครับ
                 การล้างบาปในทางของคริสต์ศาสนานั้น      ความจริงแล้วเป็นเพียงอุบายอย่างหนึ่งคล้ายกับของศาสนาพุทธนั่นแหละ      คือเราจะได้เริ่มต้นกันใหม่ในปัจจุบัน       ไม่ต้องไปนึกไปคำนึงหรือกังวลกับสิ่งอะไรที่มันไม่ดีที่เราได้เคยกระทำไปเพราะมันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว      เรามาเริ่มต้นทำความดีกันใหม่โดยที่เราจะไม่ทำความชั่วอีก       ไม่ใช่หมายความว่าเมื่อเข้าพิธีล้างบาปแล้วบาปกรรมชั่วต่างๆที่เคยทำมาแล้วจะหายไปหรือหมดไป     ตรงนี้คนเข้าใจกันผิดหรือแม้แต่ผู้ที่ทำพิธีเองก็ไม่รู้       ก็เลยพาลคิดกันว่าหากนับถือศาสนาคริสต์แล้วจะล้างบาปกรรมชั่วที่เคยทำมาให้หมดสิ้นไปได้ซึ่งตรงนี้พระพุทธเจ้าท่านสอนกันตรงๆเลยว่าใครทำกรรมอะไรเอาไว้จะดีหรือชั่วต้องได้รับผลของกรรมนั้น      บรรดาโง่ทั้งหลายที่ไม่รู้จักคิดก็เลยเปลี่ยนศาสนาเนื่องจากทำกรรมชั่วเอาไว้เยอะ     แต่แม้ว่าพระพุทธเจ้าท่านจะสอนเรื่องกรรมเอาไว้ตามที่เราๆพูทธศาสนิกจะรู้ๆกันอยู่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางหนีที่จะรับผลของกรรมชั่วกันเสียเลย      มีครับมี      แต่ไม่ใช่พิธีล้างบาป      เพียงแต่เราตั้งหน้าตั้งตาทำแต่ความดีมันยิ่งๆขึ้นไปจนผลกรรมชั่วมันตามไม่ทัน   ก็ศิล   สมาธิ    ปัญญานั่นแหละเจริญให้มันยิ่งๆขึ้นไปอย่าหยุดอย่าพัก ( ยึดหลักมัชฌิมาด้วยนะครับ ) เราเป็นพระอริยะบุคคลได้แม่เพียงพระโสดาบันก็ไม่ต้องตกนรกแล้วแหละครับ     

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร
ถ้าหลายๆท่านศึกษาศาสนศาสตร์มาบ้าง

จะทราบว่า ต้นกำเนิดของศาสนา ที่เกิดจากความกลัว ความไม่รู้ นับถือธรรมชาติ และศาสนาที่เกิดจากนักปราชญ์

บรรดาศาสนาเทวนิยมเกือบทั้งหมด เกิดจากความกลัวและนับถือธรรมชาติเป็นพื้นฐาน

จะมีที่ลึกซึ้งมากก็เช่นพศาสนากลุ่มพรามณ์อุปนิษัทโบราณบางนิกาย เช่นที่เคยเป็นอาจารย์สอนโลกิยะสมาบัติให้พระมหาโพธิสัตว์ช่วงก่อนตรัสรู้

พวกนี้เป็นเอกเทวนิยมอันลึกซึ้ง ที่สามารถเข้าถึงอรูปฌาณแล้วเข้าใจว่านี่คือเอกภาวะ เป็นปรมาตมัน อาตมัน เป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งหนึ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

.....

ส่วนศาสนากลุ่มอับราฮัม หรือสายยิว ได้แก่ ยิว คริตส์ อิสลาม นั้น มีปรัมปราคติเป็นพื้นฐาน ต้นกำเนิดมาจากความกลัวความไม่รู้ เชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ จนผ่านกาลเวลามายาวนาน แทรกสอนศีลธรรมจรรยา และพยายามอัพเกรดตนเองว่าเป็นเพียงพระเจ้าหนึ่งเดียวยิ่งใหญ่แท้จริงที่สุด

เป็นศาสนา เอกเทวนิยม ที่เชื่อเอาเอง พูดเอง เออเอง มีพัฒนาการไปตามกาลเวลา เพราะที่ยกเป็นเอกนิยม ก็เพื่อที่จะยกตนให้สูงกว่าศาสนาที่นับถือพระเจ้าแบบพหุเทวนิยมเท่านั้น แล้วก็พูดเองเออเอไปว่า นี่แหละพระเจ้าหนึ่งเดียว แท้จริง

ถ้าเทียบกับศาสนาพรามณ์โบราณอุปนิษัทที่ยกไว้ข้างต้นนั้น เทียบกันไม่ติดเลย ความลึกซึ้งทางจิต กับปรัมปราคติ คนละเกรดกันเลยครับ

.....

จึงไม่มีอะไรต้องพูดถึงเนื้อหาสาระกันมาก สำหรับศาสนาสายยิวนี้ แต่ทุกวันนี้ที่เขายิ่งใหญ่ได้ เพราะรูปแบบในการบริหารจัดการองค์กรณ์ หาเงินทุนสนับสนุน แทรกซึมไปในทุกๆสังคมโลก ไม่ว่าจะเป็นภาคการเมือง การปกครอง ธุรกิจ การศึกษา และสังคมสงเคราะห์

และที่สำคัญคือ รูปแบบในการนำเสนอ ที่มีรูปแบบทั้งการพูด การจัดกิจกรรม และศิลปะ ที่อาจจะถูกใจคนรุ่นใหม่ซะมาก เน้นการให้กำลังใจ และความเชื่อในอำนาจพิเศษของสิ่งที่นับถือกันว่าสูงสุด

ศาสนาคริตส์จึงยิ่งใหญ่และไปได้ไกลมาก นับตั้งแต่ชาวโรมันใหม่ นำศาสนาคริตส์มาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองเมื่อประมาณสองพันปีก่อน
......

ทุกวันนี้เขาก็พยายามสร้างเคสชวนเชื่อต่างๆ โพสต์ไปตามเวปบอดร์ ไม่ต่างอะไรกับโฆษณาขายตรงชวนเชื่อเลยครับ คนมีปัญญา ไม่ใช่อารมณ์เพ้อเจ้อนำหน้า ก็คงไม่โง่ไปเชื่อหรอกครับ เพราะเป็นเรื่องนอนเซนต์มากมายเลยจริงๆ

Offline Pomlovely

  • Newbie
  • *
  • Posts: 1
  • จิตพิสัย 0
สวัสดีผมขอแทรกกระทู้นี้ครับ
ในฐานะที่ผมเป็นคริสเตียนขอถามหน่อย?
ถ้าพระเจ้าไม่มีจริงคนเค้าจะไปนับถือทำไม?
ถ้าจักรวาลนี้ไม่มีคนสร้างทำไมมันเป็นระบบระเบียบดีจัง?
แล้วทำไมพวกคุณปฏิเสธทั้งที่ไม่เคยศึกษามาก่อนแสดงว่าคุณนั้นใช้ความรู้สึกแต่ไม่รู้จักใช้เหตุและผล
ศาสนาบอกเราว่าต้องทำนะถึงจะได้บุญใช่ป่ะ?
บุญคืออะไร? คนเป็นพุทธเค้าเคยบอกผมว่าถ้ามีคนตายเกิดอุบัติเหตุตายวิญญาณจะอยู่ตรงนั้น
ต้องทำพิธีสวดเอาดวงวิญญานไปเกิดแล้วผมถามกับไปว่าฝรั่งอินเดียแขกจีน นิโก เกาหลีพม่า
จะทำอย่างไร? เค้าก้อไม่มีคำตอบให้ผม...
ไหนหละพระเจ้าพระองค์ทำไมไม่ปรากฎตัวเอง?  คุณเลยเห็นลมไหม?เคยเห็นอากาสไหม?เคยเห็นออกซิเจนไหม?
พระองค์คือวิญญาณตราบใดที่เรายังไม่ตายเราจะไม่สามารถเห็นได้แต่เราสามารถสัมผัสได้
พระพุทธเจ้าก้อเป็นมนุษย์คนนึ่งที่มีพ่อมีแม่มีเมีย และสร้างตนเองขึ้นมาสร้างศาสนาขึ้นมาให้คนนับถือ
และสุดท้ายพระองค์ก็ตาย พระพุทธเจ้าบอกให้เราทำนะอย่างนั้นอย่างนี้นะถึงได้ ขึ้นสวรรค์
เปรียบเทียบกันดู  ว่าพระเยซูเกิดจากหญิงพรหมจารี (ไม่เคยมีเพศสัมพันธุ์)
และพระองค์ทรงสั่งสอนและรักษาคนเจ็บป่วยให้หายคนตายให้ฟื้น แม้พระองค์จะถูกเฆี่ยนตีพระองค์ไม่เคยโกรธ สุดท้ายพระองค์ก็สิ้นพระชนต์
และในวันที่3พระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนต์และอยู่กับสาวกอีก40วัน
และพระองค์เสร็จขึ้นสู่สวรรค์และยังคงดำรงอยู่ปัจจุบัน
พระองค์มาเพื่อไถ่บาปเราจากความผิดทั่งหลายจากกรรมเวน
เพียงแค่เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า ไม่ใช่การกระทำเพื่อมิให้ใครอวดได้เลย
อยากให้ท่านผู้อ่านศึกษาเปรียบเทียบกับประวัติของพระพุทธเจ้ากับพระเยซูดู
ว่าอะไรคือสิ่งที่จริง?
อย่าด่วนปฎิเสธหรือพูดออกมาถ้าคุณไม่รู้จริง......god bless u




Offline yesterday

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 595
  • จิตพิสัย 29
เรียนคุณpomlovely
คุณยังไม่รู้จริงเรื่องพระพุทธเจ้าและธรรมชาติตามเป็นจริง อย่างมากมาย คุณจึงเชื่อหัวปักหัวปำเรื่องประวัติพระเยซูและพระเจ้าคริสต์อาจรวมพระเจ้าอิสลามด้วยก็ได้
ผมแนะนำว่าคุณลองอ่านความคิดเห็นของคุณต้นไม้เมตตาและพระสงฆ์ไทยพุทธที่ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าได้จริงให้มากมาก แล้วคุณอาจจะเข้าใจความจริงได้มากขึ้น จนเลิกเชื่อประวัติพระเยซูและพระเจ้าคริสต์อิสลามได้ด้วยตัวเองอย่างสมัครใจ ผมย้ำนะครับว่าพระพุทธเจ้าท่านรู้จริงและรู้แจ้งสรรพสิ่งได้ด้วยตนเองจริง พระพุทธเจ้าจึงบอกประมาณว่า สัตว์โลกทั่วอนันตจักรวาลนั้นมีแต่กรรมของตนนั่นแหละลิขิตความเป็นไปของสัตว์โลกไว้ ไม่มีพระเจ้าเทพบันดาลสร้างใดใดเช่นพระเจ้าคริสต์อิสลามจะมาบัญชาสัตว์โลกได้จริง และอนันตจักรวาลจริงจริงก็เป็นเพียงที่รองรับสัตว์โลกแบบต่างต่างเท่านั้นเอง ไม่มีพระเจ้าใดมาบัญชาจักรวาลได้นะครับ
เมื่อคุณpomlovely อ่านถึงตรงนี้คุณคงไม่เข้าใจอยู่ดีเพราะวันที่25ธันวาคมที่ผ่านมาคุณคงยังพอใจร้องเพลงการประสูตอย่างอัศจรรย์ของพระเยซูของคุณ คงแก้ใขไม่ได้ง่ายง่าย และผมเองก็ชี้แจงไม่เก่งนัก ก็ลองอ่านความคิดเห็นของคุณต้นไม้เมตตามากมาก  คุณต้นไม้เมตตาและท่านอื่นอื่นเขาชี้แจงได้ถูกต้องและเหมาะสมตลอดมานะครับ

ขอนอกเรื่องนะครับ ผมขอถือโอกาสสวัสดีปีใหม่2557หรือ2014แก่ชาวเวปบอร์ดวัดหลวงพ่อสดฯครับ :-\ :-\


Offline Anuponsi

  • Newbie
  • *
  • Posts: 19
  • จิตพิสัย 2
เรียน คุณ pomlovely


สวัสดีผมขอแทรกกระทู้นี้ครับ

ในฐานะที่ผมเป็นคริสเตียนขอถามหน่อย?
ว่ามา
ถ้าพระเจ้าไม่มีจริงคนเค้าจะไปนับถือทำไม?
พระเจ้ามีจริง เป็นเทวองค์หนึ่งในสากลโลก นับถือได้เป็น เช่น องค์อัมรินทร์ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ถ้าจักรวาลนี้ไม่มีคนสร้างทำไมมันเป็นระบบระเบียบดีจัง?
เรื่องจักรวาลใครสร้าง ผมไม่รู้ แต่คุณว่ามันเป็นระบบระเบียบ นั้นรู้ได้อย่างไร เอาอะไรวัด เอาอะไรเป็นตัวกำหนด
แล้วทำไมพวกคุณปฏิเสธทั้งที่ไม่เคยศึกษามาก่อนแสดงว่าคุณนั้นใช้ความรู้สึกแต่ไม่รู้จักใช้เหตุและผล
แล้วคุณเคยศึกษาศาสนาพุทธบ้างหรือยัง ไม่เอาแค่อ่านน่ะ ลองปฏิบัติดูจนได้ญาณ ได้ญาญ อ่ะ เคยป่ะ
ศาสนาบอกเราว่าต้องทำนะถึงจะได้บุญใช่ป่ะ?
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ใครทำใครได้ ก็เหมือนศาสนาคุณที่เชื่อว่าใครเชื่อพระเจ้าแล้วไม่ตกนรก ถ้าคนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันไม่เชื่อแล้วขึ้นสวรรค์ได้ป่ะ
บุญคืออะไร?
บุญคือเครื่องชำระกิเลส
คนเป็นพุทธเค้าเคยบอกผมว่าถ้ามีคนตายเกิดอุบัติเหตุตายวิญญาณจะอยู่ตรงนั้น
คนเป็นพุทธคนนั้นอาจจะเข้าใจคำสอนไม่หมด หรือเข้าใจผิด เปรียบได้กับคนคริสต์ที่พึ่งเข้าศาสนาเค้าจะรู้เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ทั้งหมดหรือเปล่า
ต้องทำพิธีสวดเอาดวงวิญญานไปเกิดแล้วผมถามกับไปว่าฝรั่งอินเดียแขกจีน นิโก เกาหลีพม่าจะทำอย่างไร?
ศึกษาศาสนาพุทธให้มากและลองปฏิบัติแล้วจะรู้เอง
ไหนหละพระเจ้าพระองค์ทำไมไม่ปรากฎตัวเอง? 
ก็บอกว่ามีไง พระพุทธเจ้าท่านก็มีจริง พวกใจหยาบ อย่างคนมีกิเลส ไม่มีใจผ่องใส มองไม่เห็นหรอก ผมก็ยังมีใจหยาบเช่นกัน
คุณเลยเห็นลมไหม?
เคย
เคยเห็นอากาสไหม?เคยเห็นออกซิเจนไหม?
ใช้หายใจอยู่
พระองค์คือวิญญาณตราบใดที่เรายังไม่ตายเราจะไม่สามารถเห็นได้แต่เราสามารถสัมผัสได้
พระพุทธเจ้าก้อเป็นมนุษย์คนนึ่งที่มีพ่อมีแม่มีเมีย และสร้างตนเองขึ้นมาสร้างศาสนาขึ้นมาให้คนนับถือ
และสุดท้ายพระองค์ก็ตาย พระพุทธเจ้าบอกให้เราทำนะอย่างนั้นอย่างนี้นะถึงได้ ขึ้นสวรรค์
เปรียบเทียบกันดู  ว่าพระเยซูเกิดจากหญิงพรหมจารี (ไม่เคยมีเพศสัมพันธุ์)
ก็ให้ศึกษาศาสนาพุทธแบบปฏิบัติด้วยก่อนไง อันนี้มันเป็นเรื่องกรรมของแต่ล่ะบุคคล คุณก็ไม่เคยเห็นตอนพระเยซูเกิดใช่มั้ยล่ะฟังเค้ามาอีกที แล้วถ้าผมบอกว่าพวกเกิดมาจากท้องแม่แบบไม่ต้องใช้สเปิร์มของพ่อ ก็มีเรื่องเล่าในพระศาสนาพุทธล่ะ คุณจะเชื่อมั้ย
และพระองค์ทรงสั่งสอนและรักษาคนเจ็บป่วยให้หายคนตายให้ฟื้น
ในศาสนาพุทธก็มีเรื่องเล่ามากมายเรื่องรักษา
แม้พระองค์จะถูกเฆี่ยนตีพระองค์ไม่เคยโกรธ สุดท้ายพระองค์ก็สิ้นพระชนต์
พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันก็เคยในอดีตชาติ ลองหาอ่านดูในทศชาติบารมี
และในวันที่3พระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนต์และอยู่กับสาวกอีก40วัน
พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันก็เคยในอดีตชาติ ลองหาอ่านดูในทศชาติบารมี
และพระองค์เสร็จขึ้นสู่สวรรค์และยังคงดำรงอยู่ปัจจุบัน
พระพุทธเจ้าทรงละสวรรค์ไปสู่ ดินแดนนิพพานอันประเสริฐกว่าแล้ว
พระองค์มาเพื่อไถ่บาปเราจากความผิดทั่งหลายจากกรรมเวน
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้หลุดพ้นไม่เกิดอีก
เพียงแค่เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า ไม่ใช่การกระทำเพื่อมิให้ใครอวดได้เลย
แต่มีมาเกิดอีก เช่นจากหนังสือของคนที่ระลึกชาติได้ เช่น เราจะข้ามกาลเวลามาพบกัน ลองหาอ่านดู
อยากให้ท่านผู้อ่านศึกษาเปรียบเทียบกับประวัติของพระพุทธเจ้ากับพระเยซูดูว่าอะไรคือสิ่งที่จริง?
คุณก็ควรศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาพุทธน่ะ
อย่าด่วนปฎิเสธหรือพูดออกมาถ้าคุณไม่รู้จริง......god bless u
อย่าด่วนปฎิเสธหรือพูดออกมาถ้าคุณไม่รู้จริง......ของพระรัตนตรัยอวยพรให้คุณน่ะ ^-^

Offline ต้นไม้เมตตา

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1095
  • จิตพิสัย 109
  • Gender: Male
  • เกิดใหม่ด้วยพระธรรมกายอุบัติอันอุดมบรมจักร

เรียนคุณ pomlovely

ยินดีครับที่ได้เข้ามาเสวนา แต่แปลกมาได้ไง ?

ที่นี่ไม่ใช่บอดร์ลบหลู่ศาสนานะครับ เขาคุยกันนานาทัศนะ โปรดอย่าเข้าใจผิด

ถ้าคุณได้อ่านโพสต์ของผมด้วยสติปัญญา ก็คงจะไม่โพสต์เช่นนี้

แนะนำว่า วิถีพุทธ ไม่ได้เอาความเชื่อออกหน้านะครับ คนพุทธเองถ้านับถือศาสนาพุทธแบบเอาความเชื่อออกหน้า ก็นับว่ายังไม่เป็นชาวพุทธที่ดีเท่าไร

ว่าด้วยเรื่องความเชื่อหน่ะ คุณจะเชื่ออะไรก็ได้ คุณจะเชื่อว่ามีปีศาจสปาเก็ตตี๊ลอยฟ้าก็ได้ คุณจะเชื่อว่ามีพระเจ้าอิชิตัน มีพิธีบูชาพิซซ่ากินชาเขียว และสาหร่ายเพื่อล้างบาปก็ได้ คุณจะเชื่อว่ามีพระเจ้าลงมาเกิดมาเดินเล่นบนโลกมนุษย์ก็ได้ อะไรก็ว่าไป อย่าให้มันตลกและย้อนแย้งมากเกินไปก็แล้วกัน

ความเชื่อหน่ะ หากมันมีเหตุให้ดัง มันก็เป็นศาสนาไป หากไม่ดังมันก็อยู่ตามกลุ่มชนเล็กๆไป ถึงเป็ฯเพียงนิทานปรัมปราหนุกๆเท่านั้นเอง

คุณคงไม่รู้ว่าผมเป็นคริสตังนอน คือเป็นคาทอลิคมาตั้งแต่เด็กๆ และค่อนข้างเคร่งครัด แต่พอโตขึ้นมา ผมมีมุมมองเรื่องพระเจ้าแต่กต่างไป พระเจ้ามีตั้งเยอะแยะหลายนิยาม เราไม่จำเป็นต้องขังตัวเองอยู่ในความเชื่อเดียวหรอก

กระทั่งผมได้มาเจอศาสนาพุทธที่หลุดกรอบของความเชื่อ แต่มาเน้นเรื่องเหตุผล และคุณค่าทางจิตใจ เน้นการฝึกฝนพัฒนาตนเอง เป็นวิถีชีวิต เป็นปรัชญา เป็นนานาศาสตร์ผสมผสาน ช่างดูสมภูมิ เพลิดเพลิน ประเทืองปัญญา มากกว่าเรื่องอะไรที่เรามองไม่เห็น แต่ให้เชื่อดะๆๆๆ ตามที่เขาเขียนไว้ ตามที่มีคนมาพูดบอก

สำหรับวิถีพุทธ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นเพียงผู้ชี้ทาง ไม่ได้บังคับให้ใครมาเชื่อนะครับ ถ้าชอบใจ แล้วให้ลองปฏิบัติตาม แล้วสุขใจ สมภูมิ สมเหตุผล ก็ดำเนินตามไปครับ

ผมหวังว่าคุณคงจะได้สาระจากมุมมองนี้นะครับ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเปลี่ยนศาสนาเหมือนผมก็ได้ หรือไม่มีศาสนาไปเลยก็ได้

แต่หากคุณพอใจใน "ความเชื่อออกหน้า" ของคุณดีอยู่แล้ว ก็ขอให้อยู่ในความเชื่อของคุณต่อไปครับ เป็นศาสนิกที่ดีของความเชื่อคุณไป ไม่ต้องอนาทรร้อนใจอะไรกับคนที่นี่ครับ

ขอให้มีความสุขกายใจนะครับ  8)